Smells Like DURIAN Spirit >> นี่แหละรสชาติทุเรียนกวน <<
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
7 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
กรุงเทพฯ เมืองไม่น่าอยู่ [1] : ฆาตกรรม! ที่รกร้างหลังป้ายรถเมล์

Bangkok, the Unlively Metropolis [1] : High Risk Places





[P-00] หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ วันเสาร์ ที่ 3 ตุลาคม 2552 หน้า 1


บล็อกที่ไม่อยากเขียนเลย


เรื่องนี้ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยครับ
เหตุเกิดขึ้นตอนเช้ามืดของ วันพฤหัสฯ ที่ 1 ต.ค.
น่าเศร้าใจมากๆ แต่ที่ตัดสินใจเขียนเพราะ
เรื่องนี้อาจอยู่ใกล้ตัวผม และคนเมืองหลายๆ คน
.
.
.
จริงๆ ผมเตรียมเขียนเรื่องอื่นไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
แต่ขอเปิดบล็อกน่าเศร้านี้ไว้เตือนใจสักพัก
อีกไม่นาน (เท่าไหร่) ก็คงอัพบล็อกใหม่แล้วล่ะครับ



++++++++++


The Undesired Blog


(English section is unavailable.)





@@@@@@@@@@


1. ข่าวฆาตกรรมหลังป้ายรถเมล์
The Criminal News




[P-01] ภาพจาก http://www.khaosod.co.th


ข่าวร้ายที่ไม่อยากให้มี

เที่ยงวันที่ 1 ต.ค. แม่ผมโทรศัพท์มาหาผม
แล้วเล่าให้ฟังว่า "มีการฆ่าผู้หญิงตายตรงที่ร้างใกล้ธนาคาร"
ผมได้ยินแล้วก็ตกใจมากครับ แต่แว่บแรกที่คิดถึง
โดยที่ยังไม่ได้ฟังรายละเอียดอื่นๆ เลยคือ "ไอ้ที่ตรงนี้แหละ!"



เหตุการณ์ที่ไม่อยากคาดคิด

วันนั้น...เป็นวันที่ฝนตกหนักมากๆ จนเช้าก็ยังไม่หยุดครับ
และผู้คนจึงอาจจะน้อยกว่าปกติ จนเกิดเหตุการณ์น่าเศร้าเช่นนี้
ผมเป็นชาวบ้านแถวนั้น ผ่านเกือบทุกวัน (แต่ไม่ใช่เช้ามืด)
แม้ไม่ได้รู้จักกับผู้เสียหายเลย แต่รู้สึกเศร้ามากๆ ครับ


ป.ล. ขอไม่เขียนรายละเอียด โปรดติดตามลิงค์ข่าวแทนนะครับ


เขย่าขวัญสาวกรุง!?! ฆ่าข่มขืนป้ายรถเมล์ ขี้เมาหื่นหนีไม่รอด
วันที่ 05 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6885 ข่าวสดรายวัน


(English section is unavailable.)



@@@@@@@@@@


2. สถานที่เกิดเหตุ
The Criminal Point




[P-02a] ที่รกร้าง มิถุนายน 2547


สถานที่เกิดเหตุ

อยู่ฝั่งตรงข้ามทางเข้าวัดศรีบุญเรือง ซึ่งเป็นต้นสาย
ของ "เรือคลองแสนแสบ" เป็นเส้นทางการเดินทางที่สำคัญมากๆ
ถ้าไม่มีคงแย่...คงเทียบได้กับรถไฟฟ้าในเมืองก็ได้ครับ
ป้ายรถเมล์จึงเป็นจุดต่อรถที่มีคนใช้พอตัว...ยกเว้นวันนั้น

ป.ล. สะพานลอยตรงนี้ เคยมีคนถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส
เพื่อชิงโทรศัพท์มือถือด้วยนะครับ ระวังตัวให้ดี



มิถุนายน 2547

ผมบังเอิญถ่ายรูปเก็บไว้ครับ...เดิมเป็นที่ร้างอยู่แล้ว
ติดกับที่ดินของธนาคาร UOB มีอาคารร้างอยู่ 1 หลัง
สภาพโดยรอบก็มีต้นไม้ต้นหญ้าขึ้นอยู่มากมาย


(English section is unavailable.)





[P-02b] ที่รกร้าง 4 ตุลาคม 2552


ตุลาคม 2552

ผ่านมาหลายปียังคงรกร้าง มีคนแอบไปใช้อาคารบ้าง
แต่ต้นไม้ก็มีจำนวนมากขึ้น และแผ่กิ่งก้านรกตาตามไปด้วย
ภายนอกทำรั้วสังกะสีกั้นเป็นระยะ บังสายตาได้พอสมควร
ยิ่งตอนมืดๆ นี่แทบมองไม่ค่อยเห็นข้างในเลยครับ

แม้รูปนี้จะถ่ายหลังจากถูกสั่งให้ถางป่าแล้ว
แต่สังเกตดูจากต้นไม้ข้างหลังก็ได้ครับ ว่ารกแค่ไหน


(English section is unavailable.)



@@@@@@@@@@


3. หลังเหตุการณ์ผ่านไป
After That…




[P-03a] ด้านหน้าของที่รกร้าง


เร่งรื้อคอก (ล้อมคอก)

ภายหลังเจ้าหน้าที่ มีการสั่งให้นำรถขุดแผ้วถางพื้นที่จนโล่ง
ต้นไม้รกและรั้วสังกะสีที่เคยบดบังสายตา ถูกรื้อออกเรียบร้อย
สิ้นสุดป่ารกชัฏ ที่ขาดการเหลียวแลมาเป็นเวลาหลายปี
.
.
.
แต่…ผมก็หวังว่า
.
.
.
เจ้าหน้าที่คงทราบนะครับ ว่าไม่กี่เดือนต้นไม้ที่ถางออกวันนั้น
เดี๋ยวมันก็จะกลับมารกชัฏ …อีกแล้วล่ะ


(English section is unavailable.)





[P-03b] มีการปรับปรุงพื้นที่ด้านหน้า


ผลพลอยได้อื่นๆ

เมื่อเจ้าหน้าที่ (จำใจ) ออกมาลงพื้นที่จริงๆ
ก็เห็นผลหลายอย่างครับ นอกจากแผ้วถางพื้นที่รกแล้ว
ปัญหาของชาวบ้านก็รับการแก้ไขบ้าง เช่น

ดูตามภาพเลยครับ มีการเทคอนกรีตขยายทางเดิน
แต่เดิมทางเดินข้างๆ สะพานลอยเป็นทางแคบมาก
เวลาเดินสวนกันต้องมีคนหนึ่งลงไปเดินข้างล่าง
ขนาดเดินไปคนเดียวยังต้องกระดึ๊บๆ เอาเลย

ดีครับ แต่เจ้าหน้าที่มาบ่อยก็จะดีกว่านี้นะ


(English section is unavailable.)



@@@@@@@@@@


4. บทบาทของเจ้าพนักงานท้องถิ่น
Responsiveness of the Local Officers




[P-04a] มองจากฝั่งตรงข้ามมายังที่เกิดเหตุ


บทบาทของเจ้าพนักงานที่ดูแลท้องที่

ไม่มีใครอยากเข้าไปในจุดเสี่ยง แต่ชาวบ้านธรรมดา
(ที่ไม่ได้ขี่จักรยานวัน Car Free Day ปีละครั้ง)
ต้องเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะก็หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ
.
.
.
“บางที…สถานที่แต่เดิมก็ไม่ได้เป็นพื้นที่เสี่ยง
แต่พื้นที่เสี่ยงกลับคืบคลานเข้าใกล้เราซะเอง”

.
.
.
จะเนื่องจากขาดการดูแลเอาใจใส่หรืออะไรก็แล้วแต่
จนพื้นที่นั้นๆ กลายเป็นพื้นที่เสี่ยงซะแล้ว
ผมคิดว่าถึงแม้พื้นที่จะเป็นของเอกชน แต่เจ้าหน้าที่เขต
ก็น่าจะมีอำนาจดูแลให้เรียบร้อยได้นะครับ

อย่าให้เกิดเหตุการณ์ร้ายก่อน แล้วจึงเข้ามาถางพื้นที่แบบนี้
ขนาดไม่ใช่ญาติเรา ผมยังเศร้าน้ำตาคลอจริงๆ


(English section is unavailable.)





[P-04b] ผู้สื่อข่าวถ่ายทำรายการ ณ จุดเกิดเหตุ


บทบาทของสื่อมวลชน

วันที่ผมไปถ่ายรูป บังเอิญเจอรายการทีวีไปถ่ายทำ
ที่จุดเกิดเหตุพอดี แต่ผมลืมถามว่ามาจากรายการอะไร
แต่เป็นการดี ที่จะได้ช่วยกันกระตุ้นเตือนถึงอันตรายต่างๆ ครับ



สกู๊ปรายการที่เกี่ยวข้อง

ผมได้ดูข่าวช่อง 7 มีสกู๊ปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย
แต่ผมจำไม่ได้ว่าหน่วยงานไหนเป็นผู้จัดทำข้อมูลนี้
ผมพอจดมานิดหน่อย คงเป็นประโยชน์บ้างครับ

จุดเสี่ยง และไม่ปลอดภัยในกรุงเทพฯ 852 จุด จำแนกเป็น
- สะพานลอย 272 จุด
- ซอยเปลี่ยว 186 จุด
- ที่รกร้าง 65 จุด
- ป้ายรถเมล์ 329 จุด


จริงๆ มีจำแนกเป็นรายเขตด้วยแต่ผมจดไม่ทัน
ใครทราบที่มาช่วยบอกทีนะครับ


(English section is unavailable.)



@@@@@@@@@@


5. ทิ้งท้าย
Final Chapter




[P-05a] ป้าย และอาคารที่ถูกละเลยความปลอดภัย


เรื่องราวจุดเสี่ยงอื่นๆ

ตอนแรกผมตั้งใจเขียนเกี่ยวกับพื้นที่รกร้างครับ
แต่ขอยกตัวอย่างจุดที่ไม่ปลอดภัยอย่างอื่นบ้างเล็กน้อย



ป้ายโฆษณา…… ช่วงปีแรกๆ ของอดีตผู้ว่าฯ คุณอภิรักษ์
มีการชี้เป้า (ประจาน) “ป้ายโฆษณา” ที่ไม่ปลอดภัยหลายแห่ง
เห็นแล้วก็น่าชื่นชมครับ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ทำอะไรเลย
หรือแค่ทำเพื่อเรียกเสียงฮือฮา… น่าผิดหวังจริงๆ

“ป้ายโฆษณา” ตามกฎหมายก็จัดว่าเป็นอาคารด้วยนะครับ
เจ้าหน้าที่กรุงเทพฯ ทีหน้าที่เข้าไปจัดการโดยตรง
อย่างในรูป
[P-05a] ทางกรุงเทพฯ ก็เคยชี้เป้าเอง
แต่แล้วก็ไม่ทำอะไรเลย จะบอกว่าไม่รู้ก็ไม่ได้นะ
อย่างนี้เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ไหม?


นอกจากนี้ยังมีอาคารที่อายุ 20-30 ปีขึ้นไปในแถบนี้
ทรุดตัวไปด้านหลัง หลายแห่งมากๆ สักวันหนึ่งคงล้มแน่ๆ
ผมคงไม่ต้องชี้เป้านะครับ เพราะมองเห็นได้ชัดมากๆ

เจ้าหน้าที่เตรียมบอกชาวบ้าน ถึงวิธีรับมืออาคารวิบัติหรือยังเนี่ย


(English section is unavailable.)





[P-05b] ป้ายประชาสัมพันธ์กรุงเทพฯ ที่พบได้ทั่วไป


ส่งท้ายเรื่องราว

มาถึงก็กล่าวถึงปัญหากับปัญหา คนอื่นอาจคิดว่า…
คนที่เห็นแต่ปัญหานั้น “มองโลกในแง่ร้าย”…เกินไปหรือเปล่า
แต่พอเจอเข้ากับตัวเอง คนอื่นกลับมองว่า…”เขาโชคร้าย” ไปซะงั้น

เราไม่ประมาทไว้ก่อนน่ะดีแล้วครับ แต่หลายๆ อย่าง
ก็เลี่ยงไม่ได้จริงๆ ต้องพึ่งพิงทางการเหมือนกัน
ไม่อยากจะคิดว่า…ชีวิตเราหรือคนที่เรารัก แขวนอยู่กับ
การเอาใจใส่ของเจ้าหน้าที่ แต่มันก็อดคิดไม่ได้ครับ
.
.
.

“ทั้งชีวิต…เราดูแล”

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ ผู้ว่าฯ คนปัจจุบัน เปิดตัวนโยบายใหม่
หลังเข้ารับตำแหน่งมา 6 เดือน ตามนโยบาย 6 ด้าน
หนึ่งในนั้นก็มีด้าน “ความปลอดภัย” ด้วยครับ


ผู้ว่าฯ ชูนโยบาย “ทั้งชีวิต...เราดูแล” พร้อมยกระดับกรุงเทพฯ ให้เป็นมหานคร
http://www.newswit.com/news/2009-07-22/148d08ec27e712df8c9e6ba1a18ddfbd


ก็หวังว่าผู้ว่าฯ และเจ้าหน้าที่ทั้งหลาย จะทำได้จริงครับ
แล้วก็ไม่ต้องติดป้ายประชาสัมพันธ์ (ตัวเอง) มากก็ได้
ให้ผลงานแสดงการกระทำด้วยตัวมันเองดีกว่าครับ


(English section is unavailable.)




คำพูดหรูหรา…ไม่มีค่าอะไร…ถ้าไร้การกระทำ
Pretty Charming Words with No Action is Useless








http://www.newswit.com/news/2009-07-22/148d08ec27e712df8c9e6ba1a18ddfbd








เพิ่มเติม
วันที่ 8 ต.ค. 2552


ตอนค่ำของวันที่ 7 ต.ค. 2552

ผมกลับบ้านผ่านทางนั้น พบว่าอาคารที่ตั้งอยู่ในที่รกร้างนั้น
ถูกรื้อถอนแล้ว โดยเจ้าหน้าที่กำลังเก็บความเรียบร้อยอยู่ครับ
FYI……จึงเรียนมาเพื่อทราบ



วันเดียวกัน (7 ต.ค. 2552) ที่จังหวัดเชียงราย

มีการฌาปนกิจผู้เสียชีวิตแล้ว ที่วัดในภูมิลำเนา
โดยที่คุณพ่อและคุณแม่เผยว่า ยังทำใจไม่ได้
ถ้าเลือกได้ก็อยากให้ลูกทำงานใกล้ๆ มากกว่า
อยากให้เหตุการณ์นี้เป็นอุทธาหรณ์แก่คนอื่น…



ผม (ผู้เขียน) ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัว และ คนรักของผู้เสียชีวิตด้วยครับ


Create Date : 07 ตุลาคม 2552
Last Update : 8 ตุลาคม 2552 11:35:41 น. 19 comments
Counter : 1251 Pageviews.

 


หวังว่า…เรื่องแบบนี้คงไม่ต้องกลับมาเขียนภาค 2 นะครับ



โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก วันที่: 7 ตุลาคม 2552 เวลา:1:44:42 น.  

 
บ้านเราก็เงี้ย วัวหายแล้วถึงคิดจะล้อมคอก


โดย: Tukta21 วันที่: 7 ตุลาคม 2552 เวลา:1:58:21 น.  

 
ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ
วัวหายแล้วล้อมคอกจริงเลยๆ


โดย: Petite Elisa วันที่: 7 ตุลาคม 2552 เวลา:4:16:19 น.  

 
ขอให้พระเจ้าตอบแทนคนร้ายอย่างสาสมนะคับ


โดย: เรื่อยเปื่อย IP: 119.160.215.154 วันที่: 7 ตุลาคม 2552 เวลา:10:30:47 น.  

 
อ่านแล้วเศร้า

วัวหายล้อมคอกนี่แหละราชการไทย!!!



โดย: น้องผิง วันที่: 7 ตุลาคม 2552 เวลา:10:56:43 น.  

 
เป็นเหตุการณ์ที่แก้ไม่หายหรอกค่ะ เดี๋ยวนี้อันตรายทั้งชายและหญิง ไปไหนต้องระวังตัวเองค่ะ ใช้ชีวิตลำบากมากขึ้น
จนเดี๋ยวนี้เป็นโรคระแวงไปเองแล้ว ทั้งๆ ที่คนตรงหน้า เค้าไม่ได้คิดหรอกนะ แต่เราน่ะคิดไปก่อนแล้ว


โดย: butbbj วันที่: 7 ตุลาคม 2552 เวลา:15:01:01 น.  

 
สะท้อนอะไรหลายอย่าง
เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของคนไทยเลยล่ะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 ตุลาคม 2552 เวลา:15:37:41 น.  

 


ทำตาอย่างนี้หรือเปล่า------>

คิดๆ แล้วอยากเป็นหน่อยกะจี๊ด(แฟนอนันดา) จริงๆ เลยเรา




โดย: butbbj วันที่: 7 ตุลาคม 2552 เวลา:16:31:15 น.  

 

^
^

"เคน ธีรเดช, อนันดา เอเวอร์ฯ" ......นาย 2 คนจำไว้เลย

เรามันคนชานเมือง ไม่ค่อยได้นั่งรถไฟฟ้าหรอก......ไว้ GTH สร้างหนังเรื่อง
"เรือแสนแสบ - สะพานผ่านฟ้ามาหาท่าวัดศรีบุญเรือง" เมื่อไหร่นะ...

นายไม่มีทางแย่งบทพระเอกจากเราได้หรอก ฮุๆ




โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก วันที่: 7 ตุลาคม 2552 เวลา:17:30:09 น.  

 
ยังไม่เห็นผลงานผู้ว่าคนนี้เลย...


โดย: anchesa วันที่: 7 ตุลาคม 2552 เวลา:20:48:24 น.  

 
เห็นแล้วไม่รู้จะพูดไงดี เกิดเป็นคนไทยต้องทำใจมั้ง


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 7 ตุลาคม 2552 เวลา:22:44:18 น.  

 
วัวหายแล้วล้อมคอก
ดีที่ยังคิดหาหนทางอะไรซักอย่าง

ส่วนเรื่องฆาตกรรมที่เกิด
ใช่น่ากลัวมากมายเลย
คนอะไรช่างใจไม้ใส้ระกำ
สมควรถูกประชาทัญให้ตายตกนรกหมกไหม้ซ้ำแล้วซ้ำอีก


เห็นในข่าว ทีวี
แค่มาไหว้ขอขมา..ชีวิตจะกลับคืนมาง่ายๆปานนั้นหรือ!!!!


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 7 ตุลาคม 2552 เวลา:23:40:18 น.  

 
+ ว่าแล้วเชียว เมื่อกลางวันพยายามเปิดหน้านี้แล้วแฮงค์ส ที่แท้ปิ๊กกี้คุงก็อัพบล็อกหน้าใหม่นี่เอง

+ มีการวงเล็บ [1] ไว้หลังชื่อตอน ... หมายถึงอีกหน่อยจะมีการบ่นถึงความไม่น่าอยู่ของเมืองฟ้าอมร ออกมาเป็นซีรีส์กันเลยหรืออย่างไรขอรับ?

+ โห! วันนี้ปิ๊กกี้คุงอัพเรื่องซีเรียสทีเดียว (ไม่ค่อยคุ้น เพราะไม่ค่อยเคยเห็น ทุกทีเห็นลั้ลลาตลอด ) ... แต่ถ้านายต้องผ่านตรงนั้นทุกวัน มันก็คงเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากๆ เจงๆ แหละครับ

+ กฏหมายอาญาบ้านเราก็อ่อนแอเหลือเกิน คนชั่วติดคุกไม่กี่ปี ก็พ้นโทษออกมาแล้ว (และอาจจะก่อกรรมซ้ำซ้อนได้อีก) ... พวกนักสิทธิมนุษยชนก็ตัวดี ชอบเรียกร้องนักให้เลิกโทษประหาร ถ้าขืนเลิก สงสัยคงมีฉุดกันกลางป้ายรถเมล์กลางวันแสกๆ มั่งล่ะครับ

+ ที่หลายๆ คนเขียนตามเว็บก็ดีเนาะ ใครข่มขืนถ้าจับแล้วพิสูจน์ได้ว่าผิดจริง ให้ตัดปู๋ทิ้ง ตอนเป็นขันทีไปเลย ส่วนถ้าข่มขืนแล้วฆ่าด้วย ก็ตัดทิ้งแล้วไม่ต้องเย็บแผล ให้มันทนทรมานตายตกไปตามกัน ... หรือคนพวกนี้ ตกรอตกนรกหมกไหม้ก่อน จึงจะรู้สำนึก

+ นักการเมือง เชื่อใจไม่ค่อยได้หรอกครับ ... ทางที่ดีเราก็คงต้องดูแลตัวเราเองและคนที่เรารักอย่างที่ดีที่สุด พยายามหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยง เวลาที่เสี่ยง สถานการณ์เสี่ยงๆ ถ้าเป็นไปได้ (ผู้เสียชีวิตโชคร้ายสุดๆ ที่ต้องไปเข้ากะเช้าวันนั้น )

+ จริงอย่างอาบูดว่าครับ เพื่อนผม (ผู้ชาย) เคยลุกขึ้นมาจ่ายตลาดตอนตี 3 กว่าๆ ระหว่างรอเรียกรถอยู่ ก็โดนวัยรุ่นขี้เมา 3 คนปล้นคาป้ายรถเมล์เลย! (แถวเกียกกาย กลางดงค่ายทหารเลยนะนั่น) สรุปเงินหลายร้อยที่มันเตรียมไปจ่ายกับข้าวเรียบวุธเลย

+ ไว้ผมจะติดต่อ ผกก. ค่าย GTH ให้ทำภาค 2 ของรถไฟฟ้าเป็นเรื่องนี้ (#9) แล้วกันนะงับ ... แล้วเด๋วจะติดต่อปิ๊กกี้คุง (......... ไปเป็นเดะยกไมค์บูม กร๊ากกกก )


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 8 ตุลาคม 2552 เวลา:0:45:29 น.  

 
เป็นกระทู้ที่เข้มข้นมาก

ขอไว้อาลัยผู้เสียชีวิตครับ


โดย: granun วันที่: 8 ตุลาคม 2552 เวลา:1:51:45 น.  

 

แวะมาทักทาย เพื่อนๆสบายดีนะคะ เกศสุริยง
สร้างกริตเตอร์


กฎหมายของเมืองไทยไม่แข็งหรือว่ากฏหมายแข็งแต่ผู้ใช้ทำเมินเฉย(ตำรวจ)บ้านครูเกศไม่อนุญาติให้ตำรวจเข้ามาในบริเวณบ้านเลยค่ะ เห็นแล้วน่ารันทดใจจริงๆค่ะคุณทุเรียน


โดย: เกศสุริยง วันที่: 8 ตุลาคม 2552 เวลา:9:18:29 น.  

 


โดย: เกศสุริยง วันที่: 8 ตุลาคม 2552 เวลา:17:19:31 น.  

 
ร่วมไว้อาลัยด้วยค่ะ เราเข้าใจดีเลยกับการต้องเอาตัวเองไปอยู่ในที่เสี่ยงเพราะความจำเป็นบังคับ ยังไม่นับว่ามิจฉาชีพสมัยนี้สามารถทำอะไรเกินความคาดหมายได้ง่ายๆ

ล่าสุดเพิ่งเจอกับตัวค่ะ ไปออกค่ายปรากฏว่าขโมยเข้ามาขโมยของตอนหลับ ช่วงนี้เห็นกระทู้แบบนี้บ่อยมากทั้งห้องบลูฯ กับอื่นๆ กลายเป็นวิธีฮอตฮิตของขโมยไป ยังขอบคุณพระที่ไม่มีใครตื่นตอนมันเข้ามา

เรื่องป้ายก็เคยเจอกับตัวค่ะ ตอนนั้นเรียนมหาลัยเดินอยู่ข้างถนน ลมพัดแรงเพราะฝนกำลังจะตก ป้ายหน้าร้านข้างทางปลิวตกเฉียดหัวเราไปประมาณ 1 ซ.ม. ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นล่ะ ถ้าโดนก็...


โดย: ViPaSa วันที่: 9 ตุลาคม 2552 เวลา:10:34:33 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
แวะมาทักทายค่ะคุณทุเรียน ตอนนี้อ่างทองน้ำใกล้ท่วมแล้ว คงจะลำบากน่าดู ช่วงนี้ผลุบๆโผล่ๆหน่อยนะคะ แต่ถ้ามีโอกาสจะรีบมาเยี่ยมทันทีเลยค่ะ


โดย: เกศสุริยง วันที่: 10 ตุลาคม 2552 เวลา:22:21:36 น.  

 
ก้อจิงคับสถานที่เปลี่ยวๆก้อเยอะค่อนข้างจะน่ากลัวคับ


โดย: ดล IP: 219.78.206.174 วันที่: 11 มกราคม 2555 เวลา:3:26:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ทุเรียนกวน ป่วนรัก
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




สวัสดี…นี่คือบล็อก “ทุเรียนกวนฯ”
Hello all…Call me “Durianguan”





Group Blog แบบที่ 2
Category 2

+ สารบัญทั้งหมด [All Contents]
. . . . . .. + Entry 1-100
. . . . . .. + Entry 101-200

+ สารบัญ Classify Contents by Group Blog
.
-- A + Guest Book
-- B + Cartoon
-- C + Drawing
-- D + Talking
-- E + Contents
.
.
.
.
TAG
Category 3

+ เพลงของฉัน [My Music]
--+ เพลง & ภาพประกอบ [Music & illust]
--+ แนะนำอัลบั้มเพลง [Music Albums]

+ งานศิลป์ของฉัน [My Art]
--+ ภาพปากกาลูกลื่น [Ballpoint Pen]
--+ ดินสอ+สี & พาสเทล [Colored Pencil]
--+ ละเลงสีด้วยคอมฯ [CG Paint]

+ สตูดิโอจิบลิ [My Studio Ghibli]
--+ เรียงตาม (Sort by) Movies Released
--+ เรียงตาม (Sort by) Blogs' Written

+ อื่น ๆ [My etc. Blog]
--+ ถนนสายนี้..มีตะพาบ [TaPaab]
--+ พุทราฯ แนะนำหนังสือ [Pudsa-Books]
--+ ลองกอง ลองกลอน [LongGong-Poem]




Friends' blogs
[Add ทุเรียนกวน ป่วนรัก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.