ยิปซีสีน้ำเงิน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2550
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
2 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ยิปซีสีน้ำเงิน's blog to your web]
Links
 

 
เขาเขียนบทกวีอยู่บนสรวงสวรรค์

เ ข า เ ขี ย น บ ท ก วี อ ยู่ บ น ส ร ว ง ส ว ร ร ค์




◆ ◆◆ ◆◆

พี่ชายคนหนึ่งชอบเขียนบทกวี
ฉันพบเขา เพราะบทกวีที่ชื่อ เงาบนสายน้ำ
ในห้วงยามที่เขานำต้นฉบับนั้นมาให้ฉันอ่าน
ฉันเห็นถ้อยคำงดงามในดวงตาของเขา
และในลมหายใจของเขาเต็มด้วยบทกวีแห่งความจริง

กวีหนุ่มเจ้าของรางวัลรวี โดมพระจันทร์
และงานบทกวีจีน สงบแบบเต๋า ของหยางว่านหลี
รวมถึง คือพันธะ เงาบนสายน้ำ เงาบนเมฆ และเงียบสะท้อน อันเป็นบทสุดท้าย...

ท่าทางอันอ่อนโยน พูดน้อยและรอยยิ้มอย่างเด็กๆ
กลมกลืนกับท่วงทำนองถ้อยคำของวัยเยาว์
บ้าน สายน้ำ ความทรงจำ ธรรมชาติ และภาวะจริงแท้ในวิถีแห่งพุทธ
ฉันสัมผัสความเศร้าสงบระคนอยู่ในหลายบทกวีของเขา
ความเรียงชื่อ เงียบสะท้อน ทำให้ฉันนิ่งงันในความเงียบสงบ..

.....................



เ งี ย บ ส ะ ท้ อ น

ผมกลับมาจากสวนโมกข์อีกครั้ง ปลายเดือนพฤษภาคม 2540
ใบไม้แห้งกระจัดกระจายบนทางเดินใต้ดงไม้ ผมเดินตามทางที่เคยผ่าน
ต้นไม้น้อยเติบโตเป็นต้นใหญ่
มีคนบอกว่าเสียงของต้นไม้สอนให้มนุษย์เข้าใจชีวิต

แดดอุ่นยามเย็นลอดผ่านช่องว่างของกิ่งใบ
ลมอ่อนผ่านบางเบา แสงสีทองอยู่เบื้องหลังของภูเขา
ก้อนเมฆสงบวางที่ขอบฟ้า ผมหยุดอยู่กลางลานกว้าง
ก้อนหินและกรวดทรายนิ่งฟังเสียงคนเดินทาง ไม่เคยเรียกร้องสิ่งใด

ผมกลับมาที่นี่เวลาเดิมทุกปี เดินรอบสวนโมกข์จนทั่วทุกครั้ง
มีความเปลี่ยนแปลงรอบตัว ไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่ถาวร
ต้นไม้ ท้องฟ้า หรือแม้กระทั่งกรวดทราย

จนวันนี้ผมเข้าใจสิ่งที่ท่านพุทธทาสภิกขุ กล่าว
“เดินดูเสียให้ทั่ว” เมื่อผมได้เดินท่องไปในจิตของตน
เฝ้าดูความเปลี่ยนแปลงของชีวิต แต่ละขณะ
ทั้งความสุขและทุกข์

ผมหยุดยืนอยู่ ณ สถานที่เผาสรีระของท่านพุทธทาส ภิกขุ
ต้นไม้ใหญ่รอบด้านเอนร่างลงเคารพศพ
ความรักและความศรัทธาแผ่ไปทั่วความรู้สึก ขณะที่ผมคุกเข่ากราบตรงพื้นทราย
ภาพวัยเยาว์ปรากฏ ผมเห็นต้นมะขามอยู่หน้าบ้าน เงาของบ้านทอดลงอบอุ่น
รอยยิ้มของย่าที่มีต่อหลานคนเล็ก แว่วเสียงเบาๆ
“เราอยู่กันพร้อมหน้าอย่างนี้ หิวบ้าง อดบ้าง เราก็มีความสุข”
แล้วเคราสากของพ่อก็สัมผัสกับแก้ม
แม่ถือไม้เรียวเรียกให้มากินข้าว ผมแอบวิ่งไปเล่นนอกบ้าน



ภาพท้องนากว้างใหญ่ แว่วเสียงกระดึงของวัวควาย
ผมเป็นเด็กน้อยอยู่ริมคันนา รอยแตกระแหงของผืนดินเหมือนรอยย่น
บนใบหน้าของตาและยาย เมฆฝนทะมึนอยู่เหนือเขา

ต้นไม้ใหญ่น้อยทั่วทั้งภูเขา ยืนอ่อนน้อมท่ามกลางพายุจนสงบ
มีความรักมากมายทุกแห่ง สายน้ำคือความห่วงหาอาทร
เฝ้าเดินทางจนถึงทะเล แสงตะเกียงจากเรือประมงติดขอบน้ำ
เด็กน้อยวิ่งไปช่วยพ่อยกปลาจากเรือเมื่อฟ้าสาง

ผมสอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนบนเกาะ
เสียงร้องเพลงของเด็กเป็นเสียงเดียวกับเกลียวคลื่น
เมื่อวันที่จากลาไม่รู้ว่าเหงื่อหรือน้าตานองใบหน้า

ความรักทำให้เรามีความสุข
ความรักหล่อเลี้ยงหัวใจให้อยู่ในโลกอันเปล่าเปลี่ยว
จนคราวที่เราต้องจากกัน ความทุกข์ก็สอนให้ผมเข้าใจความรักที่แท้
ความรักที่สรรพสิ่งมีต่อชีวิต และชีวิตมีต่อสรรพสิ่ง
ประดุจสายใยอันอบอุ่นคล้องวิญญาณให้เป็นหนึ่งเดียว
ชีวิตไม่เคยหยุดทำหน้าที่ และชีวิตไม่เคยมีวันหยุด
ชีวิตหนึ่งสอนให้อีกชีวิตเข้าใจชีวิต



ผมก้มลงกราบตรงพื้นทรายเป็นครั้งที่สอง
ใบไม้ร่วงลงสู่พื้น ผมเงยขึ้นเห็นฝูงนกพากันบินกลับรัง
ลูกนกบินทันฝูงแล้ว
ผมเคยเห็นนกหลงฝูงในป่าเปลี่ยว และเป็นนกแปลกหน้าในเมือง
เวลานี้ผมกลับรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับท้องฟ้า....
อ้าแขนออกรับความเปลี่ยนแปลง

โลกนี้ไม่มีสิ่งใดอยู่ถาวร ชีวิตเปลี่ยนแปลงเสมอ ทั้งตัวเราและผู้อยู่รอบข้าง
เมื่อวันที่ย่าจากไป ผมนั่งอยู่กับย่าจนลมหายใจสุดท้าย
คืนวันที่พ่อจากไป
ผมฝันเห็นรอยยิ้มของพ่อจนตื่น
และวันที่ท่านพุทธทาสอาพาธ
ผมมาทันขณะลูกศิษย์พาท่านออกจากโรงพยาบาลกลับสวนโมกข์

น่าแปลกใจที่เราจากกัน แต่คล้ายเรายังอยู่ใกล้กัน
อยู่พร้อมหน้ากัน ความคิดเหมือนเดินทางมาในความเงียบ
สะท้อนภาพแล้วภาพอีก ซ้ำแล้วซ้ำอีก ทุกวินาทีที่ผ่านไป
ยิ่งทำให้เราเข้าใจภาพต่างๆมากขึ้น เข้าใจชีวิตชัดเจนขึ้น

ฟ้าเริ่มมืด เสียงจักจั่นเรไรดังทั่วไปในความเงียบ
เวลานี้ความเงียบและเสียงกลับไม่ขัดแย้งกัน
กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน...

หน้าผากของผมสัมผัสกับพื้นเป็นครั้งสุดท้าย
น้ำตาอันมิอาจห้าม เอ่อขึ้นด้วยความรู้สึกศรัทธายิ่งต่อทุกสิ่งมีค่าที่ผ่านมา
และสอนให้ผมเข้าใจชีวิตในวันนี้..



………………




นับแต่บทกวีชื่อเงาบนสายน้ำ หลายปีผ่านไป ฉันได้พบกับกวีหนุ่มอีกครั้ง
ในภาพข่าวเล็กๆ ของการเสียชีวิตของกวีคนหนึ่งพร้อมแฟนสาว
ด้วยอุบัติเหตุรถยนต์คว่ำ บนถนนสายไปยังสวนโมกข์….
………….
ฉันนึกถึงถ้อยคำช่วงหนึ่งของความเรียงอันงดงามนั้น

“ผมกลับมาที่นี่เวลาเดิมทุกปี เดินรอบสวนโมกข์จนทั่วทุกครั้ง
มีความเปลี่ยนแปลงรอบตัว ไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่ถาวร
ต้นไม้ ท้องฟ้า หรือแม้แต่กรวดทราย.....”


จริงสินะไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่......ไม่มีสิ่งใด ..
แม้เพียงบทกวีแห่งความจริงบทหนึ่ง....




ระลึกถึง : พี่โกศล กลมกล่อม กวีหนุ่มรางวัลรวี โดมพระจันทร์
◆◆ มีสิ่งเหลือเชื่อเกิดขึ้นระหว่างการทำบล็อกนี้ตลอดทั้งคืน
แม้กระทั่งนาทีสุดท้ายที่ส่งออนไลน์..พี่โกศลคงรับรู้..





ภาพ: Artist : Maya Nagel



Create Date : 02 สิงหาคม 2550
Last Update : 4 สิงหาคม 2550 21:53:52 น. 42 comments
Counter : 928 Pageviews.

 
"เงียบสะท้อน" อ่านแล้วได้แนวคิดปรัชญาดีนะคะ
คงต้องไปหามาอ่านมั่งแล้ว
มาบลอกนี้ดีจังค่ะ ทำให้เราได้รู้จักหนังสือหรือศิลปิน และกวีเพิ่มขึ้น

ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย เราว่าความสงบทางใจช่วยให้เรามีความสุขได้ระดับหนึ่ง


โดย: PANDIN วันที่: 3 สิงหาคม 2550 เวลา:10:42:05 น.  

 
ตราตรึง ลึกซึ้ง

......................

"เดินดูเสียให้ทั่ว"

.....................

"ให้ทั่วทั้งตัวตน"

.....................




motto ทั้งสอง
คงไม่มีลิขสิทธิ์ครับ
อันแรกลูกค้าชาวจีนใส่มา
ประโยคหลัง ผมคิดเอง
ผมขอค่าลิขสิทธิ์เป็นรอยยิ้มหนึ่งรอยยิ้มพอ



โดย: กะว่าก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 3 สิงหาคม 2550 เวลา:10:43:22 น.  

 
ผมไม่ได้อ่านงานประเภทที่ผู้เขียนครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง แล้วเขียนออกมาด้วยจิตวิญญาณมานานพอสมควร น่าจะเป็นตั้งแต่เมื่อตอนที่เรียนจบออกมาทำงาน ที่อ่านงานประเภทนี้มากๆ ก็น่าจะเป็นช่วงเรียนมัธยมซึ่งเป็นวัยที่กำลังค้นหา

สาเหตุที่หยุดอ่านไปก็เพราะกลัวจะอ่านแล้วเครียด

จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ผมลองกลับไปเริ่มอ่านงานแบบนี้ใหม่โดยเริ่มที่หนังสือ "บันทึกจากหุบเขาฝนโปรยไพร" ของคุณ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์

ความรู้สึกดีๆ กลับมาอีกครั้งเมื่อได้อ่านคนที่เขียนหนังสือออกมาจากความคิดที่กลั่นกรองแล้ว ไม่ใช่งานหนังสือโหลๆ ที่คนดังเขียนกันจนเกร่อแบบทุกวันนี้


ชอบงานเขียนที่นำมาลงไว้ที่นี่ครับ มีโอกาสจะได้หามาอ่านเพิ่มเติม

นักคิดนักเขียนแบบนี้ ทำไมอายุช่างสั้นแท้


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 3 สิงหาคม 2550 เวลา:11:26:20 น.  

 
ขอบคูณที่เขียนเรื่องนี้
ทำให้ย้อนเวลาหาอดีตได้หลายอย่าง
เรื่องนี้ลืมไปแล้ว ถ้าคุณไม่รำลึก

โกศล กลมกล่อมกับผม
ได้รับรางวัลรวี โดมพระจันทร์ ปีเดียวกัน
ในปีนั้นดูเหมือนจะไม่มีงานชิ้นใดที่ดีเด่นในสายตากรรมการ

ผมติดงานที่ภาคเหนือ ไม่ได้ไปรับรางวัล
คงมีเพียงโกศล หรือเขาไม่ไป ผมก็ไม่ได้รับรู้
งานแจกรางวัลนี้จัดที่โรงแรมไหนสักแห่งในกรุงเทพฯ เงียบงันมากในด้านประชาสัมพันธ์

ผู้ริเริ่มรางวัลนี้ดูเหมือนจะเป็นคุณ แคน สาริกา บ.ก.ใหญ่ของเนชั่นรายสัปดาห์ทุกวันนี้ (ตอนนั้นอยู่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ที่บ้านผมไม่มีขาย) จัดกันได้
ไม่กี่ปี ก็เงียบงันไป

คิดขึ้นมาก็ให้น่าเสียดายรางวัลของกวีการเมืองท่านนี้ และเสียใจที่ไม่ได้ไปร่วมงาน ไม่งั้นก็คงได้รู้จักมักคุ้น คุณโกศลบ้าง ไม่คาดคิดว่าเขาจะมาจากไปเร็วเช่นนั้น ในช่วงวัยวันที่กำลังุ่เริ่มมีชื่อเสียงขจรขจาย...)

ครับก็ได้แต่เสียดายและเสียใจ
สายน้ำไหลล่วงไป ไม่อาจจะเรียกร้องให้กลับคืนมาได้อีก เช่นสิ่งดี ๆ ทั้งหลาย ที่เวลามีอยู่
เราก็มักไม่ใคร่ได้รำลึกนึกถึงกันหรอก

พูดเรื่องนี้ก็ให้รู้สึกเศร้า ๆ
ยิ่งในวันฟ้าหม่นฝนซึมเช่นเพลานี้
ก็ต้องครองสติเตือนตนไว้ทุกขณะจิต
เราทุกคน ทั้งนั้นแหละ ไม่ว่าใคร
ไม่เวลาใดก็เวลาหนึ่ง ก็ต้องไปสู่สถานที่แห่งนั้น (แต่เชื่อไหมครับ นักเขียนหลายท่านไม่เคยตายแม้ตัวเขาจะตายไปแล้ว แต่หลายท่านตายสนิททั้งๆที่ยังหายใจ...)

ผมกลัวจังครับงือ งือ..กลัวตายทั้งที่ยังมีลมหายใจ.


โดย: สัญจร ดาวส่องทาง วันที่: 3 สิงหาคม 2550 เวลา:12:38:38 น.  

 


อ่านแล้วก็ได้แต่เสียดายนักเขียนดีๆ
เชื่อเถอะว่า ท่านได้ไปที่สุขแล้ว
เพราะทุกคนที่ได้ไปเดินวนเวียนในสวนโมกข์ จะไม่มีทุกข์
ที่นั่นมีแต่ความสุขจริงๆ
ไปแล้วไม่อยากกลับออกมา
อยากนั่งอยู่นานๆ ความเงียบให้เราได้ทุกสิ่งที่ต้องการ

เพราะสิ่งที่ใช้คือ ใจ เท่านั้น



โดย: ป้าแอ๊ด (addsiripun ) วันที่: 3 สิงหาคม 2550 เวลา:12:55:12 น.  

 
แค่ตัวอย่างบางตอน ที่ยกมา อ่านแล้ว ทำไมรู้สึกสงบถึงเพียงนี้ ไม่อาจอ่านแบบผ่านๆได้เลย ต้องอ่านช้าๆ ทุกตัวอักษร ส่วนภาพประกอบก็โดนใจอย่างที่สุด ไม่รู้ทำไมผมถึง อ่อนไหว กับภาพม้านั่ง แบบนี้มาก เป็นมานานแล้ว เห็นที่ไหนชอบมองนานๆ
อย่างหนังเรื่องฟอเรสกัมม์ ผมดูมาไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง ก็คงเพราะแผ่นปิด เป้นรูปม้านั่งแบบนี้ (มั้ง)


โดย: seaman IP: 218.90.236.54 วันที่: 3 สิงหาคม 2550 เวลา:15:40:48 น.  

 
ขอร่วมไว้อาลัยด้วยครับ


โดย: wayakon วันที่: 3 สิงหาคม 2550 เวลา:20:32:35 น.  

 
หน้าผากของผมสัมผัสกับพื้นเป็นครั้งสุดท้าย
น้ำตาอันมิอาจห้าม เอ่อขึ้นด้วยความรู้สึกศรัทธายิ่งต่อทุกสิ่งมีค่าที่ผ่านมา
และสอนให้ผมเข้าใจชีวิตในวันนี้..

ช่วงนี้อ่านแล้ว...รู้สึกเศร้า . . .


โดย: หมูปิ้งไม้ละ 5 บาท วันที่: 3 สิงหาคม 2550 เวลา:20:53:48 น.  

 
ได้อ่านเรื่องดีดี ทำให้นกมีความสุข

ซาบซึ้งนะคะ และเชื่อเช่นกันว่า "ความรักความรักทำให้เรามีความสุข"

แต่เสียดายนักเขียนดีดี ร่วมไว้อาลัยด้วยค่ะ นกเชื่อว่า "โกศล กลมกล่อม" คงทราบได้ถึงความรักที่ทุกคนมีต่อเขาค่ะ พี่ยิปซีสีน้ำเงิน


โดย: หทัยชนก (Nok_Noah ) วันที่: 3 สิงหาคม 2550 เวลา:21:45:49 น.  

 
เวลาได้อยู่กับธรรมชาติเงียบๆ ทำไห้คิดอะไรๆได้เยอะเลยค่ะ มันรู้สึกปลง พอเพียงอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ

ใจหายเลยเวลาย่อหน้าสุดท้าย

ยังไม่มีเวลาอัพบล็อคเลยค่ะ ตอนนี้ขอเป็นผู้อ่านอย่างเดียวก่อน (ให้ลิงกินผักให้อิ่มซะก่อน)


โดย: อย่าบอกนะว่าเจ้าคือขุนศึก วันที่: 4 สิงหาคม 2550 เวลา:1:41:32 น.  

 
อ่านจนถึงบรรทัดท้ายสุด สุดอักษรตัวสุดท้ายแล้ววาบในอก คุณโกศลคงรับรู้จริงๆ....ขอให้พักผ่อนอย่างสงบสุขนะคะ

อ่านแล้วรู้สึกเศร้า แม้ว่าการพลัดพรากและความเปลี่ยนแปลง
มันจะต้องเกิดกับทุกตัวคน แต่ก็ยังทำใจได้ยากจริงๆค่ะ
แต่บทกวีที่ทำให้เราเศร้า เราอ่านแล้วก็ยังรู้สึกเห็นภาพตามได้เลย
ใช้คำเรียบ ง่าย แต่เห็นภาพและให้ความรู้สึกได้ชัดเจนดีจังเลยนะคะ
ทำไมเรานึกถึงงานเขียนของคุณงามพรรณ เวชชาชีวะก็ไม่รู้
ใช้ถ้อยคำธรรมดาแต่กินใจเหลือเกิน


อ้อ...คู่มือโลกเหงาเหรอคะ >> Lonely Planet


โดย: ปลาทอง9 วันที่: 4 สิงหาคม 2550 เวลา:3:41:50 น.  

 


สวัสดียามเช้าของเมืองไทยค่ะ

หลังจากหายไปหลายวัน เพราะยุ่งๆเกี่ยวกับเรื่องงานค่ะ

เช้านี้ก็เลยแวะมาเคาะประตูบล็อคหานะค่ะ

แล้วจะอัพบล็อคใหม่ให้ดูกันตอนวันอาทิตย์ตอนเย็นๆนะค่ะ

มีความสุขมากๆในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์นี้นะค่ะ

Have a nice weekend ka. Take care.


โดย: สักกะนิด วันที่: 4 สิงหาคม 2550 เวลา:9:47:32 น.  

 
ความทรงจำคลับคลายคลับคลา
ได้ซื้อหนังสือ "เงียบสะท้อน"
มอบให้ผู้ใหญ่ที่เคารพรักท่านหนึ่ง
โดยไม่ได้เก็บไว้เป็นการส่วนตัว

ยิปซีฯ นำมาให้อ่าน(บางส่วน) รู้สึกประทับใจดีจังค่ะ


โดย: สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น วันที่: 4 สิงหาคม 2550 เวลา:10:19:44 น.  

 
มานั่งอ่านเงียบๆ
ไม่มีความเห็นใดๆ
ที่จะสรรค์ปั้นแต่งเป็นถ้อยคำ....

ต้องรำลึก....ระลึกถึงตลอดไป....นะ


โดย: ปลายแปรง วันที่: 4 สิงหาคม 2550 เวลา:13:16:24 น.  

 
โลกนี้ไม่มีสิ่งใดอยู่ถาวร ชีวิตเปลี่ยนแปลงเสมอ ทั้งตัวเราและผู้อยู่รอบข้าง ....
.....................
เข้าใจค่ะ นั่นคือสัจจะธรรม
ที่หลวงพ่อพุทธทาสเพียรพยายามเผยแพร่คำสอนนั้นตลอดมา
เป็นคนที่เกิดใต้ร่มบุญญาบารมีของหลวงพ่อเหมือนกันค่ะ
ตั้งแต่เด็กก็เคยเข้าไปที่วดสวนโมกข์มาตลอด
ทุกครั้งที่เข้าไป ก็ได้กลับออกมาพร้อมหัวใจที่รู้สึกสงบ เย็น ทุกครั้ง
.....................
ขอให้มีความสุขในวันพักผ่อนค่ะ


โดย: เราสองคน (ฝากเธอ ) วันที่: 4 สิงหาคม 2550 เวลา:14:00:58 น.  

 
สวัสดีค่ะ

มาอ่าน...เงียบสะท้อน...ด้วยคนนะคะ

.
.
.


วีแวะมาบอกว่า

ความรักคะ..ฉันมีเรื่องจะฟ้องค่ะ ตอนที่ 7
ของ "โสดในซอย"

เสร็จแล้วนะคะ
คลิกตามไปอ่านได้ค่ะ

ขอบคุณนะคะที่ติดตาม
ปลื้มไม่เสร็จจริง ๆ ค่ะ


คลิกเพื่ออ่าน
ความรักฯ ตอนที่ 7 ค่ะ



โดย: โสดในซอย วันที่: 4 สิงหาคม 2550 เวลา:19:11:47 น.  

 
อ่านถึงตอนท้ายแล้ว ... เศร้า



โดย: หยุ่ยยุ้ย วันที่: 4 สิงหาคม 2550 เวลา:19:56:14 น.  

 
อ่านแล้วทะเล้นตึงตังไม่ออกเลยค่ะ


โดย: นางน่อยน้อย วันที่: 4 สิงหาคม 2550 เวลา:19:58:52 น.  

 
บทเพลงสามัญ

เดินไปบนถนนดินนุ่มชุ่มชื้น โค้งลับไกล
ไปสู่หุบเขาของความสันโดษ
อบอุ่นแสงแดด ภูเขาโอบกอดดวงใจเรา
งามฟ้าคราม หอมสายลมสดชื่น
สายน้ำน้อยระริกรินไหลผ่านกรวดหินดินทราย
สายลมบางเบาโชยผ่านยอดหญ้าพริ้วไหว
นั่น,หมู่วิหคบินร้องทักทายดวงตะวัน

ไกลออกไปบนยอดเขาสูงชัน
พบผู้เฒ่านั่นนิ่งหลับตา สงบ
จิตวิญญาณพลันเย็นเยือก
ยามยินเสียงสายลมเสียดสน
อา.ชีวิต,
ในบทเพลงสามัญ.



มารำลึกถึงกวีที่เขียนบทกวีอยู่บนสรวงสวรรค์ ครับ


โดย: pu_chiangdao IP: 202.5.87.151 วันที่: 4 สิงหาคม 2550 เวลา:21:26:37 น.  

 
ผมอ่านบ๊อกมาเยอะมาก อ่านไปทั่ว มีของคุณคนแรกที่ไปชวนใครต่อใครมาชม เพราะผมว่ามันคุ้มค่า ไพเพราะมาก ครับ ขอบคุณคูณมากที่เกิดมา จะติดตามโดยตลอดครับ


โดย: ชิง งูพิษ IP: 124.121.36.61 วันที่: 4 สิงหาคม 2550 เวลา:22:56:56 น.  

 
เคยยืมห้องสมุดมาอ่านค่ะ

เงียบสะท้อน..ถ้าพบ อยากจะหามาเก็บไว้ด้วยเหมือนกัน

...


โดย: สีน้ำฟ้า วันที่: 5 สิงหาคม 2550 เวลา:4:27:46 น.  

 
เข้ามาอ่านอย่างเงียบ ๆ เพื่อจะได้รับรู้ถึง...เงียบสะท้อน

อ่านแล้วสัมผัสได้จริง
ดื่มด่ำ ลึกซึ้งกับความเงียบ
คำต่อคำ วลีต่อวลี และประโยคต่อประโยค

กลับอึงอล ระทึกขวัญเมื่ออ่านถึงความเป็นไปของกวี

คุณไปสู่สวรรค์แล้ว...ด้วยผลบุญที่ได้สร้างสรรค์ความคิดและความดีงามแก่โลกค่ะ


โดย: ชิงดวง วันที่: 5 สิงหาคม 2550 เวลา:8:39:20 น.  

 
ไม่เคยรู้จักกับโกศล เป็นการส่วนตัว
ได้แต่รู้จักงานของเขา
ดูเหมือนว่าวันที่เขาเสียชีวิต
เป็นวันที่เขาเดินทางกลับมาจากสวนโมกข์ใช่ไหม ?

ขออภัย ถ้าหากจำผิด

แรกๆจะจำสลับกันอยู่เรื่อยระหว่างโกศล กลมกล่อมกับโกศล อนุสิม เดี๋ยวนี้จำไม่ผิดแล้ว



อยากรู้จังว่า...วันก่อนบอกว่าที่ลิ้งค์ไว้ข้างบ้านพ่อพเยีย
ได้เชื่อมโยงให้ไปพบใคร อยากรู้จัง...ใครนะ บอกได้ไหม ?


โดย: พ่อพเยีย IP: 124.121.18.16 วันที่: 5 สิงหาคม 2550 เวลา:10:00:25 น.  

 


คีย์บอร์ดเออเร่อร์ พิมพ์ไม่ได้ เลยได้แต่อ่านแบบเงียบๆ เงียบสะท้อนกลับไปกลับมา จนคีย์บอร์ดฟื้ตคืนชีพกลับเป็นปกติ

ถ้าชีวิตคนนึง เป็นอย่างคีย์บอร์ดวันนี้ คงดีไม่น้อยนะคะยิปซี

บางคนจากไป แต่สิ่งที่คงเอาไว้ ไม่ได้จากไปตามนี่นา
ภาษาสวยๆ คำรำพรรณงามๆ อ่อนพริ้วหวิวไหว สัมผัสได้ไม่รุ้สึกเบื่อเลย


โดย: ดาวทะเล วันที่: 5 สิงหาคม 2550 เวลา:17:40:40 น.  

 
“เดินดูเสียให้ทั่ว”

ลึกซึ้งจริง ๆ ต่อนี้ไปคงต้องลองค้นใจตัวเองดูให้ทั่วด้วยเหมือนกันค่ะ เพราะรู้สึกว่าทุกวันนี้ตัวเองฉาบฉวยกับหัวใจตัวเองเหลือเกิน

รู้สึกอินไปข้อเขียนของกวี และพร้อมกันก็รู้สึกเศร้าไปกับสัจธรรมที่ว่าไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่

กวีจากไปแล้ว... ไปเขียนบทกวีงดงามและเป็นความจริงบนสวรรค์...


โดย: MoneyPenny วันที่: 5 สิงหาคม 2550 เวลา:19:23:42 น.  

 
อ่านแล้วขนลุก



โดย: filmgus IP: 203.146.63.185 วันที่: 5 สิงหาคม 2550 เวลา:19:41:30 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณยิบซี

อ่านแล้วคิดภาพตาม มองเห็น เข้าใจ
อดที่จะเหลียวมองตัวเองไม่ได้ ...
ทำไมเราไม่พยายามเข้าใจแบบนี้

โลกนี้ไม่มีอะไรอยู่ถาวร....

ยึดติด ติดยึด เราก็จะไม่มีความสุข


โดย: ปางหวัน IP: 222.123.246.53 วันที่: 5 สิงหาคม 2550 เวลา:19:45:26 น.  

 
ขอร่วมไว้อาลัยกับนักกวีหนุ่มคุณ โกศล กลมกล่อม ด้วยคนนะคะ...


โดย: tiktoth วันที่: 5 สิงหาคม 2550 เวลา:23:15:19 น.  

 
สวัสดี ยิปซีสีน้ำเงิน

ผมพยายามเล่าเรื่องคุณโกศล กลมกล่อม ก่อนหน้านี้สักห้าชั่วโมง แต่เครื่องรวนไป แฮงค์ไปเฉยๆ...

กว่าจะย้อนกลับมาอีก ก็เลยเที่ยงคืนไปนิดๆ

ผมเคยทำงานร่วมกับโกศล กลมกล่อม ในฐานะที่เป็นบรรณาธิการ รวมบทกวีของเขา 3 เล่ม คือ เงียบสะท้อน บ้าน..เงาภายในบ้านภายนอก และบทกวีไร้ฉันทลักษณ์อีกเล่ม (ตอนนี้ยังนึกชื่อไม่ออก)

โกศล กลมกล่อม เดินทางไปสวนโมกข์ทุกปี เขายึดเป็นวาระแห่งชีวิตมาตั้งแต่ท่านพุทธทาสยังไม่ละสังขาร เมื่อท่านพุทธทาสมรณภาพแล้ว โกศล กลมกล่อม ยังคงบำเพ็ญตนอย่างนั้นต่อมาทุกปี

ก่อนเขาจะเสียชีวิต ผมได้พิมพ์บทกวีเล่มสุดท้ายของเขา คือ บ้าน...และส่งประกวดรางวัลซีไรต์ด้วย บ้าน...เป็นหนึ่งในหนังสือกวีนิพนธ์ที่เข้ารอบสุดท้าย แต่เขาเสียชีวิตก่อนการตัดสินรอบสุดท้าย จึงไม่มีโอกาสได้รับรางวัลซีไรต์

เมื่อวันที่เขาจะเสียชีวิต เขาขับรถกลับจากสวนโมกข์ พร้อมแฟนสาว และมาเกิดอุบัติเหตุ ระหว่างประจวบฯ กับหัวหิน...ทั้งโกศลและแฟนสาวเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เป็นประธานในการฌาปนกิจศพโกศล กลมกล่อม พร้อมศพของคนรักของเขา ที่วัดสุวรรณ คลองสาน

เมื่อหวนนึกถึงเขา ผมยังจำถึงการเอาใจใส่ต่อการติดตามถามข่าว ถึงเรื่องราวการเขียนและการทำหนังสือด้วยความเสมอต้นเสมอปลายของเขา ต้นฉบับของเขาจะเรียงรายใส่แฟ้มปกแข็งอย่างดี พร้อมทั้งภาพประกอบที่ถ่ายด้วยฝีมือของตนเอง

โกศล เป็นนักถ่ายภาพฝีมือดีคนหนึ่ง โดยเฉพาะภาพทะเล...

นอกจากงานกวีนิพนธ์และความเรียงที่เขาถนัด โกศลยังได้มอบต้นฉบับนิยายให้ผมอ่านเรื่องหนึ่ง เสียดายที่ผมจำชื่อเรื่องไม่ได้ เป็นเรื่องย้อนไปถึงอดีตก่อนพุทธกาล ยุคที่พรหมณ์ยังมีอิทธิพลในดินแดนชมพูทวีป เลยมาถึงศิลปะของเขมร...น่าอ่านมาก ผมยังจำเนื้อหาของนิยายเรื่องนี้ได้พอสมควร

ถ้าจำไม่ผิด ผมและคุณจิตติ หนูสุข แห่งสำนักพิมพ์ดับเบิ้ลนายน์ เตรียมพิมพ์นิยายของเขาอยู่ คนที่วาดปกดูเหมือนจะเป็นลูกชายของคุณกฤษณา อโศกสิน

หลังจากผมออกจากดับเบิ้ลนายน์ ผมไม่ได้ตามข่าวว่า มีการพิมพ์นิยายของเขาหรือไม่ เพราะเดียวนี้ ดับเบิ้ลนายน์ ก็ปิดตัวเองแล้ว

ว่าเฉพาะงานกวีนิพนธ์ของโกศลแล้ว เขาเป็นคนเขียนเรื่องสภาวะภายในของมนุษย์ได้งดงาม และเต็มไปด้วยสาระที่อิงอยู่กับคำสอนพุทธศาสนา

บ้าน...เล่มล่าสุดของเขา เหมือนจะบอกนัยแห่งชีวิตที่เขากำลังแสวงหาอยู่ คือ การละจากบ้านภายนอก คือ กายที่หยาบ สู่บ้านภายใน...คือกายที่ละเอียด

ผมมาคิดถึงเรื่องนี้ หลังเขาเสียชีวิตแล้วครับ...

ขอร่วมรำลึกถึงโกศล กลมกล่อม ด้วยคนนะครับ


โดย: รักษ์ มนัญญา (big onion ) วันที่: 6 สิงหาคม 2550 เวลา:0:31:59 น.  

 
บล๊อกมีเสน์ห์มากครับ..
ขอบคุณที่ไปเยี่ยมชมบล๊อกผมนะครับ
แล้วจะกลับมาเยี่ยนอีกแน่นอนครับ


โดย: Untrue วันที่: 6 สิงหาคม 2550 เวลา:12:51:12 น.  

 
อ่านบล็อกนี้ที่ทำงาน
ต้องพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้
กลัวน้องที่ทำงานข้างๆตกใจ

เงียบสะท้อน
ใจส่งเสียง
นึกเรียบเรียง
เงียบปลดปลง



โดย: cottonbook วันที่: 6 สิงหาคม 2550 เวลา:14:59:52 น.  

 
น่าแปลกใจที่เราจากกัน แต่คล้ายเรายังอยู่ใกล้กัน ........

โอย คุณยิปซีทำเราร้องไห้...


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 6 สิงหาคม 2550 เวลา:16:32:26 น.  

 
บล็อกสวยมาก เข้ามาเเล้วไม่เคลียด
ขออนุญาตมาอ่านก่อนนะคะ เรื่องยาวเเละน่าสนใจ

ตัองใช้เวลาหน่อยค่ะ


โดย: ELiiCA วันที่: 6 สิงหาคม 2550 เวลา:17:03:48 น.  

 
อ่านแล้วเศร้าจังเลยค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างค่ะ

สบายดีนะค่ะ

มีความสุขมากๆนะค่ะ

เทคแคร์ค่ะ


โดย: สักกะนิด วันที่: 6 สิงหาคม 2550 เวลา:21:10:11 น.  

 
แวะมาเยี่ยมครับ

แวะมาร่วมรำลึกถึงกวีหนุ่มรางวัลรวี โดมพระจันทร์ ด้วยคนครับ

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง (อาคุงกล่อง ) วันที่: 6 สิงหาคม 2550 เวลา:21:24:18 น.  

 
ไม่ค่อยได้ตามอ่านงานกวีนิพนธ์
แต่ได้อ่าน กวี แห่งความทรงจำนี้แล้ว

ซึมซับ


โดย: tistoo วันที่: 7 สิงหาคม 2550 เวลา:1:11:27 น.  

 
สวัสดีครับคุณยิปซี
อ่านแล้วก็ให้นึกถึงความไม่แน่นอน ขออย่าอยู่ด้วยความประมาท เพราะนาทีต่อไปอะไรจะเกิดเราไม่รู้ได้ ทำดีและคิดดีกันไว้ครับ


โดย: ลุงกล้วย วันที่: 7 สิงหาคม 2550 เวลา:8:04:54 น.  

 
ขอรำลึกถึงโกศล กลมกล่อมด้วยคน

เขาเป็นกวี


โดย: โกศล อนุสิม IP: 125.24.10.44 วันที่: 13 สิงหาคม 2550 เวลา:3:22:16 น.  

 
อ่านบทกวี ของ กวีนิพนธ์ระดับชาติซึ่งมีชื่อเสียง มาก็มากมาย ไม่เคยประทับใจ เหมือน ของยิปซีสีน้ำเงินเลย ถ้าตีพิมพ์เมื่อไหร่อย่างน้อยเป็นอีกคนที่จะซื้ออ่าน ชื่นชม หลงไหลมากๆ หรือว่าที่ผ่านมา มีตาหามีแววไม่


โดย: โมกสีเงิน วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:16:11:17 น.  

 
คิดถึงเปิ้ล
ขอได้มีโอกาสพบกันทุกชาติไป


โดย: วนิดา IP: 202.149.24.161 วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:22:15:42 น.  

 


โดย: จันทร์ส่องฟ้า IP: 202.57.149.190 วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:15:52:31 น.  

 
โกศล กลมกล่อมเป็นคนจังหวัดอะไรครับ ขอประวัติหน่อยครับ


โดย: ครูไทย IP: 94.23.252.21 วันที่: 26 มกราคม 2559 เวลา:20:30:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.