ขับรถ(ต่อ)

(ต่อจากที่เล่าค้างไว้ตอนที่แล้ว)


ผมพยายามให้พ่อสอนขับรถหลายต่อหลายครั้งแต่ท่านก็ปฏิเสธตลอด เหตุผลคือกลัวผมเสียการเรียน

พวกเพื่อนรุ่นเดียวกันก็มีใบขับขี่กันหมดละ เหลือก็แต่เราที่แม้แต่สตาร์ทรถก็ยังไม่เคย(ไม่นับตอนสี่่ขวบนะ) เลยตัดสินใจหาคนอื่นมาสอนแทน


และแล้วโอกาสก็มาถึง

ปี พศ.2554 เกิดมหาอุทกภัยน้ำท่วมประเทศไทยขึ้น คนกว้านซื้อพวกข้าวสารอาหารต่างๆจนห้างและเซเว่นเหี้ยนเตียนไม่มีเหลือ เหล่าญาติที่อยู่บ้านเดียวกับผมก็สามัคคีลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า ให้ตัวเขมือบข้าวอย่างผมอพยพไปอยู่กับอากิ๋ม(ป้าสะไภ้ฝั่งแม่)ที่ดำเนินสะดวก ซักระยะหนึ่ง จะได้ประหยัดเสบียง


อากิ๋มอยู่กับลูกชายคนเล็กชื่อ “เฮียแช้มป์” ทำสวนกล้วยไข่อยู่ขณะนั้น

พอไปอยู่ที่โน่น ห่างไกลจากคนขัดขวาง ผมก็ขอให้เฮียแช้มป์และ เฮียต้น(เป็นพี่ชายเฮียแช้มป์ และอพยพหนีน้ำจากกรุงเทพมา) สอนขับรถให้


ที่โน่นจะมีรถกระบะ TOYOTA สีขาวเก่าๆคันหนึ่งซื้อมาตั้งแต่ผมยังไม่เกิด ซึ่งพวกเราเรียกมันว่า ‘อีแก่’ และผมก็ใช้รถคันนั้นแหละฝึก


วันแรกก็ฝึกเดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยว ฝึกเข้าเกียร์ ฝึกเลียคลัช บลาๆๆ

พอวันที่สองเฮียแช้มบอกว่าจะให้ไปขับถนนใหญ่  ‘เห้ย!  เอางั้นเลยหรอเฮีย’

ไปกับเฮียแช้มป์ ขับไปส่งกลั้วยไข่ให้คนรับซื้อ แล้วขากลับก็ให้ผมขับกลับ

ได้ขับรถครั้งแรก ตัวนี่เกร็งจนเมื่อย ขับด้วยความเร็วสูง 40Km/hr

ไอ้เรานะไม่ค่อยลุ้นอะไรเท่าไหร่ แต่ไอ้เฮียแช้มป์ที่นั้งมาด้วยนี่สิลุ้นยิ่งกว่าเราซะอีก แต่ปรากฏว่าก็ไม่มีอะไรพิเศษ กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย เราก็รู้สึกมีกำลังใจ

วันที่สามก็ไปส่งกล้วยกันอีก ผมก็เป็นคนขับกลับบ้านเหมือนเดิม แต่ไม่รู้วันนั้นราหูอมจักรวาลหรือไร ซวยขนาด เพราะตอเข้าโค้งสุดท้ายก่อนจะเลี้ยวเข้าบ้านดันมีรถพ่วงวิ่งกินเลนมา สองขบวนซ้อนเลยด้วย

ไอ้เราก็ตกใจทำอะไรไม่ถูก รถเลยทำท่าว่าจะแหกโค้ง ถ้าไม่หลบก็กลัวไอ้รถพ่วงมันจะบี้เอา ยังดีที่ขับมาด้วยความเร็ว 40 เฮียแช้มป์เลยช่วยบังคับพวงมาลัยไว้ทัน  

หลังจากเหตุการณ์นั้นคุณคงคิดว่าผมจะเข็ด แต่เปล่าเลย ผมไม่เข็ดครับ! และผมก็คอยทำหน้าที่เป็นคนขับรถขากลับจากไปส่งกล้วยทุกครั้งจนผมกลับกรุงเทพ

จากนั้นผมก็แทบจะไม่มีโอกาสได้แตะรถอีกเลยเพราะต้องฟิต เตรียมตัวสอบ กสพท จนกระทั่งสอบเสร็จ ระหว่างรอผลสอบออก ได้กลับบ้านที่อยุธยา และไปช่วยพ่อขับรถทุกทรายเพื่อรื้อคันกั้นน้ำออกและก็ไม่ได้แตะพวงมาลัยอีกเลย

พอมาถึงตอนปิดเทอมครั้งนี้ ผมก็แอบไปหาญาติ ‘ยี่อึ้ม(ป้าสะไภ้ฝั่งพ่อ)’ ที่รังสิตให้เขาสอนขับรถ(โดยที่ไม่บอกพ่อ)แล้วท่านก็ใจดี สอนให้อย่างใจเย็นในตอนเช้าของวันนั้น

พอตอนบ่าย ‘ยี่เฮีย(ลูกชายยี่อึ้ม)’ ก็พาออกมาขับที่ถนนใหญ่

โอ้พระเจ้า! รถโค-ตะ-ระเยอะเลยครับ!

ทีนี้ก็สนุกสิครับ จากที่ผมไม่เคยขับรถในเมืองมาก่อนเลย ก็ต้องมาเจออีแบบนี้เข้า ทั้งต้องขับให้เร็วหน่อย แถมยังต้องหัดมองกระจกหลังอีก วุ่นวาย ยากสุดๆ

ขับไปลาดบัวหลวงผ่านเส้นสามโคก ตัวนี่เกร็งจนเมื่อย เวลามีรถจี้ตูดมาที หรือ มีรถเบียดเข้าเลนเรามาทีก็ตกใจ เหยียบเบรกไว้ก่อน ไอ้รถคันข้างหลังก็ตบแตรไล่กันใหญ่

โชคยังดีที่ไม่เกิดอะไรขึ้น แต่ไอ้ตอนขากลลับนี่สิครับ

ตรงที่กำลังจะเข้ากรุงเทพ รถมันเยอะมาก แถมฝนดันตกเปาะแปะลงมาทำให้ถนนลื่นแถมเสียสมาธิอีก

ผมก็วุ่นอยู่กับการระวังรถข้างหลังเลยลืมดูข้างหน้า ปรากฏว่า “เห้ย ไฟแดง เบรกๆๆ” ยี่เฮียร้องลั่น

ผมก็เบรกกระทั้นหัน ทำให้ไอ้รถที่อยู่ข้างหลังซึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วค่อนข้างสูง(สงสัยกะฝ่าไฟแดง) ขนเข้าที่ท้ายรถตูมใหญ่

ท้ายรถเราไม่เป็นอะไรมากเพราะมีกันชนแข็งแรง แต่หน้ารถของเค้านะเยินเลย ผมก็นั่งหน้าซีดอยู่ที่เบาะคนขับทำอะไรไม่ถูก ยี่เฮียเลยแลกที่มาขับเข้าข้างทางแล้วลงไปเคลีย ปรากฏว่าฝ่ายโน้นเป็นฝ่ายผิด แต่เราก็ไม่เอาเรื่องเขา เรื่องเลยยุติเพียงเท่านี้

และก็อีกเช่นเคย ผมก็ยังไม่เข็ด เพราะวันรุ่งขึ้นยี่อึ้มก็ให้ผมขับออกถนนใหญ่อีก คราวนี้ผ่านเส้นสามโคก ผ่านลาดบัวหลวง เลยไปผักให่ อ้อมสุพรรณ แล้วก็มาแวะพักที่บ้านที่ลาดบัวหลวง จากนั้นก็กลับกรุงเทพ

ขับไปจนถึงประทุม ฝนดันตก ผมเนื่องจากเพิ่งผ่านประสบการณ์ ’ขับรถตอนถนนลื่น’ มาสดๆร้อน เลยสลับที่ให้ยี่อึ้มขับแทน เพราะถือคติ “ผิดแล้วจำเป็นคน ผิดแล้วทนเป็นควาย”

ครั้งนี้ได้ขับรถมาราธอน 5ชั่วโมง ไม่เกิดเรื่องอะไรให้ใจเสีย แค่นี้ผมก็ถือว่าบรรลุเป้าหมาย ‘ขับรถเป็น’ แล้ว

ถึงแม้จะยังไม่คล่องแต่ของอย่างนีมันก็ต้องฝึกกันอีกต่อไป

 




Create Date : 24 เมษายน 2556
Last Update : 24 เมษายน 2556 17:07:22 น.
Counter : 534 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

PS YerDua
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



It's no use knowing a lot if you can't master what you know.

มันแทบจะไม่มีประโยชน์เลยที่จะรู้สิ่งต่างๆมากมายถ้าสิ่งที่คุณรู้นั้นไม่ได้รู้ลึก หรือรู้จริง
เมษายน 2556

 
1
2
3
5
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
25
27
29
30
 
 
24 เมษายน 2556