ถ้าเป็นไปได้กรุณาเขียนข้อความเล็กน้อยทิ้งไว้ จะทำให้เจ้าของบล๊อกดีใจมากๆ เลยครับ
ภาพยนตร์: My Top 20 Movies of 2011 (11-20)


Top 11-20 Movies of 2011


สัปดาห์นี้ถึงคราวที่ต้องสรุปหนังที่ชอบและได้ดูในรอบปีที่ผ่านมานะครับ แต่ในปีนี้จะขอเพิ่มจำนวนซักหน่อยจาก 10 เป็น 20 อันดับครับ รวมถึงปรับเปลี่ยนกติกาจากเดิมที่ยึดเอาปีที่หนังฉายในโรงในประเทศเจ้าของหนังเป็นสำคัญถ้าไม่ใช่ก็ถูกตัดออก ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวทำให้ต้องข้ามหนังหลายเรื่องที่ดีๆ เพราะผมได้ดูช้าเนื่องจากหนังบางเรื่องกว่าจะเข้ามาฉายในโรงบ้านเราหรือออกมาเป็นแผ่นก็ข้ามไปอีกปีหนึ่งแล้ว ในครั้งนี้จึงจะนับเอาหนังที่ฉายในช่วงครึ่งปีหลังของปีก่อนหน้า (2010) มารวมด้วยครับ

ลองดูกันนะครับว่า Top 20 Movies ในปีนี้ของผมมีเรื่องอะไรกันบ้างครับ

20. Gantz (2011) กำกับโดย Shinsuke Sato
เป็นตัวอย่างหนังที่สร้างจากการ์ตูนแล้วสนุกอีกเรื่อง หนังไม่ได้เล่าเรื่องตามหนังสือการ์ตูน แต่เลือกที่จะปรับเปลี่ยนและสร้างเงื่อนไขให้เกิดความน่าสนใจในรูปแบบของหนังที่มีเวลาในการเล่าเรื่องจำกัด (ถึงแม้จะยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรก็ตาม) ในเรื่องมีฉากใหญ่หลายๆ ฉาก ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เติมเต็มจินตนาการให้กับคนที่ชอบการ์ตูนเรื่องทั้งสิ้นครับ ส่วนความสมเหตุสมผลของเนื้อหาก็ต้องไม่ว่ากัน เพราะหนังแบบนี้คงจะต้องให้น้ำหนักไปที่การการนำเสนอจินตนาการและความดุเด็ดเผ็ดมันของฉากแอ๊คชั่นมากกว่า มีภาค 2 ในชื่อ Perfect Answer ตามออกมาในช่วงปลายปี ที่ความสนุกตกลงไปจากภาคแรกนิดหน่อยครับ



19. Harry Potter and the Deathly Hallows: Part II (2011) กำกับโดย Matt Birch
หนังตอนต่อภาคจบของ Harry Potter ที่ยาวนานมากว่า 1 ทศวรรษ ภาคสุดท้ายนี้เป็นภาคเดียวที่ผมไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อน เพราะอ่านไปแค่ครึ่งเล่มก็ค้างไว้ไม่อ่านต่อมานานแล้ว และส่วนที่ผมหยุดก็ตรงกับช่วงตอนจบใน 7.1 พอดี เพราะฉะนั้นการดู Harry Potter and the Deathly Hallows: Part II จึงเป็นการดูหนัง Harry Potter ที่ยังไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อนเป็นครั้งแรกของผมครับ ก็เลยรู้สึกสนุกกว่าการดูหนังในภาคก่อนจริงๆ และเฉพาะส่วนตัวหนังก็ทำได้ดีในการสร้างภาพให้รู้สึกที่น่าตื่นตาตื่นใจได้ในตอนจบ และมีประเด็นดราม่าที่เล่นได้หน่อยๆ ตอนจบนี่ชอบสเนปที่สุดครับ (ถ้าสมัยนี้เขาก็ต้องเรียกกันว่า หัวใจนายหล่อมาก 555)



18. The Hangover Part II (2011) กำกับโดย Todd Phillips
ตอนที่ 2 ของเรื่องราวกลุ่มเพื่อนที่เลี้ยงฉลองสละโสดกันสุดเหวี่ยง จนเกิดเหตุการณ์วายป่วงสารพัดสารพันตามมาในช่วงแค่ข้ามคืน หนังตลกภาคต่อเรื่องนี้เล่าเรื่องตามสูตรเดียวกับภาคแรกเป๊ะ แต่เปลี่ยนโลเกชั่นจากเมืองบาปลาสเวกัสมาเป็นประเทศไทย (เพราะเขามองว่าเป็นเมืองบาปเหมือนกันหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ) แต่หนังก็ยังคงความสนุกสนานได้ไม่แพ้ภาคแรก ใครที่ชอบมุขตลกแหวะๆ ห่ามๆ ถ่อยๆ บ้าบอคอแตกก็เหมาะที่จะดูเรื่องนี้นะครับ ส่วนคนที่รับไม่ได้กับมุขตลกแบบนี้ก็ต้องถือเป็นของต้องห้าม สำหรับผม หนังเรื่องนี้สามารถเรียกเสียงหัวเราะจากผมได้มากที่สุดในรอบปีเลยครับ



17. Sucker Punch (2011) กำกับโดย Zack Snyder
หนังแอ๊คชั่นบ้าพลังที่จับเอาสาวสวยกลุ่มใหญ่มาควงดาบยิงปืนกล แสดงฉากบู๊ระห่ำเบื้องหน้าฉากหลังที่เป็นเทคนิคพิเศษตระการตา ตามสไตล์ของ Zack Snyder ผู้กำกับขวัญใจของผมอีกหนึ่งคน ถึงแม้ตัวเนื้อเรื่องจะอ่อนไปหน่อย แต่การได้เห็นสาวสวยใส่ชุดนักเรียนมัธยมญี่ปุ่นควงดาบซามูไร หรือสาวสวยสวมชุดหนังถือปืนกล ต่อสู้กับซามูไรยักษ์ มังกรไฟ ซอมบี้นาซี และกองทัพหุ่นยนต์ ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นภาพในฝันของเหล่าโอตาคุ ที่คงจะไม่มีผู้กำกับคนไหนรู้ใจและนำเสนอภาพในจินตนาการเอาใจคนกลุ่มนี้ได้ดีเท่าเขาอีกแล้ว (ในเวอร์ชั่น DVD มีหนังสั้นสนุกๆ เป็นของแถมอีกด้วยครับ)



16. Captain America: The First Avenger (2011) กำกับโดย Joe Johnston
เป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ในเวอร์ชั่นย้อนยุคครับ เมื่อทาง Marvel Comic ได้พยายามรวมทีม Avenger ในรูปแบบภาพยนตร์ จึงได้นำเอาซุปเปอร์ฮีโร่ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่าง Captain America ขึ้นมาปัดฝุ่นอีกครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้สมาชิกในทีมก็มีหนังส่วนตัวกันออกมาแล้ว อย่างเช่น Hulk, Iron Man และ Thor ผมชอบบรรยากาศสงครามในหนังเรื่องนี้ครับ เพราะทำให้นึกถึงซีรี่ย์สงครามสนุกๆ อย่าง Band of Brother จนทำให้คิดว่าถ้านำเรื่องราวเกี่ยวกับมิตรร่วมรบ และอุดมการณ์ในการทำสงครามของอเมริกันชนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มาใช้ น่าจะยิ่งทำให้เข้าถึงจิตวิญญาณของ Captain America ได้มากกว่านี้



15. Sanctum (2011) กำกับโดย Alister Grierson
เรื่องราวของนักสำรวจถ้ำใต้น้ำและนายทุนเจ้าของเงินที่ต้องติดอยู่ภายในถ้ำใต้ใต้ดินเพราะแผ่นดินไหว เป็นหนังที่สร้างความรู้สึกลุ้นระทึกได้ตลอดเวลาครับ การบีบให้ตัวละครต้องอยู่ในสภาวะกดดันของพื้นที่แคบๆ เป็นสูตรสำเร็จที่หากทำได้ลงตัวก็จะสามารถสร้างความสยองขวัญได้อย่างแน่นอน ปีนี้ไม่ค่อยมีหนังผีสยองขวัญที่ทำให้รู้สึกน่ากลัวได้จริงๆ เลยซักเรื่องครับ แต่การได้ดูหนัง Horror ภัยพิบัติเรื่องนี้ก็ทำให้เกิดความรู้สึกสยองเย็นยะเยือกได้ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะฉากที่นักประดาน้ำต้องแย่งอากาศในถังออกซิเจนกันใต้น้ำนี่ดูแล้วสยองสุดๆ ครับ



14. Tomboy (2011) กำกับโดย Céline Sciamma
สำหรับผมแล้วหนังฝรั่งเศสเรื่องนี้เป็นหนังเล็กๆ ที่สามารถนำเอาประเด็นเล็กๆ มาเล่าได้ยิ่งใหญ่ครับ เรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง (ที่มีแนวโน้มจะเป็นผู้ชายมากกว่า) พยายามทำทุกอย่างให้ใกล้เคียงกับเพื่อนๆ ผู้ชายในละแวกบ้านที่เธอเพิ่งย้ายไปอยู่ใหม่ เพื่อให้ทุกคนเชื่อว่าเธอเป็นเด็กผู้ชาย จนกระทั่งมีเด็กผู้หญิงในกลุ่มมาตกหลุมรัก แต่ทำไปทำมาหนังไม่ได้มีประเด็นในเรื่องของการเบี่ยงเบนทางเพศ หรือพยายามจะพิพากษาการกระทำของเด็กคนนี้เลย เพียงแต่ต้องการนำเสนอว่า ตัวเราจะเป็นอะไร จะคิดอะไร จะทำอะไรก็ได้ ขอเพียงแต่ต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง และต้องไม่หลอกลวงเพื่อทำร้ายผู้อื่น



13. ลัดดาแลนด์ (2011) กำกับโดย โสภณ ศักดาพิสิษฎ์
หนังไทยที่หน้าหนังไม่มีอะไรน่าสนใจเลย ในแวบแรกที่เห็นชื่อและใบปิดโฆษณาก็รู้สึกว่า คงจะเป็นหนังที่เอาผีมาหลอกสร้างความสยองขวัญ ตามรูปแบบที่มีอยู่ในตลาดหนังบ้านเรา แต่พอได้ดู ก็สามารถพูดได้เลยครับว่า หนังผีเรื่องนี้เป็นอีกแนวทางหนึ่งของหนังสยองขวัญที่ไม่สามารถพบเห็นได้บ่อยนักในหนังไทย เพราะเป็นหนังผีที่ว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว ความสยองขวัญในเรื่องเป็นแค่เพียงพาหนะที่ใช้เล่าเรื่องความบีบคั้นในชีวิตของชนชั้นกลาง โดยเฉพาะบทบาทของพ่อ คนที่อาสาทำหน้าที่กัปตันเรือนำพาทุกชีวิตไปให้ได้ตลอดรอดฝั่งนั้นมันยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด



12. Aftershock (2010) กำกับโดย Xiaogang Fengหนังพูดถึงผลกระทบต่อหลายชีวิตที่เกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในจีน ซึ่งทำให้เข้าใจได้ครับว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ นั้นฝังลึกสร้างรอยแผลที่มองไม่เห็นไว้ให้แต่ละชีวิตที่ดำเนินต่อไปอย่างไรบ้าง ฉากแผ่นดินไหวในตอนต้นเรื่องทำได้น่ากลัวและสมจริงสมจังมาก ในส่วนของดราม่าก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน จนทำให้เราสามารถรับรู้ได้ว่าจริงๆ แล้ว ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ว่าน่ากลัวแล้ว ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในใจของผู้คนนั้นน่ากลัวและเจ็บปวดมากกว่าหลายร้อยหลายพันเท่าครับ



11. Rise of the Planet of the Apes (2011) กำกับโดย Rupert Wyatt
หนัง prequel ที่เล่าเหตุการณ์ก่อนหนังในชุด Planet of the Apes สำหรับผมแล้วเป็นการใช้เทคนิคพิเศษด้านภาพเหนือจริงที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง เพราะการแสดงออกทางอารมณ์ของวานรในเรื่อง ทำได้สมจริงสมจังมากๆ ครับ จนบางครั้งทำให้สามารถรู้สึกขนลุกเย็นเฉียบขึ้นมาได้เลย ในเวลาที่กล้องซูมเข้าไปใกล้ใบหน้า หรือภายในดวงตาของตัววานร โดยเฉพาะฉากที่ซีซาร์วานรที่ได้รับการกระตุ้นให้พัฒนาสติปัญญาก้าวขึ้นเป็นผู้นำ ดูแล้วทำให้นึกถึงหนังอารมณ์แมนๆ เท่ๆ อย่าง God Father ได้เลยครับ



นอกจากนี้ยังมีหนังอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่เข้ากลุ่ม Top 20 แต่รู้สึกเสียดายเกินไปที่จะไม่พูดถึงนะครับ เพราะจริงๆ แล้วก็เป็นหนังที่ชอบ บางเรื่องก็น่าจะอยู่ในกลุ่ม Top 20 เหมือนกัน แต่อาจจะไม่มีอะไรที่โดดเด่นเท่า ก็ถือว่าเป็น Runner up ครับ อาทิ Source Code, The Fighter, Super 8, Kung Fu Panda 2, The Lincoln Lawyer และ The Borrower Ariette และในวันเสาร์จะมาเติมอีก 10 เรื่อง ให้ครบ Top 20 นะครับ

ภาพยนตร์: 10 อันดับหนังที่ชอบในปี 2010
ภาพยนตร์: 10 หนังดีที่ได้ดูปี 2009


Create Date : 25 มกราคม 2555
Last Update : 29 มกราคม 2555 10:56:51 น. 2 comments
Counter : 3790 Pageviews.

 
ตรงใจผมหลายเรื่องเช่นกันครับ ^^ คน phuket


โดย: phuket_man วันที่: 25 มกราคม 2555 เวลา:17:14:46 น.  

 
แค่อ่านนะยังหนุกเลยเเล้วถ้าดูจริงจะขนานไหนเนี๊ยะ


โดย: เบลช็อก IP: 171.97.134.179 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:17:02:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

dreamingbutterfly
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




"Zhuang Zhou dream that he was a butterfly. Suddenly he awoke, and was himself again. He did not know whether he dreaming that he was a butterfly, or a butterfly dreaming that it was him."

บันทึกบอกเล่าความคิด ความรู้สึก และมุมมอง ต่อเรื่องราวต่างๆ ในทัศนะของผมครับ

!!!Update Every Week!!!


Woratep Wongsuppakan | Create Your Badge

: Users Online

free counters

Google

New Comments
Group Blog
 
<<
มกราคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
25 มกราคม 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add dreamingbutterfly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.