ถ้าเป็นไปได้กรุณาเขียนข้อความเล็กน้อยทิ้งไว้ จะทำให้เจ้าของบล๊อกดีใจมากๆ เลยครับ
ปรัชญา: วิชาปรัชญาในฐานะของวิชาพื้นฐาน



"จุดมุ่งหมายของวิชาศึกษาทั่วไป คือ การสร้างคนให้เป็นบัณฑิตที่สมบูรณ์ที่มีชีวิตดีงามและมีคุณภาพ"


1. วิชาปรัชญาที่ศึกษากันในวงกว้างสำหรับผู้ที่เรียนในระดับอุดมศึกษาทั่วไป (1) คือ วิชาปรัชญาพื้นฐาน การจัดการเรียนการสอนวิชาปรัชญาในรูปแบบนี้มีความแตกต่างจากวิชาปรัชญาในฐานะของวิชาเอก ทั้งในด้านเนื้อหาและวิธีการเรียนการสอน ซึ่งไม่สามารถจัดการเรียนการสอนในลักษณะเดียวกันได้ ทั้งนี้เพราะธรรมชาติของคนทั้งสองกลุ่มมีความแตกต่างกัน การศึกษาปรัชญาในฐานะวิชาพื้นฐานนั้น นักศึกษาไม่ได้มีความสนใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ความกระตือรือร้นในการอยากเรียนรู้ก็มีน้อยกว่านักศึกษาวิชาเอก ดังนั้นความแตกต่างดังกล่าวจึงเป็นอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการจัดการเรียนการสอนวิชาปรัชญาพื้นฐานเสมอ

ผู้เขียนมีความเห็นว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยทั่วไปคงจะมีความเห็นร่วมกันว่า วิชาปรัชญานำเสนอความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านพิเศษบางอย่าง ที่สำคัญต่อการศึกษาในระดับอุดมศึกษา และหากจะตั้งคำถามถึงเป้าหมายของการเรียนการสอนวิชาปรัชญาในฐานะวิชาพื้นฐาน ก็น่าจะมีความเชื่อมโยงกับเป้าหมายการจัดการศึกษาในระดับพื้นฐานด้วย ในที่นี้ผู้เขียนจึงจะทดลองนำเสนอสิ่งที่ควรเป็นเป้าหมายของวิชาปรัชญาในฐานะของการเป็นวิชาพื้นฐาน จากประสบการณ์การสอนวิชานี้ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ที่อยู่ในแวดวงการศึกษาวิชาปรัชญา และเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอนวิชาปรัชญาในฐานะวิชาพื้นฐานให้ได้สอดคล้องกับเป้าหมายต่อไป

__________________________________________________


2. ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าวิชาปรัชญาเป็นวิชาพื้นฐานไม่ได้ศึกษาเพื่อทำความเข้าใจในข้ออ้างเหตุผล หรือประเด็นปัญหาปรัชญาในกลุ่มแนวคิดหรือในยุคสมัยต่างๆ ในเชิงลึก ผู้ที่ศึกษาวิชาปรัชญาพื้นฐาน ไม่จำเป็นต้องติดตามให้เท่าทันกับความก้าวหน้าของความรู้ในแวดวงวิชาการปรัชญา ซึ่งเป้าหมายของการเรียนการสอนในลักษณะนี้น่าจะมีความเหมาะสมกับผู้ที่ศึกษาวิชาปรัชญาวิชาเอกมากกว่า และการศึกษาในฐานะวิชาพื้นฐานควรมีเป้าหมายอย่างไรนั้น ในส่วนนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึงเรื่องนี้

ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าเป้าหมายของวิชาปรัชญาพื้นฐานควรพิจารณาถึงเป้าหมายที่มีความเชื่อมโยงกับเป้าหมายของการจัดการศึกษาวิชาพื้นฐาน หรือที่ปัจจุบันเปลี่ยนไปเรียกชื่อว่า วิชาศึกษาทั่วไป (General Education) ซึ่งเป็นกลุ่มวิชาที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นกลุ่มวิชาที่สอดคล้องกับแนวคิดในเรื่องการบูรณาการ (Integrate) ศาสตร์ต่างๆ เข้าด้วยกัน (2) ที่เป็นเช่นนี้ เพราะปัจจุบันมีความต้องการให้ความรู้ในสาขาวิชาต่างๆ สามารถเชื่อมโยงเกื้อหนุนกันมากยิ่งขึ้น ที่เป็นการศึกษาในแบบแยกส่วนที่ทำให้ผู้เรียนไม่เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างวิชาการสาขาต่างๆ รวมถึงการเชื่อมโยงกับชีวิตและสังคมว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร ดังนั้นจึงมีความเชื่อว่าการจัดการศึกษาแบบบูรณาการจะสามารถตอบสนองรับใช้มนุษย์ได้ดีมากยิ่งขึ้น

ในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรประดับปริญญาตรี พ.ศ.2548 อธิบายความหมายของหมวดศึกษาทั่วไปว่า

“หมวดวิชาศึกษาทั่วไป หมายถึง วิชาที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรอบรู้อย่างกว้างขวาง มีโลกทัศน์ที่กว้างไกล มีความเข้าใจธรรมชาติตนเอง ผู้อื่น และสังคม เป็นผู้ใฝ่รู้ สามารถคิดอย่างมีเหตุผล สามารถใช้ภาษาในการติดต่อสื่อสารความหมายได้ดี มีคุณธรรม ตระหนักในคุณค่าของศิลปะวัฒนธรรมทั้งของไทยและของประชาคมนานาชาติ สามารถนำความรู้ไปใช้ในการดำเนินชีวิตและดำรงตนอยู่ในสังคมได้เป็นอย่างดี” (3)

การมองกลุ่มวิชานี้ในลักษณะดังกล่าว จึงมีความแตกต่างกับการมองในฐานะของวิชาพื้นฐาน ที่เป็นกลุ่มวิชาที่ใช้เป็นพื้นฐานสนับสนุนวิชาเอกของแต่ละสาขาวิชา แต่ต้องถือว่าเป็นกลุ่มวิชาที่เสริมสร้างความรอบรู้และทักษะในศาสตร์ที่มีความสำคัญอื่นๆ และเป็นไปเพื่อประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการอยู่ร่วมในสังคม หรือดังที่ท่านธรรมปิฎก กล่าวถึงจุดมุ่งหมายของวิชาศึกษาทั่วไปว่า

“เป็นการสร้างคนให้มีความเป็นบัณฑิตสมบูรณ์ หรือสร้างคนให้เป็นคน คนจะดำเนินชีวิตที่ดีงามและทำงานได้ต้องมีวิชาชีพเป็นเครื่องมือ แต่เป็นวิชาที่จะพัฒนาคนให้มีความคิดสร้างสรรต่อสังคม คือ วิชาศึกษาทั่วไป เพราะแม้คนนั้นจะมีวิชาชีพเป็นเครื่องมือที่ดีอย่างไร หากเป็นบัณฑิตที่ไม่มีความเป็นบัณฑิต คนนั้นก็อาจเป็นอันตรายแก่สังคมได้ ดังนั้นจุดมุ่งหมายของวิชาศึกษาทั่วไป คือ การสร้างคนให้เป็นบัณฑิตที่สมบูรณ์ที่มีชีวิตดีงามและมีคุณภาพ” (4)

เป้าหมายโดยทั่วไปของการเรียนการสอนวิชาปรัชญาวิชาพื้นฐาน จึงน่าจะเป็นเป้าหมายในการสร้างความรอบรู้เพื่อเชื่อมโยงวิชาการสาขาต่างๆ หรือในความหมายของการบูรณาการวิชาปรัชญาเข้ากับศาสตร์ต่างๆ เพื่อตอบสนองการดำเนินชีวิตและการอยู่ร่วมกันในสังคมให้ได้อย่างมีความสุขและมีคุณค่า สิ่งนี้จึงนำไปสู่เป้าหมายในการเรียนวิชาปรัชญาว่าควรหมายถึง “การศึกษาเพื่อการประยุกต์ใช้เพื่อเสริมสร้างทักษะและความรอบรู้ และเพื่อประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการอยู่ร่วมกันในสังคม” หรือเป็นการศึกษาวิชาปรัชญาที่มีเป้าหมายในเชิงประยุกต์ คือ การทำให้ผู้เรียนสามารถมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างวิชาปรัชญากับศาสตร์ที่ตนเองศึกษา และนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตในสังคมได้ มากกว่าจะเป็นเป้าหมายในเชิงวิชาการเป็นสำคัญ หรือกล่าวได้ว่าการเรียนวิชาปรัชญาในลักษณะนี้เป็นการเรียนวิชาปรัชญาเพื่อสิ่งอื่น ไม่ได้เป็นการเรียนวิชาปรัชญาเพื่อตัวของวิชาปรัชญาเอง

อีกเป้าหมายหนึ่งนอกจากเป้าหมายที่เข้าใจโดยการเป็นวิชาพื้นฐานแล้ว คือเป้าหมายที่เป็นลักษณะเฉพาะของวิชาปรัชญาเอง นั่นคือการที่จะต้องตอบให้ได้ว่าวิชาปรัชญามีความเฉพาะพิเศษอย่างไรต่อเป้าหมายของการศึกษาในฐานะวิชาพื้นฐาน ผู้เขียนสนับสนุนว่าวิชาปรัชญามีลักษณะเฉพาะพิเศษที่แตกต่างจากวิชาอื่นๆ ที่ต้องมีการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา ซึ่งจะกล่าวถึงโดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1) ทางด้านเนื้อหาของวิชาปรัชญา และ 2) ทางด้านวิธีการของวิชาปรัชญา

1) ทางด้านเนื้อหาของวิชาปรัชญา เนื้อหาของวิชาปรัชญาไม่ว่าจะเป็นการสอนในเชิงประวัติศาสตร์ปรัชญาหรือประเด็นปัญหาทางปรัชญา นอกจากการเรียนการสอนในเชิงประวัติศาสตร์เป็นการเรียนการสอนที่สร้างความรอบรู้ให้กับผู้เรียนแล้ว ยังเป็นการเรียนการสอนที่ทำให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงชีวิตและแนวคิดของนักปรัชญากับสภาวะทางสังคมในแต่ละยุคสมัย หรือใช้เทียบเคียงกับสังคมในยุคปัจจุบันได้ และนำไปสู่ความเข้าใจถึงความเป็นมาของสังคมและสิ่งที่อยู่รอบตัวช่วยเสริมสร้างโลกทัศน์ให้กับผู้เรียน ทั้งนี้เนื้อหาของประวัติศาสตร์ปรัชญามีลักษณะเฉพาะมากกว่าวิชาประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาที่เฉพาะในเรื่องประวัติศาสตร์ทางความคิด และในรูปแบบของการวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ และการตรวจสอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ในเนื้อหาของวิชาปรัชญาอยู่แล้ว การเรียนการสอนในรูปแบบนี้หากผู้สอนมีความรู้ในเชิงประวัติศาสตร์และในเชิงสังคมก็จะสามารถเชื่อมโยงให้ผู้เรียนนำเนื้อหาของวิชาปรัชญาไปประยุกต์ใช้ได้มากขึ้น เป้าหมายนี้จึงเหมือนกับเป็นการผนวกเอาเป้าหมายของวิชาปรัชญาเข้ากับเป้าหมายหนึ่งของวิชาประวัติศาสตร์ นั่นคือการเรียนรู้เพื่อทำความเข้าใจเรื่องราวและเหตุการณ์ในอดีตเพื่อนำไปสู่ความเข้าใจเรื่องราวและเหตุการณ์ในปัจจุบันรวมถึงในอนาคต ตัวอย่างเช่น การเชื่อมโยงแนวคิดปรัชญาของโสกราตีสและเพลโตกับสังคมเอเธนส์ การเชื่อมโยงปรัชญาของออกันตินและอไควนัสกับสภาวะทางสังคมในยุคกลาง การเชื่อมโยงปรัชญายุคสมัยใหม่กับความรู้และความก้าวหน้าทางวิทยาการในสมัยการปฎิวัติอุตสาหกรรม เป็นต้น ส่วนการเรียนการสอนในลักษณะของประเด็นปัญหาปรัชญาก็เช่นเดียวกันนอกจากจะเป็นการจับประเด็นเนื้อหาที่มีความเฉพาะเจาะจงมากกว่าแล้ว ยังเป็นการเรียนในลักษณะที่กระตุ้นให้ผู้เรียนสนใจประเด็นปัญหาในรูปแบบที่มีความชัดเจนในแต่ละประเด็นมากยิ่งขึ้นด้วย

เป้าหมายทางด้านเนื้อหาวิชาปรัชญานั้น นอกจากส่วนที่เป็นเนื้อหาวิชาที่ช่วยสร้างความรอบรู้ให้กับผู้เรียนแล้ว หากยอมรับว่าการศึกษาที่ดีไม่ควรเป็นสิ่งที่แยกออกจากเรื่องของจริยธรรม (คำอธิบายลักษณะของวิชาศึกษาทั่วไปก็กล่าวถึงเรื่องนี้ด้วย) รวมถึงในระดับอุดมศึกษาก็ไม่มีวิชาใดที่กล่าวถึงเรื่องคุณธรรมจริยธรรมโดยตรง วิชาปรัชญาก็ถือได้ว่าเป็นวิชาหนึ่งที่สามารถสอดแทรกเนื้อหาทางด้านคุณธรรมจริยธรรมได้อย่างไม่ผิดที่ผิดทางนักโดยการสอดแทรกผ่านชีวิต เรื่องราว และแนวคิดของนักปรัชญา เป็นต้น

2) ทางด้านวิธีการของวิชาปรัชญา เป้าหมายทางด้านวิธีการของปรัชญาที่นำมาเรียนเป็นวิชาพื้นฐาน นับว่าเป็นเป้าหมายเฉพาะที่ชัดเจนและมีความโดดเด่นมากที่สุดเรื่องหนึ่งในการเรียนวิชาปรัชญา นั่นคือการเรียนวิชาปรัชญาเป็นการเรียนรู้ถึงวิธีการใช้เหตุผลแบบปรัชญาหรือตรรกวิทยาที่กล่าวถึงเรื่องการใช้เหตุผลโดยตรง ถึงแม้อาจจะไม่ได้เป็นการเรียนที่เฉพาะเจาะจงถึงหลักและวิธีการทางตรรกวิทยาอย่างเป็นระบบระเบียบชัดเจน ก็อาจมีความหมายถึงการเรียนรู้วิธีการที่มาพร้อมๆ กับวัฒนธรรมของวิชาปรัชญาและนักปรัชญา เช่น นิสัยของการเป็นนักสงสัยหรือนักตั้งคำถามตัวยง การเป็นผู้ที่รักในการแสวงหาความจริง การเป็นผู้มีใจกว้างยอมรับฟังความคิดเห็นที่มีเหตุผลของผู้อื่น หรือการเป็นผู้ที่มีอิสระทางความคิด การเป็นคนช่างคิดช่างวิเคราะห์ เป็นต้น เนื้อหาและวิธีการเรียนการสอนวิชาปรัชญาจะทำให้ผู้เรียนค่อยๆ ซึมซับลักษณะนิสัยนี้ทีละเล็กละน้อยผ่านการกระตุ้นชักชวนและท้าทายของผู้สอน และหากเป็นการเรียนในกลุ่มที่ไม่ใหญ่มากนักก็สามารถเปิดโอกาสให้ผู้เรียนอภิปรายแสดงความคิดเห็นได้มากยิ่งขึ้นด้วย ผู้เขียนมีความเห็นว่าวัฒนธรรมต่างๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มีคุณค่า สามารถนำไปปรับใช้กับการดำเนินชีวิตให้มีคุณค่าและมีความสุขในสังคมได้เป็นอย่างดี และลักษณะนิสัยเช่นนี้ก็เป็นลักษณะนิสัยเฉพาะที่มีเฉพาะในวิชาปรัชญา และวิชาปรัชญาเป็นวิชาที่สามารถนำมากล่าวเน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญได้มากที่สุดวิชาหนึ่งในวิชาเรียนที่มีอยู่ในระดับอุดมศึกษา

โดยสรุป ผู้เขียนจึงมีความเห็นว่าการเรียนการสอนวิชาปรัชญาในฐานะวิชาพื้นฐานควรมีเป้าหมายโดยทั่วไป คือ “การศึกษาเพื่อการประยุกต์ใช้เพื่อเสริมสร้างทักษะและความรอบรู้ และเพื่อประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการอยู่ร่วมกันในสังคม” ส่วนเป้าหมายเฉพาะทางด้านเนื้อหาวิชาปรัชญาและทางด้านวิธีการของวิชาปรัชญา ควรเป็นการเสริมสร้างลักษณะเฉพาะพิเศษให้กับผู้เรียนคือความรอบรู้ทางด้านเนื้อหาที่เป็นประวัติศาสตร์หลักการทางความคิด และการเสริมสร้างทักษะการใช้เหตุผลในแบบของวิชาปรัชญาเพื่อตอบสนองเป้าหมายที่เป็นไปในเชิงประยุกต์

__________________________________________________


3. ก่อนหน้าที่ผู้เขียนจะได้มีโอกาสสอนวิชาปรัชญาพื้นฐานเคยได้ฟังมาบ้างว่า เป็นเรื่องง่ายเพราะไม่ต้องลงเนื้อหาลึกมากนัก แต่การที่มีเป้าหมายเป็นการประยุกต์ก็เป็นเรื่องยากในอีกรูปแบบหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาว่าประเด็นทางปรัชญาบางประเด็นยากต่อการประยุกต์ใช้ให้เห็นผลที่ชัดเจนในทางปฏิบัติได้ และขัดกับความเข้าใจของผู้เรียนวิชาปรัชญามาเฉพาะด้านบางส่วนที่มีความเข้าใจว่า ความรู้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าโดยตัวเอง และสามารถแยกออกได้จากคุณค่าในเชิงปฏิบัติ แต่สำหรับการเป็นวิชาพื้นฐานนั้นความคิดนี้ไม่สามารถใช้ได้เพราะจะเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการทำความเข้าใจกับผู้เรียนที่ว่า เรียนวิชาปรัชญาไปทำไม เรียนวิชาปรัชญามีประโยชน์อะไร หากไม่สามารถอธิบายชี้แจงเชื่อมโยงให้ผู้เรียนรับรู้ได้อย่างชัดเจน ในท้ายที่สุดก็อาจจะลงเอยว่าการเรียนวิชาปรัชญาเป็นการเรียนในเรื่องที่มีความลึกซึ้งแปลกประหลาด และเรียนไปแล้วก็ไม่เกิดประโยชน์

ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนมีความเห็นว่า วิชาปรัชญาพื้นฐานเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สำคัญของนักวิชาการปรัชญาที่จะทำการสื่อสารกับผู้คนในแวดวงอื่นและกับสังคมในวงกว้าง ที่จะมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิชาปรัชญา และสามารถหยิบจับนำความรู้ในสาขาวิชานี้ไปมีส่วนในการช่วยสร้างสรรค์สังคม หน้าที่ตรงส่วนนี้ของนักปรัชญาก็คือการสร้างสรรค์สังคมผ่านผู้เรียนวิชาปรัชญา ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์ที่ลงลึกถึงรากฐานอันเป็นแก่นแท้ที่สุดของมนุษย์นั่นคือเรื่องของความคิดและจิตใจ ผู้เขียนมีความเห็นว่าหากนักวิชาการทางด้านปรัชญาสามารถทำหน้าที่ในส่วนนี้ได้ดี หรือสามารถจัดการเรียนการสอนให้สามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้ วิชาปรัชญาพื้นฐานก็จะเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาที่สามารถสร้างสรรค์ประโยชน์ให้กับสังคมในวงกว้างได้เช่นกัน

__________________________________________________

1. เอกสารประกอบการบรรยายในโครงการปรัชญาสัมพันธ์ ในการสัมมนาทางวิชาการประจำปี 2548 สมาคมปรัชญาและศาสนา เรื่อง “การเรียนการสอนวิชาปรัชญาในฐานะวิชาพื้นฐาน” มหาวิทยาลัยบูรพา ระหว่างวันที่ 19 – 20 ตุลาคม 2548.
2. ในมหาวิทยาลัยต่างประเทศบางแห่งถึงกับจัดให้นักศึกษาเรียนวิชาต่างๆ ในหมวดวิชาศึกษาทั่วไปให้ได้สัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยกิตที่ต้องเรียนทั้งหมด.
3. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรประดับปริญญาตรี พ.ศ. 2548.
4. พระธรรมปิฎก, ปาฐกถาพิเศษในการสัมมนาที่ทบวงศึกษาธิการ วันที่ 14 -15 กันยายน 2538.


Create Date : 11 กันยายน 2553
Last Update : 11 กันยายน 2553 9:18:33 น. 12 comments
Counter : 3527 Pageviews.

 





โดย: หน่อยอิง วันที่: 11 กันยายน 2553 เวลา:5:38:11 น.  

 
หวาดดีค้าบ
ทักทาย เป็นกำลังใจนะคับ


โดย: billi IP: 124.120.67.220 วันที่: 11 กันยายน 2553 เวลา:6:05:41 น.  

 
ชอบวิชาปรัชญามากเลยครับ รู้สึกดีจังที่มีคนเรียนปรัชญาเขียนบลอค เท่จริงๆเลยครับ


โดย: Mr.Feynman วันที่: 11 กันยายน 2553 เวลา:21:21:54 น.  

 
หาตัวยากมากเลยนะครับ คนที่ชอบวิชาปรัชญานี่ 555

จริงๆ บล๊อกนี้ไม่ได้เขียนแต่เรื่องปรัชญาหรอกนะครับ หนำซ้ำเรื่องไร้สาระจะเยอะกว่าด้วย แต่ตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องที่ตัวเองสนใจหรือชอบ และปรัชญาก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ

ยินดีที่ได้รู้จักคุณ Mr.Feynman นะครับ


โดย: dreamingbutterfly วันที่: 14 กันยายน 2553 เวลา:20:43:13 น.  

 
สวัสดีค้าเป็นยังไงบ้างค่ะสบายดีไหม

ตอนนี้ที่นี่หนาวมากเลย เดือนน่าหิมะคงจะตกแล้ว มาเที่ยวไหมค่ะ ๕๕๕๕




โดย: Imaginewing วันที่: 19 กันยายน 2553 เวลา:4:07:56 น.  

 
ชอบปรัชญามากเลยค่ะ
ตอนนี้เรียนเป็นวิชาโทอยู่
ช่วงนี้รายงานปรัชญนเยอะม าก
ดีค่ะที่มีข้อมูลดีๆให้ได้อ่าน


โดย: Utopia IP: 192.168.50.28, 125.27.205.182 วันที่: 20 กันยายน 2553 เวลา:17:04:54 น.  

 
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีดี


โดย: reader IP: 202.28.21.6 วันที่: 7 ตุลาคม 2553 เวลา:13:25:13 น.  

 
That is very good to read this scrip make me bright and
knowleage more
Thank you,
Chat...


โดย: choochat IP: 125.27.229.92 วันที่: 9 ตุลาคม 2553 เวลา:22:29:03 น.  

 
ชอบอ่านหนังสือปรัชญา ตอนนี้ก็อยากสอนวิชาปรัชญาครับ แต่ไม่ได้เรียนมาด้านนี้มาถ้าจะศึกษาตอนนี้ไม่รู้จะทันมั๊ย


โดย: taradon IP: 119.46.118.28 วันที่: 24 มีนาคม 2554 เวลา:11:34:16 น.  

 
ถ้าคิดจะเรียนปรัชญาก็สามารถเรียนได้ ไม่มีไม่ทันนะครับ โดยเฉพาะที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ไม่ได้กำหนดว่าต้องจบปริญญาตรีสาขาอะไรด้วย ทุกคณะสามารถเรียนต่อปริญญาโทปรัชญาได้ ถ้ามีพื้นฐานความรู้เพียงพอและสอบผ่านครับ



โดย: dreamingbutterfly วันที่: 24 มีนาคม 2554 เวลา:15:04:31 น.  

 
ดิฉันคัดบางส่วนของบทความไปประกอบงานวิชาการ
อยากทราบชื่อจริงเจ้าของ blogค่ะ เพื่อจะได้ให้เครดิตได้ถูกต้อง
tanyamanee1@gmail.com
ขอบพระคุณมากๆค่ะ


โดย: ณหทัย IP: 171.7.129.161 วันที่: 13 กรกฎาคม 2556 เวลา:19:45:12 น.  

 
ขอบคุณครับ ผมอ่านเพื่อสอบประมวลความรู้ ป.โท


โดย: nong IP: 118.175.92.230 วันที่: 16 ตุลาคม 2558 เวลา:19:46:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

dreamingbutterfly
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




"Zhuang Zhou dream that he was a butterfly. Suddenly he awoke, and was himself again. He did not know whether he dreaming that he was a butterfly, or a butterfly dreaming that it was him."

บันทึกบอกเล่าความคิด ความรู้สึก และมุมมอง ต่อเรื่องราวต่างๆ ในทัศนะของผมครับ

!!!Update Every Week!!!


Woratep Wongsuppakan | Create Your Badge

: Users Online

free counters

Google

New Comments
Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
11 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add dreamingbutterfly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.