ถ้าเป็นไปได้กรุณาเขียนข้อความเล็กน้อยทิ้งไว้ จะทำให้เจ้าของบล๊อกดีใจมากๆ เลยครับ
ดนตรี: ตำนานเพลงเพื่อชีวิต ฉบับย่อ – การผ่านพ้นของบทเพลงไทยที่ไม่ไร้สาระ (2)



เหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519


ดนตรี: ตำนานเพลงเพื่อชีวิต ฉบับย่อ – การผ่านพ้นของบทเพลงไทยที่ไม่ไร้สาระ (1)

ยุคเพลงปฏิวัติ

ภายหลังการล้อมปราบนักศึกษาอย่างโหดเหี้ยมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 บรรยากาศของประชาธิปไตยก็สิ้นสุดลง สังคมไทยเริ่มเข้าสู่การเป็นสังคมเผด็จการทหารอีกครั้ง กิจกรรมนักศึกษาทุกชนิดถูกยกเลิกโดยสิ้นเชิง มีการประกาศรายชื่อหนังสือต้องห้าม การอภิปรายทางการเมือง การแสดงดนตรี และการละครทุกชนิดถูกควบคุมโดยรัฐบาล และการใช้สื่อสารมวลชนปลุกระดมให้เกิดความเกลียดชังในลัทธิคอมมิวนิสต์ ที่ถือว่าเป็นภัยคุกคามความเป็นชาติไทยและโลกในขณะนั้น

นักศึกษาไทยในช่วงเวลาดังกล่าวก็มีความเห็นว่าสังคมไทย จะไม่สามารถมีความเป็นธรรมได้อย่างแท้จริง หากอำนาจยังถูกผูกขาดโดยกลุ่มทหารและชนชั้นนำในสังคมไทย จึงได้เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ที่ปฏิบัติงานอยู่ในเขตพื้นที่ป่าเขาในประเทศเพื่อนบ้านและในประเทศไทยเอง อาทิ บริเวณเทือกเขาภูพาน ภูซาง เขาค้อ ภูหินร่องกล้า ดอยยาว เป็นต้น

วัฒน์ วรรลยางกูร ได้แต่งบทกวีที่กลายมาเป็นเพลงในภายหลัง ชื่อว่า “จากลานโพธิ์ถึงภูพาน” เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ความคับแค้นที่มีต่อเหตุการณ์ความสูญเสียในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519 ดังที่มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า

ในวันนี้ลานโพธิ์ธรรมศาสตร์อาจเงียบหงอย
ก็เพียงช่วง รอคอย สู่วันใหม่
วันกองทัพ ประชาชน ประกาศชัย
จะกลับไป กรีดเลือดพาล ล้างลานโพธิ์



เพลงถั่งโถมโหมแรงไฟ โดย วงคาราวาน


บทเพลงเพื่อชีวิตยุคนี้จึงเป็นบทเพลงที่แต่งขึ้นในเขตปฏิบัติงานของ พคท. โดยมีเป้าหมายเพื่อปลุกขวัญให้กำลังใจ เป็นอาวุธต่อสู้กับรัฐบาล และเผยแพร่อุดมการณ์ของลัทธิสังคมนิยม หรือเรียกบทเพลงชนิดนี้ว่า “บทเพลงปฏิวัติ” (Rebellion Song) โดยมีสถานีวิทยุเสียงประชาชนแห่งประเทศไทย (สปท.) เป็นสื่อกลางเผยแพร่บทเพลงเหล่านี้ ในช่วงเวลาดังกล่าว บทเพลงปฏิวัติทำหน้าที่เป็นเสมือนเครื่องมือสำคัญในการสร้างขวัญและกำลังใจให้ขบวนการปฏิวัติทั้งหมด นอกจากนั้นในเสียงเพลงที่รับฟังได้จากสถานีวิทยุ สปท. ยังเจือปนไว้ด้วยความรู้สึกนึกคิด ทฤษฎี ความเชื่อ ตลอดจนภาพสะท้อนบางด้านของการปฏิวัติภายใต้การนำของ พคท.

ในขณะนั้นวงคาราวาน (ที่มี พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ร่วมเป็นสมาชิกเพิ่มแล้ว) และวงเพื่อชีวิตอีกหลายวง อาทิ โคมฉาย กงล้อ คุรุชน รวมฆ้อน กรรมาชน ฯลฯ ก็ได้เข้าร่วมปฏิบัติงานกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยด้วย ในบทบาทของหน่วยงานทางด้านวัฒนธรรม อันถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญอีกชิ้นหนึ่งในการต่อสู้และการปฏิวัติสังคม มีวงดนตรีอีกหลายวงที่เกิดขึ้นใหม่จากการยุบรวม แยกตัว หรือเป็นลักษณะเฉพาะกิจในพื้นที่ของการปฏิบัติงาน อาทิเช่น“วงภูซาง 6-10”>, “ภูพาน 66” นอกจากนี้ก็มีวงดนตรีเพื่อชีวิตที่เกิดใหม่ภายในเขตเมือง ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก ได้แก่ วงแฮมเมอร์ วงฟ้าสาง เป็นต้น

ในระยะเวลาหลังเหตุการณ์วันที่ 6 ตุลาคม 2519 เฉพาะในเขตป่ามีบทเพลงปฏิวัติถูกสร้างสรรค์ขึ้นเป็นจำนวนมาก มีการคาดคะเนว่าไม่น่าจะน้อยกว่า 400 เพลง ทั้งจากบรรดาศิลปิน บุคคลทั่วไป มือสมัครเล่น ได้รับการบันทึกเสียงและเผยแพร่แค่บางส่วน และบางส่วนก็อาจมีการบันทึกเสียงแต่ไม่ได้เผยแพร่ในวงกว้าง บทเพลงที่เป็นที่รู้จักดีในยุคสมัยนั้น ได้แก่ ถั่งโถมโหมแรงไฟ ลาไปเป็นทหารปลดแอก เปิดประตูคุกให้เพื่อน 6 ตุลาฯ แหล่ 6 ตุลาฯ ลูกจะกลับพร้อมชัย เมล็ดพืชสีแดง สหายฝากใจสู่นาคร ฯลฯ



เพลงคิดถึงบ้านหรือเดือนเพ็ญ โดย วงคาราวาน


เมื่อการปฏิวัติผ่านไปถึงช่วงสุดท้าย เกิดความขัดแย้งทางความคิดระหว่างฝ่ายต่างๆ นำไปสู่การเกิดวิกฤติศรัทธาต่อพรรคคอมมิวนิสต์ในภูมิภาค เกิดบทเพลงที่แสดงออกถึงความสับสน และความท้อแท้ท้อถอยในแนวทางการต่อสู้แบบ พคท. แต่ในเนื้อหาของบทเพลงก็ยังแสดงออกถึงความคิดความหวังของคนหนุ่มสาวที่มีต่อสังคมในอุดมคติอยู่ มีการปรากฏของบางบทเพลงที่ไม่ได้รับการเผยแพร่ เช่น เขาไฟ บ้านนาสะเทือน รวมถึงเพลงคิดถึงบ้าน (เดือนเพ็ญ) ของนายผี (อัศนี พลจันทร์) ฯลฯ

ภายหลังการออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 ที่มีเจตนารมณ์เพื่อนิรโทษกรรมให้กับผู้กระทำความผิดในช่วงเวลาของความขัดแย้ง ผนวกกับความแตกแยกทางอุดมการณ์ของขบวนการพรรคคอมมิวนิสต์ พวกที่เข้าร่วมการปฏิวัติก็กลับคืนสู่เมือง พวกที่เป็นนักศึกษาบางส่วนก็กลับสู่ห้องเรียน หรือเลือกประกอบอาชีพ บทเพลงสุดท้ายที่แต่งไว้ให้เป็นเสมือนกับการให้คำมั่นสัญญาก่อนออกจากป่า ในช่วงเวลาดังกล่าวคือ “กำลังใจ” ที่มีเนื้อร้องแสดงถึงคำมั่นสัญญาที่จะรักษาอุดมการณ์อันบริสุทธิ์ของคนหนุ่มสาวที่เข้าร่วมต่อสู้ต่อไปว่า

“อย่าอาวรณ์ รักเราไม่คลอนคลางแคลนแหนงหน่าย
ให้รักละลาย กระจายในผองชนผู้ทุกข์ตลอดกาล”

ยุคธุรกิจเพลงเพื่อชีวิต

วงคาราวานเป็นเพียงวงเดียวที่ยังอยู่ยั้งยืนยง ตั้งแต่ยุคเพลงเพื่อชีวิต ยุคเพลงปฏิวัติ จนกระทั่งถึงยุคธุรกิจเพลงเพื่อชีวิต ภายหลังออกจากป่าคาราวานได้ทำสัญญากับบริษัทเพลง และบันทึกเสียงเพื่อออกอัลบั้มเพลงอีกครั้ง โดยเพลงที่อยู่ในอัลบั้มก็เป็นเพลงที่เกิดขึ้นในยุคเพลงเพื่อชีวิต และยุคเพลงปฏิวัติบ้าง มีการจัดคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ มีเครื่องเสียงและเครื่องดนตรีที่มีคุณภาพมากขึ้น คอนเสิร์ต “ฟอร์ยูนิเซฟ” (2525) ที่จัดขึ้นที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นเสมือนกับการเปิดตำนานบทใหม่ให้กับวงคาราวานในยุคธุรกิจเพลงเพื่อชีวิต


“คืนรัง" เพลงที่แสดงถึงความคิดความรู้สึกของการคืนเมืองของคนหนุ่มคนสาวหลังยุคเข้าร่วมปฎิบัติงานกับ พคท.


เพลงในยุคธุรกิจเพลงนี้แตกต่างไปจากยุคก่อนหน้า ตรงที่การแต่งเพลงและบันทึกเสียงมีวัตถุประสงค์โดยตรงเพื่อการออกอัลบั้มเพลงขายในเชิงธุรกิจ ต่างจากยุคก่อนหน้าที่เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนอุดมการณ์ทางสังคมและการเมือง ศิลปินเพลงในช่วงเวลานี้จึงมีองค์ประกอบที่เป็นไปในทางธุรกิจมากขึ้น เช่น มีการมีการออกแบบโลโก้ประจำวง, ผลิตมิวสิควีดีโอแพร่ภาพทางโทรทัศน์, มีการออกทัวร์คอนเสิร์ตที่มีทีมงานเป็นจำนวนมากจัดแสดงในสถานที่ใหญ่ๆ, มีการใช้เครื่องเสียงและเครื่องดนตรีที่มีคุณภาพ

วงดนตรีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคนี้คือ “วงคาราบาว” เพลงของคาราบาวมีลักษณะเนื้อหาในเชิงสะท้อนปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อม และเสียดสีนักการเมือง มากกว่าจะกล่าวถึงในระดับอุดมการณ์ทางการเมืองอย่างในยุคก่อน วงคาราบาวเลือกใช้เครื่องดนตรีไฟฟ้าเหมือนกับวงดนตรีร็อคซึ่งทำให้เกิดความคึกคัก คาราบาวคือความสำเร็จที่ปลุกกระแสเพลงเพื่อชีวิตขึ้นมากลายเป็นกระแสใหญ่ของวงการเพลง จนกระทั่งถึงอัลบั้ม “เมด อิน ไทยแลนด์” (2527) ของวงคาราบาวเป็นอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของวงคาราบาว มีเพลงที่โด่งดังอย่างเช่น เมดอินไทยแลนด์, มหา’ลัย, ราชาเงินผ่อน, และบัวลอย เป็นต้น



เพลง “รักคุณเท่าฟ้า" โดย วงคาราบาว


จากความสำเร็จของวงคาราบาวสร้างฐานคนฟังเพลงเพื่อชีวิตให้กว้างขึ้น จากเดิมที่จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มนักศึกษาปัญญาชน เพลงของคาราบาวกลับเป็นที่นิยมในกลุ่มของชาวบ้านร้านตลาดโดยทั่วไป ด้วยความสนใจในจังหวะที่สนุกสนานคึกคักมากกว่าเนื้อหาสาระในเพลง เพลงของคาราบาวจึงถูกใช้ในงานรื่นเริงบันเทิงเฉลิมฉลองในโอกาสต่างๆ จนกระทั่งถึงกลับมีการออกอัลบั้ม “ควายมันส์” ที่นำเพลงของคาราบาวมาใส่จังหวะให้สามารถเต้นรำได้เหมือนกับเพลงดิสโก้ วงคาราบาวเริ่มเข้าสู่เส้นทางเชิงธุรกิจเหมือนกับเพลงป๊อบทั่วๆ ไปมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เช่น การเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้สินค้า การแสดงภาพยนตร์ (เสียงเพลงแห่งเสรีภาพ พ.ศ.2529) การเปิดร้านอาหารและผับเพื่อชีวิตขึ้นมากเพื่อรองรับผู้ที่มีความชื่นชอบในบทเพลงเพื่อชีวิต จนกระทั่งผลิตสินค้าที่เป็นสัญลักษณ์ของวงให้แฟนเพลงได้สนับสนุน (เครื่องดื่มคาราบาวแดง) และร้านขายของที่ระลึกของวงโดยเฉพาะ

ศิลปินเพลงอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในยุคนี้ต่างได้รับอิทธิพลจากวงคาราบาว และวงคาราวานมากบ้างน้อยบ้าง อาทิเช่น โฮป, คนด่านเกวียน, กะท้อน, คีตาญชลี, นิรนาม, ซูซู, พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ และอินโดจีน รวมถึงงานเดี่ยวของสมาชิกวงคาราวานและคาราบาว ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดน่าจะเป็น พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ (อดีตสมาชิกวงคาราวาน) ซึ่งมีบทเพลงที่มีเนื้อหาสนุกสนานซาบซึ้งกินใจถ่ายทอดในรูปแบบการใช้ภาษาที่โดดเด่น อาทิเช่น วันเวลา, คิดถึงบ้าน, ด.ญ.ปรางค์ และเพลงสนุกสนาน เช่น ดาว์นสาว, ตังเก, จปร. เป็นต้น บทเพลงที่รวบรวมศิลปินในยุคนี้ร่วมร้องเกือบครบคือเพลง “ชีวิตสัมพันธ์” ในอัลบั้ม "สายธารสู่อีสานเขียว" ปี พ.ศ.2530 (เพลงที่แต่งเพื่อเป็นการรณรงค์เพื่องานการกุศล ได้รับอิทธิพลจากเพลง “We are the World” ที่ร่วมร้องโดยศิลปินเพลงอเมริกัน)



เพลง “วันเวลา" โดย พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ


เพลงเพื่อชีวิตในยุคธุรกิจเพลงเพื่อชีวิตจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงไปอีกระดับหนึ่ง จากบทเพลงแห่งอุดมการณ์ กลายมาเป็นเพลง “สะท้อนสังคม” จุดเปลี่ยนของเพลงเพื่อชีวิตในยุคนี้สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ปัญญาชนและอดีตนักต่อสู้ที่ยังยึดถือกรอบบทเพลงเพื่อชีวิตในช่วง 14 ตุลา ทั้งนี้ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะสภาพของเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งมีผลต่อรสนิยมการฟังเพลงของกลุ่มผู้ฟัง รวมถึงกลุ่มศิลปินเพลงเพื่อชีวิตในช่วงเวลานี้ส่วนใหญ่เป็นศิลปินอาชีพจึงต้องปรับตัวตามไปด้วยเพื่อความอยู่รอดในเชิงธุรกิจ

บทส่งท้าย



มีการวิเคราะห์กันว่าความล้มเหลวของการปฏิวัติสังคมตามลัทธิสังคมนิยม ว่าเกิดจากความอ่อนด้อยของนักคิดเชิงทฤษฎีในสังคมไทย ที่ไม่สามารถประยุกต์ลัทธิทางการเมืองแบบสังคมนิยมให้เข้ากับสภาพของสังคมไทยได้ ไม่เหมือนกับจีนหรือรัสเซีย และในประเทศอื่นๆ สังคมไทยยังคงอยู่ภายใต้วัฒนธรรมแบบระบบอุปถัมภ์ ระบบมูลนาย และระบบเครือญาติที่เหนียวแน่น ยากที่แนวคิดแบบสังคมนิยมจะมาเจาะทำลายซื้อใจคนในสังคมไทย จนกระทั่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ แต่สิ่งที่เห็นพ้องต้องกันว่าเป็นสิ่งที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาในช่วงเวลาดังกล่าวและประสบความสำเร็จอย่างสูง คือ งานทางด้านวัฒนธรรม ซึ่งรวมถึงเพลงเพื่อชีวิตด้วย

ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร บทเพลงเพื่อชีวิตก็ยังคงเป็นกลุ่มเพลงกลุ่มที่มีบทบาทในเชิงเนื้อหาสาระในสังคมไทยอยู่เสมอ เพลงเพื่อชีวิตสามารถแสดงบทบาทของการบันทึกเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ของสังคมการเมืองไทยในอดีตได้ รวมถึงการทำหน้าที่เป็นบทเพลงที่สะท้อนความคิดความรู้สึกของคนในช่วงเหตุการณ์สำคัญๆ ได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญที่สุดเพลงเพื่อชีวิตเป็นเพลงในแนวทางเดียวที่ยังปักหลักพูดถึงเรื่องที่มีสาระมากที่สุดเมื่อเทียบกับเพลงในกลุ่มอื่นๆ ที่ยังคงมีเนื้อหาวนเวียนอยู่กับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ที่ตัดขาดคนหนุ่มคนสาวจากในการใช้ชีวิตในแง่ที่เกี่ยวข้องกับส่วนรวม



เพลง “แอ๊ดบาว” โดยวงซาเล้ง เพลงที่แต่งเพื่อเสียดสีท่าทีของวงคาราบาวในเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา



Create Date : 16 ตุลาคม 2553
Last Update : 16 ตุลาคม 2553 12:01:14 น. 3 comments
Counter : 3972 Pageviews.

 
เพลงท้ายสุดนี่เจ๋งมากกก
.....................................
สวัสดีช่วงบ่ายครับ


โดย: panwat วันที่: 16 ตุลาคม 2553 เวลา:13:53:29 น.  

 
แบบว่ามาช้าดีก่าไม่มานะค่ะ


พอดีว่าพึ่งกลับมาจากเซี้ยงไฮ้ ไม่ได้เล่นคอมเลย

มาอวยพรว่าวันเกิดปีนี้คิดอะไรก็ให้สมปราถนา มีความสุขตลอดไปเลยนะค่ะ


โดย: Imaginewing วันที่: 25 ตุลาคม 2553 เวลา:21:04:20 น.  

 
รักเพลงเพื่อชีวิตมากครับ


โดย: ตาน IP: 124.157.182.16 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:19:20:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

dreamingbutterfly
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




"Zhuang Zhou dream that he was a butterfly. Suddenly he awoke, and was himself again. He did not know whether he dreaming that he was a butterfly, or a butterfly dreaming that it was him."

บันทึกบอกเล่าความคิด ความรู้สึก และมุมมอง ต่อเรื่องราวต่างๆ ในทัศนะของผมครับ

!!!Update Every Week!!!


Woratep Wongsuppakan | Create Your Badge

: Users Online

free counters

Google

New Comments
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
16 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add dreamingbutterfly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.