Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2560
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
19 พฤษภาคม 2560
 
All Blogs
 
ทำบุญนอกจิตมาเยอะ ทำบุญในจิตตนบ้าง จิตเกาะพระ18พค2560



 ทำบุญนอกจิตมาเยอะ ทำบุญในจิตตนบ้าง
...
#ทำบุญนอกจิตกันมาเยอะแล้ว
ต่อนี้ไป ให้พวกเราทำบุญในจิตตนเองบ้าง
ทำเยอะๆ ทำเผื่อภพหน้า.ชาติหน้าด้วย
โดยเฉพาะ ผู้ที่ปรารถนาความหลุดพ้น
หรือพระนิพพาน

การทำบุญมี 3 อย่าง 
พระไตรปิฎก มักใช้คำว่า "ปุญฺญ" 
ตรงข้ามกับคำว่า "อปุญญ" (บาป)
เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ
ได้แก่ ทาน.ศีล.ภาวนา
ทุกทราบหมดแล้ว จะไม่ขอเอ่ยมาก

แต่บุญทั้งหมดทั้งมวลนั้น 
ไปบังคับให้เขาทำตามเราไม่ได้
ดังนั้น ให้ทำไปตามกำลังใจแห่งตน
เพระหากวาระเรายังมาไม่ถึง.ก็ทำไม่ได้
โดยเฉพาะ.การรักษาศีล.การทำภาวนา
บุญทุกอย่างนั้น จำเป็นต้องใช้กำลังใจตน
แต่ถ้าหากวาระเรามาถึง.อะไรก็ห้ามไม่ได้.หยุดไม่อยู่
หันหน้าเข้าหาธรรมเฉยเลย
แทบไม่ต้องมีคนบอกหรือแนะนำด้วยซ้ำไป
ทำเองเลย.ลงมือปฏิบัติธรรมด้วยเองเลย
นี่เรียกว่า.บุญได้ส่งผลแก่ผู้นั้นแล้ว
บุญที่เรากระทำมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้
ส่งผลให้เรามีกำลังใจมากพอ ที่อยากๆๆๆๆๆ
(ต้องเรียกว่าอยาก ถึงจะเหมาะสมคือสาสมแก่ใจ)
แต่ถ้าไม่อยาก ใครบังคับหรือแนะนำเราก็ไม่ทำ
สรุปแล้ว.ทำตามกันไม่ได้แน่นอน
เราต้องมีกำลังใจที่รักษาศีลของตนเองก่อน
แล้วค่อยมีกำลังใจทำภาวนา
การสวดมนต์ไหว้พระเป็นประจำนั้น
คือการเริ่มต้น การทำภาวนาเท่านั้น 
นี่คือ นับหนึ่งคำว่าภาวนา
ส่วนนับสองการทำภาวนานั่นก็คือ เจริญสติภาวนา
เช่น เดินจงกลมหรือทำสมาธิ เป็นต้น
ทำภาวนา ประการแรก ต้องเข้าให้ถึงสมถกรรมฐานก่อน
ส่วนวิปัสสนากรรมฐาน ทีหลังๆ ใจเย็นๆ
เพราะถ้าวิปัสสนาขาดสมาธิหรือฌาน
ก็จะกลายเป็นวิปัสสนึกไปเสีย 
(คือกรูนึกคิดเอาเอง.เอ่อออเอาเองคนเดียว)
เพราะการวิปัสสนานั้น จำเป็นต้องใช้ปัญญา
ปัญญาที่มาจากการภาวนา ""
เรียกว่า " ภ า ว น า ม ย ปั ญ ญ า "
นักภาวนาต้องใช้ปัญญาประเภทนี้
ไม่ใช่ปัญญาที่เราเรียนรู้กันมาทางโลก
หรือจากที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย
ทางธรรม.เขาเรียกว่า.สัญญา
พอนานไป เดี๋ยวเราก็ลืม เพราะสมองจำ
ฉะนั้น การเรียนรู้ธรรมะนั้น ก็อย่าเอาสมองไปเกี่ยวข้อง
เน้นที่จิต หรือสิ่งที่อยู่ภายในตนมากๆ
เช่น พยายามอยู่กับตนเองมากๆ 
เพื่อจะได้มีโอกาสดูกายดูใจตนเอง
เพราะการปฏิบัติธรรมที่ถูกต้องนั้น คือ..
เราต้องอยู่กับกายใจตนเองมากๆหน่อย เราถึงจะได้ธรรม

เพราะทุกวันนี้ เราลองถามตนเองกันดูสิว่า.
เราอยู่กับอะไรมาก. เราก็จะได้อันนั้น กลับไป เป็นธรรมดา
ฝึกยังไงก็ได้อย่างนั้น. 
ดังนั้น จงถามตนเองว่า เราอยู่กับสิ่งใดมาก
ฉะนั้น จิตเราก็จะยึดสิ่งนั้นมาก
และถามกลับไปว่า.แล้วสิ่งที่เรากำลังอยู่กับมันนี้
มันใช่พระหรือธรรมะหรือไม่.
แดนตรงนี้เป็นแดนบุญกุศลหรือไม่
หรือใช่แดนพระนิพพานหรือไม่
แต่ถ้าตอบว่าไม่.ก็ตัวใครตัวมันหล่ะทีนี้.

สรุปแล้ว.เราต้องใช้โลกโซเซียลมีเดียให้เป็น
เคยบอกไปแล้วว่า.จงอย่าคิดว่า การปฏิบัติธรรมนั้น
เราต้องละหน้าที่การงานจากทางโลกก่อน เราค่อยทำ
หรือรอเวลาว่างก่อน ลางานก่อน รอให้ลูกๆโตกว่านี้ก่อน
หรือรอเราเกษียณอายุก่อน เราค่อยทำ.พอดีตายก่อนทำไง
หมดโอกาสสร้างบุญบารมีตนกันพอดี..
ทำดี.ทำบุญ.ทำภาวนา.เราอย่าไปรออะไร.
อย่าตั้งท่าเยอะ.อย่าเน้นรูปแบบ.
แต่เน้นพระเน้นธรรม คือเน้นจิต คือเน้นสติตนเอง

ปฏิบัติธรรมสามารถทำคู่ขนานไปกับทางโลกเลย
เช่น มือจับพวงมาลัยรถ จิตเราจับพระสิครับ
มือจับโทรศัพท์ จิตเราจับอะไร.จับพระสิครับ
ตาดูเฟสใจดูพระในจิตตนเองไปด้วย.ทำพร้อมกัน
อย่าทำงานทางโลกเพียงอย่างเดียว เด่วเสียชาติเกิด
กายทำบาป จิตคิดอกุศล.เรายังปล่อย.ช่างมันเลย
คนที่ทำกรรมฐานเป็นย่อมไม่ติดรูป ไม่ติดนาม
ไม่ติดสุขจากสมาธิจากฌานแน่. 
หากใครยังติดอยู่ รีบถอนจิตออกมาไวๆ
คอถอนจากอัปปนาฯลงสู่อุปจารฯ เพื่อพิจารณาธรรม
คือพิจารณาร่างกายและจิตตนเองนี่แหละ
เรายังมองเห็นร่างกายนี้ เป็นเราเป็นของเราอยู่ไหม
"สักกายทิฏฐิ" เรามีความเห็นอย่างไร...
ถ้ามีความเห็นถูกคือ ร่างกายนี้ มิใช่เรา มิใช่ของๆเรา
เพราะต่อไป เราจะได้เลิกหลงกาย.
เราจะได้ยอมรับการเปลี่ยนแปลงของกายและใจตนเอง
ต่อไปจะได้เลิกโง่.เสียเวลา.เสียเงิน แถมเจ็บตัว
ต้องไปเสริมอั่ยนู้นอั่ยนี่.ตัดอั่ยนั่นอั่ยนี่ทิ้ง
แบบนั้นเรียกว่า.จิตตนยังหลงร่างกายอยู่เป็นต้น
จงยอมรับในสิ่งที่มีอยู่ก้พอแล้ว (แต่ต้องฝึกจิตนะ)

หายใจทิ้งขว้างกันทำไม.จงเปลี่ยนลมตนเป็นพุทธคุณสิครับ
เปลี่ยนเป็นพระมหาเมตตาหาประมาณมิได้สิครับ
แล้วใจคุณจะศักดิ์สิทธิ์.ใจคุณจะเยือกเย็นและเบาสบายไปเอง

เราก็อย่าไปดื่มน้ำธรรมดาๆกันสิ 
ปากก็ดื่มไปหรือกินของคาวหวานไป
แต่พวกเราลูกหลานหลวงพ่อพระราชพรหมยาน
ต้องเก่งมโนฯ ใช้มโนเป็น ใช้มโนในทางที่ถูก
คือจงเปลี่ยนน้ำที่เรากำลังดื่มหรือกินเข้าไปนั้น
เป็นพุทธคุณ.พระมหาเมตตาเข้าไปแทน
ดูสิว่าจะเกิดอะไรบ้าง
คนที่ใช้มโนเป็น.หมายถึง.ใช้มโนร่วมกับสมาธิด้วย
ถ้ามโนขาดสมาธิ.เราก็คิดเรื่อยเปื่อย 
เพราะมโนฯขาดปัญญา
มโนมยิทธินั้น ต้องมีสมาธิมีปัญญาเข้าไปด้วยกัน
อย่าให้เสียชื่อลูกท่านพ่อ.หลวงพ่อนะ
เกิดไม่ทันพ่อก็ไม่เป็นไร.อย่างเสียใจ
ถึงเกิดทันพ่อ.หรือได้เห็นพ่อตัวเป็นๆ.แล้วไง
เพราะอ่านฟังธรรมพ่ออย่างเดียวเลย.แต่ไม่ยอมทำตาม
แล้วจะเกิดประโยชน์อะไร
สู้เกิดไม่ทันพ่อ.ไม่เคยเห็นพ่อตัวเป็นๆ ดีกว่ามั๊ย
เพราะเอาเวลาเสียอกเสียใจที่เกิดไม่ทันพ่อนั้น
อ่านฟังธรรมะพอเสร็จปั๊บ.เราลงมือทำตามพ่อเลย อย่าสงสัย
ทำก่อนๆ หากมีคำสงสัย ครูพี่ๆน้องๆที่นี่.พอจะตอบคำถามได้บ้าง
แต่ไม่ต้องรู้หรอกว่า.เราเอาคำตอบมาจากที่ไหนนะ(ไม่บอก)
ทำเองๆเด่วก็รู้เองทีหลัง.(ปฏิบัตินำคำสงสัย)

อาบน้ำก็เช่นกัน อาบน้ำทำไมอย่างเดียวหละ
ร่างกายสะอาดอย่างเดียว ทำไม 
ทำไม ไม่ชำระล้างจิตตนเองไปด้วยกันเลยหละ
ทำยังไงหรอ.มือจะเปิดฟักบัวใช่ไหม ใจเราทำไง
ลูกหลวงพ่อทำไงหละ. 
กำหนดจิต(มโน)น้ำเป็นอะไรหละ(บอกไปแล้ว)
เอ่อ คนอ่านคนนี้.ฉลาดจริงๆ

นั่งทำกิจห้องน้ำก็เช่นกัน นั่งอึทำไมอย่างเดียว
เราไม่ต้องเอาจิตไปอยู่กับอะไรตรงนั้นหรอก
เพราะมันมิใช่บุญกุศล เพราะเป็น(อึ)หรือปัสสาวะใช่ไหม
เอาจิตไปอยู่กับพระกับธรรมดีกว่า
นึกถึงพระไป ทรงสมาธิไปด้วยนะ อย่าทำกิจทำอะไรอย่างเดียว

เวลาจะนอนก็เช่นกัน ก่อนหัวจะถึงหมอน
ลูกพ่อต้องกำหนดว่า.หมอนเป็นพระบาทหนุนนอนไป
ส่วนผ้าห่มก็เป็นพุทธคุณ.พระมหาเมตตาไปนะ
เด่วท่านจะให้ความอบอุ่น ให้ความเย็นสบายเอง
สุขกายสบายใจหละทีนี้

#พอเข้าใจหรือยังว่า...
#กรรมฐานต่อเนื่องเขาทำกันอย่างไร

มิใช่ทำภาวนาหรือทำกรรมฐานเฉพาะห้องพระ
หรือที่วัดหรือที่สำนักสงฆ์หรือสำนักปฏิบัติธรรม
หรือเราต้องบวชก่อน.ห่มเหลืองใส่ผ้าขาวก่อน
จิตเราถึงรวมเป็นสมาธิได้ปัญญา. หรือค่อยมีสติ(สร้างสติ)
ต้องเดินจงกลมก่อนเราถึงจะได้บุญ 
แต่ถ้าเราเดินปกติธรรมดา เราไม่ได้บุญ 
แต่ก็เป็นจริงตามนั้น สำหรับคนที่ทำกรรมฐานไม่เป็น
เพราะทำไม่ได้ต่อเนื่อง 
และผลที่ทำกรรมฐานไม่ต่อเนื่องก็คือ..
#เราไม่เจริญในธรรมเท่าที่ควร
หรือไม่ไปหน้าไปหลัง (จิตไม่คืบหน้า)
กิเลสตัณหาตน.ก็เลยมีอยู่เท่าเดิม.ไม่ยอมลดน้อยลงไป

แต่ถ้าพวกเราติดมือถือเหมือนจิตติดพระ.ติดธรรมะ
อะไรจะเกิดขึ้น
แต่ถ้าเป็นมนุษย์ก้มหน้า.ดูแต่มือถือ
เหมือนกับจิตจ้องมองแต่พระ.นึกถึงคุณของพระตลอด
แล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับจิตตนเอง
จิตติด.จิตยึดสิ่งที่ไม่หลุดพ้น.เราก็ไม่พ้นสิ่งเหล่านี้ไปได้
ไม่ตายยังก้มหน้าขนาดนี้ 
แต่ถ้าตายจริงๆเราจะเป็นผีก้มหน้า?
ยังไม่ตายยังหลงกันขนาดนี้ ถ้าตายจริงๆจะหลงขนาดไหน
ใช้ได้ไม่ว่า ก้มหน้าได้ไม่ผิด แต่อย่าเอาจิตไปติดอะไรตรงนั้นนาน
หากไม่ฝึกจิตมาดี.จิตจะติดสิ่งนั้น โดยมิรู้ตัว
แต่ถ้าคนที่ฝึกจิตมาดีแล้ว ย่อมไม่ติดกับสิ่งเหล่านั้น
เขาแยกแยะได้ แต่เราแยกแยะออกไหม...
เขาไม่ยึดไม่เกาะ แต่เรายึดไหม เกาะไหมหละ
เพราะการฝึกจิตคนนั้น.ฝึกให้จิตปล่อยวาง(ภายใน)

สรุป.ควรทำบุญทั้งภายนอกและภายในไปพร้อมๆกัน
ถ้าเรามีกำลังใจมากพอ เดี๋ยวเราจะอยากทำภาวนาเองเลย
โดยที่ไม่ต้องมีใครเขาชวน.ทำเองเลย.เพราะบุญส่งผล
โมทนาสาธุ
ภูทยานฌาน
...
สาธุขอบพระคุณที่มาจากเฟสบุคครูภูPhoBodin 18พค2560
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=984061965064224&id=100003812895876
...




Create Date : 19 พฤษภาคม 2560
Last Update : 19 พฤษภาคม 2560 8:59:09 น. 0 comments
Counter : 107 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

doraeme
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add doraeme's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.