ถ้าเป็นไปได้กรุณาเขียนข้อความเล็กน้อยทิ้งไว้ จะทำให้เจ้าของบล๊อกดีใจมากๆ เลยครับ
ภาพยนตร์: Rouroni Kenshin – เรื่องของเคนชินกับดาบสลับคม



ภาพยนตร์เรื่อง Rouroni Kenshin (แปลว่าเคนชินคนพเนจร) เป็นภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นจากมังงะและอนิเมะที่ดีมากที่สุดในรอบหลายๆ ปีมานี้ครับ ก่อนหน้านี้ในหลายๆ เรื่อง อาทิ Death note และ Twentieth century boy หรือแม้แต่ Guntz เอง ต่างก็ถูกติติงจากเหล่าแฟนบอยทั้งสิ้น ซึ่งตรงกันข้ามกับ Rouroni Kenshin ที่เป็นที่ยอมรับกันอย่างท่วมท้น ทั้งจากคนที่ติดตามมังงะและอนิเมะมาก่อน กระแสดีจนกระทั่งมีแผนงานที่จะสร้างต่อเนื่องไปอีก 2 ภาค รวมเป็นไตรภาคด้วย

ในภาคมังงะมีชื่อภาษาไทยว่า “ซามูไรพเนจร” เขียนโดย โนบุฮิโระ วาสึกิ (Nobuhiro Watsuki) แบ่งได้เป็น 2 ภาค คือภาคทัณฑ์สวรรค์ที่เล่าเรื่องราวควันหลงจากสงครามการปฏิวัติของเหล่าตัวละครสำคัญในยุคปฏิวัติเมจิ และภาคทัณฑ์มนุษย์ที่ว่าด้วยเรื่องการสะสางตราบาปของเคนชินที่เขาได้สร้างไว้ ความยาวทั้งหมด 28 เล่มจบ จำนวน 95 ตอน ปัจจุบันมีฉบับรีบูทออกมาเล่าเรื่องของเคนชินใหม่ในอีกรูปแบบหนึ่งให้มีความกระชับขึ้นคล้ายกับภาคภาพยนตร์ ส่วนฉบับอนิเมชั่นก็มีการผลิตออกมาฉายในหลายประเทศในชือ Samurai X



เรื่องราวของ Rouroni Kenshin เป็นเรื่องของอดีตมือสังหารหน้าเด็กที่ชื่อว่า บัตโตไซ (Battosai) ผู้เข้าร่วมกับขบวนการปฎิรูปสังคมในสมัยเมจิ โดยเข้าร่วมในฝ่ายที่พยายามจะล้มล้างระบบโชกุน สนับสนุนจักรพรรดิ และมีอุดมการณ์ในการสร้างสังคมแห่งความเสมอภาคและความเท่าเทียมกัน ภายหลังเมื่อภารกิจสำเร็จเขากลับเลือกที่จะถอนตัวออกจากวงการและใช้ชื่อว่า ฮิมูระ เคนชิน (Himura Kenshin) เป็นคนพเนจรที่ไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับแวดวงการเมืองอีก

ในยุคของการปฏิวัติเคนชินได้สังเวยชีวิตผู้คนไปมากด้วยฝีมือดาบอันรุนแรงและร้ายกาจของเขา ทุกครั้งที่เขาออกสังหารผู้คนที่มีอุดมการณ์แตกต่างเขามักจะพูดกับเหยื่อทุกรายว่าขอชีวิตเพื่อสร้างยุคสมัยใหม่ ซึ่งเขาเข้าร่วมกับขบวนการปฎิวัติด้วยเหตุผลทางอุดมการณ์เช่นนี้อย่างแท้จริง แต่ภายหลังเขาได้พบว่าถึงแม้การปฎิวัติในครั้งนั้นจะสำเร็จ แต่ประชาชนคนธรรมดาก็ไม่ได้มีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างใด มีแต่เหล่าผู้มีอำนาจที่จัดสรรผลประโยชน์กัน แลสร้างความทุกข์ทรมานให้กับชาวบ้านตาดำๆ ต่อไป เขาจึงตั้งปณิธานใหม่ว่า เขาจะไม่ใช้ดาบผู้ทำลายชีวิตผู้คนอีกต่อไป หากแต่จะใช้มันเพื่อเยียวยาความทุกข์ยากของผู้คนแทน โดยเลือกที่จะถือดาบสลับคม ซึ่งเป็นดาบที่หันด้านของคมดาบเข้าหาตัวผู้ถือ และหันด้านสันดาปเข้าหาศัตรูแทน



ในภาพยนตร์ได้เล่าเรื่องในช่วงต้นๆ ที่ภายหลังจากปลดระวางแล้ว เคนชินเป็นซามูไรพเนจรและเพิ่งจะได้พบกับคาโอรุ (Kaoru Kamiya นางเอกของเรื่อง) เขาต้องกลับมาเผชิญกับบาดแผลความเจ็บปวดของตัวเองอีกครั้ง จากเดิมที่ต้องการจะใช้ชีวิตพเนจรไปเรื่อยๆ เขาได้พบกับ ไซโต ฮาจิเมะ (Saito Hajime) อดีตมือสังหารกลุ่มชินเซ็นกูมิ (Shinsengumi) หรือฝ่ายสนับสนุนโชกุนอีกครั้ง ที่คราวนี้เปลี่ยนบทบาทมาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล และ อูโด จินไน (Udō Jin-e) อดีตสมาชิกกลุ่มชินเซ็นกูมิ ที่ยังคงเสพติดการฆ่าและตามล่าล้างแค้นบัตโตไซมาจากยุคปฎิวัติ และ ทาเคดะ คันริว (Takeda Kanryū) พ่อค้ากลุ่มชนชั้นทางสังคมใหม่ที่พยายามหากินจากความเดือดร้อนของผู้คนภายหลังจากการปฎิรูป

Rouroni Kenshin นอกจากจะเป็นภาพยนตร์บู๊แอ็คชั่นฟันดาบซามูไรที่สนุกมากเรื่องนึงแล้ว ยังเป็นเรื่องราวที่พูดถึงอุดมการณ์ทางการเมืองอย่างเข้มข้น ท่ามกลางยุคสมัยที่มีขัดแย้งกันทางอุดมการณ์ทางการเมืองสูงๆ นั้น เคนชินได้ทุ่มเทกายใจทั้งหมดให้ไปกับฝ่ายที่เข้ามีความเชื่อมั่นว่าเป็นฝ่ายที่มีอุดมการณ์ที่ถูกต้อง แต่เขาก็ได้เรียนรู้ว่าโดยแท้จริงแล้วการเมืองเป็นแต่เพียงเรื่องราวของการแก่งแย่งอำนาจและผลประโยชน์ และอุดมการณ์ที่แท้จริงนั้นอาจถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการปลุกระดมเพื่อใช้แย่งชิงอำนาจเท่านั้น ในท้ายที่สุดก็ไม่มีอะไรที่เป็นจริงไปกว่าการเลือกที่จะดูแลบุคคลที่อยู่รอบๆ ตัวให้อยู่ดีมีสุขเท่านั้น



เรื่องราวของเคนชินทำให้นึกถึงเรื่องราวของนักปฏิวัติในยุคสมัยพรรคคอมมิวนิสต์ของประเทศไทยอยู่บ้างเหมือนกันนะครับ หลายคนที่ทุ่มเทชีวิตจิตใจให้กับการเปลี่ยนแปลงสังคมให้เป็นสังคมที่ดีขึ้นตามอุดมคติแบบคนหนุ่มสาว ภายหลังเมื่อจบสิ้นฝุ่นควันของการปฎิวัติ ต้องอกหักเดินออกจากป่า ต่างคนก็เลือกวิถีทางในการดำเนินชีวิตต่อไปแตกต่างกัน ซึ่งบางคนก็อาจจะเลือกใช้ชีวิตมัวเมาอยู่ในวังวนของอำนาจ บางคนก็เลือกที่จะแสวงประโยชน์ที่เป็นผลพวงของการเปลี่ยนแปลงอย่างละโมบ บางคนก็เลือกจะใช้ชีวิตอยู่กับความเคียดแค้นชิงชัง หรือบางคนก็มีบาดแผลเต็มตัวจนยากที่จะเยียวยาไปตลอดชีวิต

เรื่องราวของนักฆ่าบัตโตไซนั้นผู้เขียนมีเค้าโครงเรื่องมาจากบุคคลจริงๆ ทางประวัติศาสตร์ที่เป็นนักฆ่าฝีมือดีของฝ่ายปฎิรูป คือ“คาวาคามิ เกนไซ” (Kawakami Gensai) ซึ่งเป็นนักฆ่าที่ขึ้นชื่อเรื่องฝีมือดาบ รวมถึงใบหน้าที่หล่อเหลา และดูเด็กกว่าอายุจริง ภายหลังจากการปฏิวัติ เขาก็ถอนตัวออกจากแวดวงทางการเมืองเช่นเดียวกับเคนชิน แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบ เนื่องจากถูกฝ่ายเดียวกันพยายามปิดปากโดยการทำให้กลายเป็นแพะรับบาปไปในช่วงสงครามการปฏิรูป เรื่องราวของฮิมูระ เคนชิน จึงเป็นบทเรียนที่ดีของการเลือกวิถีทางเดินของเหล่าผู้คนที่คาดหวังสังคมที่ดีกว่า ว่าในท้ายที่สุดแล้วเราในฐานะของคนตัวเล็กๆ คนหนึ่งในสังคม เราอาจจะทำอะไรเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ไม่มากนัก การเลือกยืนอยู่บนจุดยืนที่ต้องการเยียวยาความทุกข์ยากของผู้คนต่างหากที่เป็นเรื่องจริง และไม่มีนักปฎิวัติคนใดในประวัติศาสตร์จะได้รับการยกย่องจดจำหากมีจุดยืนคลาดเคลื่อนไปจากจุดนี้


Create Date : 04 มิถุนายน 2556
Last Update : 4 มิถุนายน 2556 2:26:17 น. 2 comments
Counter : 4783 Pageviews.

 
313131
111


โดย: 1111 IP: 182.52.61.210 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2557 เวลา:13:10:59 น.  

 
313131
111


โดย: 1111 IP: 182.52.61.210 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2557 เวลา:13:10:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

dreamingbutterfly
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




"Zhuang Zhou dream that he was a butterfly. Suddenly he awoke, and was himself again. He did not know whether he dreaming that he was a butterfly, or a butterfly dreaming that it was him."

บันทึกบอกเล่าความคิด ความรู้สึก และมุมมอง ต่อเรื่องราวต่างๆ ในทัศนะของผมครับ

!!!Update Every Week!!!


Woratep Wongsuppakan | Create Your Badge

: Users Online

free counters

Google

New Comments
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2556
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
4 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add dreamingbutterfly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.