ถ้าเป็นไปได้กรุณาเขียนข้อความเล็กน้อยทิ้งไว้ จะทำให้เจ้าของบล๊อกดีใจมากๆ เลยครับ
ภาพยนตร์: My Top 20 Movies of 2013 (1-10)



ต่อจากสัปดาห์ก่อน นับถอยหลัง Top 10 เลยนะครับ

10. The Place Beyond the Pines (2012)
กำกับโดย Derek Cianfrance

หนังว่าด้วยวิถีทางของชีวิตที่ตัวละครที่ต่างดิ้นรนที่จะไปให้ถึงฝั่งฝันในชีวิตของตัวเอง ตั้งแต่ไอ้หนุ่มนักขับรถมอเตอร์ไซค์ไต่ถังที่หันมาเอาดีทางปล้นธนาคาร หรือนายตำรวจที่มีความคาดหวังถึงถึงสังคมที่เป็นธรรมและดีกว่าสิ่งที่เป็น รวมถึงคนในรุ่นลูกที่พยายามจะเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในชีวิต หนังเอาตัวละครที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันหลายๆ ตัว มารวมกันให้อยู่ในเส้นเรื่องเดียวกันได้อย่างน่าสนใจ ในขณะเดียวกันก็พูดถึงวิถีทางในชีวิตที่มีร่วมกันของทุกคนได้อย่างลึกซึ้ง



9. Warm body (2013)
กำกับโดย Jonathan Levine

Warm body เป็นหนังซอมบี้ขวัญใจของผมปีที่แล้ว หนังเรื่องนี้ไม่ได้สนุกในแบบที่หนังซอมบี้ส่วนใหญ่ควรจะเป็น แต่หนังกลับเล่าเรื่องราวความรักในรูปแบบประหลาดๆ ระหว่างคนกับซอมบี้ จนกลายเป็นเรื่องราวความรักโรแมนติกไปได้ หนังมีอารมณ์ขันแบบแปลกๆ ที่บางมุขผมก็รู้สึกว่าทั้งโรงตัวเองกำลังหัวเราะอยู่คนเดียว นอกจากนั้นเพลงประกอบก็ยังจี๊ดจ๊าดโดนใจวัยรุ่นยุค 80 แบบผมชนิดบางเพลงพอขึ้นมาก็ทำเอาใจสั่นได้เลยครับ



8. Zero Dark Thirty (2012)
กำกับโดย Kathryn Bigelow

หนังว่าด้วยยุทธการในการตามล่าผู้ก่อการร้ายระดับโลกอย่าง โอซามา บินลาเดน นั่งเล่าเรื่องแบบค่อยเป็นค่อยไปตามสไตล์หนังของ Kathryn Bigelow แต่ดูสมจริงสมจังและสามารถสร้างอารมณ์เย็นๆ เยือกๆ ให้กับการเคลื่อนไหวและอารมณ์ภายในของตัวละครอยู่บ่อยครั้ง คล้ายๆ กับของตัวเธอเองเรื่อง Heart Locker ที่ได้ออสการ์เมื่อปีก่อนๆ ชนิดที่ยิ่งดูอารมณ์ก็ยิ่งลึกอินไปกับสถานการณ์และตัวละครมากขึ้นเรื่อยๆ แบบนั้นล่ะครับ



7. Star Trek: Into Darkness (2013)
กำกับโดย J.J. Abrams

การกลับมาอีกครั้งของสตาร์เทร็คเวอร์ชั่นเด็กแนว ในภาคนี้เราจะได้เห็นความน่ารักในแบบของสป๊อค อายาร่า และกัปตันเคิร์ก รวมถึงบทเล็กบทน้อยของลูกเรือทุกๆ คน โดยแท้จริงแล้วทุกคนที่รักสตาร์เทร็คนั้นมักจะมาจากบุคลิกและมิตรภาพของตัวละครในเรื่องมากกว่าครับ และภาคนี้ก็ยังเอาใจแฟนสตาร์เทร็ครุ่นเก่าด้วยที่นำเอาตัวร้ายตัวเด่นในเรื่องกลับมาเล่าใหม่อีกครั้ง คือตัวละครที่ชื่อว่า Khan ภาคต่อไปทุกคนก็จะเริ่มต้นออกเดินทางสำรวจอวกาศกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวแล้วครับ



6. Ruroni Khenshin (2012)
กำกับโดย Keishi Ohtomo

นานๆ หนังญี่ปุ่นที่สร้างจากการ์ตูนและมังงะจะสนุก และน่าดูแบบนี้ซักทีครับ หัวใจสำคัญที่ทำให้ซามูไรพเนจรเวอร์ชั่นหนังดูสนุก ถึงแม้จะเคยอ่านการ์ตูนมาแล้วก็ตาม ก็คือการไม่ยึดติดกับเนื้อหาและรูปแบบตามต้นฉบับจนเกินไป อย่างในเรื่องนี้ได้มีการดัดแปลงเรื่องใหม่ให้มีความกระชับ และมีท่าทีในการแสดงออกของตัวละครที่ลดความเป็นการ์ตูนลงไป หนังมีฉากแอ็คชั่นที่ทำให้ภาพในมังงะมีความชัดเจนขึ้น กำลังจะมีภาคต่อที่เกี่ยวกับชิชิโอในปีนี้ รวมถึงมีข่าวว่าจะทำเป็นไตรภาคด้วยครับ



5. Les Misérables (2012)
กำกับโดย Tom Hooper

เป็นการนำละครเพลงเรื่องเดียวกันให้มาอยู่ในรูปแบบของหนัง ที่มีทั้งฉากและองค์ประกอบของภาพยนตร์เป็นพื้นหลัง หนังเรื่องนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของนักแสดงหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็น ฮิวส์ แจ๊คแมน แอน แฮทธาเวย์ หรือ รัสเซล โคร์ว รวมถึงทำให้ได้เห็นถึงศักยภาพของนวนิยายเรื่อง Les Misarable หรือ เหยื่ออธรรม ของ วิกเตอร์ อูโก้ ซึ่งเป็นนวนิยายที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของความเป็นมนุษย์ และความสูงส่งของจิตวิญญาณที่เป็นคุณค่าและความหมายของศาสนาตามทัศนะของอูโก้



4. Django Unchained (2012)
กำกับโดย Quentin Tarantino

หนังคาวบอยมันส์ๆ ของเควนติน ทารันติโน่ ที่ว่าด้วยเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทาสผิวสี หนังเขายังคงความโหดและฮาเหมือนเดิม การแสดงของ ลีโอนาโด ดีคาร์ปริโอที่มารับบทเป็นตัวร้ายก็ทำได้ดีมาก หรือนักแสดงเจ้าเก่าในหนังของเควนตินอย่าง ซามูเอล แจ๊คสันก็ถึงกับขโมยซีนหนังในช่วงท้ายๆ ไปเลย เป็นหนังที่ดูสนุกมากที่สุดอีกเรื่องนึงในรอบปี โดยเฉพาะฉากยิงปืนต่อสู้กันในเรื่องที่ยิงกันเลือดสาดกระจายทั้งเรื่องให้ความรู้สึกถึงฉากต่อสู้ที่เมามันส์ไม่แพ้ Kill Bill



3. Gravity (2013)
กำกับโดย Alfonso Cuarón

หนัง Horror Sci-Fi เรื่องเยี่ยมแห่งปี ว่าด้วนการดิ้นรนเอาชีวิตรอดของนักบินอวกาศ นอกจากเทคนิคการถ่ายภาพ และเทคโนโลยีด้าน CG แล้ว หนังเรื่องนี้ยังได้ผนวกเอาประเด็นทางด้านดราม่าและความระทึกขวัญมารวมกันไว้ได้อย่างลงตัว จะดูแบบตีความเอาคุณค่าความหมายอะไรต่างๆ ก็ได้ หรือจะดูในแบบของความบันเทิงเพียงอย่างเดียวก็ได้ ยิ่งได้ดูในระบบของ 3 มิติ ด้วยแล้ว ความอลังการทางด้านภาพก็ช่วยสร้างให้เกิดความตื่นเต้นเร้าในได้เป็นอย่างมาก



2. Before Midnight (2013)
กำกับโดย Richard Linklater

หลายคนคงไม่เคยคิดว่าหนังรักโรแมนติกอย่าง Before Sunrise จะกลายเป็นหนังไตรภาคไปได้ในที่สุด เพราะนี่เป็นภาคที่ 3 ในชุดนี้แล้ว เรื่องราวเล่าต่อจาก 2 ภาคแรก ที่ตอนนี้ทั้ง Jeese และ ได้อยู่ด้วยกันเสียที ทั้งคู่มีลูกสาวฝาแฝด 2 คน เรื่องราวความรักและบทสนทนายาวๆ ในเรื่อง ก็เปลี่ยนแปลงไปในอีกแง่มุม เป็นเรื่องชีวิตคู่ในมุมมองของคนวัย 40 กว่าๆ ซึ่งเป็นความรักในอีกแง่มุมหนึ่ง หนังดีและไม่ทำลายความทรงจำดีๆ ของหนังชุดนี้ในภาคก่อนๆ เลยครับ



1. About time (2013)
กำกับโดย Richard Curtis

ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ให้ความรู้สึกดีๆ หรือเป็นหนัง feel good ที่สุดในรอบปีนี้เลย หนังเล่าเรื่องที่จริงจังมากกว่าที่คิดว่าจะเป็นหนังรักดีๆ แบบที่ผู้กำกับคนนี้ชอบทำ แต่ว่าด้วยเรื่องการใช้เวลาและความสัมพันธ์กับผู้คน จากการที่ตัวเอกในเรื่องมีความสามารถในการย้อนเวลาไปในอดีตของตัวเองได้และสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ ทำให้เราได้ข้อคิดและเรียนรู้ร่วมกันไปกับตัวละคร ถึงการจัดการความสัมพันธ์ในแง่มุมต่างๆ รวมถึงคุณค่าและความหมายของการดำเนินชีวิตไปในแต่ละวันด้วย



สรุป Top 20 สำหรับปีนี้ ดังนี้ครับ
1. About time (2013)
2. Before Midnight (2013)
3. Gravity (2013)
4. Django Unchained (2012)
5. Les Miserable (2012)
6. Ruroni Khenshin (2012)
7. Star Trek (2013)
8. Zero Dark Thirty (2012)
9. Warm body (2013)
10. Place beyound pie (2013)
11. Argo (2012)
12. Iron Man 3 (2013)
13. Mud (2013)
14. Man of Steel (2013)
15. Kick-Ass 2 (2013)
16. Pacific Rim (2013)
17. The Hunger Games: Catching Fire (2013)
18. [REC]³ Genesis (2012)
19. ประชาธิปไทย (2013)
20. Wolf Children (2012)


มี Runner up อีก 4-5 เรื่องครับ อาทิ Grand Master, เคาท์ดาวน์, ยอดมนุษย์เงินเดือน, 007: Skyfall , Thor: Dark World ปีนี้เป็นปีที่มีหนังดีๆ ให้ดูเยอะมากเลยครับ ถือว่าเป็นปีที่สนุกมากอีกปีนึงในการดูหนังครับ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง


Create Date : 13 พฤษภาคม 2557
Last Update : 13 พฤษภาคม 2557 21:45:07 น. 0 comments
Counter : 10594 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

dreamingbutterfly
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




"Zhuang Zhou dream that he was a butterfly. Suddenly he awoke, and was himself again. He did not know whether he dreaming that he was a butterfly, or a butterfly dreaming that it was him."

บันทึกบอกเล่าความคิด ความรู้สึก และมุมมอง ต่อเรื่องราวต่างๆ ในทัศนะของผมครับ

!!!Update Every Week!!!


Woratep Wongsuppakan | Create Your Badge

: Users Online

free counters

Google

New Comments
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2557
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
13 พฤษภาคม 2557
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add dreamingbutterfly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.