ถ้าเป็นไปได้กรุณาเขียนข้อความเล็กน้อยทิ้งไว้ จะทำให้เจ้าของบล๊อกดีใจมากๆ เลยครับ
ปรัชญา: ไดโอจีนีสนักปรัชญาผู้ใช้ชีวิตเยี่ยงสุนัข


“ข้าคือสุนัขไดโอจีนีส ข้าพึ่งพาความเมตตา เห่าความโลภ และกัดพวกวายร้าย”
"I am Diogenes the Dog. I nuzzle the kind, bark at the greedy and bite scoundrels."


นักปรัชญากรีกที่มีความน่าสนใจคนหนึ่งในยุคเฮเลนนิสม์ (Helenism) (1) คือ ไดโอจีนีส แห่ง ซิโนเพ (Diogenes of Sinope 412 – 323 B.C.) เขาเป็นนักปรัชญาในกลุ่มสำนักที่ชื่อว่า “ซีนิก” (Cynic) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มุ่งเน้นการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย โดยยึดเอาพฤติกรรมของโสกราตีส (Socrates) เป็นต้นแบบ แต่กลุ่มนี้ตีความแนวคิดของโสกราตีสอย่างสุดโต่ง (โสกราตีสเวอร์ชั่นบ้า Socrates gone mad) พวกซีนิกจะดำเนินชีวิตโดยการทำให้ตนเองมีความต้องการสิ่งต่างๆ ในชีวิตให้น้อยที่สุด มีท่าทีปฎิเสธและแสดงความเบื่อหน่ายความไร้สาระของมนุษย์ในสังคม และมักจะแสดงออกถึงความคิดความเชื่อของตนเองผ่านการประชด เยาะเย้ย ถากถางผู้คน

ไดโอจีนีสใช้ชีวิตอยู่ในย่านชุมชนหรือตลาดในเมือง โดยอาศัยอยู่ในถังไม้ที่ใช้บรรจุน้ำมันมะกอก ไม่ครอบครองสมบัติ เลี้ยงชีพด้วยการขออาหารผู้คนเพื่อความอยู่รอดไปวันๆ เขามีท่าทีที่เยาะเย้ยต่อความคิดความเชื่อของสังคม และบางครั้งก็แสดงอาการที่หยาบคายต่อหน้าผู้คน เรื่องราวของไดโอจีนีสที่เป็นที่รู้จักกันดี คือเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องกับอเล็กซานเดอร์มหาราชที่ว่า วันหนึ่งอเล็กซานเดอร์มหาราชเดินทางผ่านมา พบไดโอจีนีสกำลังนอนอาบแดดอยู่หน้าถังไม้ของตน คิดว่าเป็นขอทานจึงเกิดความรู้สึกสงสาร จึงกล่าวว่าหากไดโอจีนีสต้องการสิ่งใดก็ให้ขอมาได้สิ่งหนึ่ง ไดโอจีนีสครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงตอบไปว่า เขาต้องการที่จะให้อเล็กซานเดอร์ขยับออกไปให้พ้นทางเพื่อเขาจะได้อาบแดดต่อไป (555) ในภายหลังเขาถูกโจรสลัดจับตัวไปแล้วขายเป็นทาส และเสียชีวิตที่เมืองโครินธ์

ไดโอจีนีสเห็นว่าปรัชญาควรจะถูกแสดงออกในรูปแบบของวิถีชีวิตมากกว่าเป็นเพียงการนำเสนอทฤษฎี ในเรื่องราวของเขาจึงมีคำกล่าวที่เยาะเย้ยถากถางเพลโต (Plato) อยู่สม่ำเสมอ บันทึกที่เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับชีวิตและคำสอนของเขาปรากฏอยู่ในหนังสือชื่อ Lives and Opinions of Eminent Philosophers จริงๆ แล้วเรื่องราววีรกรรมแสบๆ ของไดโอจีนีสไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องที่เกี่ยวกับอเล็กซานเดอร์มหาราชแค่เรื่องเดียวเท่านั้น เขายังคงมีเรื่องราวแสบๆ ที่น่าสนใจและชวนให้เราคิดค้นฉงนสนใจเล่นเกี่ยวกับตัวเขาได้อีกเยอะ ว่าทำไมนักปรัชญาคนนี้จึงเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบนี้ จนถึงกับมีคนกล่าวว่าเขาเป็น นักปรัชญาผู้ใช้ชีวิตเยี่ยงสุนัข (Diogenes the Dog) ในวันนี้ผมได้รวบรวมเรื่องราวสนุกๆ และคำสอนของไดโอจีนีสนักปรัชญาผู้แปลกประหลาดคนนี้มีเล่าสู่กันฟังซักหน่อยนะครับ เผื่อว่ามีใครสนใจในตัวไดโอจีนีสแล้วอยากจะเลียนแบบเขาบ้างก็คงจะไม่สงวนลิขสิทธิ์ครับ



ไดโอจีนีสกับแอนติธีนีส
ไดโอจีนีสเป็นศิษย์ของ แอนติธีนีส (Antisthenes) ซึ่งเป็นศิษย์ของโสกราตีสเช่นเดียวกับเพลโต เขาไปหาแอนติธีนีสที่สำนักเพื่อขอให้รับเป็นศิษย์ ในครั้งแรกเขาถูกพรรคพวกของแอนติธีนีสกันไว้ไม่ให้เข้าพบ แต่เขาปฏิเสธที่จะจากไปและได้พูดกับแอนติธีนีสว่า “ไล่ข้าสิ แอนติธีนีส! แต่ท่านจะไม่มีวันพบไม้ที่แข็งพอเพื่อไล่ข้าไปจากสิ่งที่มีค่าควรแก่การได้รับฟังของท่านได้” แอนติธีนีสเห็นความตั้งใจจริงของไดโอจีนีสจึงตัดสินรับเขาเป็นศิษย์ ภายหลังเขาได้เรียนรู้คำสอนของอาจารย์อย่างทะลุปรุโปร่ง และนำปรัชญาของสำนักซีนิกไปเผยแพร่จนเป็นที่รู้จักดีผ่านชีวิตและการกระทำของเขา และถือว่าเป็นผู้ก่อตั้งสำนักปรัชญารูปแบบนี้ ที่ภายหลังมีอิทธิพลต่อสำนักปรัชญาในกลุ่มที่ชื่อว่าพวกสโตอิก (Stoicism)

ไดโอจีนีสที่ตลาด
ไดโอจีนีสใช้ชีวิตอยู่ในย่านชุมชนในตลาด บางคนโยนกระดูกให้กับเขาเพราะต้องการจะล้อเลียนพฤติกรรมเยี่ยงสุนัขของเขา ไดโอจีนีสกลับไม่โกรธคนเหล่านั้น เพียงแต่เลือกทำท่าเหมือนสุนัขแล้วปัสสาวะใส่คนที่โยนกระดูกให้เขา บางครั้งเขาก็เลือกที่จะแสดงการสำเร็จความใคร่ต่อหน้าฝูงชน ในบางวัน กลางวันแสกๆ ไดโอจีนีสก็เดินถือโคมไฟเดินไปเดินมาในตลาด จึงมีคนถามเขาว่าเหตุใดท่านจึงมาเดินถือตะเกียงกลางวันแสกๆ เช่นนี้ ไดโอจีนีสจึงกล่าวว่า “เรากำลังมองหามนุษย์ที่แท้จริงอยู่” ตามความเห็นของไดโอจีนีสเขาเห็นว่า มนุษย์ในสังคมต่างตกอยู่ภายใต้ความจอมปลอม และห่างไกลจากธรรมชาติที่แท้จริงของตัวเอง

ไดโอจีนีสกับเศรษฐี
ครั้งหนึ่งไดโอจีนีสได้รับเชิญจากเศรษฐีรายหนึ่งในให้ไปเยี่ยมบ้าน เศรษฐีรายนั้นพาเขาเดินเยี่ยมชมความสวยงามของบ้าน และเครื่องประดับตกแต่งบ้านราคาแพง เศรษฐีได้กล่าวกับไดโอจีนีสในทำนองว่า วัตถุสิ่งของต่างๆ เหล่านี้มันไม่ดีตรงไหนท่านถึงได้ปฏิเสธมันนักหนา ไดโอจีนีสจึงถ่มน้ำลายใส่หน้าของเศรษฐีรายนั้น แล้วหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าหยาบๆ ของตนขึ้นมาเช็ดให้ พร้อมกับขอโทษและให้เหตุผลว่า เขาบังเอิญรู้สึกอยากถ่มน้ำลายสักหน่อย แต่ในห้องนี้มันสะอาดเกินไปจนเขาไม่อยากทำให้มันสกปรก ที่แห่งเดียวที่สกปรกที่เขาพอจะหาได้ก็คือใบหน้าของท่านเท่านั้น ???

ไดโอจีนีสกับเพลโต
ครั้งหนึ่งเพลโตนักปราชญาผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค กล่าวดูถูกไดโอจีนีสที่กำลังล้างผักกาดหอมเพื่อนำไปเป็นอาหารว่า “ถ้าท่านนับถือเทพไดโอนิซุส (Dionysus เทพเจ้าแห่งเก็บเกี่ยว) ท่านคงไม่ต้องมาล้างผักกาดหอมอยู่เช่นนี้” (ไดโอจีนีสไม่ทำมาหากิน) ไดโอจีนีสตอบกลับไปว่า “ถ้าท่านล้างผักกาดหอม ท่านก็ไม่ต้องไปบูชาเทพไดโอนิซุสหรอก” (เป็นการแสดงว่าเขาไม่ยึดติดกับอาหารว่าเป็นเรื่องสลักสำคัญอะไร) เพลโตเคยนิยามว่ามนุษย์เหมือนกับสัตว์ แต่เป็น "สัตว์สองเท้าที่ไร้ขน" (biped and featherless – เขาต้องการแยกแยะความแตกต่างของมนุษย์จากสัตว์โดยทั่วไป) ไดโอจีนีสได้นำไก่ถอนขนไปที่ห้องเรียนของเพลโตแล้วกล่าวแก่เพลโตว่า “นี่ไงมนุษย์ของท่าน”

อ่านคำสอนของไดโอจีนีสต่อครั้งหน้าครับ

(1) เฮเลนนิสม์ (Helenism) คือ ยุคหลังจากที่อเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander The Great ) ได้ทำสงครามขยายอาณาจักรของตนเองโดยมีชัยชนะเหนือกรุงเอเธนส์และขยายอาณาจักรของตนไปทางตะวันออกพร้อมๆ กับการนำวัฒนธรรมและปรัชญากรีกไปเผยแพร่ยังดินแดนต่างๆ ยุคนี้มีช่วงเวลายาวนานถึงประมาณ 300 ปี ซึ่งเป็นยุคที่มีวัฒนธรรมกรีกเป็นศูนย์กลาง ก่อนที่จะเสื่อมลงโดยมีอาณาจักรโรมันขึ้นมามีอำนาจแทนที่ ทางด้านปรัชญาในยุคนี้ ไม่มีนักปรัชญาที่มีผลงานโดดเด่นมากนัก เป็นแต่เพียงการนำแนวคิดที่มีอยู่ของโสกราตีส เพลโต อริสโตเติ้ล แนวคิดของนักปรัชญาธรรมชาติ มาประยุกต์ปรับปรุงผสมผสานให้เข้ากับแนวคิด วัฒนธรรม ศาสนาประจำชาติ และความเชื่อของตน

โปรดดู
http://millionsofmouths.com/diogenes.html
http://en.wikipedia.org/wiki/Diogenes_of_Sinope

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ของฝากจากปรัชญา: ภาพสำนักปรัชญาเอเธนส์
ปรัชญา: ทำไมโสกราตีสจึงไม่หนีคดี
ปรัชญา: ประชาธิปไตยในกำมือพวกโซฟิสต์


Create Date : 09 กรกฎาคม 2554
Last Update : 31 ธันวาคม 2554 16:17:42 น. 6 comments
Counter : 5580 Pageviews.

 


โดย: auyza วันที่: 9 กรกฎาคม 2554 เวลา:15:49:44 น.  

 
สวัวดีครับคุณdreamingbutterfly

รูปภาพสัญลักษณ์ของคุณดึงให้ผมเข้ามาแวะเยี่ยมชมบล็อกครับ เพราะเคยเห็นรูปนี้มาจากคลิปวิดีโออันนึง ... เอามาฝากด้วยเลย

http://www.youtube.com/watch?v=SoeVPuyHAqA&feature=fvsr

มีเพื่อนเยอะเลยนะครับ

แล้วนาฬิกาที่ติดไว้เนี่ย มันเท่ห์สุดๆ จริงเลย

...จะแวะมาเยี่ยมอีกนะครับ




โดย: OII-BALECI IP: 119.46.151.21 วันที่: 11 กรกฎาคม 2554 เวลา:9:51:58 น.  

 
ขอบคุณนะที่ทำให้เราได้อ่านเรื่องนี้
พอดีเรียนเรื่องสิทธิ แล้วอาจารย์ให้รองหาเรื่องของไดโอจีนีสอ่านพอดี แล้วก็เจอด้วย ขอบคุณนะ
(เรามีสิทธิที่จะทำอะไรก็ได้ตามหลังสิทธิที่มีมาตามธรรมชาติ แต่เมื่ออยู่ในสังคมก็จำเป็นต้องยอมเสียสิทธิบางอย่างเพื่อแล้กกับการได้อยู่ในสังคม นับถือไดโอจีนีสเลย ที่อู่ในสังคมมาได้ด้วยวิธีแบบนี้ สมัยนี้คงไม่มีใครทำได้สุดโต่งแบบนี้หรอกมั้ง 555+)


โดย: คนที่กำลังหาความจริง IP: 202.28.78.137 วันที่: 20 กรกฎาคม 2554 เวลา:12:07:44 น.  

 
ช่วยได้เยอะเลย


โดย: patty IP: 171.99.223.128 วันที่: 19 มกราคม 2556 เวลา:15:13:12 น.  

 
ขอบคุณมากครับ สนใจเหมือนกันเลย จะติดตามอ่านต่อไปครับ


โดย: Jakgrit IP: 223.205.117.54 วันที่: 14 กันยายน 2557 เวลา:8:14:24 น.  

 
ขอบคุณมากค่าา


โดย: กวี IP: 61.90.110.148 วันที่: 24 ธันวาคม 2557 เวลา:21:08:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

dreamingbutterfly
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




"Zhuang Zhou dream that he was a butterfly. Suddenly he awoke, and was himself again. He did not know whether he dreaming that he was a butterfly, or a butterfly dreaming that it was him."

บันทึกบอกเล่าความคิด ความรู้สึก และมุมมอง ต่อเรื่องราวต่างๆ ในทัศนะของผมครับ

!!!Update Every Week!!!


Woratep Wongsuppakan | Create Your Badge

: Users Online

free counters

Google

New Comments
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
9 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add dreamingbutterfly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.