Group Blog
 
 
สิงหาคม 2548
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
7 สิงหาคม 2548
 
All Blogs
 
เที่ยวไปงงไปกับนาย dont : หลวงพระบาง เมืองผู้ดี 2/2


ถ้าเปิดมาพบหน้านี้ ขอเชิญอ่าน ตอนที่ 1/2 ก่อนนะครับ เพื่อความสนุกสนานอย่างต่อเนื่อง







สำหรับงวดนี้ ไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองหลวงพระบางกันดีกว่าครับ

หลวงพระบางเป็นเมืองหลวงเก่าที่มีประวัติมานาน 1000 กว่าปีแล้วครับ เจ้ามหาชีวิตหลายพระองค์ต่างก็อาศัยที่นี่ และทรงสร้างวัดวาอารามกันอย่างมากมายเต็มเมืองไปหมดครับ สถานที่ที่เป็น hilgiht ก็มีหลายวัด เนื่องจากผมจัดในกลุ่มคนบาปน้อย (ถึงปานกลาง เหอ เหอ) เข้าวัดแล้วมันร้อนไปหมด ก็เลยฟังได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ที่ได้มาก็ได้แบบได้ยินมา สำเนียง หรือเนื้อหาอาจจะเลื่อนเปื้อนไปเรื่อยได้ครับ

อย่างโรงแรมที่พัก คุณไกด์ก็บอกว่า เป็นที่บรรจบของคุ้งน้ำโขงและน้ำคาน มาในเมือง คุณไกด์ก็บอกอีกว่า หน้าวัดที่ผมจะพาไปวันนี้ ก้ออยู่ตรงคุ้งน้ำสองสายบรรจบกันเช่นกัน ฮ่วย สิเชื่อผู้ใดละนี่.... อ่า..แต่ เอ๊ะ ก็... นี่ก็มีแต่ไกด์บอกนี่นา ก็ เอาเป็นว่าเชื่อ ๆ ไกด์ไปแล้วกันครับ (อันไหนถูกไม่รู้ ไกด์ว่าไงว่าตามกัน 5 5 5)

(จริง ๆ ไกด์ที่พาไปเก่งมาครับ เล่าประวัติเป็นฉาก ๆ เผอิญผมเป็นพวกหลังฉาก จำไม่ค่อยได้แฮะ...)

และเช่นเคยนะครับ ผู้ปกครองควรพิจารณา - (PA) เพราะเรื่องมั่ว ๆ จะแพลม ๆ ออกมาเป็นระยะ ๆ เอิ๊กส์





วัดเชียงทอง (Wat Xieng Thong) ได้ยินชาวลาวเค้าเรียก วัดเซียงทอง เป็นวัดเล็ก ๆ สร้านขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ซึ่งเป็นเจ้ามหาชีวิตที่อยู่หลวงพระบางเป็นองค์สุดท้าย ก่อนจะย้ายไปเวียงจันทน์ครับ

ในบรรดาวัดวาอารามทั้งหมดของหลวงพระบางเนี่ย คงต้องยกให้วัดเชียงทองเป็นวัดที่สำคัญและสวยงามที่สุดครับ และยังได้รับการมาเยี่ยมเยือนจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดด้วย นักโบราณคดียกย่องว่าวัดเชียงทองนั้น แสดงสถาปัตยกรรมลาวได้อย่างดีเยี่ยม แม้ว่าจะเป็นวัดขนาดเล็กแต่ก็มีลักษณะของสถาปัตยกรรมลาวครบถ้วน เป็นวัดที่มีสีสดมากวัดหนึ่งครับ ขอบอก

ภาพนี้เป็นโบสถ์พระประธานครับ

วัดเชียงทอง สีสวยมั้ยครับ





ด้านข้างจะเห็นมีช่อฟ้า ช่อฟ้าของชาวลาวเค้าจะอยู่กลางหลังคาไม่เหมือนช่อฟ้าบ้านเราจะอยู่ที่ด้านหน้ากับหลังอุโบสถน่ะครับ ส่วนใบระกา หางหงส์ไม่เห็นแฮะ เห็นแต่ด้านหน้ามี นาคที่หน้าบรรพ์ เค้าว่ากันว่า ถ้าเป็นกษัตริย์จะมี 17 ช่อ คนธรรมดาจะมี 1-7 ช่อ เค้าที่ว่าคือไกด์นะครับ หากมีความดีอะไร ขอยกเข้าตัว ความชั่วคืนไกด์ไปครับ 5 5 5 5

ตัวอุโบสถวัดเชียงทองด้านข้างครับ เห็นว่ามีช่อฟ้ากลางหลังคา จะเห็นว่า แสงจัดจ้ามาก คิดดูว่าจะร้อนขนาดไหนล่ะครับนั่น (คำให้การแก้ตัวของชายใจบาปผู้แพ้รัศมีธรรม) 5 5 5 5 5





อ่า เด็ก ๆ ครับ "หน้าบัน" นะครับไม่ใช่ "หน้าบรรพ์" คุณพ่อคุณแม่ โปรดใส่ใจหน่อยสิครับ ผิดแล้วทราบกันไหมนั่น หา เดี๋ยวลูกหลานของท่านก็จำไปผิด ๆ จนได้ แหม แย่จัง (หึ หึ)

(หลังจากกลบเกลื่อนว่าพิมพ์ผิดสะกดผิดแล้ว) ก็มาดูกันต่อนะครับ โรงเก็บโกศ ชาวลาวเรียก โรงเมี่ยนโกศ แต่ที่ผมเห็นก็เห็นราชรถ (ลาก) คัน "บักเอ๊ก" (เห็นไกด์เค้าว่า แปลว่าใหญ่) น่ะครับ ไม่รู้ทำไมตอนนั้นไม่ได้ฟังละเอียดซะด้วย แหม ๆ ก็งี้ล่ะ เที่ยวไปงงไปครับ (มันแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ)

ภาพที่อยู่ด้านหน้าเป็นภาพจากเรื่องรามเกียรติ์เช่นเดียวกันของไทย มียักษ์มีลิง มีมนุษย์ครบล่ะครับ สีทองสวยมาก ไม่รู้ว่าทำจากวัสดุทาสี หรือ ว่าเป็นทองจริง ๆ (น่าจะเป็นอย่างแรก)

ภาพโรงเมี่ยนโกศครับ พระอาทิตย์ร้อนแรงมาก ๆ จนสีออกจะหม่นไปเลย





มาดูใกล้ ๆ ก็พบว่าลิง ยักษ์ คน หน้าตาคล้าย ๆ กับบ้านเรานั่นล่ะครับ

เห็นมั้ยครับสีสวยมาก ด้านขวาเป็นฝั่งยักษ์ ด้านซ้ายเป็นฝั่งกษัตริย์น่ะครับ





สำหรับวิหารน้อย เป็นวิหารที่ขึ้นชื่อเช่นกัน อันนี้เป็นมุมมาตรฐานครับ ใครมาไม่มีภาพมุมนี้ถือว่าเชยมาก ๆ แต่ว่า ตัววัดทั้งวัดมีขนาดไม่ใหญ่มากครับ โอกาสจะได้ภาพสวย ๆ เต็ม ๆ นี่ออกจะยากสักหน่อย ต้องอาศัย Photoshop ลบภาพเอา หรือไม่ก็อาศัยเลนส์พิเศษเอาครับ

วิหารน้อย เป็นที่เก็บอะไรไม่รู้ (อ้าว...- -'') รู้แต่ว่า ที่หน้าวิหารเป็นไม้ทาสีพื้นออกแดงประดับด้วยกระจกกระเบื้องนี่ล่ะ เป็นลายภาพชีวิตพื้นบ้านครับ ซึ่งทำให้นอกจากจะมีคุณค่าทางโบราณคดีแล้วยังทำให้มีคุณค่าทางด้านมานุษยวิทยาด้วยอย่างมาก เพราะอะไรรู้มั้ยครับ

เพราะว่า... ไกด์บอกครับ 5 5 5 ผมจะไปรู้อะไรล่ะครับ

วิหารน้อย มีแต่คนรุมถ่ายภาพครับ ดูสวยสีสันจัดจ้านกว่าตัวพระอุโบสถ
เป็นไหน ๆ เลย





ภาพโคตรอับครับ (close up - อ้าว ก็ ดูใกล้ ๆ แคบ ๆ พิกลนี่นา) นั่นแหละครับ อืม อันที่จริงควรจะเรียก crop up มากกว่า ขอบคุณ photoshop คร๊าบบบ เอิ๊กส์

ลายกระเบื้อง-กระจกสีนี่ล่ะ เอามาปะเป็นภาพนู้นภาพนี้น่ะครับ





เดินไปเดินมาเริ่มเหงื่อตก ตอนนั้นไปเดือนพฤษภาคมครับ น่าจะเป็นหน้าฝน ที่เย็นฉ่ำชื่นใจ แต่กลายเป็นว่า หลวงพระบางตั้งอยู่ในเขตหุบเขาครับ ไอ้เรื่องจะมีลมมีฝนชุก ๆ น่ะ อาจจะยากหน่อย เฮ้อ...

หลังจากเช็ดเหงื่อกันจนหนำใจแล้ว เราก็เดินทางไปเที่ยวถ้ำติ่งกันต่อครับ โดยข้ามถนนจากหน้าวัดเชียงทองมาฝั่งริมน้ำ แล้วเดินไปที่ตลิ่ง ก็จะพบกับท่าเรือรับจ้าง ไปถ้ำติ่งครับ แม่น้ำที่เห็นนี้คือ แม่น้ำคานครับ

ท่าเรือ ดูเหมือนบ้านเราสมัยเก่า ๆ ครับ ไม่มีอาคารพักผู้โดยสารหรืออะไร เทือก ๆ นี้ มีเพิงขายของ พวกน้ำ พวกขนมครับ ราคาแพงเป็น USD หมดเลย

ตอนลงเรือก็ต้องลุยน้ำนิดหน่อยก่อนจะได้ลงเรือ กรุณาเตรียมรองเท้าให้เหมาะสม สาวโสดเตรียมมีเฮครับ นี่กำลังจะ "ลง (น้ำ) คาน" กันถ้วนหน้าแล้วครับ





หลังจากเราขึ้นเรือกันได้ ก็เริ่มแล่นไปตามลำน้ำ (ตามน้ำ แต่ไม่ได้กินสินบนไปด้วยนะครับ หน้าที่ผมไม่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง ลำไยตอนนั้นยังไม่ล้นตลาด เครื่อง CT อ๊อก ก็ยังไม่ประมูล - อุ๊บ โอวว คนอ่านเริ่มไอกัน คุก คุก คุก เลย 5 5 5 5 ) ไปเรื่อย ๆ คุณไกด์ก็เล่าเรื่องไป ส่วนผมอาหารเช้าไฮโซจากโรงแรมไฮซ้อก็เริ่มแผลงฤทธิ์ทันที

ป่าว ๆ ไม่ได้อาหารเป็นพิษครับ ง่วงน่ะ มันอร่อย ฟาดซะ...

อ่า ตอนเคลิ้ม ๆ ได้ยินเสียงคุณไกด์เล่าเรื่องให้ฟังว่า แต่ก่อน คนเรายังโง่อยู่ อาศัยในถ้ำ เอ๊ย ไม่ใช่ คนเรายังคิดว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นมีอิทธิฤทธิ์ สามารถดลบันดาลให้เกิดอาเพธได้ ในบริเวณนี้เป็นที่แม่น้ำคานและน้ำโขงไหลมาบรรจบกันจึงมีกระแสน้ำค่อนข้างแรง เมื่อร่วมกับการมีฝนตก มีพายุเข้ามาเป็นบางครั้ง ก็ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยตามลำน้ำ เกิดเรือล่มบ้าง จมน้ำตายบ้าง ชาวบ้านนั้นใช้เรือเป็นทางสัญจรหลัก ก็เกิดความวิตกกังวลขึ้น เหล่าชาวบ้านที่โดยสารเรือก็เลยเริ่มบนบานให้ตนปลอดภัยเวลาเมื่อมีน้ำหลากตอนออกเรือ พอมีพายุก็พากันมาหลบภัยในถ้ำเมื่อรอดกลับไปได้ ก็จะนำพระพุทธรูปมาถวายที่ถ้ำนี้ คล้าย ๆ กับการแก้บนน่ะครับ

ต่อมา ก็เกิดเป็นประเพณีว่า ต้องการอะไรก็ให้นำพระพุทธรูปมาถวายในถ้ำติ่งนี้ รายที่ร่ำรวยพระพุทธรูปที่นำมาบูชาก็จะเป็นทอง ทองเหลือง นาก เงิน ทำนองนี้ครับ ที่รายได้ต่ำ (รสนิยมไม่สูงเกินไป) ก็จะเป็นพระพุทธรูปไม้ธรรมดา จนกลายเป็นประเพณี แม้แต่เจ้ามหาชีวิตในยุคหลังยังมีประเพณีมาประกอบพิธีด้วยเลยล่ะครับ

ทางขึ้นถ้ำติ่งครับ ยุคน้ำหลากมันคงจะไม่สูงชันขนาดนี้ ที่เห็นบันไดนี้เพิ่งจะมามีในภายหลัง (แต่ไม่ใช่ 2-3 ปีนะครับ หลายปี) แล้วล่ะผมว่า





เมื่อเราไปถึงก็เดินขึ้นไปตามขั้นบันได สิ่งที่ต้องระวังคือ อย่าลืมเอาพัดมาด้วย เพราะว่าร้อนค่อนข้างมากครับ พอออกแรงเดินจะร้อนมากขึ้นมาก ตอนที่ไปลมสงบมากครับ

เค้าเรียกกันว่า ถ้ำติ่ง เพราะว่า มันเป็นหินยอกหินง้อย เอ๊ยหินงอก หินย้อย น่ะครับ

ถ้ำติ่งนั้นมี 2 ชั้น ชั้นแรกเป็นชั้นที่มีพระพุทธรูปจำนวนมากประดิษฐานอยู่ ไกด์เล่าว่า เดิมนั้นมีพระพุทธรูปโลหะมีค่าหลายชนิด แต่ว่า ช่วงสงครามถ้ำติ่งกลายเป็นที่ซ่อนของโจร และกลุ่มต่อต้านฝรั่งเศส (เค้าว่างั้นนะครับ) พวกโลหะมีค่ามาก ๆ เช่น ทองหรือเงิน ก็จะเปลี่ยนเป็นเงินเป็นของหมด ส่วนพวกที่มีค่าน้อยลง เช่น ทองแดง ทองเหลือง ก็จะกลายเป็นอาวุธ ที่ยังหลงเหลือจึงมีแต่พระพุทธรูปไม้ครับ

ปัจจุบัน แม้ว่าจะมีพระพุธรูปลดลงมาก แต่ก็ยังมีพระพุทธรูปไม้จำนวนมากอยู่ น่าจะถึงหลายพันเลยครับ สำหรับภายในถ้ำอากาศนิ่ง ไม่มีลมพัดเลยครับ แต่ก็ไม่ได้อึดอัดอะไรมากนัก





สำหรับถ้ำชั้นแรกนี้ มีคนมาเที่ยวอยู่เรื่อย ๆ ครับ สักพักก็จะมีทัวร์ group อื่น เข้ามาอีก เป็นระยะ ๆ ได้ยินเสียง OH~ WOW~~ เป็นระยะเลย สงสัยจะชอบ

ช่องระบายลมครับ นี่ก็มุมมาตรฐานเหมือนกัน ใครมาไม่มีรูปมุมนี้เห็นจะแย่หน่อย





ชั้นบนอีกชั้นนั้น ไม่มีพระพุทธรูปประดิษฐานแล้วครับ เล่ากันว่า พวกโจรป่าที่ว่าได้พัก แล้วเอาพระพุทธรูปไม้ ไปแทนฟืนบนนั้น ยังมีร่องรอยของเศษไม้เศษพระพุทธรูปอยู่เลยครับ

ทางเดินขึ้นเขา ไปยังถ้ำแห่งที่สองที่ว่า ถ้าร้อน ถ้าเหนื่อยก็ไม่ต้องปีนไปหรอกครับ ไม่ได้ไกลแต่ว่าก็เป็นถ้ำโล่ง ๆ เอง ไม่มีอะไรต้องเสียดาย





แฮ่ก ๆ ขอหอบคั่นเวลาก่อนนะครับ...

หลังจากลงจากถ้ำติ่ง ก็ต้องไปต่อที่หมู่บ้านช่างไหครับ เป็นหมู่บ้านริมน้ำเช่นกัน จอดแวะซื้อของฝากได้ ของราคาไม่แพงเท่าไหร่ แต่ว่า มีที่ถูกกว่าเหมือนกันครับ เอาเป็นว่าดู ๆ ก็ได้ เค้าจะมีการผลิตเหล้าพื้นเมือง จำชื่อไม่ได้แล้ว แต่ก็รสชาติคล้าย ๆ พวกข้าวหมาก กระแช่น่ะครับ อร่อยดี

ของขายก็มีทั่วไปพวกผ้าทอน่ะครับ เศษผ้าต่อเป็นปลอกหมอนอิง ผ้าห่มทำนองนั้น

ท้าวคนนี้ (ท้าว = นาย) ทำเหล้าให้ดู พยายามจะอธิบายเหมือนกันแต่ว่าบัวใต้น้ำแบบผมไม่รู้เรื่องแฮะ ไปหาน้ำอัดลมกระป๋องกินแทน ราคาเท่ากับไทยหรือแพงกว่านิดหน่อยครับ แต่ว่า น้ำน่ะ มาจากจีน และเวียดนามก็มี...





สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอีกที่คือ น้ำตกครับ น้ำตกที่ว่า ชื่อ ตาดกวางสี ครับ อยู่ห่างจากเมืองไปหลายสิบกิโล นั่นก็แปลว่าใช้เวลาเดินทางราว ๆ 2-3 ชั่วโมงขึ้นไปครับ ค่าที่ทางนั้นค่อนข้างจะแย่เลยล่ะ

ระหว่างทางเห็นเค้าว่ากันว่ามีหมู่บ้านชาวลาวดั้งเดิมด้วย แต่ว่า ไม่ได้แวะดูครับ ระหว่างทางคุณไกด์ก็เล่าถึงที่มา ทำนองมีกวาง และมีแม่ชีชื่อศรี (หรือเปล่าเนี่ย) แล้วก็กวางกินน้ำที่น้ำตก ก็ไม่รู้เกี่ยวกันอย่างไร แต่สรุปมาก็กลายเป็น ตาดกวางสีนี่ล่ะครับ (PA)

ไปถึงน้ำตก โห!!! หายร้อนหายเหนื่อยเลยครับ น้ำใส บรรยากาศร่มรื่นน้ำตกมีน้ำจริง ๆ และสวยและสูงมากครับ ว่ากันว่ามีหลายชั้น แต่ว่า ไม่ได้ปีนจนครบครับ แค่ไปดู ๆ เฉย ๆ ก็คุ้มแล้ว (จริง ๆ คือขึ้นไปได้ 2 ชั้นก็เหนื่อยแระ) และถ้าไปชั้นสูง ๆ ต้องลุยน้ำไปนะครับ ไม่ได้มีทางปีนขึ้นข้างเขาแล้ว คือว่ามันต้องเดินข้ามน้ำตกไปอีกฝั่ง ก่อนจะขึ้นไปข้างบนได้น่ะครับ

น้ำตก เย๊ เย เย็นฉ่ำชื่นใจมากเลยครับ





คุณไกด์เล่าเรื่องห้องน้ำว่า ก่อนนี้ไม่มีชักโครก ต่อมา องค์สมเด็จพระเทพฯ จะเสด็จเยือน เหล่าผู้ต้อนรับก็เกรงว่า พระองค์จะทรงไม่สะดวกพระทัยกับห้องน้ำก็เลยดำริจะทำชักโครกเพื่อต้อนรับ พอทำเสร็จ ก็จะมีข้าราชการชั้นสูงมาตรวจตราว่า ส้วมใช้การได้หรือไม่ ก็พากันเวียนมาเข้า แล้วก็ทดลองกดชักโครกตรวจสอบการใช้งานกันใหญ่ ด้วยว่า เกรงจะทำเอาขายหน้า

เรื่องซวยก็มีอยู่ว่า ไม่มีน้ำประปาสิครับ เมื่อองค์พระเทพฯ เสด็จนั้น น้ำในชักโครกก็แทบจะไม่มีแล้ว ค่าที่ได้กดทดสอบไปหลายครั้ง ร้อนถึงเจ้าหน้าที่ต้องวิ่งเอาถังตักน้ำไปทีละถึงไปใส่ชักโครกกันเป็นที่สนุกสนาน (ปนเหนื่อยและเซ็งด้วยล่ะน่ะ ผมว่านะ สำหรับพวกเจ้าหน้าที่ลูกกะจ๊อกเนี่ย เข้าใจอารมณ์เลยครับ พวกเดียวกัน...) สุดท้าย สมเด็จพระเทพฯ ก็เสด็จกลับครับ

แต่ได้ความอย่างว่า ชาวลาวนั้นรักองค์สมเด็จพระเทพฯ ของไทยมาก ๆ ครับ สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์อื่นนั้นก็ยังได้รับการถวายความจงรักภักดีไม่มากเท่า อาจจะเพราะพระองค์ทรงกรณียกิจ ณ ประเทศเพื่อนบ้านอยู่เป็นนิตย์ ทรงมีอารมณ์ขัน และพระพักตร์ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ ชนะใจทุกประเทศเลยครับ และเช่นเดียวกันหลาย ๆ ประเทศในเอเชียที่ได้ไปมาต่างก็กล่าวขวัญถึงราชวงศ์ไทยในแง่ยกย่องเทอดทูนทั้งสิ้นครับ

น้ำตกสูงมากครับ คุณไกด์ว่าสูงเท่าตึก 4 ชั้นเลย ผมละสงสัย ไม่เห็นมีตึก 4 ชั้นในหลวงพระบางซะหน่อย เพราะเค้ากำหนดให้ตึกสูงไม่เกิน 2 ชั้น แถมกำหนดให้เป็นแบบเดิม ๆ จะทาสีใหม่ยังต้องขออนุญาตจาก UNESCO ด้วยซ้ำครับ...ว่าแต่มันเกี่ยวกับน้ำตกยังไงหว่า...





เมื่อน้ำตกไหลลงมาแล้วก็รวมเป็นแอ่งน้ำสีเขียวใสครับ น้ำใส และกลิ่นดีครับ ไม่มีเหม็น ไม่มีฟองฟ่อดเลย ธรรมชาติ และสะอาดสุดยอด... อยากให้น้ำตกบ้านเราหน้าตาแบบนี้จังครับ ไม่รู้ต้องไปทำศัลยกรรม เอ๊ย! จัดการยังไงให้มีความสะอาดและดูดีขนาดนี้

เมื่อเดินมาถึงลานด้านหน้า ก็ได้เวลาย้ายก้นขึ้นรถแล้ว

ชั้นล่างสุดของน้ำตก ใส และดูสะอาดมากครับ





ที่เที่ยวอื่นที่ติดอันดับ top hit ก็ วัดวิชุน ครับ ก็เป็นวัดที่สร้างขึ้นมาในสมัย blar blar blar ... ถ่ายรูปครับ ถ่ายรูป ไม่ได้ฟังเล้ยยย

สรุปว่า วัดจะมีรูปครึ่งทรงกลม คว่ำกับพื้น มีชื่อเล่นว่า วัดหมากโม ครับ สงสัยเหมือนแตงโม อิ อิ ("หมาก" = ผลไม้)

ระหว่างนี้ เราก็สามารถเดินไปวัดข้าง ๆได้ด้วยง่ายเชียวครับ เพราะว่า วัดติด ๆ กันหมดแหละครับ จริง ๆ ตัวเมืองนั้นเล็กนิดเดียวล่ะครับ

ภาพถ่ายวัดหมากโมหน้าตรงไม่สวมหมวกครับ





จากนั้นก็เดินไปตามวัด ใกล้ ๆ กันนั้นล่ะครับ มีหลายวัดให้เลือกชม เลือกไหว้พระครับ

ไหว้พระประธานซะครับ แต่ว่า วัดไหนไม่แน่ใจครับ ดูไม่ค่อยสะอาด แต่ว่าสภาพของสิ่งของอยู่ในเกณฑ์ดีครับ





สำหรับกลางคืนนั้น มีตลาดกลางคืนด้วยครับ เป็นตลาดใหญ่กลางเมืองที่ถนนศรีสว่างวงศ์ เรียก ตลาดศรีสว่างวงศ์ เหมือนกัน ลักษณะจะคล้าย ๆ night bazar ที่เชียงใหม่แบบน้นล่ะครับ ของขายต่อรองได้มาก แม่ค้าใจเย็นจัด "ให้บ่ได้ดอกจะ" "แถมบ่ได้ดอกจะ" ไม่มีด่าเลยครับ (ในใจก็อีกเรื่องนึงนะครับ ไม่รู้หรอก ถ้ารู้ใจแม่เค้า ผมก็แต่งกะเค้าไปแล้วล่ะครับ ฮิ๊ววว)

ของขายก็เหมือน ๆ กับไทยนะ ผมว่า ไม่แตกต่าง เหมือนจตุจักร หรือไม่ก็เหมือนตลาด Night Bazar นั่นล่ะครับ

อันนี้น่าสนใจคับ ป้ายนี้ "ระวังเด้ออ้าย อีนางสิข้ามถนน" ระวังแม่หญิงเด้อค่ะเด้อ... แม่หญิงลาวจะนุ่งซิ่นส่วนใหญ่ครับ





สำหรับอาหารขาย รสชาติจะแปลก ๆ ลิ้น ไม่เหมือนอาหารอิสานนะครับ ถ้าหากไม่รังเกียจว่ามันดูไม่ค่อยสะอาด ถ้าได้ลองจะดีมากครับ

นอกจากนี้ก็มีการละเล่นด้วยครับ จำพวกปาเป้า อะไรแบบนี้น่ะ สำหรับคนที่จะส่งจดหมาย บริเวณด้านปากซอย จะมีร้านนึงขายแสตมป์กับ postcard ด้วยครับ ลองไปเลือก ๆ ดู ร้านหน้าตาเหมือนร้านขายของชำเรา แต่ว่าระบุว่าเป็นไปรษณีย์ ถ้าจำไม่ผิดจะปิดทุ่มหรือสองทุ่มนี่ล่ะครับ

ออ ลืมไป วัตถุโบราณ (จะแท้หรือไม่ก็ตามครับ) และ พระพุทธรูป เป็นของต้องห้าม ห้ามซื้อนะครับ เพราะว่า อาจจะนำออกนอกประเทศไม่ได้ และอาจจะถูกจับด้วยครับ

เกมส์ปาเป้าลูกโป่ง บ้านเราก็เห็นเริ่มมีตามงานวัดแล้วครับ





ที่ขาดไม่ได้ ก็คือ การตักบาตรข้าวเหนียว ครับ เป็น hilight อีกอย่างของการมาเที่ยวหลวงพระบาง เราจะตักบาตรนี่ล่ะครับ แต่ว่า ใช้ข้าวเหนียวใส่บาตร โดยไม่ได้ใส่ทั้งกระติ๊บนะครับ เราปั้น ๆ เป็นก้อน ๆ

ข้าวเหนียวที่เราจะถวายพระท่านเนี่ย ไม่ต้องปั้นใหญ่นะครับ เล็ก ๆ พอ ท่านร้อนบาตร แล้วก็หนักด้วย ส่วนใหญ่ยิ่งเป็นสามเณรน้อยจะลำบากท่านเปล่า ๆ ครับ แล้วปกติไม่ใช้ช้อนหรือทัพพีนะครับ ใช้มือเรานี่ล่ะปั้นเลย

พระสงฆ์สามเณรในหลวงพระบางนั้นเยอะมากครับ เหตุหนึ่งอาจจะมากจากว่า การศึกษามูลฐานนั้นไม่ดีนัก รวมทั้งสภาพเศรษฐกิจ และสังคมก็แย่ตามไปด้วย ดังนั้นเด็กชายส่วนใหญ่ที่ใฝ่ศึกษาจะเข้าบวช เพื่อเรียนทั้งทางธรรมและทางโลกครับ นอกจากนี้ยังเหมือนโรงเลี้ยงเด็กกำพร้ากลาย ๆ เพราะว่าเด็กกำพร้า (ในลาวต้องเรียก บักหำน้อยบ่มีอีพ่ออีแม่) ก็จะเข้าวัด คนทั้งเมืองก็ช่วย ๆ กันเลี้ยงไปด้วยการตักบาตรทำบุญ ส่วนเด็ก ๆ ที่บวชเป็นสามเณรก็สืบศาสนาไปน่ะครับ ประกอบกับวัดในหลวงพระบางเยอะมาก จึงมีพระจำวัดจำนวนเป็นพัน ๆ (PA) จริง ๆ แค่หลักร้อยปลาย ๆ พันต้น ๆ น่ะ ผมว่า เมื่อมาบิณฑบาตรเช้าจึงมีพระเยอะมาก ดูเคร่งขรึมสำรวม และดูขลังครับ สามเณรน้อยบางรูปก็แอบมีแววตาซุกซนให้สังเกตได้เหมือนกันครับ น่ารักไม่ใช่น้อย

ถ้ามาปีใหม่จะเป็นช่วง peak เลยครับ เพราะว่าอากาศหนาวหมอกลงบาง ๆ ทั้งภิกษุ ทั้งสามเณรเดินฝ่าหมอกมา ข้าวเหนียวร้อน ๆ ที่เราปั้นให้ส่งความอุ่นผ่านมือเราและผ่านก้นบาตรไปยังภิกษุท่านในช่วงเช้าที่หนาวเย็น เหล่าภิกษุสามเณรเดินเรียงตามกันอย่างสำรวม สงบ พร้อมกับอำนวยพรเป็นภาษาลาวเบา ๆ เมื่อรับบิณฑบาตร

โอวว... เว่อร์ไปมั้ยครับ แหะ แหะ แต่ว่า สวยงามจริง ๆ ครับ (ว่าแต่ว่า ผมก็ไม่ได้ไปตอนปีใหม่หรอกครับ บอกแล้วไปกลางปี ทำเป็นรู้ดี อิ อิ)

ยามเช้าของหลวงพระบาง ด้วยว่าโรงแรมมันอยู่นอกเมือง กว่าจะย้ายก้นขนาดยักษ์ของผมมาที่ถนนในเมืองได้ก็สายสักหน่อยแล้วครับ พระท่านแยกย้ายไปจำวัดกันหมดครับ





ตลาดที่ได้รับความนิยมก็มีหลายตลาดครับ ถ้าเป็นตอนเช้าก็จะต้องเป็นตลาดเช้า (หึ หึ แหงมน่อ) ก็ ไปซื้อพวกของสดน่ะครับ ราคาก๋วยเตี๋ยวหรือต้มเส้นก็ราคาไม่แพง รสชาติดีด้วย ปาท่องโก๋ก็มี โอวเลี้ยงก็รสชาติไม่เลวครับ โจ๊กก็อร่อย (นี่รู้กันหมดว่าผมกินอะไรไปมั่ง กรรม...ผีปอบสิง) ไม่ต่างจากบ้านเรานักครับ

ตลาดยามเช้า แม้ว่าคนลาวจะขี้อาย แต่ว่า แม่ค้าในตลาดนี้สู้คนน่าดูครับ 5 5 5 ถ่ายปั๊บไม่หลบเลย มีแต่ยายแก่ ๆ เท่านั้นที่หลบกันวูบวาบ





ที่วังเจ้าศรีสว่างวงศ์เก่านั้น ปัจจุบันได้จัดทำเป็น พิพิธภัณฑ์ ครับ สวยงามมาก เสียแต่ภายในไม่อนุญาติให้ถ่ายภาพ ภายในก็ประกอบด้วย (PA) ท้องพระโรงและบัลลังก์ ของที่ระลึกจากประเทศต่าง ๆ มอบให้ (มีไทยด้วยครับ จำไม่ผิดจะเป็นชุดน้ำชาทำด้วยเงิน...)

ทางเข้าพิพิธภัณฑ์ครับ





แถว ๆ นั้นก็มีวัดอีกครับเมื่อหันหลังให้วัง ด้านซ้ายมือจะเป็นวัดสีสวยงาม และมีอนุสาวรีย์ของเจ้าศรีสว่างวงศ์อยู่หน้าอาคารที่ทำการพิพิธภัณฑ์ทางด้านขวา

อาคารด้านขวา และอนุสาวรีย์เจ้าศรีสว่างวงศ์





ด้านตรงข้ามพิพิธภัณฑ์เป็น พระธาตุจอมพูสี ครับ (บ้างก็เรียก พระธาตุพูสี เฉย ๆ ไม่มีจอม) จะเป็นพระธาตุบนยอดเขา มองลงมาเห็นวิวสวย ๆ ของเมืองทั้งหมดได้เลยครับ และเป็นที่ ๆ เค้านิยมไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดินกัน ท่าตะละคนเวลาถ่ายรูปเนี่ย~ สุดยอด (ตลก) เลยครับ บ้างก็เกี่ยวแขน เกี่ยวเท้าโหนตัวหามุม ที่มาจับจองก่อน มีขาตั้งก็ก้มกันก้นโด่งน่าเอ็นดูเชียว เอิ๊กส์

ทางขึ้นนั้นเป็นบันไดครับ นับร้อย ๆ ขั้นได้ เหนื่อยมาก บนยอดพระธาตุ ยังมีซากปืนใหญ่ด้วย รายละเอียดไม่ทันฟังครับ หอบอยู่ แฮ่ก ๆ

วิวจากบนพระธาตุ มองเห็นทั้งเมือง และแม่น้ำคาน (PA) อยู่ลิบ ๆ





สำหรับตัวเมืองนั้น บ้านเรือนยังเป็นห้องแถวทรงเก่า ๆ เหมือนแถวบางรัก อะไรแบบนั้นน่ะครับ สีก็ดูเก่า ๆ แต่ว่าข้างในก็มีสีสรรตามสมควร แม้ว่าจะเป็นเมืองที่วัดมากมาย ก็ยังมีถนนเส้นเล็ก ๆ ที่มีผับและบาร์อยู่ครับ สำหรับชาวต่างชาติเสียส่วนใหญ่

การจราจรที่เห็นมีรถสามล้ม รถยนต์ รถทัวร์ รถตู้ตามปกติ ไม่ค่อยเห็นรถยนต์ส่วนตัวมากนัก มีมอร์เตอร์ไซค์ประปราย และมีขี่จักรยานด้วย ไปเช่าก็ได้นะครับ มีคนให้เช่าจักรยานด้วยครับ

สภาพบ้านเมืองดั้งเดิมครับ





สำหรับอาหาร ขอบอกว่าบ้านเราอร่อยกว่าครับ อาจจะเพราะเราถูกปากกว่า ผลไม้มีไม่มาก เพราะว่าเค้าไม่ค่อยปลูกกัน? (PA) ส่วนใหญ่กับข้าวก็เป็นผักชนิดต่าง ๆ บางชนิดเกิดมาเพิ่งรู้ว่ากินได้... ก็ที่นี่ล่ะครับ

ภาพบนผนังวัดสักวัดน่ะครับมีหลายวัดจำเริ่มไม่ได้แล้ว

ภาพนูนต่ำ บนผนังลงสีทอง สวยมาก ๆ ครับ





หลังจากนั้น ก็ไปซื้อของตลาด สายฝนสายรุ้งสักอย่างนี่ล่ะครับ (PA) ของก็คล้าย ๆ กันกับตลาดนัดกลางคืนตรงถนนศรีสว่างวงศ์ ทีว่าเหมือน night bazar น่ะครับ หรือเหมือนพวกตลาดแม่สาย แบบนั้นล่ะครับ


ในที่สุด เที่ยวไปงงไปก็จบไปอีก trip ครับ ขอบคุณที่มาร่วมกันงงเช่นเคยครับ





ขอบคุณที่ติดตามมาด้วยดีครับ





[สมุดเยี่ยม]







Create Date : 07 สิงหาคม 2548
Last Update : 3 ธันวาคม 2549 0:15:31 น. 37 comments
Counter : 891 Pageviews.

 
เข้ามาเที่ยวค่ะ


โดย: iampum วันที่: 7 สิงหาคม 2548 เวลา:0:34:50 น.  

 
ชอบสีของรูปดอกไม้

.. เราว่าจะไปเที่ยวหลวงพระบางเหมือนกัน
แต่ว่าจะไปทัวร์
เพราะไปคนเดียว
ไปเดิมท่อม ๆ คนเดียว
เดี๋ยวคุณหมอจะงอน ...

แต่คงยังไม่ได้ไปตอนนี้
ไว้ได้ใบอนุญาต(จากหมอ)ให้ไปเมื่อไหร่
จะแวะมาบอก มาอวดรูปมั่ง

ชอบอีกอย่าง คือน้ำตกค่ะ
ของที่เมืองไทยก็ยังไม่เคยเห็น
เคยเห็นตอนเด็ก ๆ ก็จำไม่ได้ซะแล้ว
ว่าใสอย่างที่บอกในนี้บ้างรึเปล่า
เพราะตอนนั้นจำได้ว่า อะไร ๆ ก็แปลกตา
น่ามองไปหมด
หันมองโน่นมองนี่ที
แล้วก็ลงน้ำไปเล่นเลย



โดย: แ ม ง ป อ วันที่: 7 สิงหาคม 2548 เวลา:0:38:25 น.  

 
ตามมาเที่ยวอีกรอบค่ะ (จะเก็บตังค์ค่าตามเที่ยวไหมคะ)
เห็นบันไดไปถ้ำแล้วถอดใจเลยค่ะ
ยอมนั่งรอข้างล่างดีกว่า

ป้ายผู้หญิงข้ามถนน งดงามอ่อนช้อยดีแท้
นุ่งผ้าถุง ไว้ผมมวยด้วย
สงสัยผู้หญิงลาวเดินช้านะคะ
ถึงต้องมีป้ายเตือนให้รถระวัง
ไม่งั้น รถคงสอยไปวันละคนสองคน อิอิ

พิพิธภัณฑ์ น่าสนใจมากค่ะ
อยากเข้าไปดูด้วยตัวเอง
ทางเข้า มีต้นตาลสูงเชียว

นึกว่าจะได้เห็นเจ้าของบล็อก
ถ่ายรูปคู่พระอาทิตย์ตกดิน อิอิ
ขอบคุณที่พาเที่ยวนะคะ
คราวหน้าไปไหนอีกค๊า ..


โดย: ~มณีลัลลา~ วันที่: 7 สิงหาคม 2548 เวลา:0:42:52 น.  

 
หูย ละเอียดมากเลยค่ะ ยังไม่เคยไปเที่ยวที่นี่เลย น่าไปมากๆ


โดย: mungkood วันที่: 7 สิงหาคม 2548 เวลา:0:44:16 น.  

 
Trip หลวงพระบางตอนที่ 2 นี้ได้ความรู้เรื่องสถาปัตยกรรมวัดวาอารามดีค่ะ (พอดีสมัยเป็นเด็กชอบเรียนวิชานี้อยู่แล้วด้วย)

ชอบมุมพระพุทธรูปไม้มากค่ะ เห็นแล้วนึกถึง "สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้" เหมือนที่เห็นในหนังหรือสารคดีบางเรื่อง

แล้วก็ "เจดีย์วัดหมากโม" ที่มีลักษณะเป็นระฆังคว่ำ (ฐานกว้าง) คล้าย ๆ เจดีย์องค์แรกของโลกที่เรียกว่า "สัญจิ" ที่อินเดียเลยค่ะ


โดย: Tai-Sarunya IP: 203.107.200.128 วันที่: 7 สิงหาคม 2548 เวลา:0:55:15 น.  

 
ขอดูแต่รูปก่อนนะค่ะ เด๊ววิ่งกลับมาอ่าน นะ นะ


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 7 สิงหาคม 2548 เวลา:1:35:02 น.  

 
สาธุ๊ๆ พระก่อนค่ะ...ถ่ายรูปสวยดีอ่ะค่ะ อยากไปเที่ยวมั่งจัง...ที่แถวซานดิเอโก ก็มีป้ายให้ระวังพ่อ แม่ ลูก จูงมือกันวิ่งข้ามเขามาจากแม๊กซิโกอ่าค่ะ...


โดย: FaCtOrY cHeeSeCaKe วันที่: 7 สิงหาคม 2548 เวลา:1:43:59 น.  

 
เข้ามาเก็บข้อมูลค่ะ กำลังจะไปเดือนตุลาคมนี้แหล่ะ


โดย: พญาไฟ วันที่: 7 สิงหาคม 2548 เวลา:2:03:01 น.  

 
สวยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ครับ

ผมไปหลวงพระบาง มา 2 รอบ..ไม่ค่อยได้เที่ยวในตัวเมืองเท่าไหร่..

ไปทำวิจัย..เก็บข้อมูลตามถ้ำ ตามป่า..วันๆก็เดินลุยป่า ปีนเขาอยู่นอกเขตตัวเมืองทั้งนั้น...ขึ้นไปแถบๆทางเหนือ ย้อนไปทางเซียงขวาง กับแถบๆใกล้ชายแดนจีนอะครับ..

ล่องน้ำโขง..ผ่านถ้ำติ่งเหมือนกัน..แต่ไม่ได้เข้าถ้ำติ่งเพราะไม่ใช่เป้าหมายที่จะเก็บตัวอย่าง...แต่ผมเข้าไป survey ทางฟากเมืองปากอูครับ ทั้งในเขตตัวหมู่บ้านกับตามแนวริมตลิ่ง..

ว่างๆก็ลองไปดูภาพใน Blog หลวงพะบางที่ผมเอามาลงไว้นะครับ..แตภาพผมไม่ค่อยคมเท่าไหร่นะครับ...ฝีมือถ่ายรูปห่วยอ่ะ..55555..

กะว่าว่างๆเมื่อไหร่จะไป "เที่ยว" จริงๆ...แบบที่ไม่ใช่ไปทำงาน..แล้วได้เที่ยวเป็นผลพลอยได้แบบที่ผ่านมา..



หวัดดีวันอาทิตย์ครับ


โดย: กุมภีน วันที่: 7 สิงหาคม 2548 เวลา:9:09:39 น.  

 
อ่านภาคสอง เด๋วกลับไปอ่านภาคแรกค่ะ ^^







...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 7 สิงหาคม 2548 เวลา:10:12:06 น.  

 
มาเก็บข้อมูลการเที่ยวเอาไว้ก่อนค่ะ เผื่อว่าจะได้ไปกับเค้ามั่ง เห็นรูปแล้วก็น่าไปจังเลย

ได้อ่านที่ถึงชาวพี่น้องลาวรักองค์สมเด็จพระเทพของเราแล้วอมยิ้มเชียวค่ะ ปลื้มนะอ่านแล้ว


โดย: JewNid วันที่: 7 สิงหาคม 2548 เวลา:11:24:49 น.  

 
ป้ายข้ามถนนกิ๊บเก๋


โดย: ปลาทูน่าในบ่อปลาพยูน วันที่: 7 สิงหาคม 2548 เวลา:15:36:40 น.  

 
ตามมา อ่าน ภาค 2 ค่ะ


โดย: ไม่ได้ตั้งใจโสด วันที่: 7 สิงหาคม 2548 เวลา:17:41:30 น.  

 
อ่านแล้วดูภาพก็คิดถึงความหลังครับ


โดย: noom_no1 วันที่: 7 สิงหาคม 2548 เวลา:18:56:58 น.  

 
โรงเมี้ยนโกศนั่นถ้าจำไม่ผิด ของเดิมปิดทองค่ะ แต่ตอนหลังเค้าบูรณะผิดดัน"ทา"สีทองเซี้ย หนังสือบอกว่า ฝีมือช่างตะกูลเพียตันค่ะ สวยเนอะ

ภาพที่บอกว่าเป็นวิหารน้อยรู้สึกจะเป็นอุโบสถวัดเชียงทองค่ะ เป็นด้านหลัง ภาพต้นไม้นั่นเค้าว่าเป็นภาพต้นทอง(หรือไงนี่แหละ ชักงงๆ) วิหารน้อยคือวิหารเล็กเล้กข้างอุโบสถค่ะ เวลาเข้าต้องมุดเข้าเลย

ข้างหลังอุโบสถมีอะไรน้า..วิหารอีก2(หน่วยเป็นอาไรหนอ)วิหาร มีพื้นเป็นสีชมพู ประดับกระจกเป็นทั้งวิถีชีวิตและนิทานพื้นบ้าน (ลักษณะแบบนี้ในพิพิธภัณฑ์ที่เคยเป็นวังเจ้ามหาชีวิตก็มี)

ภาพพระพุทธรูปที่ถ่ายมาน่าจะวัดเดียวกับที่มีพระธาตุหมากโม(ชื่อนี้เพราะเหมือนแตงโมจริงๆด้วยค่ะ)อ่ะค่ะ คนขายตั๋วที่วัดข้างๆเล่าซะดีเลยว่างามนักหนา หน้าเหมือนเทวดา เพราะเทวดาลงมาช่วยสร้างให้เสร็จทันกำหนด เข้าไปดู ไม่งามเท่าไหร่เลยค่ะ

ภาพสุดท้าย ถ้าไม่งงจนเกินไปน่าจะเป็นวัดใหม่สุวันนะพูมารามมั้งคะ (งง) อยู่ริมถนนที่ตอนเย็นเป็นตลาดเย็นอ่ะค่ะ
สีทองอร่ามทั้งแผงเลย

เรื่องพระเยอะนี่ ลองถามจั่วน้อย(เณร)ในวัดว่ามีพระหลายปานใด๋ เพิ่นว่า พระบ่หลายหรอก แต่จั่วน้อยน่ะ หลาย


ทั้งหมดนี้ ขอPAด้วยคน อย่าถือเป็นจริงเป็นจังมากไปค่ะ

อ้อๆๆๆ ปกติอยู่แถวนี้ฟังภาษาอีสานทุกวันค่ะ คิดว่าไปลาวนี่สบายเลย ที่ไหนได้ ชาวหลวงพระบางดันมีสำเนียงไปทางล้านนามากกว่าอีสานแฮะ บางส่วนก็เป็นชาวเขา(พวกแม่ค้าที่มาขายของน่ะค่ะ) ไม่พูดแบบอีสานบ้านเฮาเลย แต่ไม่เป็นไร เค้าพูดและฟังไทยเป็นอย่างดี เพราะดูทีวีบ้านเรากันทั้งเมือง ตอนไปยังขอนั่งดูละครหน้าบ้านเค้าเฉยเลยค่ะ


โดย: ตามใจท่าน วันที่: 7 สิงหาคม 2548 เวลา:21:21:34 น.  

 
อ่า .. ลืมเช็ค พื้นวิหารที่พูดถึงตะกี้ หมายถึงพื้นหลังนะคะ ไม่ใช่พื้นวิหาร

พื้นประดับกระจกสีแล้วจะเหยียบยังไงหละ


โดย: ตามใจท่าน วันที่: 7 สิงหาคม 2548 เวลา:21:24:01 น.  

 
ตามมาเที่ยวต่อค่ะ...


โดย: ว่าน วันที่: 7 สิงหาคม 2548 เวลา:22:29:12 น.  

 
ก็ อย่างว่าล่ะครับ นี่เป็นการเที่ยวไปงงไป ย่อมจะทำให้คนอ่านงงไปเป็นธรรมดา 5 5 5


โดย: dont wanna no วันที่: 7 สิงหาคม 2548 เวลา:23:39:05 น.  

 
ส่วนใหญ่ถ้าเป็นวิวเขาจะได้ธรรมชาติสวย...แต่ถ้าเป็นศิลปะ ของพี่ไทยกินขาดทั้งรายละเอียด,สี และความอ่อนช้อย

ขำขำ..เอิ๊ก..เอิ๊ก..แม่ลาวนุ่งซิ้น...เหมือนการ์ตูนล้อเสียมากกว่าป้ายทางการจริงๆนะครับ...เอิ๊ก..เอิ๊ก..เอิ๊ก


โดย: Votary วันที่: 8 สิงหาคม 2548 เวลา:0:59:45 น.  

 
อ่า ป้ายจริงนะครับ ถ่ายมาจากข้างถนนโดยตรง...

blog นี้งง แต่ไม่ได้โม้นะครับท่าน...


โดย: dont wanna no วันที่: 8 สิงหาคม 2548 เวลา:18:34:32 น.  

 
แวะมาอ่านค่ะ สนุกดีเหมือนได้ไปเที่ยวด้วยเลย

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ



โดย: รักบังใบ วันที่: 9 สิงหาคม 2548 เวลา:23:02:54 น.  

 
บอกได้คำเดียวว่าอยากไปลาวค่ะ

น้ำตกสวยมากๆๆๆๆ อยากไปๆๆๆๆ ขอบคุณที่มากระตุ้นต่อมอยากนะคะ จะได้เร่งเก็บตังๆๆ อิอิ


โดย: สายลมโชยเอื่อย วันที่: 10 สิงหาคม 2548 เวลา:11:49:23 น.  

 
ซักวันคงได้มีโอกาสไปเที่ยวบ้าง
ขอบคุณนะคะ


โดย: หมูกระปุก วันที่: 15 สิงหาคม 2548 เวลา:2:11:09 น.  

 

ไม่เคยไปหลวงพระบาง เข้ามาขอเดินตามหลังไปเที่ยวด้วยคน เขียนดีมีสาระ และสำนวนไม่เครียด


โดย: yyswim วันที่: 15 สิงหาคม 2548 เวลา:15:41:36 น.  

 
ไม่เคยไปลาวเลยอ่ะ อยากไปจัง.. รูปสวยมาก


โดย: simple things วันที่: 15 สิงหาคม 2548 เวลา:21:34:35 น.  

 
เที่ยวหลวงพระบางคราวนี้พาเที่ยวอย่างละเอียด
จุใจเลยค่ะ ชอบมากๆ
คุณ dont เขียนเล่าเรื่องได้สนุกสนานจริงๆ
ขอบคุณมากนะคะ


โดย: ป้าติ๋ว (nature-delight ) วันที่: 18 สิงหาคม 2548 เวลา:13:30:37 น.  

 
ตามมาเที่ยวต่อติดๆ ค่ะ เป็นอีกที่ที่อยากไปเที่ยวมาก ไม่รู้เมื่อไรจะมีโอกาสได้ไป ตอนนี้ติดตามเที่ยวกับคุณด้อนท์ไปก่อน ขอบคุณหลายๆ เด้อค่ะ


โดย: jan_tanoshii วันที่: 20 สิงหาคม 2548 เวลา:15:34:12 น.  

 
ถ่รถสรีนนำม
ng.com/emo/emo18.gif>


โดย: ระพยนุ IP: 203.188.59.27 วันที่: 15 กันยายน 2548 เวลา:16:51:37 น.  

 
ถ่รถสรีนนำม
ng.com/emo/emo18.gif>


โดย: ระพยนุ IP: 203.188.59.27 วันที่: 15 กันยายน 2548 เวลา:16:51:37 น.  

 

สวยมากเลยค่ะ


โดย: อิอิ IP: 203.147.19.74 วันที่: 22 กันยายน 2548 เวลา:17:14:37 น.  

 
มาเก็บข้อมูลเตรียมไปช่วงสงกรานต์นี้ค่ะ


โดย: รักบังใบ วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:7:04:30 น.  

 


โดย: wanna IP: 203.113.81.4 วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:22:45:37 น.  

 
เข้ามาดูวัดครับผม


โดย: จากหว้ากอ IP: 202.28.27.5 วันที่: 27 เมษายน 2549 เวลา:20:19:13 น.  

 

เข้ามาดูเรื่อยๆ ค่ะ


โดย: หว้ากอค่ะ IP: 203.146.245.162 วันที่: 22 มิถุนายน 2549 เวลา:9:22:42 น.  

 

ผมในตัวแทนของ ปะเทดลาว( ส ป ป ลาว ) ขอ ขอบคุนทุกๆท่าน ที่มาเทีย่วชมที่ปะเทดลาวครับ อันที่จิงที่ปะเทดลาว ยังมีที่เที่ยวอีกมาก บางที่ไห้เวลา 7 วันเที่ยวไม่หมด (อันนี้พูดจิงเลย) เช่นแขวงปากเฃ ผมไห้เลย 7 วัน วันละที่ ยังไม่หมดเลย และที่อื่นๆอีกนะ คับ (เขียนพาสาไทไม่ค่อยเก่งครับ) ย่าลืมมาแวะฃื้อของที่เวียงจันก่อนเดี อ้ายเอื้อยน้องเอยยยยย บ่ายๆ


โดย: ปาลินยา พนเสนา IP: 202.62.101.30 วันที่: 19 กรกฎาคม 2549 เวลา:16:55:48 น.  

 

ผมในตัวแทนของ ปะเทดลาว( ส ป ป ลาว ) ขอ ขอบคุนทุกๆท่าน ที่มาเทีย่วชมที่ปะเทดลาวครับ อันที่จิงที่ปะเทดลาว ยังมีที่เที่ยวอีกมาก บางที่ไห้เวลา 7 วันเที่ยวไม่หมด (อันนี้พูดจิงเลย) เช่นแขวงปากเฃ ผมไห้เลย 7 วัน วันละที่ ยังไม่หมดเลย และที่อื่นๆอีกนะ คับ (เขียนพาสาไทไม่ค่อยเก่งครับ) ย่าลืมมาแวะฃื้อของที่เวียงจันก่อนเดี อ้ายเอื้อยน้องเอยยยยย บ่ายๆ


โดย: ปาลินยา พนเสนา IP: 202.62.101.30 วันที่: 19 กรกฎาคม 2549 เวลา:16:59:11 น.  

 
อยากไปอะ ว่าจะไปกรกฏานี้
ไปซัก 15 วัน ยังไงมีทีแนะนำเพิ่มบอกด้วยละกัน จะมาหาข้อมูล


โดย: cilladevi (cilladevi ) วันที่: 19 มีนาคม 2550 เวลา:17:34:40 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

dont wanna no
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]








Google all webbloggang



คำเตือน

ขอสงวนสิทธิ์ข้อความและภาพ ตลอดจนชื่อคำขวัญ (slogan) และข้อความ "เที่ยวไปงงไป" ที่ปรากฏทั้งหมดในสื่อคอมพิวเตอร์แห่งนี้ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ห้ามมิให้นำไปดัดแปลง ต่อเติม ทำซ้ำ หรือเผยแพร่และอ้างอิงส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด



สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกพันทิป ท่านสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการตกแต่ง blog ของท่านได้ด้วยความยินดีมากครับ ตกแต่งเสร็จแล้วมาตามไปดูบ้าง จะยินดีมากขึ้นไปอีก

Friends' blogs
[Add dont wanna no's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.