Smells Like DURIAN Spirit >> นี่แหละรสชาติทุเรียนกวน <<
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
6 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
[พุทราฯ] เด็กหญิงอีดะ (Two Little Girls Called Iida) – มัตสุทานิ มิโยโกะ

[Pudsa] Two Little Girls Called Iida (Futari no Iida) – Matsutani Miyoko





[ca-00] พุทราฯ แนะนำหนังสือ ตอนที่ 8
(see TAGs “Colored+Pencil” .. “Pudsa’s Books” .. “TaPaab”)



บล็อกเฉพาะกิจ หมายเลข 8 :
เมื่อ ”ทุเรียนกวน ป่วนรัก” ลาพักร้อน


Special Blog NO.8 : Durianguan taked a Break.




[ca-02] โจทย์ถนนสายนี้มีตะพาบฯ #86





@@@@@@@@@@



เด็กหญิงอีดะ
Two Little Girls Called Iida





[cb-02] ปกหนังสือ เด็กหญิงอีดะ


. . . . . . สวัสดีค่ะ พุทรามาไม่ได้เขียนรีวิวหนังสือนานมากกกกก (จนเกือบลืมไปแล้วว่าเคยมีตัวตนที่นี่ -_-”) นาน ๆ จะเจอกัน รับประกันว่ายาวแน่นอน ท่านที่ปกติเข้าบล็อกทุเรียนกวนฯ แล้ววันนี้เปิดมาเจอตัวหนังสือมากมายก็ไม่ต้องตกใจไปนะคะ ปีนึงโผล่มาไม่กี่ครั้งหรอก

. . . . . . วันนี้พุทราได้รับมอบหมายให้มาเขียนเรื่องพิเศษที่ต้องอัพบล็อกในวันที่ 6 สิงหาคม เท่านั้น แต่บังเอิ๊ญ~ วันที่ 6 มาตรงกับงานถนนสายนี้มีตะพาบฯ ซะด้วยสิคะ พอดีท่าน จขบ. เค้าเห็นว่ามันน่าจะเข้ากับโจทย์ครั้งนี้ก็เลยฝากอัพงานตะพาบฯ ไปด้วยเลย อืม...เขียน 2 งานแต่ทำไมหนูได้ค่าแรงเท่าเดิม (กระทรวงแรงงานรีบมาตรวจสอบด่วน)

. . . . . . หนังสือที่นำมาแนะนำวันนี้ชื่อว่า “เด็กหญิงอีดะ” เขียนโดยคุณมัตสุทานิ มิโยโกะ ต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นตีพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2512 ส่วนฉบับภาษาไทยแปลโดยคุณผุสดี นาวาวิจิต เคยตีพิมพ์หลายครั้งแล้วนะคะ ตอนแรกใช้ชื่อ “เก้าอี้กับเด็กหญิงอีดะ” แล้วก็มาเปลี่ยนเป็นชื่อที่ใช้ในปัจจุบันกับ สนพ. ผีเสื้อ ที่ฉันใช้ประกอบการรีวิวเป็นฉบับแก้ไขพิมพ์ครั้งที่สาม พ.ศ. 2544 ค่ะ

. . . . . . เนื้อหาในหนังสือค่อนข้างหนักสำหรับเด็กและเยาวชนเอาการอยู่นะคะ แถมมีเรื่องลึกลับให้ชวนคิดด้วย แต่ผู้เขียนแต่งเรื่องได้ดีจริง ๆ ไม่มีอะไรส่อความรุนแรงเลยสักนิด และที่ดีมากที่สุดก็คือเความทรงคุณค่าของเนื้อหานี่แหละค่ะ ดีซะจนได้รับรางวัลแอนเดอร์เสนนานาชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2522 ด้วยนะ

. . . . . . ฉันบอกไว้ตอนต้นว่า...หนังสือเล่มนี้ต้องอัพในวันที่ 6 สิงหาคม เท่านั้น ถ้าอยากรู้ว่าเพราะอะไรก็ต้องลองตามอ่านดูเองนะคะ ใบ้ให้ว่า...“หกสิงหา-น้ำตาท่วมจอ” ตอนนี้ขอตัวไปหยิบผ้าเช็ดหน้าก่อนนะ


(English section is unavailable.)





[cb-02] ปก Futari no Iida ฉบับภาษาไทยทั้ง 4 แบบ

.

.

.

.


@@@@@@@@@@



ฤดูร้อนแสนประหลาดที่ฮานาอุระ
The Weird Summer in HANAURA





[cc-01] Naoki and the abandoned House


. . . . . . เรื่องราวเกิดขึ้นกลางฤดูร้อนในเดือนสิงหาคมปีหนึ่ง เด็กชาย ”นาโอกิ” นักเรียนชั้น ป.4 จากโตเกียว ถูกแม่พาเดินทางไกลเพื่อมาฝากไว้กับคุณตาคุณยายพร้อมกับ “ยูโกะ” น้องสาวตัวเล็ก ๆ อายุ 2 ปี 11 เดือนที่ฮานาอุระเป็นการชั่วคราวแล้วเธอก็เดินทางไปทำงานต่อที่กิวชิวคนเดียว

. . . . . . ตอนพลบค่ำของวันแรกที่มาถึง ระหว่างที่นาโอกิเดินสำรวจเมืองตามลำพัง เขาก็สะดุดเข้ากับเสียงของใคร...หรือตัวอะไรอย่างหนึ่ง เสียงนั้นพูดแหบ ๆ เบา ๆ ว่า

. . . . . .
“ไม่มี...ไม่มี...ไม่มีที่ไหนเลย”

. . . . . . เมื่อเขามองดูก็ประหลาดใจเมื่อพบว่าเจ้าของเสียงเสียงนั้นคือเก้าอี้ไม้ตัวเล็ก ๆ เดินได้ เด็กชายเดินตามเก้าอี้ไปจนถึงบ้านร้างในป่า แต่เขาก็ไม่กล้าเข้าไปในบ้านที่มืดมิดในตอนค่ำ

. . . . . . วันต่อมายูโกะเกิดหายตัวไป นาโอกิตามหาจนเจอที่บ้านร้างหลังนั้น เขาประหลาดใจเมื่อพบว่าน้องสาวรู้จักสนิทสนมกับเก้าอี้เป็นอย่างดีเหมือนกับว่าเด็กหญิงเคยอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้มาก่อนแล้ว เก้าอี้ไม้ในบ้านร้างและเด็กหญิงจากแดนไกล มีอะไรที่คล้ายกันอย่างน่าพิศวง


(English section is unavailable.)



++++++++++



เมื่อวานของเก้าอี้...วันนี้ของยูโกะ
Yesterday of the Chair . . . Today of Little Yuko





[cc-02] The weird Chair and Yuko


. . . . . . “เก้าอี้” ผู้ที่เวลาหยุดลงแค่ “เมื่อวาน” กำลังเฝ้ารอคุณตาและเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่เขาเรียกว่า “อีดะ” ทั้งสองหายตัวจากบ้าน “เมื่อวานหรือเมื่อวานของเมื่อวาน” การได้พบเจอเด็กหญิงตัวน้อย ๆ “ยูโกะ” ทำให้เก้าอี้ผู้เฝ้ารอคอยแล้วพูดด้วยเสียงแหบ ๆ ย้ำคิดย้ำทำว่า “ไม่มี...ไม่มี...ไม่มีที่ไหนเลย” กลับมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

. . . . . . “ยูโกะ” เด็กน้อยไร้เดียงสาผู้ที่เวลามีแค่
“วันนี้” เวลาของเธอคือปัจจุบันส่วนพรุ่งนี้ก็คือพรุ่งนี้ที่ยังมาไม่ถึง บางครั้งเธอก็ถูกเรียกว่า “อีดะ” ของบ้านนาโอกิเหมือนกัน เนื่องจากเป็นเด็กเล็กจึงรับรู้อะไรได้เร็ว แต่การที่เธอคุ้นเคยกับบ้านประหลาดหลังนี้เหมือนเคยอาศัยอยู่ที่นี่มาก่อนสร้างความพิศวงให้นาโอกิเป็นอย่างมาก

. . . . . . เมื่อวานของเก้าอี้...วันนี้ของยูโกะ กาลเวลาของบ้านหลังนี้ดูเหมือนหยุดนิ่งตอนที่เจ้าของบ้านหายไป เก้าอี้ก็บอกอะไรได้ไม่มากไปกว่าเมื่อวานและเมื่อวาน ไม่ว่าจะอธิบายเท่าไรเก้าอี้ก็ยังยืนกรานว่ายูโกะคือ “อีดะ” เด็กหญิงของบ้านหลังนี้อยู่ดี แถม “พฤติกรรมของอีดะ” ที่เก้าอี้เล่ามายังคล้ายกับ “พฤติกรรมของยูโกะ” ราวกับเป็นคนคนเดียวกัน

. . . . . . นาโอกิจึงเริ่มคิดหาทางไขปริศนาช่วงเวลาที่หายไปของเจ้าของบ้านด้วยตัวเอง


(English section is unavailable.)



++++++++++



ปริศนาของเวลาที่หยุดนิ่ง
The Mystery of the Frozen Time





[cc-03] Ritsuko visited the weird House


. . . . . . ด้วยความช่วยเหลือของ “ริทสุโกะ” หญิงสาวที่อาศัยอยู่ละแวกใกล้เคียง ทำให้นาโอกิไขปริศนาได้หลายอย่าง คุณตาเจ้าของบ้านเป็นช่างทำเก้าอี้และบรรจงทำเก้าอี้ประหลาดตัวนี้ให้ “อีดะ” หลานสาวของเขาด้วยตัวเอง วันที่ทั้งสองหายตัวไปก็น่าจะเป็นวันเดียวกันกับที่ปรากฏอยู่บนปฏิทินที่แขวนอยู่ในบ้าน...ที่กาลเวลาหยุดนิ่งแค่เมื่อวันวาน 6 สิงหาคม พ.ศ. 2488

. . . . . . ริทสุโกะเป็นหญิงสาวใจดียิ้มแย้มเสมอแม้ว่าบางครั้งจะเห็นเธอจะดูเศร้ากับบางเรื่องที่นาโอกิไม่เข้าใจก็ตาม แต่ให้ความช่วยเหลือเขาเป็นอย่างดีมาก เธอขอให้นาโอกิพาไปดูบ้านหลังประหลาดหลังนั้นด้วย

. . . . . . เมื่อไปถึง...ริทสุโกะมีท่าทีสนอกสนใจภายในบ้านเป็นอย่างมาก และก็ได้พบสมุดภาพนิทานแอนเดอร์เสนเรื่อง “ดอกไม้ของอีดะ” ทำให้ทราบว่าชื่อเรียก “เด็กหญิงอีดะ” ของบ้านนี้มาจากชื่อตัวละครในนิทานนั่นเอง

. . . . . . วันที่ทั้งสองคนมาสำรวจบ้านบังเอิญเป็นวันที่ 6 สิงหาคม ซึ่งวันเดียวกับที่ปฏิทินหยุดนิ่งพอดี และในวันนี้ตรงกับวันที่ริทสุโกะเดินทางไปร่วมงานลอยโคมประจำปี เธอจึงชวนนาโอกิเดินทางไปด้วยกัน


(English section is unavailable.)



++++++++++



กาลเวลาที่หายไปในฮิโรชิม่า
Time Lost in HIROSHIMA





[cc-04] The lanterns were floating over the water in Hiroshima Peace Memorial


. . . . . . “ระเบิดปรมาณูค่อย ๆ ดิ่งลงมาเพราะผูกติดไว้กับร่มชูชีพ เมื่อมาถึงระดับความสูงห้าร้อยเมตรเหนือเมืองฮิโรชิม่าก็เกิดระเบิดขึ้น มีแสงสว่างจ้าและเสียงสนั่น แล้วทุกคนในฮิโรชิม่าก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น เส้นผมผู้หญิงชี้ตั้งขึ้น ใบหน้าถูกไฟลวกจนดูไม่ออกว่าใครเป็นใคร ที่ร้ายกว่านั้นก็คือผิวหนังที่หน้าของบางคนลอกออกมาห้อยต่องแต่งอยู่ที่คาง ผิวหนังที่แขนก็ลอกออกมาห้อยจนดูเหมือนมีแขนสี่ข้าง---ลูกระเบิดเพียงลูกเดียวทำให้คนตายไปถึงสองแสนคน”

+ คัดจากหนังสือ “เด็กหญิงอีดะ” (หน้าที่ 148) +
สำนักพิมพ์ผีเสื้อ แปลโดย ผุสดี นาวาวิจิต



. . . . . . ริทสุโกะเล่าให้ฟังนั่งรถไฟถึงเหตุการณ์วันนี้ในอดีตเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน...วันที่ 6 สิงหาคม 2488 เป็นวันที่ระเบิดปรมาณูถูกทิ้งลงที่ฮิโรชิม่าคร่าชีวิตผู้คนกว่าสองแสนลงทันที นาโอกิสังเกตว่าวันเดียวกันกับที่คุณตาและอีดะจังหายตัวไปนี่เอง และคิดต่ออีกว่า...ถ้าเช้าวันนั้นทั้งสองคนอยู่ที่ฮิโรชิม่าก็คงจะไม่มีโอกาสได้กลับบ้านอีกแล้ว

. . . . . . เมื่อริทสุโกะและนาโอกิเดินทางไปถึงอุทยานสันติภาพ ก็ได้เห็นพิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานต่าง ๆ รวมทั้งโครงหลังคารูปโดมที่เป็นที่ตั้งของจุดศูนย์กลางแรงระเบิด เบื้องหน้านั้นยังมีหลักจารึกข้อความสั้น ๆ อันสะเทือนใจว่า...


”จงหลับให้สบายเถิด
จะไม่เกิดความผิดเช่นนี้ขึ้นอีกแล้ว“


. . . . . . ขณะเดินไปหอระฆังแห่งสันติภาพก็พบเจอ “รูปปั้นเด็ก” ตั้งอยู่ ริทสุโกะเล่าอย่างเศร้า ๆ ว่า ในตอนนั้นมีเด็ก ๆ ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิด...บางคนก็ยังไม่ทันได้เกิดจากท้องแม่ด้วยซ้ำ แต่ก็ป่วยเป็น “ลูคีเมีย” ตายตามไปทีหลังอีกไม่น้อยเลย

. . . . . . ผู้คนมากมายลอยดวงโคมสว่างไสวทั่วแม่น้ำทั้งเจ็ดสายในฮิโรชิม่า เพื่อระลึกถึงวิญญาณผู้ที่ตายในเหตุการณ์ครั้งนั้น ริทสุโกะมาที่นี่เพื่อลอยโคมของตัวเองเช่นกัน นาโอกิสังเกตเห็นตัวหนังสือบนโคมเขียนว่า
“หนูโตขึ้นขนาดนี้แล้วค่ะ” เขาอ่านข้อความนั้นโดยที่ไม่ทราบว่าริทสึโกะหมายความว่าเช่นไร


(English section is unavailable.)



++++++++++



นาฬิกาชีวิตที่เปลี่ยนไป
Many Things have been Changed Forvever





[cc-05] Naoki read the Letter


. . . . . . จนถึงตอนนี้นาโอกิคิดว่าเขาน่าจะได้ไขปริศนาต่าง ๆ ได้หมดแล้ว ได้รู้ชื่อของคุณตาช่างทำเก้าอี้เจ้าของบ้านและลูกสาวที่เป็นเจ้าของสมุดภาพ “ดอกไม้ของอีดะ” และที่สำคัญที่สุดคือได้รู้วันที่และสาเหตุอันน่าเศร้าที่เจ้าของบ้านหายตัวไป ความทรงจำของเก้าอี้ที่เรียกว่า “เมื่อวาน” ได้ผ่านมานานกว่ายี่สิบปีแล้ว

. . . . . . แม้จะไม่ได้ร่ำลาริทสุโกะเนื่องจากเธอไม่อยู่ที่บ้านในวันนั้น นาโอกิก็เลยได้แต่เขียนจดหมายเล่าเรื่องราวฝากไว้กับคุณยาย แล้วเขาก็กลับโตเกียวพร้อมแม่และน้องสาวด้วยความโล่งใจที่ได้คลายปริศนาที่ฮานาอุระแล้ว แต่สิ่งคิดน่ะมันยังไม่ใช่ทั้งหมด จนเมื่อเขาได้อ่านจดหมายจากริทสุโกะหลังจากกลับโตเกียวได้ 1 สัปดาห์

. . . . . . สงครามทำให้ “นาฬิกาชีวิต” ของทุกสิ่งเปลี่ยนไป เวลาของผู้คนมากมายสิ้นสุดลงทันที บางคน...เช่นอีดะจังกลายเป็นความทรงจำอันเลือนราง บ้างก็เวลาเดินวนเวียนกลับหลัง...เช่นเก้าอี้ในบ้านร้าง แต่ก็ยังมีใครอีกไม่น้อยเหมือนกันที่เวลาเดินช้าลง ๆ รอวันหยุดเมื่อสิ้นสุดลมหายใจ แต่เมื่อนาฬิกาชีวิตยังเดินอยู่ก็ยังหวังให้มีพรุ่งนี้เสมอ

. . . . . . นาโอกิน้ำตาเอ่อล้นเมื่อได้อ่านจดหมายฉบับนั้น ผลกระทบของสงครามแม้เวลาผ่านไปสักเท่าไรก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยจริง ๆ


(English section is unavailable.)


.

.

.

.


@@@@@@@@@@



วันพรุ่งของรุ่งเช้า
Sunrise of Tomorrow





[cd-01] Children's Peace Monument (ซาดาโกะกับนกกระเรียน)
Credit : http://www.wikinut.com . . . thanks you :)



. . . . . . “เด็กหญิงอีดะ” เป็นหนังสือที่สร้างความลำบากใจที่สุดตั้งแต่พุทราเขียนรีวิวเลยค่ะ อ่านไปน้ำตาก็ไหลไป ลองคิดดูสิ? กว่าจะเขียนรีวิวได้ต้องอ่านไปกี่รอบ แล้วน้ำตาไหลไปกี่ปี๊บกันล่ะเนี่ย แต่ที่ลำบากใจไม่แพ้กันคือ...การรีวิวโดยไม่เปิดเผยเรื่องราวนี่ยากจัง แม้จะเขียนบอกอะไรไปเยอะแล้วแต่ก็ยังไม่ใช่ทั้งหมดหรอกนะคะ หนังสือดี ๆ อย่างนี้อ่านด้วยตัวเองจะดีกว่า

. . . . . . คุณมัตสึทานิ มิโยโกะ เขียนเรื่องสะท้อนผลกระทบของสงครามอย่างดีเยี่ยม ทุกรายละเอียดล้วนมีความหมาย แต่ไม่มีแม้สักประโยคที่แสดงถึงความโกรธแค้นชิงชังเลยค่ะ ตรงกันข้าม กลับทำให้นึกถึงผลของความร้ายแรงจากความขัดแย้ง และยิ่งเศร้าหนักช่วงที่ได้อ่านข้อความในหลักจารึกที่อนุสรณ์สถาน
“จงหลับให้สบายเถิด...จะไม่เกิดความผิดเช่นนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว” ไม่รู้ว่าใครคิดยังไงนะคะแต่สำหรับฉันรู้สึกสะเทือนใจจนน้ำตาไหลทุกที T^T

. . . . . . จริง ๆ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการสงครามส่วนใหญ่ก็เป็นคนธรรมดา ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการสู้รบ
“ไม่ว่าจะเกิดจากฝ่ายไหนหรือด้วยวิธีการอะไร...ก็เป็นผู้สูญเสียทั้งนั้น” ว่าไหมคะ? บางคนก็เสียชีวิตทันที มีอีกมากที่แม้ยังไม่ตายแต่ก็บั่นทอนไฟชีวิตมืดลง ๆ ตราบใดที่ไฟชีวิตยังไม่ดับสนิท พวกเขาก็ยังมีกำลังใจที่จะเจอแสงสว่างในพรุ่งนี้ต่อไปนะ ^^

. . . . . . “6 สิงหาคม” เป็นวันที่ระลึกถึงเหตุการณ์ผู้คนมากมายที่เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิม่าในปี 2488 วันที่กำลังเขียนบทความอยู่นี้แม้ห่างกันหลายสิบปี แต่ก็เป็นวันที่ “6 สิงหาคม” เช่นกัน

. . . . . . “ฉันคงไม่ได้อ่อนไหวเกินไปใช่ไหม...นั่งเขียนไปน้ำตาก็เอ่อไหลอีกแล้ว...”


(English section is unavailable.)




See you … แล้วพบกันใหม่ค่ะ

พุทราน้อย อ้อยอิ่ง









[ภาพวาดประกอบบล็อกโดย “ทุเรียนกวน ป่วนรัก”]

.

.

.

.


“Let all the souls here rest in peace
For we shall not repeat the evil”



- Memorial Monument for Hiroshima -

.

.

.

.


หมายเหตุ


+ “พุทราฯ” เป็นนามปากกาที่ จขบ. ใช้สำหรับการเขียนบล็อกแนะนำหนังสือ
ส่วนการตอบความคิดเห็นต่าง ๆ จะให้ ”ทุเรียนกวนฯ” มาเขียนตามปกติจ้า…FYI






Create Date : 06 สิงหาคม 2556
Last Update : 11 กรกฎาคม 2560 18:24:33 น. 36 comments
Counter : 2285 Pageviews.

 


A Memorial blog on August, 6th



โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก วันที่: 6 สิงหาคม 2556 เวลา:3:27:06 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับุคณทุเรียน

โหวตบล้อกรีวิวหนังสือให้เลยนะครับ
เขียนได้ดีจริงๆครับ

เล่มนี้ผ่านตาผมหลายรอบมากที่ร้านหนังสือ
แต่ยังไม่ได้ซื้อมาอ่านเเลยครับ

อ่านรีวิวของคุณทุเรียน
ต้องบอกว่าหนังสือเล่มนี้น่าอ่านมากๆ

นึกถึงหนังการ์ตูนเรื่องสุสานหิ่งห้อยเลยครับ







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 สิงหาคม 2556 เวลา:6:39:03 น.  

 

Like ให้เป็นคนที่ 1
รีววิวหนังสือเพียบเลย
พี่อุ้มมีตั้ง 1 เล่มด้วยนะเนี่ย อิอิอิ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
We Are FroM BeLGiUM Klaibann Blog ดู Blog
ทุเรียนกวน ป่วนรัก Book Blog ดู Blog



โดย: อุ้มสี วันที่: 6 สิงหาคม 2556 เวลา:7:31:12 น.  

 
สวัสดีค่า คุณทุเรียน ^^
วันนี้ตะพาบมีหนังสือให้อ่านเยอะเลยนะคะ

นุ่นยังไม่เคยได้อ่านสักเล่มเลยค่ะ
วรรณกรรมญี่ปุ่น ได้อ่านแต่แนวหลอนๆ
น่าอ่านมากค่ะ
แล้วจะหามาอ่านบ้างค่า

ขอบคุณมากๆนะคะ ^^



โดย: lovereason วันที่: 6 สิงหาคม 2556 เวลา:8:45:34 น.  

 
RIP
กับการสูญเสีย @ ฮิโรวิม่า
ในวันที่ 6 สิงหาคม 2488 ค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 6 สิงหาคม 2556 เวลา:12:25:56 น.  

 
ช้าไปมั้ย พี่จะไปหาซื้อมาอ่าน หนังสือดีๆ อยากให้อ่านเอง ถ้าเป็นพี่นะ รู้แล้วว่าเรื่องเป็นยังไงก็จะซื้อมาเก็บไว้ เรื่องจริง (โหมดอยากรู้มาก... ริทสุโกะเป็นใคร ใช่อีดะหรือเปล่า...)

อาจจะเป็นเพราะมีเรื่องฮิโรชิม่าด้วยมัง น่าสนใจค่ะ

*** ที่บ้านพี่รูปเยอะค่ะ โหลดช้าเลยสิ...ขอโทษเน้อ...

มาเกริ่นให้พี่ฟัง แล้วบอกว่าไม่แปลให้หรอกนะ My Hump เอ๊ออออ เนาะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 6 สิงหาคม 2556 เวลา:16:22:50 น.  

 
หนังสือชื่อแปลกๆสำหรับผม มักจะอ่านใต้ร่มไม้ในฤดูร้อนครับ
สงบดี ติดมาตั้งแต่ตอนปิดเทอม


โดย: เป็ดสวรรค์ วันที่: 6 สิงหาคม 2556 เวลา:17:05:49 น.  

 
สวัสดีค่ะตามมาจากบ้านคุณเป็ดมาชมหนังสือน่าอ่านค่ะ
ดูรายชื่อแล้วหนังสือน่าอ่านทุกเล่มเลยนะคะ

ไลท์ให้นะคะ


หลับฝันดีค่ะ




More Flowers Comments




โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 6 สิงหาคม 2556 เวลา:20:47:24 น.  

 
อ่านแล้วเศร้าอะ


โดย: น้องผิง วันที่: 6 สิงหาคม 2556 เวลา:21:55:20 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณสำหรับการแนะนำหนังสือดีๆนะคะ




โดย: NENE77 วันที่: 6 สิงหาคม 2556 เวลา:22:29:44 น.  

 
มาอ่านเรื่องราวของเด็กหญิงอิดะด้วยคนครับ

อ่านแล้วก็รู้สึกว่าคนเขียนเก่งมากๆนะครับ

ที่ผูกปมเรื่องไว้อย่างน่าติดตามและไขไปที่ละปมๆ

ดีจังที่ยังไม่มีการทิ้งระเบิดปรมณูอีกเลยตั้งแต่นั้นมาครับ ^^


เอาฟ้าที่หน้าต่างที่บ้านมาฝากคุณพุทราด้วยครับ อิอิ






โดย: วนารักษ์ วันที่: 6 สิงหาคม 2556 เวลา:22:38:04 น.  

 
ยินดีที่ได้รู้จักน้องเนย เอ้ย! น้องพุทรานะครับ

ได้อ่านบรรยายฉากที่ปรมาณูลงจากคนเห้นเหตุการณ์จริงเมื่อไหร่ก็รู้สึกสยองขึ้นมาทันใด มีหลายคนโดนไอระเบิดจนเนื้อหลอมละลายหลุดจากตัวทีละนิดๆ เดินอยู่เต็มถนนเหมือนซอมบี้โดยไม่รู้ว่าตัวเองจะรอดชีวิตไปได้อย่างไร บางคนก็ระเหยเป็นไอไปกลางสะพานเลย เหมือนจะมีจุดที่ทิ้งคราบดำๆที่เคยเป็นคนอยู่ด้วยนะครับ แล้วเขาก็อนุรักษ์ไว้แบบนั้น
เมืองราบเหลือแต่โครงโดม โดมเลยกลายเป็นสัญลักษณ์ระลึกเหตุการณ์นี้ไปเลย ซาดาโกะพับนกพันตัวก็เป็นอีกเรื่องราวที่โด่งดังมากครับ
หลังจากนั้นอาวุธที่น่ากลัวที่สุดในประวัติศาสตร์นี้ก็ไม่ถูกใช้ในสงครามอีกเลย แต่เปลี่ยนสถานะกลายเป็นเครื่องมือทางการทูตไป

หนังสือนี้เขียนถึงความโหดร้ายของสงครามโดยไม่มีการใส่ความชิงชังประเทศคู่อริเลย ดีกว่าหลายเล่มที่ปากก็บอกว่าเขียนเพื่อต่อต้านสงคราม แต่จุดไฟให้คนรุ่นหลังโกรธแค้นกันนะครับ
อ่านแล้วก็อยากรู้ความสัมพันธ์ของริทสึโกะกับอีดะมากกว่านี้อีก
อยากรู้ด้วยว่าภาพประกอบในเล่มจริงๆจะสวยแบบที่คุณทุเรียนวาดไหมนะ

โหวตหมวดหนังสือให้เลยครับ


โดย: ชีริว วันที่: 6 สิงหาคม 2556 เวลา:23:04:19 น.  

 
อยากบอกว่า .. อ่านจบแล้ว เค้าอยากอ่านต่อ
อีกเลยล่ะค่ะ แบบว่าหนังสือเล่มนี้น่าอ่านมั่กๆ ว่าแล้ว
ต้องไปหาอ่านล่ะค่ะ ..


โดย: JewNid วันที่: 6 สิงหาคม 2556 เวลา:23:12:29 น.  

 
เราคงได้เจอกันอีกนะคะ น้องพุทรา มาเฉพาะกิจ



บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
schnuggy Travel Blog ดู Blog
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
ทุเรียนกวน ป่วนรัก Book Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น




โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 7 สิงหาคม 2556 เวลา:6:36:48 น.  

 
ปกติจะออนบล็อกประมาณห้าวันครับ

ยกเว้นไม่ปกติ 555++ ^^

ดอกสีแดงนี้เขาชื่อดาวเวียดนาม หรือ ดาวจอมพลครับ

เป็นไม้เลื้อยอายุสั้น ดอกเล็กๆประมาณ 1 ซ.ม.เองครับ

แต่ว่าสีของเธอนี้ไม่แพ้ใครทั้งนั้นเลยครับ

เจอกันทีไรต้องเชิญมาเป็นนางแบบทุกทีครับ


โดย: วนารักษ์ วันที่: 7 สิงหาคม 2556 เวลา:21:48:11 น.  

 

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาครับ

พอดีผมจะเขียนตอบคอมเมนต์ที่ blog ของคุณชีริว
แต่เห็นว่าเกี่ยวกับเนื้อหาในนี้ด้วย เลยขอแปะทั้ง 2 ที่เลยนะครับ ^^

.....

ญี่ปุ่นเป็นประเทศเดียวในโลกที่โดนถล่มด้วย Atomic bomb
เขาเลยแฝงบอกอุทาหรณ์บอกความร้ายกาจของอาวุธชนิดนี้
โดยใช้ประสบการณ์ที่โดนด้วยตัวเองจริง ๆ มากมายเลยครับ

ในการ์ตูนนี่พบเห็นไม่ใช่น้อยเหมือนกันนะ
บางอันผมก็เพิ่งเห็นแบบจะจะตอนมีอินเทอร์เน็ตนี่แหละ
เพราะหนังสือหรือพวกสื่อที่จะได้ดูภาพแบบเต็ม ๆ มันหายาก

ใน "หมัดดาวเหนือ" ที่ผมได้ดูตั้งแต่เด็ก ๆ
ภาพเมืองเสียหายเรียบวุธเป็นเศษซากนี่...
บางภาพแทบไม่ต่างอะไรจากที่เห็นฮิโรชิม่าใน Museum เลยครับ
Buronson และสตูดิโอโตเอะ น่าจะไช้อิเมจจากเรื่องจริงไม่น้อย

ใน "Gundam 0083" มีอยู่ตอนนึงที่มีคนกล่าวอย่างเศร้า ๆ
ถึงรอยไหม้ดำเป็นรูปคนติดอยู่ที่ยานที่ไม่อาจลืมเลือน
ตอนนู้นผมก็ไม่รู้หรอกว่าหมายถึงอะไร (หนังสือแปลห่วยด้วยแหละ -_-)
เพิ่งมารู้ทีหลังตอนโตแล้วว่า...มันมาจากประสบการณ์จริงนี่เอง

น่าจะมีการ์ตูนญี่ปุ่นอีกเยอะนะครับ ที่แฝงอุทาหรณ์พวกนี้เอาไว้
เพียงแต่ตอนที่ผมได้ดูยังเด็กเกินกว่าจะรับรู้ได้นั่นเอง
พอได้รู้ที่มาที่ไปของไอเดียพวกนี้แล้วก็เศร้าเหมือนกัน...


โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก วันที่: 7 สิงหาคม 2556 เวลา:22:24:07 น.  

 
หลับฝันดีค่ะ คุณทุเรียนและคุณพุทราค่ะ 555 มีแซวเรื่องปลาทอดด้วยล่ะ อิอิ ปลาทอดเนี่ยตัวไม่ใหญ่หรอกค่ะพอวางในบาตรได้ด้วยค่ะ

มาอ่านหนังสือต่อค่ะ อ่านสนุกมาก อยากมีเวลาเยอะๆจังจะได้ซื้อมานั่งอ่านให้สบายใจเลยค่ะ

หลับฝันดีนะคะ




More Flowers Comments




โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 7 สิงหาคม 2556 เวลา:23:13:30 น.  

 
สวัสดีจ้าน้องพุทรา (ท่านทุเรียนลาพักร้อนไปเที่ยวไหนเนี่ยญี่ปุ่นป่าวอิอิ)
ฝากความคิดถึงไปด้วยนะคะว่าแต่พี่เค้าจ่ายค่างานเขียนเท่าไหร่พี่แพมจ่าย
สองเท่านาว่างๆไปอัพให้พี่ด้วยนาพี่จะแปลงเป็นนินจาไปนอนสวนตะไคร้แร่ะ^^

เข้าสู่บล็อกเฉพาะกิจ แต่อ่านแล้วซาบซึ้งกระแทกหัวใจสุดๆเลยนะเนี่ยช่วงเวลาตอนสงครามโลกครั้งที่สองตอนนนั้นเป็นช่วงเวลาที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย บรรยายฉากได้สั่นสะท้ายมากเลย" ระเบิดปรมาณูค่อย ๆ ดิ่งลงมาเพราะผูกติดไว้กับร่มชูชีพ เมื่อมาถึงระดับความสูงห้าร้อยเมตรเหนือเมืองฮิโรชิม่าก็เกิดระเบิดขึ้น มีแสงสว่างจ้าและเสียงสนั่น แล้วทุกคนในฮิโรชิม่าก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น เส้นผมผู้หญิงชี้ตั้งขึ้น ใบหน้าถูกไฟลวกจนดูไม่ออกว่าใครเป็นใคร "ตามด้วย การสูญเสีย การพลัดพรากจากกันของชีวิตเวลาหยุดนิ่งอยู่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2488 โอ้พระเจ้าเศร้าซึ้มมึนนน พรากT_T

ประเทศญี่ปุ่นโดนปรากฏการณ์แรงๆจากโลกมาตั้งแต่ประวัติศาสตร์มองจากการบันทึกและหนังสือหลายๆเล่มทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอื่นๆ นี่คงจะเป็นบทเรียนให้ประเทศและพลเมืองในประเทศพัฒนาเทคโนโลยีและจิตสำนึกไปในตัวเองดูเหมือนเค้าจะมีระเบียบมากกกเร่งรีบพร้อมกับตั้งใจทำงานกันมากๆนะขนาดนั่งรอรถประจำทางยังมาตรงเวลาเป้ะทุกวันอ่ะไม่แน่เชื่อเวลาของนาฬกาพร้อมเพรียงดีมาก


บล็อกชวนอเมซิ่งสุดโด่งเหมือนกันนะนี่ แหม่!!ตาดีทีเดียว
เก็บขวดน้ำขาย โอ้ยๆๆนั่นมันอาชีพเก่าเค้าเลยนะโว๊ะๆๆๆๆๆๆไล้ค์โลคคค


โดย: mastana วันที่: 8 สิงหาคม 2556 เวลา:11:13:23 น.  

 
อืม .. เป็นวัน ครบรอบ การสูญเสีย ครีั้งใหญ่หลวง ในประวัติศาสตร์ ที่ไม่มีใครลืมเลยนะคะ..
แต่ไม่ได้จำวันมัน แค่นั้น เศร้าจัง ..
อ่านที่เกริ่นๆ มาก็ น่าสนใจ ค่ะหนังสือ ดีๆ แต่ตัวเอง ไม่เคยอ่านสักเล่ม.แหะๆ ..
คุณ ทุเรียน ไป คุณ พุทรา มาเขียนแทน ..ดราม่านิดเนาะ..
พัก ร้อนไร หน้าฝน ระวังไม่สบายเน้อ อย่าเที่ยวเพลินล่ะ..





โดย: tifun วันที่: 8 สิงหาคม 2556 เวลา:14:22:29 น.  

 
โอ้ว ฉากเปิดเรื่องหมัดดาวเหนือ "ปี 1999 หลังสงครามนิวเคลียร์" บ้านเรือนราบเป็นหน้ากลองเหมือนฮิโรชิม่าจริงๆครับ แต่ภาพเรือพุ่งเสียบตึกนั่นตราตรึงใจมาก

ไม่มีใครเขียนถึงระเบิดนิวเคลียร์ได้น่าสะพรึงเท่าญี่ปุ่นอีกแล้วครับ โดยเฉพาะนักเขียนที่ผ่านยุคนั้นมากับสายตาตัวเอง ตำนานที่พวกเราคุ้นเคยกันอย่าง อ.เทะสึกะ หรือ อ.ฟูจิโมโตะ หลายฉากเขียนเรื่องสงครามแล้วสะท้อนความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ในใจผู้เขียนจริงๆ อย่างผลงาน SF ของ อ.ฟูจิโมโตะ ที่เพื่อนเก่าทำหนังมาแข่งกัน มีอยู่คนนึง ทำหนังเรื่องการดำเนินชีวิตปกติ แล้วจู่ๆหนังก็ตัดกลายเป็นภาพสีขาวไปทันที เป็นภาพที่น่ากลัวที่สุดที่จะมาถึงพวกเราเมื่อไหร่ก็ไม่รู้เลยครับ หลายๆตอนที่คุณพ่อโนบิตะเล่าถึงวัยเด็กในยุคสงครามก็ยากลำบากมาก แต่เรื่องโดราเอม่อนเหมือนพยายามจะไม่พูดถึงระเบิดนิวเคลียร์ในประวัติศาสตร์นะครับ มีแต่นิวเคลียร์ที่จะเอามาฆ่าหนู


โดย: ชีริว วันที่: 8 สิงหาคม 2556 เวลา:21:01:54 น.  

 
สงครามมันมีแต่ความสูญเสียจริงๆ จะว่าไปคนที่ตายเพราะสงครามมักจะเป็นพวกคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวหรือไม่ก็พวกทหารชั้นผู้น้อยนี่สิ (น่าสงสารชะมัด) แต่พวกผู้ใหญ่กลับนั่งรับความดีความชอบที่ลูกน้องตัวเองไปตาย

ผมจำได้ว่าเคยชมการ์ตูนเรื่องหนึ่ง เพื่อนที่เป็นคนญี่ปุ่นเค้าแนะนำให้ดูน่าเสียดายชะมัดที่จำชื่อเรื่องไม่ได้แล้ว แต่เป็นการ์ตูนเก่า พูดถึงเรื่องสงคราม และชีวิตหลังจากที่ญี่ปุ่นโดนระเบิดจากอเมริกาไป 2 ลูก ซึ่งทำให้เมืองสภาพไม่ต่างจากนรกเลยทีเดียว คนตายก็ตาย คนอยู่น่าสงสารกว่า

ซาดาโกะกับนกกระเรียน 1000 ตัว จำได้ว่าเธอสิ้นใจก่อนที่ตจะพับได้ครบ แต่ตอนหลังเพื่อนๆ เธอช่วยกันพับจนครบหนึ่งพันตัว

โหวตหนังสือให้เลยครับ เห็นถึงความตั้งใจอย่างมาก


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 8 สิงหาคม 2556 เวลา:23:52:04 น.  

 
จากบล็อกนายเคียวน์บทออกน้อยจริงๆ แหละครับ แหะๆ หาบทให้ไม่ได้จริงๆ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 8 สิงหาคม 2556 เวลา:23:52:54 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณทุเรียน..

ได้อ่านหนังสือเยอะๆนี่ดีนะค่ะ

หัวสมองกว้างไกล..อิอิ



โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:19:35:57 น.  

 
นี่จะเป็นอีกหนึ่งเล่มที่ลิ้มต้องหามาเก็บไว้ให้ได้แน่ๆค่ะ ถึงจะอ่านแล้วงงๆหน่อยๆ แต่ก็พอไล่เรียงลำดับเรื่องราวได้ น่าสนใจมากๆค่ะ เคยเห็นเหมือนกันนะคะเล่มนี้ แต่ไม่ได้หยิบขึ้นมา ไม่คิดเลยว่าจะพลาดหนังสือดีๆไปอย่างหน้าสียดาย

ทักทายยามค่ำคืนค่า


โดย: น้อยหน่ากะสาลี่ วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:22:45:09 น.  

 
ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือแนวนี้เลยค่ะ ส่วนใหญ่จะอ่านหนังสือนิยายซะมากกว่า แต่ถ้าเจอก็จะลองอ่านดูค่ะ


โดย: ประกายพรึก วันที่: 11 สิงหาคม 2556 เวลา:19:32:44 น.  

 
หนังสือแปล ถ้าเป็นสมัยก่อน พี่จะดูชื่อคนแปลค่ะ บางสำนวนก็ไม่ค่อยสนุก ไม่ได้บอกว่าเค้าแปลไม่ดีนะ บอกไม่ถูกเหมือนกัน อ่านแล้วติดๆ ขัดๆ

หลังๆ มา พี่ก็ชักไม่ค่อยคุ้นชื่อคนแปลแล้วค่ะ เยอะมาก ที่ทำก่อนเลย คงเหมือนคนอ่านหนังสือทั่วไป อ่านคำโปรยปกหน้าปกหลัง และคำนำก่อน ก่อนจะตัดสินใจหยิบไปจ่ายตังค์


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 11 สิงหาคม 2556 เวลา:20:11:51 น.  

 
ทักทายยามค่ำคืนค่า มาดึกอีกแล้วแหะ

ลิ้มไปเพิ่มการบ้านตะพาบแล้วนะ เขิน~~~


โดย: น้อยหน่ากะสาลี่ วันที่: 12 สิงหาคม 2556 เวลา:0:57:36 น.  

 
สุขสันต์วันแม่ครับคุณทุเรียนฯ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 12 สิงหาคม 2556 เวลา:17:15:15 น.  

 
เข้ามาหาหลายวันแล้วแต่เบลอๆ ทุกที อิอิ

เก้าอี้เหมือนเป็นความรู้สึก ความหลังให้เด็กหญิงคนนั้นต้องเฝ้ารออะไรบางอย่างเลย


ลายเส้นวาดการ์ตูนสื่อสายตาได้มากเลยคุณทุเรียนพู

เพราะดูว่าแทบจะไม่มีการลบเลยด้วยซ้ำ ลงเส้นทับแทน
จริงๆ อาจจะดูหมือนรกตานะ
แต่ไม่ใช่อะ
คือสื่ออารมณ์ภาพออกมาได้เหมือนกัน




โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 15 สิงหาคม 2556 เวลา:11:21:04 น.  

 
ถ้าให้เลือก
เลือกเรื่องนี้ค่ะ


ฤดูร้อนแสนประหลาดที่ฮานาอุระ
The Weird Summer in HANAURA

เพราะ น่าสนใจแปลกๆดี


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 16 สิงหาคม 2556 เวลา:11:19:30 น.  

 
มาโหวตการ์ตูนให้คุณทุเรียนค่า


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mastana Literature Blog ดู Blog
chon CH Food Blog ดู Blog
ชีริว Travel Blog ดู Blog
ทุเรียนกวน ป่วนรัก Cartoon Blog ดู Blog


เรืองเที่ยวๆรินยังมีลงไม่หมด ด้วยเวลาที่ต้องทำงานประจำอีก
แต่ยังคงคอนเซปต์ออนอาทิตย์ละวันพอแล้วค่า อิอิ
มากกว่านั้นเหนื่อยเนอะ

อย่างบ้านนี้เค้ายังออนตามเทศกาลเลย




โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 18 สิงหาคม 2556 เวลา:21:27:40 น.  

 
แวะ มาแอบ ดู พอดี หิวทุเรียน นึกได้ อิอิ..


how are you...


โดย: tifun วันที่: 19 สิงหาคม 2556 เวลา:14:59:36 น.  

 
ภาพท่านปัญญากับวัดอุโมงค์ .....สุดยอดดด!!
มีโหวตบล็อกแล้วน่าจะมีให้โหวตคอมเม้นท์ด้วยนะครับเนี่ย เพื่อรับรางวัล "Best Commentator"

เชียงใหม่สมัยก่อนรกร้างยิ่งกว่านี้หลายเท่า แต่เดี๋ยวนี้วัดส่วนใหญ่ถูกบูรณะใหม่เอี่ยมไปแล้วครับ ถ้าได้เห็นภาพเชียงใหม่ที่ปรักหักพัง คงใจสลายไม่แพ้อยุธยาที่ยิ่งใหญ่มานานเหมือนกัน เพียงแต่เชียงใหม่ไม่ได้ถูกทิ้งร้างเป็นร้อยปีแบบอยุธยา


โดย: ชีริว วันที่: 19 สิงหาคม 2556 เวลา:21:05:12 น.  

 
คุณพุทราแนะนำหนังสือได้น่ารักและชวนไปหามาอ่านเช่นเดิม

เรื่องนี้เป็นหนังสือเล่มโปรดเล่มหนึ่งเช่นกันค่ะ ^^ มากกว่าหรือพอๆ กับเรื่องเจ้าชายน้อยทีเดียว ช่วงสิบปีหลังมานี้ไม่ได้หยิบจากชั้นมาอ่านอีกเลย พอคุณพุทรามาแนะนำนี่แหละถึงนึกขึ้นมาได้ คิดถึงจัง

หน้าปกที่มีเป็นหน้าปกสีม่วง (เล่มที่สองจากซ้าย) เป็นหน้าปกที่ปลื้มที่สุดในชุดเพราะรู้สึกว่าจะออกแนวหลอนเข้าอารมณ์เรื่องดี จริงๆ ชอบทุกเรื่องที่คุณมิโยโกะเขียนแต่เรื่องนี้คงจะที่สุด ภาพประกอบก็สวย เคยเอาไปเล่าแนะนำให้เพื่อนฟังตอนอยู่มัธยมกับตามหาหนังสือเล่มที่ร้านหนังสือญี่ปุ่นด้วยค่ะ แต่ก็หาไม่เจอเพราะไม่รู้ว่ามันชื่อเรื่อง Futari no Iida ^^; บอกเขาว่าเป็นเรื่องเด็กหญิงอีดะกับเก้าอี้ พนักงานก็ไม่เข้าใจ...ส่วนที่โรงเรียนไม่เห็นจะมีใครเคยอ่านเลย ไม่น่าเชื่อว่าคนรอบตัวมีคนรู้จักเรื่องนี้น้อยเหลือเกินทั้งที่เป็นหนังสือรางวัล

วันนี้เพิ่งได้อ่านหนังสืออีกสามเล่มสามสัญชาติทั้งนิยายและบันทึกจริงที่เกี่ยวข้องกับช่วงสงครามโลกครั้งที่สองไปสดๆ ร้อนๆ "จะไม่เกิดความผิดเช่นนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว” กับ "ไม่ว่าจะเกิดจากฝ่ายไหนหรือด้วยวิธีการอะไร...ก็
เป็นผู้สูญเสียทั้งนั้น" คงเป็นประโยคที่สรุปความรู้สึกส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นได้ดีจริงๆ


ลืมไปซะสนิทว่ายังไม่ได้ตอบคุณทุเรียนกวนเกี่ยวกับคอมเมนต์ล่าสุดเลย อาจารย์คาโต้ไม่ได้เป็นนักวาดภาพประกอบหรอกค่ะ ลองค้นชื่ออาจารย์ในกูเกิ้ลภาษาอังกฤษก็ไม่เห็นเลยจริงๆ คงต้องเป็นภาษาญี่ปุ่น "加藤 啓子" อาจารย์เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับหนังสือภาพเด็กและการเล่านิทานน่ะค่ะ เดินทางอบรม จัดเวิร์คช็อปและสัมนาในญี่ปุ่น (และไทยนานๆ ครั้ง)

เนื่องจากค้นคว้าวิจัยและสนใจหนังสือภาพมาเป็นเวลานาน อ่านหนังสือแต่ละเล่มมาหลายสิบครั้งจึงมีความรู้และมุมมองเกี่ยวกับงานศิลป์และการใช้ภาพนำเสนอเรื่องราว ก็เลยนำมาเปรียบเทียบให้ผู้เข้าร่วมฟังได้อย่างน่าสนใจอย่างที่เล่าไปคร่าวๆ ในบล็อกน่ะค่ะ จริงๆ อัดวีดีโอที่อาจารย์บรรยายไว้บางส่วนด้วย ควรหาเวลาลงแชร์ให้ชมบ้าง ^^;


โดย: หงส์ IP: 58.136.208.197 วันที่: 27 สิงหาคม 2556 เวลา:23:51:38 น.  

 
เรื่องเด็กหญิงอีดะ อ่านครั้งแรกตอนอยู่ประถม เป็นหนังสือที่อ่านสนุกมาก แต่เสียดาย เพื่อนยืมไปแล้วไม่เอามาคืน ToT
ตอนนี้จะเข้ามหาลัยแล้ว เรายังอ่านหนังสือแนวนี้อยู่เลย


โดย: ยัยติ๊งต๊อง IP: 119.42.105.211 วันที่: 26 กรกฎาคม 2557 เวลา:16:20:07 น.  

 
ตามมาอ่านรีวิว น้องพุทรา
และชมฝีมือวาดภาพคุณทุเรียนกวนฯค่ะ



โดย: เริงฤดีนะ IP: 27.55.156.15 วันที่: 18 ตุลาคม 2558 เวลา:14:26:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ทุเรียนกวน ป่วนรัก
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




สวัสดี…นี่คือบล็อก “ทุเรียนกวนฯ”
Hello all…Call me “Durianguan”





Group Blog แบบที่ 2
Category 2

+ สารบัญทั้งหมด [All Contents]
. . . . . .. + Entry 1-100
. . . . . .. + Entry 101-200

+ สารบัญ Classify Contents by Group Blog
.
-- A + Guest Book
-- B + Cartoon
-- C + Drawing
-- D + Talking
-- E + Contents
.
.
.
.
TAG
Category 3

+ เพลงของฉัน [My Music]
--+ เพลง & ภาพประกอบ [Music & illust]
--+ แนะนำอัลบั้มเพลง [Music Albums]

+ งานศิลป์ของฉัน [My Art]
--+ ภาพปากกาลูกลื่น [Ballpoint Pen]
--+ ดินสอ+สี & พาสเทล [Colored Pencil]
--+ ละเลงสีด้วยคอมฯ [CG Paint]

+ สตูดิโอจิบลิ [My Studio Ghibli]
--+ เรียงตาม (Sort by) Blogs' Written
--+ เรียงตาม (Sort by) Movies Released

+ อื่น ๆ [My etc. Blog]
--+ ถนนสายนี้..มีตะพาบ [TaPaab]
--+ พุทราฯ แนะนำหนังสือ [Pudsa-Books]



Friends' blogs
[Add ทุเรียนกวน ป่วนรัก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.