Group Blog
 
<<
มีนาคม 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
11 มีนาคม 2548
 
All Blogs
 
ไปดูหนังมา A Series of Unfortunate Events

อืมมม ตอนแรกคิดว่าจะเป็นหนังสนุกๆ น่ารักๆ ที่ไหน
ได้ทำไมถึงกลายเป็นหนังแฝงปรัชญาขนาดหนัก รึว่า
คิดฟุ้งซ่านไปเองหว่า แต่ที่ดูแล้วก็รู้สึกว่าคนทำต้อง
การบอกถึงสิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิตจริงๆที่มีความสุข
กับความทุกข์ เมื่อหมดความสุขก็ต้องเจอความทุกข์
เมื่อพ้นความทุกข์ ก็เจอความสุข ไปๆมาๆอย่างนี้
ตลอด โดยแทนตัวละครเอก 3 ตัวเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้อง
มีในการใช้ชีวิต ในสถานะการณ์ต่างๆกันไป ใครไปดู
แล้วก็มาเสนอความคิดกันหน่อยเพราะผมเองก็ยังคิด
ไม่กระจ่างกับสิ่งที่เขาต้องการสื่อ เพราะดูแล้วทุก
อย่างในหนังเป็น Symbol หมดเลยนะ มาๆ มาพูดคุยกันดีกว่าๆ


Create Date : 11 มีนาคม 2548
Last Update : 11 มีนาคม 2548 16:21:45 น. 5 comments
Counter : 223 Pageviews.

 
มันมาจากหนังสือนี่นา
"ไม่อยากให้โลกนี้มีเรื่องร้ายๆ" หรืองัยเนี่ย

เมื่อหมดความสุขก็ต้องเจอความทุกข์
เมื่อพ้นความทุกข์ ก็เจอความสุข ไปๆมาๆอย่างนี้ตลอด

เราเคยอยากฆ่าตัวตายเพราะคิดงี้ว่ะ แบบว่าเหนื่อยกับมันชิบเป๋ง วงจรอุบาทว์


โดย: patsypacky วันที่: 12 มีนาคม 2548 เวลา:11:57:21 น.  

 
ชีวิตติดลูป



โดย: ป๋า IP: 203.151.140.114 วันที่: 12 มีนาคม 2548 เวลา:12:01:47 น.  

 
ใช่ๆ เค้าเรียกลูปพิฆาตมหาประลัย

พูดคุยๆ

............เสือกจังเรา


โดย: "ผม" ((my name is) luka ) วันที่: 18 มีนาคม 2548 เวลา:1:04:05 น.  

 
we're just two lost soul swimming in a fish bow year after year


โดย: x.y.u. IP: 202.183.233.14 วันที่: 23 มีนาคม 2548 เวลา:1:00:17 น.  

 
ขอเสือกหน่อย.. มันมาจากหนังสือชุดเรื่อง Lemony Snicket's - a series of the Unfortunate Events ชื่อไทยว่า อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย หรือไงนี่แหล่ะ ตอนนี้ที่ไทยนั้นทางสำนักพิมพ์นานมี บุ๊คส์ ได้จัดพิมออกมาถึงเล่มที่ 10 แล้ว แต่เมืองนอกมันไปไกลแล้วล่ะ (เราได้เล่นเกมส์นี้จบไปแล้วด้วย ฮ่าๆ) มันดูเหมือนจะไปวรรณกรรมเยาวชนนะแต่จริงๆแล้วมันเป็นวรรณกรรมผู้ใหญ่ที่คิดว่าเด็กแม่งต้องอ่านไม่รู้เรื่องแน่ๆ ถ้ามองเผินๆก็เป็นเรื่องขำๆซวยๆของเด็ก3คนที่ออกไปทางเว่อร์ๆ ชีวิตโหดร้ายแบบเว่อร์ๆ แต่เล่มกลางๆจะมีตัวละครเพิ่มขึ้นมาด้วยเป็นแฝดสามควากไมล์.. แต่ถ้ามองลึกกว่านั้นก็อย่างที่คุณนัทมองน่ะแหล่ะคือเป็นปรัชญาชีวิตหนักๆให้คิดจนปวดหัวตลอดทั้งเรื่อง (แต่ถ้าไม่คิดมากก็สนุกไปอีกแบบ) หลังจากอ่านแล้วก็รู้สึกว่าในโลกนี้เราจะรอพึ่งพิงใครไม่ได้เลยนอกจากตัวเอง(โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่ไม่เคยมาคิดสนใจตัวเด็กจริงๆเลยสักครั้ง ชอบมองว่าสิ่งที่เด็กพูดนั้นไร้สาระและคิดมากไปเอง) ซึ่งจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นสายเกินแก้: ในที่นี้หมายถึงมิสเตอร์โพ) ลองคิดดูว่าถ้าตัวเองเป็นเด็กๆโบดเดอแลร์ (ลองจินตนาการในสภาพที่เป็นตัวเราแบบนี้น่ะนะ) ก็ได้คำตอบว่ากูคงตายไปตั้งแต่ต้นเรื่องแล้วล่ะ และคิดว่าผู้เขียน (ซึ่งสร้างคาแรกเตอร์มาซะเท่ห์ ใส่สูท สวมหมวกดูลึกลับ แต่หน้าตาคนเขียนจริงๆแล้ว .. ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง) อาจจะอยากบอกโดยรวมๆว่าการจะอยู่รอดในโลกอันโหดร้ายใบนี้ให้ได้ เราจะต้องมีสิ่งที่ตัวละครทั้ง3มี อย่างเช่นควรจะมีนิสัยรักการอ่านจะได้เก่งทฤษฎี (คือจะบอกว่าทฤษฎีนั้นมีประโยชน์ จงอย่ามองว่าเรียนๆท่องๆไปทำไม ไม่เห็นจะจำเป็น) ส่วนในยามคับขัน สิ่งที่เรามองว่าไร้ค่า ไร้ประโยชน์ ถ้าเรารู้จักนำมาใช้ให้เป็น มันก็จะสามารถช่วยชีวิตเราได้อย่างที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน: ซึ่งมาในภาพของไวโอเลต แล้วก็อย่างน้องเล็กซันนี่ที่ถึงแม้จะยังเล็กอยู่ อ่านหนังสือก็ไม่ออก แต่ก็ยังมีฟันเล็กๆอันแหลมคมที่ใช้ตัดเหล็กได้ (เว่อร์จริงๆ) แล้วก็ไม่ได้ทำตัวเป็นภาระให้กับพี่ๆทั้ง2 แถมยังทำตัวมีประโยชน์อีกตะหาก และยังต้องมีความสามัคคีอีกด้วย.. ประเด็นอยู่ไหนวะ? งงตัวเอง.. เดี๋ยวนะ คือจะบอกว่าเด็กยุคใหม่จะมามัวทำตัวเอ๋อๆอยู่ไม่ได้ จะต้องเก่งกล้าสามารถ และอย่ามัวแต่คิดพึ่งคนอื่น ไม่เช่นนั้นเราจะต้องนอนตายอยู่ข้างถนนโดยไม่มีใครเหลียวแลบนโลกผุๆใบนี้ ..
















โดย: staygoldz IP: 210.86.130.32 วันที่: 25 มีนาคม 2548 เวลา:18:51:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

fool on the hill
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add fool on the hill's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.