space
space
space
 
ธันวาคม 2559
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
space
space
21 ธันวาคม 2559
space
space
space

Review สอบ IELTS (ยาวมากนะจ้ะ)





Review สอบ IELTS (ยาวมากนะจ้ะ)


มีคนถามเข้ามาเยอะมากว่าเตรียมตัวอะไรยังไง สอบเป็นยังไงบ้าง ก็เลยคิดว่า เขียนโพสท์เดียวแล้วแชร์เลยน่าจะดีกว่า การสอบครั้งนี้เราสอบแบบ Academic เพื่อเอาไปยื่นเรียนต่อ (IELTS มีการสอบ 2 แบบ คือ Academic กับ General ต่างกันยังไง ลองไปหาดูเองนะ) ต้องการคะแนนเฉลี่ยทั้งหมด 6.5 แต่ละพาร์ทไม่ต่ำกว่า 6.0 ซึ่ง IELTS ประกอบไปด้วย 4 พาร์ท คือ Listening, Reading, Writing และ Speaking แต่ละพาร์ท จะให้เวลาไม่เท่ากัน แต่คะแนนเฉลี่ยหรือ Band Score ของทุกพาร์ทจะเต็ม 9 และรวมไปถึงเฉลี่ยทั้งหมดด้วย

IELTS Listening  (คะแนนที่ได้ 7.0)
มี 40 ข้อ ให้เวลา 40 นาที โดยที่เป็นเวลาสำหรับฟังและจดคำตอบ 30 นาที และให้เวลาในการย้ายคำตอบไปใส่ในกระดาษคำตอบ 10 นาที ข้อสอบจะแบ่งเป็นส่วนๆ 5 ข้อบ้าง 10 ข้อบ้าง เมื่อพูดจบหนึ่งส่วนแล้วจะให้เวลาในการตรวจทานคำตอบเล็กน้อย ก่อนจะไปยังส่วนถัดไป ซึ่งตรงนี้ก่อนเขาจะเริ่มพูดเขาจะให้เวลาเราดูคำถามก่อนประมาณ 30 วินาที 
ข้อควรระวัง คือ ต้องฟังดีๆว่าการพูดครั้งหนึ่ง ครอบคลุมกี่ข้อ บางครั้งคำถามอาจจะอยู่ในหน้าถัดไปที่เราไม่ทันได้ดู ทำให้เราพลาดได้ง่ายๆ 
ข้อสอบจะมีหลากหลายรูปแบบมาก ทั้งเติมคำในบันทึก, คำถามพร้อมตัวเลือก, จับคู่, ดูแผนที่แล้วจับคู่สถานที่ ส่วนใหญ่แล้วคำตอบจะเรียงลำดับตามการพูดของเขาเลย แนะนำว่าถ้าพลาดตรงไหนแล้วให้ข้ามไปก่อนเลย แล้วค่อยกลับมานึกตอนจบส่วนนั้นแล้ว ไม่งั้นอาจจะพลาดยาวทั้งชุดคำถาม ต้องมีสติมากๆ
ข้อควรระวังที่ 2 คือพวกตัวเลข จำนวน หรือ วันที่ เพราะเขาอาจจะมีการพูดแก้ไขภายหลัง การพูดออกมาตอนแรกอาจจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกเลย ต้องโน้ตไว้ก่อนแล้วฟังให้จบอย่าเพิ่งรีบด่วนสรุป เราควรดูคำถามว่าเค้าน่าจะพูดถึงอะไร พอเริ่มเข้าเค้าแล้วก็พยายามตั้งใจฟังดีๆ
ข้อควรระวังที่ 3 บางคำตอบ จะต้องอยู่ในรูปพหูพจน์ หรือเติม s ซึ่งเรามีโอกาสพลาดตรงนี้สูงมาก เพราะฉะนั้นต้องใช้บริบทในคำถามช่วย ด้วยการดูแกรมม่าว่า เออ คำตอบมันควรจะมี s รึเปล่า ตรงนี้ก็ช่วยได้เยอะเหมือนกัน
ควรเขียนคำตอบทั้งหมดด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ และระวังพวก ลำดับที่ ลำดับชั้น ที่คำตอบไม่ใช่ตัวเลขธรรมดา เช่น 1st , 2nd
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://education.kapook.com/view101376.html


ielts

IELTS Reading (คะแนนที่ได้ 8.5)
พาร์ทนี้ไม่รู้ว่า Academic กับ General ต่างกันยังไงบ้าง ขอเล่าในส่วนที่ไปเจอมาก่อนละกัน คือข้อสอบจะมี 3 เรื่องให้อ่าน และให้เวลา 1 ชั่วโมง (เฉลี่ยบทความละ 20 นาที) แต่ละเรื่องยาวประมาณ 2-3 หน้า 
คำถามมีความหลากหลายเช่นเคย แต่เซทปราบเซียนคือ True, False, Not Given ซึ่งสร้างความสับสนวุ่นวายมากว่า มึงคือ False หรือ Not Given 555555 ซึ่งเทคนิคคร่าวๆคือ False คือประโยคที่เขาพูดนั้นผิด หรือมีข้อโต้แย้ง แต่ Not Given คือเขาไม่ได้ให้ข้อมูลมาในบทความเลย 
รูปแบบอื่นๆ เช่น เติมคำใน short note , เลือกหัวข้อที่เหมาะสมกับย่อหน้านั้นๆ , คำถาม-ตัวเลือก
ข้อควรระวัง คือดูให้ดีว่าเขาให้เติมคำตอบแบบไหน เป็นคำหรือเอาเฉพาะตัวเลือก A B C มาตอบ และจัดการเวลาดีๆ
เทคนิคส่วนตัวในพาร์ทนี้คือ เราจะอ่านให้จบบทความก่อน แล้วค่อยไปดูคำถาม โดยตอนอ่านประมาณเวลาว่าไม่เกิน 10 นาที พยายามขีดเส้นใต้ว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ทำไม เพื่อให้รู้เนื้อเรื่องคร่าวๆ และเวลาอ่านคำถามจะได้ไม่ต้องมาหาทีเดียวทั้งบทความ
จำไว้ว่า ทุกคำตอบของพาร์ท Reading อยู่ในบทความนั่นแหละ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://education.kapook.com/view109682.html


IELTS Writing (คะแนนที่ได้ 6.0)
พาร์ทที่กลัวที่สุดพาร์ทนึง เพราะเตรียมตัวน้อยมาก ข้อสอบมี 2 ข้อ คือ อธิบายกราฟหรือไดอะแกรม (ไม่ต่ำกว่า 150 คำ) และ เขียนเรียงความเพื่อแสดงความคิดเห็นต่อข้อความที่เขากำหนดให้ (ไม่ต่ำกว่า 250 คำ) ให้เวลา 1 ชั่วโมง (ควรแบ่งเป็น 20-40) ซึ่งข้อแรกของเรา ให้อธิบาย pie chart 3 อันที่แสดงความแตกต่างของกลุ่มอายุในการลงเรียนวิชา 3 กลุ่มวิชา และข้อสอง คือ ให้เราเขียนอธิบายว่า เห็นด้วยหรือไม่ กับข้อความที่ว่า “เพราะเราไม่สามารถช่วยเหลือทุกคนบนโลกด้วย ดังนั้นรัฐบาลแต่ละประเทศควรช่วยเหลือเฉพาะประชาชนในประเทศของตนเอง” ซึ่งถือว่ายากสำหรับเรา 5555 ไหนจะต้องมากังวลการใช้คำศัพท์และจำนวนคำให้ครบ ตอนทำเสร็จคือไม่ได้นับจำนวนศัพท์เลยว่าได้ตามจำนวนรึเปล่า เขียนตามสัญชาตญาณมากๆ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม  http://education.kapook.com/view107164.html



IELTS Speaking  (คะแนนที่ได้ 6.0)
3 พาร์ทแรกจะสอบพร้อมกันกับผู้สอบคนอื่น หลังจากนั้นเขาจะนัดสอบพูดกับกรรมการแบบตัวต่อตัว ซึ่งเขาได้กำหนดเวลาสอบให้กับแต่ละคนเรียบร้อยแล้ว แค่รอเวลาสอบเท่านั้น ซึ่งนี่ก็เป็นอีกพาร์ทที่มีปัญหาสำหรับเรา คือ เตรียมตัวน้อยมาก และ กังวลว่าเราจะทำได้ไม่ดี
การสอบจะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ
1. แนะนำตัว กับคำถามที่เกี่ยวกับตัวเอง ตรงนี้เราได้คำถามเกี่ยวกับ Hometown , ว่ายน้ำ, การทำอะไรในเวลารีบเร่ง
2. พูดตาม topic ที่กำหนด โดยพูดไปเรื่อยๆประมาณ 2 นาที เขาจะให้เราดู topic แล้วให้เวลาเราเตรียมตัว เขียนโน้ตประมาณ 1 นาที โดยจะมีไกด์คร่าวๆว่าเราควรพูดถึงอะไรในหัวข้อนี้มาให้ด้วย เราได้หัวข้อ “ของที่เรายืมคนอื่นมาแล้วมีประโยชน์กับเรามากที่สุด” ตรงนี้เราใช้เวลา 1 นาทีนั้นแต่งเรื่องสด 555555 เพราะมันจำเป็นต้องพูดให้ได้ถึง 2 นาที 
3. คำถามแบบถามตอบเหมือนส่วนที่หนึ่ง แต่เนื้อหาจะเกี่ยวกับ topic ในส่วนที่สอง ตรงนี้ถือว่าค่อนข้างยาก เพราะเราต้องคิดก่อนตอบ และเวลาคิดน้อยมาก ลักษณะคำถามจะเป็น คุณเห็นด้วยหรือไม่ ... คุณคิดว่า ... ทำไม ... อะไรประมาณนี้ คำถามที่เราเจอ เช่น คิดว่าการยืมของสามารถทำให้เกิดการขัดแย้งกันได้หรือไม่ , คิดว่าจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องขออนุญาตก่อนยืมของของคนอื่น (ยากอีกแล้ว T_T)
หลังจากสอบเสร็จทุกพาร์ท พูดได้เต็มปากว่าจิตตกไปซักพัก 5555 เพราะรู้สึกว่าตัวเองทำพาร์ทเขียนกับพูดได้ไม่ค่อยดี 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม  http://education.kapook.com/view106001.html




 

Create Date : 21 ธันวาคม 2559
0 comments
Last Update : 21 ธันวาคม 2559 14:20:16 น.
Counter : 63 Pageviews.


สมาชิกหมายเลข 1662543
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 1662543's blog to your web]
space
space
space
space
space