มิถุนายน 2555

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
 
29 มิถุนายน 2555
ชวนมาทำบ๊ะจ่างค่ะ
               เทศกาลไหว้บ๊ะจ่างปีนี้  ไปขอน้องสามีสอนทำบ๊ะจ่างค่ะ  เคยทานของที่ซื้อมาแล้วไม่เหมือนที่เค้าทำให้ทานเลย   รายนี้ทำรสชาดเข้มข้น  หนักเครื่องค่ะ  เด็กที่บ้านชอบมาก  ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยทำบ๊ะจ่างเลย  ทำจริงมันผิดจากที่เราคิดไว้ลิบเลย  ไม่ยาก  แต่ก็ไม่ง่ายค่ะ  เลยขอลงวิธีทำเอาไว้  ปีหน้าจะได้ลองทำเองมั่ง

              ฉุกละหุกมากเลย  พรุ่งนี้จะทำแล้วยังไม่ได้ซื้อของสักอย่างเลย  ต้อง
สปีดแล้วค่ะ  ไปตลาดด่วนจี๋  อิ อิ เก้าโมงเช้า  แต่ก็ยังอุตส่าห์ได้ของครบนะคะ

เครื่องปรุง  (กะๆเอานะคะ ตามเค้าบอก)

             ข้าวเหนียวเขี้ยวงู                                   1    กก ซื้อ 2 โลเลย

             ใบบ๊ะจ่าง                                             1    ห่อ ซื้อตั้ง 1 กก

             สันในหมู                                             2      กก

              กุนเชียง  (จากบ้าน ขโมยของลูกมา)

             ไข่แดงเค็ม (มันหมด เลยซื้อเป็นลูกเลย )    30     ฟอง

             กุ้งแห้ง  ถั่วลิสง  เม็ดมะม่วง ผงพะโล้ เห็ดหอมไปเอาของเค้าค่ะ

            เหลือบไปเห็นเผือก  อ้ะ อ้ะ อยากใส่เผือกกวนด้วยอ่ะ ลูกชอบ

แต่ไม่ใช่เยาวราช เลยต้องซื้อเผือกไปกวนเอง          1       กก

            น้ำตาลทราย   กระเทียมแกะเปลือกสับ   1 ถ้วย

           ไชโป้วสับหยาบ ล้างน้ำบีบให้แห้ง

วิธีทำ    เนื่องจากถึงบ้านเค้าก็เลยเที่ยงแล้ว  สายมากกก  เค้าเลยเตรียมของไว้ให้

เป็นบางส่วน  เช่น  แช่ข้าวเหนียว   ต้มใบบ๊ะจ่าง วิธีทำเค้าบอกให้แกะห่อเอาน้ำ

ใส่ให้ท่วม ต้มจนน้ำเดือดแล้วปล่อยให้เย็นเอง  แช่ถั่ว 1 กก แช่่กุ้งแห้ง  1/2 กก

           ตาเราทำมั่งค่ะ  เดี๋ยวทำไม่เป็น หั่นเนื้อหมูเป็นแผ่นไม่ต้องบางมาก

ประมาณเท่าหมูราดหน้าที่เรากินตามร้านค่ะ  สไลด์เสร็จสะเด็จน้ำใส่ชามผสมไว้

ค่ะ  เทผงพะโล้ โลโบ้ลงไป  ไม่รู้มากแค่ไหนรู้แต่ว่าเห็นแต่ผงพะโล้เกาะอยู่จน

แทบไม่เห็นสีหมูเดิม  กระหน่ำซ๊อสภูเขาฝาเขียวหรือง่วนเชียงลงไป  ตามด้วย

ซีอิ๊วขาว (ไม่รู้จะตวงยังไงก็เค้าไม่ตวงนี่นา  เอาเป็นว่ากะๆเอา)  เขาบอกว่าต้อง

รสชาดเข้มข้นไว้ก่อน  ไม่งั้นตอนห่อลงต้ม  มันจะจืดค่ะ  อันนี้ก็ผิดคาดค่ะ  ปล่อย

ไก่ตัวเบ้อเริ่มออกไป  ไปถามเค้าว่าแล้วไม่ต้องทำน้ำพะโล้  ไม่ต้องต้มหมูให้

เปื่อยเข้าเนื้อก่อนเหรอ    นี่ละน้า  ไม่รู้เรื่องจริงๆ   

         ยังมีอีก  คราวนี้ปล่อยทั้งเป็ดทั้งไก่  ไล่ตะครุบแทบไม่ทัน  ก็เผือกนี่แหละ 

ไปถึงก็จัดการปอกเปลือก  หั่นนึ่ง  บดเติมน้ำตาล เกลือ น้ำมันพืช  ตั้งเตากวนไว้

เลย  (กะให้เค้าชมค่ะ  ว่ารอบคอบเตรียมการดี)   ปรากฏว่าเค้าเห็นเรากวนอยู่  ก็

เลยถามว่าจะกินเผือกกวนเหรอ เราบอกว่าเปล่า  ลูกชอบว่าจะเอาไปใส่ในบ๊ะจ่าง 

ทีนี้แหละถึงบางอ้อเลย  เค้าบอกว่า  ถ้าจะใส่เผือกกวน  ต้องมีมันเปลวที่คลี่ได้

เป็นแผ่นๆมาห่อเผือกด้วย  เวลาต้ม  ความหวานของเผือกจะได้ไม่ไปรัดข้าว

เหนียว  ข้าวจะได้สุกค่ะ

            5555   เอาอีกแล้วตรู  หน้าแหกหมด เอ้อ  ทำไมไม่บอกตอนกวนเสร็จ

คะรู้งี้ไม่ทำหรอก  เหงื่อออกเหมือนน้ำ  อย่างกับเข้ากระโจมแน่ะ    แต่เลยตาม

เลยค่ะตั้งใจว่าเวลากินก็จะเอาน้องเผือกกวน  วางอยู่คู่กัน เวลากินก็ถ้อยทีถ้อย

อาศัยกินไปด้วยกัน  ดีเสียอีกอยากใส่เยอะแค่ไหนก็ได้


                ต่อไปนี้จะทำแล้วนะคะ  อย่างที่บอก ไม่มีอัตราส่วน กะเอาค่ะ  

ตั้งกระทะ  เทน้ำมันใส่พอประมาณ พอน้ำมันเริ่มร้อน  ใส่กระเทียมลงไปเจียวให้

พอเริ่มเหลือง  ตามด้วยเห็ดหอมหั่น ไชโป้สับ ผัดให้หอม






                เทข้าวเหนียวที่แช่น้ำให้พอง(แช่สัก 2 ชม) สะเด็ดน้ำให้หมดลงไปใน

กระทะ   อันนี้เป็นใบบ๊ะจ่างที่ต้มทิ้งไว้ให้เย็นแล้ว  ขัดๆถูๆ นำขึ้นสะเด็ดน้ำเลยค่ะ






          กุ้งแห้ง  ถั่วต่างๆ แช่น้ำให้นิ่มค่ะ อิ่มตัวดีเอาขึ้นเลยค่ะ




              ข้าวเหนียวค่ะ





               ผงพะโล้




                เทข้าวใส่  ตามด้วยผงพะโล้ค่ะ  มากน้อยแล้วแต่ชอบ  แต่ของที่นี่

ใส่เยอะค่ะ  หอมดี   โรยพริกไทยค่ะเยอะหน่อย






                 ผัดให้หอม  ผัดเร็วหน่อยค่ะ  เดี๋ยวไหม้  เติมซอสภูเขาทอง พอ

ประมาณ   เติมเครื่องที่เหลือค่ะ ถั่ว กุ้งแห้ง  ผัดให้เข้ากัน





               ตักขึ้นจากกระทะเตรียมห่อเลยค่ะ  ใช้ใบไผ่ 2  ใบซ้อนกัน เอาด้าน

ปลายของทั้ง2 ใบไว้ด้านเดียวกัน  คือซ้อนเหลื่อมๆกัน  ให้ใบมันกว้างขึ้นค่ะ

จากนั้นเอามือทำกรวย ตรงข้างที่เป็นใบอ่อน (ปลายใบ)   ทำให้เป็นกรวยค่ะ





              ตักข้าวที่ผัดแล้วใส่ 1 ทัพพี





             จากนั้นก็ใส่เครื่องค่ะ ไข่แดงเค็ม 1 ฟอง กุนเชียงตามชอบ หมูหมักกับ

ผงพะโล้ตามชอบ





            ปิดหน้าด้วยข้าวอีกหน่อย  ตรงนี้อาจตกแต่งเพิ่มด้วยกุนเชียงได้ค่ะ เพื่อ

ความสวยงามเวลาเปิดออกจากห่อ





                 ทีนี้เป็นขั้นตอนห่อค่ะ ยากอยู่เหมือนกัน ทีแรกถ่ายเป็น vdo ไว้ ลบ

ทิ้งซะนี่  กลัวจะจำไม่ได้  วิธีจับใบไผ่ เมื่อเราใส่ไส้เสร็จให้ใช้มือซ้ายเดิม  แต่

เปลี่ยนเป็นหงายมือขึ้นคือตูดกรวยจะอยู่ใระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เราค่ะ มือยังหงาย

อยู่นะคะ  จากนั้นให้ใช้มือขวา พับใบไผ่ขึ้นมาปิดหน้ากรวย  คือเราก็คว่ำมือลงไป

ด้วยพร้อมๆกัน  มือซ้ายจับกรวยให้แน่น  มือขวาพับใบปิดแล้วจับรีดให้ตรงเพื่อปิด

อีกด้านนึง  (เฮ้อ  ไม่รู้ จะจำได้หรือเปล่า  เขียนลงไว้เตือนความจำตัวเอง)  อ่าน

เอง งง เอง  ต้องขอโทษคนอ่านด้วยนะคะ




               ในรูปจะเห็นฝ่ามือซ้ายกำห่อบ๊ะจ่างไว้  มือขวาก็รีดใบแล้วพับลงมา

ด้านหนึ่ง  กลายเป็นห่อแล้วค่ะ








           เอาไปมัดกับพวงเชือกที่เตรียมไว้เลยค่ะ






            ต้องผูกให้ถูกด้านด้วยนะคะ ไม่งั้นเวลาต้มมีแตกค่ะ




              เสร็จแล้วเอาลงต้มเลยค่ะทีละพวง  ประมาณ 40 นาที (1 ก้านธูป)






               เสร็จแล้วค่ะ ไม่ยากเท่าที่คิด แกะดูว่าสุกหรือเปล่า แกะปุ๊บ  หมดปั๊บ

เลยไม่ได้ถ่ายรูปค่ะ  ต้องเก็บไว้ไหว้ค่ะ  สวยไหมคะ




               อย่างที่บอกมีเผือกกวนด้วย  เวลาจะกินก็เลยต้องเอาเผือกใส่ข้างๆ

ด้วย 1  ก้อนค่ะ  สุดยอดความอร่อยเลยค่ะ  ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ




Create Date : 29 มิถุนายน 2555
Last Update : 1 กรกฎาคม 2555 8:38:47 น.
Counter : 5202 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

mumkitchen
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



แม่บ้านลูก3ชีวิตเรียบง่าย ชอบทำกับข้าวทำขนม เพราะมีหนูทดลองชิม ชอบท่องเที่ยวกับครอบครัว อยากมีบล็อคมานานแล้ว