Group Blog
 
 
กันยายน 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
28 กันยายน 2559
 
All Blogs
 
จิตเกาะพระ27กย2559 การเข้าถึงพระรัตนตรัย ทำกรรมฐานอย่างไรให้ได้ต่อเนื่องทำทุกอิริยาบถ





ขอบพระคุณที่มาเฟสบุค Phu Bodin 27กย2559,21.03น. สาธุค่ะ
#ขอแชร์ประสบการณ์ 
ว่าด้วยการถึงพระรัตนตรัย
และทำกรรมฐานอย่างไร ให้ได้อย่าง "ต่อเนื่อง"
ทำทุกอิริยาบถ จิตภายในมักอยู่กับสิ่งเหล่านี้
จิตวนเวียนอยู่กับพระ อยู่กับธรรม แบบนี้ 
ต่อให้คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เช่น คิดทางโลก
อีกมินานนัก ประเดี๋ยวจิตก็จะกลับมาคิดนึกถึงพระอีกแล้ว
จิตภายในชอบภาวนาคำว่า ..
พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ
เป็นอยู่เช่นนี้ ตลอดเวลา เป็นอัตโนมัติ 
จิตเขาว่าของเขาเอง หลังที่ตนกำหนดมานาน
เหมือนกับเราต้องเจริญสติบ่อยๆ เพราะด้วยเหตุนี้
ถ้าเราไม่เรียกสติตนเองกลับมาบ่อยๆ 
เพราะสติ นานๆจะเกิดสักทีนึง 
จิตนิ่งเป็นสมาธิ เราถึงรู้ภายหลังว่า เอ้า สติมาแล้วนี่

เมื่อพระปรากฎขึ้นในจิต เพราะสติเกิดต่อเนื่อง
อันนี้สำหรับการปฎิบัติธรรมในแนว "จิตเกาะพระ"
หรือพุทธานุสสติกรรมฐาน+กสิณ

เดี๋ยวจะแนะนำทริคหรือเทคนิคว่า ทำอย่างไร
ให้จิตจดจำภาพพระ หรือให้มีพระอยู่ในจิตตลอด
นอกจาก ต้องทำทุกอิริยาบถ "นั่งนอนยืนเดิน"
ต่อไป จิตเขาจะทำงานเป็นอัตโนมัติเอง
เสมือนลมหายใจเข้าออกของเรา
แต่เราต้องขยัน ความเพียรต้องมาก กำลังใจต้องเยอะ
เรียกว่า ต้องบ้าทำ เพราะบ้าทางโลกกันมาก็มากแล้ว
เห็นมั๊ย ตอบสิว่าได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้า 
บ้าโลกเท่ากับบ้าทุกข์ เพราะสั่งสมแต่ทุกข์ไม่เห็นหรือ
สั่งสมพระในใจตนดีกว่า เห็นมีแต่ได้บุญกุศล
พากันสร้างในจิตกันดีกว่า ไม่มีคำว่าเสื่อม "พระในใจ" 
ไม่ต้องใช้ตังค์ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปสร้างพระนอกจิต

เริ่มต้น คำว่า #ต่อเนื่อง
จงเปลี่ยนลมหายใจเข้าออก เป็นพระทั้งเข้าทั้งออก
ต้องใช้มโนฯเอาเองว่า ต่อไปนี้ ลมหายใจทั้งเข้าออกนี้
มิใช่ลม มิใช่ออกซิเจน แต่เป็นพระ ทุกการหายใจเป็นพระ

จงเปลี่ยนน้ำหรือเครื่องดื่มอื่นๆ 
แม้นกระทั่ง อาหารที่รับประทานเข้าไปทุกวัน ทุกมื้อ
รวมทั้งยาอื่นๆที่ทานเข้าไปด้วย
จงเปลี่ยน มโนฯเป็นพระให้หมดเลยนะ
และต่อไปนี้ คอยบอกกับตนเองว่า เรามิได้ดื่มน้ำ
มิได้ทานยา ทานอาหาร แต่เราดื่มน้ำพระพุทธคุณ
หรือรับประทานพระพุทธคุณเข้าไป

เข้าบ้าน เข้าที่ทำงาน ก็บอกตนเองว่า 
กายเข้าบ้านเรา จิตเข้าบ้านพระ
ต่อไปบอกตนเองว่า ไม่มีแล้วบ้านเรา มีแต่บ้านพระ อิอิ

พอเข้าบ้านเสร็จ บ้านเรามีกี่ห้อง 
เช่น ห้องนอน ห้องอาหาร ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ฯลฯ
เอาห้องน้ำก่อน หยิบแปรงสีฟัน ต่อไปบอกกับตนเองว่า
เรากำลังหยิบพระ ส่วนยาสีฟันก็เป็นพระอีกเช่นกัน
ขณะแปรงฟัน คอยบอกกับตนว่า เราไม่ได้แฟรงฟัน
แต่แฟรงพระ ขัดฟันให้สะอาดเหมือนขัดเกลาจิตใจให้แจ่มใส
เวลาอาบน้ำ บ้านใครมีฟักบัวหรือไม่มี มีแต่ขันตกอาบก็ไม่เป็นไร
และบอกกับตนเหมือนเดิมว่า น้ำชำระร่างกาย แต่พระชำระจิต
ต่อไปคอยบอกตนเองว่า น้ำที่เราอาบไม่ใช่น้ำแล้ว 
แต่เป็นน้ำพระพุทธคุณ ที่เรากำลังอาบทั้งกายใจ
เย็นทั้งกาย เย็นทั้งใจ เบาทั้งกาย เบาทั้งใจละทีนี้
แฟรงฟันหรืออาบน้ำ เรายังได้บุญเลย เห็นมั๊ยๆ
ต่อไป อย่าคิดว่า ต้องอาบน้ำก่อน นุ่งเหลืองห่มขาวก่อน
เราถึงจะได้บุญ จิตถึงจะเป็นบุญกุศล 
หากทำที่ผู้เขียนแนะนำไปนั้น เห็นมั๊ย ได้บุญกุศลตลอด
จิตเป็นบุญกุศลตลอดเวลาเลย อย่าไปรอ อย่าตั้งท่าเยอะ
อย่าไปติดรูปแบบ อันนั้น คนเข้าไม่ถึงคำว่า #บุญแท้
เพราะมัวแต่เดี๋ยวๆ เดี๋ยวก่อน อาบน้ำก่อน กินข้าวก่อน
อาบน้ำเสร็จก่อน แต่งกายชุดขาวก่อน เราถึงจะได้บุญ
คำว่า บุญแท้ๆนั้น อยู่ที่จิต อยู่ที่ภายใน ไม่เกี่ยวกับชุด 
ไม่เกี่ยวกับอะไรทั้งนั้น 
แค่ห้องน้ำ ก็หมดเวลาแล้ว บอกแล้วว่าอย่าให้พูด

ห้องอาหาร ก็แนะไปแล้ว จะดื่ม จะทานอะไรก็ตาม
จงเปลี่ยนเป็นพระพุทธคุณให้หมดเลยนะ

ห้องนั่งเล่นก็เช่นกัน ตาดูหนัง จิตดูพระ "เอาจิตไปอยู่กับพระ"
หูฟังเพลง จิตฟังพระ "เอาจิตไปอยู่กับพระ"
ปล่อยให้ตาอยู่กับหนังไป ปล่อยให้หูอยู่กับเสียงเพลงไป
แต่จิตไม่ต้องไปอยู่กับตาหรือหู หรือหนังหรือเพลงที่เราฟังนั่น
ไม่ว่าเราจะทำอะไร เราก็ "เอาจิตไปอยู่กับพระ" เหมือนเดิม
เรียกว่า เอาจิตรอดปลอดภัยไว้ก่อน เพราะรู้วันตาย ไม่รู้วันเกิด
แต่ถ้าตายขณะจิตอยู่กับพระ สบายแร๊ะเรา คนอื่นๆเราไม่รุ๊ ไม่สน
เอาจิตตนเองรอด ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่ามั๊ย..
ส่วนงานทางโลกก็เช่นกัน เป็นเรื่องภายนอก 
ปล่อยให้กายหยาบทำไป ปกติ
แต่จิต เป็นเรื่องภายใน ปล่อยให้จิตอยู่กับพระไป ปกติ
สติจะอยู่ได้ทั้งกายและก็จิต อย่าอยู่อย่างใดอย่างหนึ่ง

แถมห้องนอนอีกนิดนึง 
เรากำลังส่องกระจก มโนฯไปว่า เรากำลังส่องพระ
เพราะกายส่งอกระจก แต่จิตส่องพระ เข้าใจตรงกันนะ
หรือว่าเล่นเกมส์ ไล่จับโปเกม่อน ครั้งต่อไปบอกกับตนเองว่า
เรากำลังไล่จับพระ ตรงนี้พยายามวางกำลังใจตนให้ถูกนะ
มิฉะนั้น อาจคิดปรามาสพระได้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน
เพราะขณะนี้ เรากำลังฝึกจิต มิได้ฝึกกาย
เพราะฉะนั้น กายก็ทำหน้าที่ไปตามปกติ
ถ้าฆราวาส ไม่ทำแบบนี้ ทำแบบพระได้ไหม ไม่ได้แน่
เพราะมีข้ออ้างสารพัดมากมาย เป็นพระยังแย่ ทำไม่ง่ายนัก
ยิ่งฆราวาสอย่างเรา ต้องขยันหลายเท่า
ฆราวาส เปรียบเสมือน กศน. การศึกษานอกโรงเรียน
มิใช่สายสามัญ ที่เขาเรียนกันจันทร์ถึงศุกร์ เช้ายันเย็น
แต่กศน.เรียนเฉพาะภาคค่ำ หรือเสาร์อาทิตย์
ดังนั้น วิชาการ คงแน่นไม่เท่าสายสามัญแน่นอน
ดังนั้น อยากจบ อยากได้งาน หรืออยากบรรลุธรรม
เราฆราวาส ต้องขยันกว่าพระภิกษุสงฆ์ หลายเท่า
ถ้าไม่งั้นก็ไปไม่รอด เพราะกิเลสนอกวัดมีเยอะ
แต่มิได้หมายถึงกิเลสในวัดไม่มีนะ 
แต่พูดต่อไปไม่ได้ นรกจะกินหัว บาปหนัก
สรุปแล้ว ให้เราดูแค่กิเลสภายในใจตนเองก็พอ

เวลาจะนอน ทุกคนมีหมอน มีผ้าห่ม
เปลี่ยนหมอนเป็นพระบาทของพระพุทธองค์เสีย 
ส่วนผ้าห่มนั้นเป็นพระพุทธคุณ นอกจากให้ความอบอุ่น
แถมยังปลอดภัยอีก เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ในขณะที่เรานอนหลับ เช่น ตึกถล่ม บ้านพัง 
เพราะแผ่นดินไหว เป็นต้น
ลูกขอบารมีคุณพระรัตนตรัย ขอให้ทุกท่านเก็ตและทำตามได้
โมทนาสาธุ
...
โมทนาสาธุค่ะ ตอนนี้ตา กำลังดู นาคี 
แต่จิตอยู่กับพระ  55 ดูไม่สนุกเลย เพราะจิตไม่ยอมเอาอะไร นอกจากพระ  ไม่ปรุงไม่แต่งตาม 
สักแต่ว่า ตาเห็นภาพ หูได้ยินเสียง 
ไปอย่างนั้น จิตนิ่งเฉย ว่าง ดีแท้ 
 ไร้อารมณ์  ....
...
ุนิพพานัง ปรมัง สุขัง กราบสาธุค่ะพี่ภู ต่อแต่นี้ต่อไป น้องจะหายใจเข้าออกเป็นพระท่านตลอดเวลานะค่ะ

โมทนาสาธุครับ ขอให้จิตเป็นพระ พระวิมุุตติสุข
...
สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ  ขอขอบคุณสำหรับเทคนิคให้จำพระได้ตลอดอ่านแล้วแปลกดีค่ะเป็นอะไรที่ไม่เคยได้ยินไม่เคยรู้ และไม่เคยทำมาก่อนแต่จะขอลองทำตามดูค่ะคงต้องปรับจิตใหม่นอกจากจะพยายามมีสติให้รู้ทุกอิริยาบทแล้วจริงๆแค่นี้ก็ยากแล้วแต่ต้องเพิ่มให้เป็นพระอีกอันนี้เป็นสิ่งใหม่ยังไม่เคยทำมาก่อนแต่ก็จะลองทำดูคงต้องใช้กำลังใจและความเพียรอีกเยอะค่ะ
...



Create Date : 28 กันยายน 2559
Last Update : 28 กันยายน 2559 7:22:35 น. 0 comments
Counter : 120 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

doraeme
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add doraeme's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.