ถ้าเป็นไปได้กรุณาเขียนข้อความเล็กน้อยทิ้งไว้ จะทำให้เจ้าของบล๊อกดีใจมากๆ เลยครับ
แนะนำหนังสือ: หนังสืออ่านนอกเวลา Summer นี้

ซัมเมอร์นี้ผมรับผิดชอบงานสอนอยู่ 2 รายวิชาครับ คะแนนเก็บส่วนหนึ่งเป็นการทดสอบจากการอ่านหนังสือนอกเวลา โดยให้พวกเขาเลือก 1 เล่ม จากรายชื่อหนังสือที่ผมเลือกมาให้ทั้งหมด 3 เล่ม ซึ่งถ้าใครเลือกเล่มไหนก็จะทำการทดสอบเล่มนั้นครับ

หนังสือเล่มที่เลือกมาให้นักศึกษาของผมอ่านก็ไม่ได้ตรงกับเนื้อหาในรายวิชาเป๊ะๆ หรอกนะครับ ผมเพียงแต่คิดว่า จะเลือกหนังสือที่จะช่วยสร้างทัศนคติในการดำเนินชีวิตดีๆ หรือเป็นการใส่คาแรกเตอร์ดีๆ ลงไปในคนหนุ่มสาวรุ่นนี้ครับ สังเกตุได้ว่าทั้ง 3 เรื่องจะมีตัวเอกเป็นคนที่อยู่ในอายุรุ่นราวเดียวกันกับพวกเขาทั้งสิ้น และก็เป็นเรื่องที่มีพื้นหลังเป็นบริบทของสังคมไทยจริงๆ ซึ่งหนังสือทั้ง 3 เล่มนี้ก็ล้วนแล้วแต่มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงชีวิตผมเองด้วยครับ

วันนี้ก็ผมเอามาแนะนำให้เพื่อนๆ ที่อยู่ในบล๊อกอ่านกันครับ ว่าแต่ละเล่มมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ช่วงนี้ก็อยู่ในช่วงงานสัปดาห์หนังสือด้วย ก็ถือโอกาสแนะนำหนังสือไปในตัวด้วยครับ

ฉันจึงมาหาความหมาย โดย วิทยากร เชียงกูล


"ปกเก่า"


เป็นหนังสือรวมผลงานของ อ.วิทยากร เชียงกูล ครับ ภายในเล่มประกอบด้วยบทกวี เรียงความ และเรื่องสั้น หลายชิ้น ซึ่งผมเห็นว่า เป็นงานที่สะท้อนความคิดความรู้สึกของนักศึกษาในช่วงเวลาที่สังคมไทยต้องการการเปลี่ยนแปลงได้อย่างดีครับ

ภายในเล่มมีบทกวีบทหนึ่งที่คิดว่าเป็นที่จดจำกันได้ดี นั่นคือ บทกวีที่ชื่อว่า "เพลงเถื่อนแห่งสถาบัน" ที่มีเนื้อหาในท่อนหนึ่งว่า

ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง
ฉันจึง มาหา ความหมาย
ฉันหวังเก็บอะไรไปมากมาย
แต่สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว


บทกวีสั้นๆ ท่อนนี้ มันได้กลายไปเป็นแรงบันดาลใจผลักดันให้นักศึกษาจำนวนมากในยุคต่อมา ค้นหาคุณค่าความหมายที่แท้จริงของการศึกษา มากกว่าการเป็นเพียงบันไดก้าวหนึ่ง ที่เราจะใช้มันแค่เป็นเพียงทางผ่านไปสู่การประกอบอาชีพ แสวงหาความมั่งคั่ง ชื่อเสียง หรือประโยชน์เฉพาะตนเท่านั้น

***เป็นหนังสือดี 1 ใน 100 เล่มที่คนไทยควรอ่านด้วยครับ

มหาวิทยาลัยชีวิต - เสกสรรค์ ประเสริฐกุล



บันทึกกึ่งเรื่องสั้นอารมณ์แมนๆ ของ อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล จำนวน 7 เรื่อง ที่เรียงร้อยตามช่วงจังหวะชีวิตของอาจารย์เสกสรรค์ ตั้งแต่ครั้งเป็นลูกชาวประมงอยู่ที่บางปะกง จนกระทั่งเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย และได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการการต่อสู้ทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย คือ เหตุการณ์ในวันที่ 14 ตุลาคม 2516

เรื่องที่ผมมีความประทับใจที่สุดก็คือ “แลไปข้างหลัง: สำเนาชีวิตจากช่วงแสวงหา” เป็นบันทึกเหตุการณ์ที่อาจารย์ได้เข้ามาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ต้องเผชิญกับการกดขี่ข่มเหงและค่านิยมของนักศึกษาในสมัยนั้น อาจารย์ได้แสดงออกถึงการไม่ยอมจำนนให้กับระบบต่างๆ ภายในสังคมมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประเพณีการรับน้อง การเรียนในชั้นเรียน และการทำกิจกรรมที่เป็นปากเป็นเสียงให้กับผู้ด้อยโอกาสทางสังคมในยุคสมัยนั้น

เรื่องสั้นบางเรื่องก็เป็นการเล่าถึง เหตุการณ์ 14 ตุลา (ธรรมศาสตร์กับ 14 ตุลาคม : ความทรงจำของผู้รู้เห็น) ที่อาจารย์ได้เข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรงในการเป็นผู้นำการชุมนุม และนำพาผู้ชุมนุมเดินขบวนออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทย รวมถึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของอาจารย์เองด้วย

ผมเป็นแฟนหนังสือของ อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล มานานแล้วครับ ไปงานสัปดาห์หนังสือครั้งนี้ก็ ได้หนังสือของอาจารย์มาอ่านเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่งครับ

ปีศาจ โดย เสนีย์ เสาวพงษ์



เป็นนวนิยายแนวเพื่อชีวิตครับ ของ "เสนีย์ เสาวพงษ์" (คุณศักดิ์ชัย บำรุงพงศ์) เป็นเรื่องราวการต่อสู่ระหว่างความเชื่อในสังคมเก่า หรือสังคมของผู้รากมากดี กับสังคมใหม่หรือสังคมเสรีที่เชื่อในสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมกันของคนในสังคม คำว่า "ปีศาจ" ในความเข้าใจของผม มันถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของความจริงที่หลอกหลอนคนในสังคมเก่า และในขณะเดียวกันปีศาจตนนี้มันก็ไม่ได้สยบยอมให้กับความฉ้อฉลเอารัดเอาเปรียบที่มีอยู่ในสังคมใหม่เช่นกัน

ตัวแทนของปีศาจในเรื่องคือ "สาย สีมา" ลูกชาวนาที่ เข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ ประกอบอาชีพเป็นทนายความ แต่ยังทำใจไม่ได้ที่จะรับใช้กลุ่มทุนในการฟ้องร้องชาวบ้านที่มีความเดือดร้อน ในขณะเดียวกันสายก็ถูกเยาะเย้ยเหยียดหยามจากกลุ่มสังคมเก่า นางเอกในเรื่องคือ "รัชนี" ลูกสาวของท่านเจ้าคุณ รัชนีเลือกที่จะกบฎต่อกฏเกณฑ์ชีวิตในแบบเก่า และเลือกที่จะกำหนดชีวิตตามความต้องการของตัวเธอเอง

ในเรื่องยังมีตัวละครที่น่าสนใจอื่นๆ อีกครับ เช่น “กิ่งเทียน” ลูกแม่ค้าขายขนมซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของรัชนี ผมชอบที่กิ่งเทียน ไม่ต้องการที่จะเป็นคนสวย โดยการแต่งหน้า ทาปาก ทาเล็บ และใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเหมือนกับเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยคนอื่นๆ แต่เธอเลือกที่จะทำงานหนักเหมือนกับแม่ โดยเธอคิดว่า มือของเธอไม่ควรที่จะอ่อนนุ่ม หรือไว้เล็บยาว และทำสีเล็บสวยๆ เหมือนผู้หญิงโดยทั่วไป เพราะมันจะทำให้เธอช่วยแม่ทำขนมไม่ได้ ในบทที่กิ่งเทียนพูดถึงเรื่องนี้ว่าเธอมีความภูมิใจในมือของเธอ มันทำให้ผมรู้สึกหลงรักเธอขึ้นมาทันทีเลยครับ

***เป็นหนังสือดี 1 ใน 100 เล่มที่คนไทยควรอ่านเช่นกันครับ

ใครไปเที่ยวงานสัปดาห์หนังสือ ถ้าหากคิดจะหาหนังสือเก่ามาอ่าน ผมก็แนะนำ 3 เล่มนี้แล้วกันนะครับ ที่น่าสนใจคือ หนังสือเก่าจะลดราคาเยอะหน่อยครับ ผมไปสำรวจมาแล้ว 3 เล่มนี้ ลดต่ำกว่า 50% ทั้ง 3 เล่มเลยครับ 555


Create Date : 30 มีนาคม 2553
Last Update : 1 เมษายน 2553 8:19:03 น. 8 comments
Counter : 2023 Pageviews.

 
น่าอ่านจังค่ะ ว่าแต่บูทไหนคะ จะได้ไปเดินดู


โดย: yellobat วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:22:39:47 น.  

 
whenever you felt that your heart is going to breakdown
feel it with the love of God ask for his and then you will
find out what is the truth love in Your life as he does for me!

GOD always forgive your mistake
the one that you cant even forget,
he always does it and always being with us
to help and blesss us for us whose heart is full of him


โดย: da IP: 124.120.6.112 วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:22:58:43 น.  

 
ฉันจึงมาหาความหมาย และ มหาวิทยาลัยชีวิต อยู่ที่สำนักพิมพ์สามัญชนครับ

ส่วนเรื่องปีศาจนี่ อยู่ที่มติชนครับ


โดย: dreamingbutterfly วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:23:01:17 น.  

 
ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง
ฉันจึง มาหา ความหมาย
ฉันหวังเก็บอะไรไปมากมาย
แต่สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว

ชอบกลอนบทนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนแล้วค่ะ
สุดท้ายก็กระดาษใบเดียวจริงๆ อิ อิ


โดย: whanyeewha วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:23:16:29 น.  

 
ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง
ฉันจึง มาหา ความหมาย
ฉันหวังเก็บอะไรไปมากมาย
แต่สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว

เจอกลอนบทนี้เข้าไป
อยากรีบหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านทันทีเลยครับ


โดย: ไอซ์คุง (ปีศาจความฝัน ) วันที่: 31 มีนาคม 2553 เวลา:17:25:41 น.  

 
อยากลองอ่านปีศาจค่ะ

หนังสือของอ.เสกสรรค์ค้างอยู่ยังอ่านไม่จบอีกสองสามเล่มแน่ะ
แต่สังเกตได้เลยว่า งานช่วงก่อนกับงานช่วงหลังต่างกันมาก
สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของตัวอาจารย์ได้ชัดมากเลยค่ะ


โดย: gluhp วันที่: 3 เมษายน 2553 เวลา:8:30:55 น.  

 
ขอบคุณค่ะ ^^


โดย: Imaginewing วันที่: 5 เมษายน 2553 เวลา:21:26:25 น.  

 
อ้าวไหงขึนไอค่อนตัวนี้งะ ที่กดไปอีกรูปนี่น่า แงๆๆๆ

เอาใหม่ๆ


โดย: Imaginewing วันที่: 5 เมษายน 2553 เวลา:21:29:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

dreamingbutterfly
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




"Zhuang Zhou dream that he was a butterfly. Suddenly he awoke, and was himself again. He did not know whether he dreaming that he was a butterfly, or a butterfly dreaming that it was him."

บันทึกบอกเล่าความคิด ความรู้สึก และมุมมอง ต่อเรื่องราวต่างๆ ในทัศนะของผมครับ

!!!Update Every Week!!!


Woratep Wongsuppakan | Create Your Badge

: Users Online

free counters

Google

New Comments
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
30 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add dreamingbutterfly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.