Group Blog
 
 
มิถุนายน 2554
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
14 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 

เตือนภัย และรับมือ พวกแก๊งมิจฉาชีพจับลิขสิทธิ์

1. ไถเงินร้านซ่อมคอมพิวเตอร์
1.1 ไถแบบจับลิขสิทธิ์เพลงที่มีอยู่ใน โปรแกรม Nick Karaoke
1.2 หน้าม้าจะมาตีสนิทร้านคอมพิวเตอร์ ด้วยการนำคอมพิวเตอร์มาซ่อมก่อน 1 เครื่อง
1.3 อีก 2-3 วัน หน้าม้าจะนำเครื่องคอมมาอ้อนวอนให้ลงโปรแกรม Nick Karaoke นัดรับเครื่องกันโดยดี
1.4 วันรับเครื่อง พวกนี้จะจ้างตำรวจมา 2 คน (คนละ500) โดยตำรวจจะออกตัวว่าไม่ได้มาจับมาดูแลความสงบ
1.5 ไถเงิน 50,000 บาท แล้วจะไม่เอาความผิด โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของเพลง 2 - 3 เพลง ในโปรแกรม Nick Karaoke โดยตัวแทนลิขสิทธิ์พวกนี้จะไปขอลิขสิทธิ์เพลงเก่าๆ ราคาถูกๆ
1.7 หากรายไหนหัวแข็งจะพาไปโรงพัก โดยตำรวจร้อยเวรจะกล่อมให้จ่าย (มันจะเลือกแจ้งความเวลาที่ร้อยเวรที่ร่วมแก๊งเข้าเวร)
1.8 จะโดนตำรวจขู่มากมาย เช่น ประกันเป็น 100,000 บาท หรือหากขึ้นศาลจะโดนปรับเป็นแสนๆ โม้ครับ ประกันจริง 50,000 บาท ศาลไม่ปรับครับ เจ้าของร้านชนะแน่นอน

วิธีแก้ไขเบื้องต้น
- อย่าคุยกับพวกมันไล่พวกมันกลับไป คุณไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น แม้แต่โรงพัก เพราะมันไม่มีหมายศาล หมายค้น
- หากพวกมันดื้อไม่กลับก็ปิดร้าน โทรตามพวกมาเยอะๆ
- อย่ายอมจ่ายเงินให้มันเด็ดขาด ถ้าจะจ่ายก็จ่ายให้มันไป 200 บาท บอกว่าช่วยค่าน้ำมันรีบๆกลับบ้านไปเถอะ
- ถ้ามันโง่มาก ไม่รู้กฎหมายยังดื้อแจ้งความ ก็ไม่ต้องจ่ายอยู่ดีครับ คดีล่อซื้อแบบนี้ศาลยกฟ้องครับ คุณชนะแน่นอน
- แต่ส่วนใหญ่พวกนี้ไม่โง่ขนาดนั้น มันไม่ฟ้องศาลหรอกครับ ถ้าไม่จ่ายมันก็กลับไปเฉยๆ ต่อให้ฟ้องไปแล้ว พวกตัวแทนไม่มาขึ้นศาลหรอกครับ คุณก็ชนะอยู่ดี

2. ไถแบบจับลิขสิทธิ์โปรแกรม Windows / Microsoft Office / Photoshop และอื่นๆ ที่ทางร้านลงให้ลูกค้า เนื่องจากร้านซ่อมคอมฯให้ชาวบ้านธรรมดา โดยคิดค่าซ่อมครั้งละ 300-500 บาท จึงไม่อาจให้ชาวบ้านซื้อโปรแกรมแท้ให้กับเครื่องที่มาซ่อมได้ หากซื้อของแท้ ค่าซ่อมอาจจะสูงถึง 100,000 – 200,000 บาท ไม่ได้พิมพ์ผิดครับ (หนึ่งแสน-สองแสนบาท) แล้วใครจะบ้ามา
ซ่อมล่ะครับ พวกโจรจึงคิดวิธีหากิน
2.1 เอาคอมฯมาให้ลง windows และโปรแกรมที่ลิขสิทธิ์แพงๆ โดยอ้างว่าซื้อ PC มาจากห้างแบบไม่มีระบบปฏิบัติการ (operation
system) ข้ออ้างโง่ๆ ชาวบ้านที่ไหนจะโง่ซื้อคอมฯจอดำๆไม่มี windows มาใช้
2.2 เอาคอมฯเก่ามาให้ลง windows และโปรแกรมที่ลิขสิทธิ์แพงๆ
2.3 เข้าจับเหมือนเดิมเรียกเงิน 50,000 บาท แบบข้อที่ 1 คือ ไถแบบจับลิขสิทธิ์เพลงที่มีอยู่ในโปรแกรม Nick Karaoke

วิธีแก้ไขเบื้องต้น
- หากมีคนนำคอมใหม่ที่บอกว่า ไม่มี windows มา ขอให้ลง windows และโปรแกรม ก็ปฏิเสธอย่าลงให้เด็ดขาด
- ให้ทำเอกสารซ่อมไว้ และเขียนชื่อโปรแกรมที่เครื่อง PC จำเป็นต้องมี / ให้ลูกค้าทำเครื่องหมายในช่อง ว่าเคยมีโปรแกรมเหล่านั้น และเขียนชัดเจน ว่าทางร้านทำการซ่อมให้ใช้ได้เหมือนเดิม และส่วนโปรแกรมพิเศษต่างๆให้ลูกค้าเขียนเอง หากมีคนนำคอมเก่ามาให้ลง ก็ให้ลูกค้ากรอกแบบฟอร์มนั้น และให้ลูกค้าเซ็นชื่อ
- อย่าคุยกับพวกมัน ไล่พวกมันกลับไป คุณไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น แม้แต่โรงพัก เพราะมันไม่มีหมายศาล ไม่มีหมายค้น
- หากพวกมันดื้อไม่กลับ คุณก็ปิดร้าน โทรตามพวกมาเยอะๆ
- หากตำรวจพื้นที่นั้นโง่ ไม่รู้กฎหมายว่าคดีแบบนี้ศาล ยกฟ้อง จับเจ้าของร้าน ให้เตรียมเงินประกัน 50,000 บาท
- อย่ายอมจ่ายเงินเด็ดขาด คดีแบบนี้ 99% การเข้าจับไม่มีหมายศาลครับ เพราะเมื่อขึ้นศาล ศาลก็ยกฟ้องครับ จึงไม่มีใครขอหมายศาล

3. ไถเงินร้านเน็ตคาร์เฟ่ ที่ให้บริการอินเตอร์เน็ต และเกมส์
3.1 ไถแบบจับลิขสิทธิ์ MP3
3.2 หน้าม้าจะแอบมานั่งเล่น แล้วแอบโหลด MP3 ลงเครื่อง
3.3 ตัวแทนลิขสิทธิ์ จะเข้ามาจับโดยไว จ้างตำรวจมาเป็นเพอื่ น 2 นาย เหมือนเดิมครับ (จ้างตำรวจคนละ 500 บ.)
3.4 ตัวแทนจะอ้างลิขสิทธิ์เพลง และเรียกเงิน 50,000 บาท โดยให้จ่ายเงินกันเองก่อน
3.5 หากรายไหนหัวแข็ง พวกมันจะพาไปโรงพัก โดยตำรวจ 100 เวรจะกล่อมให้จ่าย (มันจะเลือกแจ้งความเวลาที่ 100 เวร ที่ร่วมแก๊ง
เข้าเวร)
3.6 จะโดนขู่มากมาย เช่น ประกันเป็น 100,000 บาท หรือหากขึ้นศาลจะโดนปรับเป็น แสนๆ โม้ครับ ประกันตัวจริงๆ 50,000 บาท แต่ได้คืน ศาลไม่ปรับครับ เจ้าของร้านชนะแน่นอน

วิธีแก้ไขเบื้องต้น
- อย่าจ่ายเงินเด็ดขาด เพราะคดีนี้เจ้าของร้านชนะแน่นอน เพราะในชั้นศาลไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าใครเป็นผู้ลง MP3
- ปิดร้าน แล้วก็ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น เพราะถ้าลิขสิทธิ์ของแท้จะมีหมายศาล และตำรวจจะพูดแสดงโจ่งแจ้งว่าจับคุณจริง และไม่มีการเรียก
เงินค่าไถ่ และประเด็นสำคัญ คือ เจ้าของลิขสิทธิ์ตัวจริงไม่จับคดีกระจอกๆ แบบนี้

3.7 ไถแบบยัดเยียดเด็กนักเรียนหัวเกรียนเล่นผิดเวลา หากร้านใดใช้เกมส์ลิขสิทธิ์แท้ทั้งหมด ก็จะเจอไม้นี้แทน มีวิธีดังนี้
- หากร้านไหนเผลอ โจรจะแอบส่งหัวเกรียนอายุน้อยๆ ต่ำกว่า 18 ปี ให้มานั่งเล่นเกินเวลา
- นัดแนะตำรวจมาจับตรงเวลาแป๊ะๆ คือ 22.01 น. (สี่ทุ่มหนึ่งนาที)
- ดิ้นไม่รอดครับ ตำรวจจะไถเงิน 50,000 บาท เช่นกัน ถ้าไม่จ่ายโดนจับไปโรงพัก

วิธีแก้ไขเบื้องต้น
- อย่าให้นักเรียนหัวเกรียนเล่นเกินเวลา ข้อนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด
- ถ้าโดนจับ อย่าแอบจ่ายใต้โต๊ะเพราะมันจะเรียกหนักมาก ให้ยอมโดนจับ และเตรียมเงินประกันตัว ไปสู้กันในศาล ศาลจะดูเจตนา และโดนปรับนิดหน่อย
- ถ้าผิดจริง โดยจงใจให้เด็กเล่นเกินเวลาเพื่อหวังเงิน ขอให้สารภาพตามตรง จ่ายตามคำสั่งศาลสั่ง แล้วสัญญว่าที่หลังจะไม่ทำอีก

4. ไถเงินร้านเกมเพลย์สเตชั่น (Play Station)
วิธีหากินมีหลายรูปแบบครับ
4.1.1 ไถแบบจับลิขสิทธิ์เกมส์ในร้าน มีวิธีดังนี้
4.1.2 คนที่จะหากินในทางนี้จะตรวจดูว่าเกมส์ไหนที่กำลังฮิต และไม่มีลิขสิทธิ์ เมื่อพบเกมส์เป้าหมาย พวกมันจะทำทุกวิถีทางในการติดต่อกับเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ต่างประเทศเพื่อขอเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ในเมืองไทย
4.1.3 ตระเวนจับร้านเกม โดยการเข้าจับใช้ขั้นตอนที่ผิดกฎหมาย โดยจะจ้างตำรวจมา 2 นาย (ตำรวจได้คนละ 500 บาท) แต่ตำรวจจะออกตัวว่า มาดูแลความเรียบร้อย
4.1.4 เมื่อเข้าจับ จะยังไม่เอาผิดตามกฎหมาย แต่จะไถเงินจำนวน 50,000 บาทขึ้นไป (ถ้าเอาผิดตามกฎหมายจะได้เงินน้อย เพราะศาลจะให้ชดใช้ตามจำนวนจริง ประมาณ 2,000 บาท)
4.1.5 เหยื่อส่วนใหญ่จะตกใจ และกลัว แล้วยอมจ่ายเงินให้ 50,000 บาท หรือต่อรองเหลือ 40,000 เหลือ 30,000 เหลือ 10,000 เมื่อได้เงิน พวกลิขสิทธิ์จะรีบกลับโดยเร็ว

วิธีแก้เบื้องต้น
- อย่ายอมจ่ายเงินทุกๆ กรณี เพราะของแท้จะไม่เรียกเงิน และของแท้จะไม่มาจับกระจอกๆ แบบนี้ครับ

5. ไถเงินตลาดนัด
อันนี้มันเลวสุดๆ เล่นงานคนจน วิธีการมีดังนี้
5.1 โจรจะเดินดู และจดรายการของที่มีลิขสิทธิ์ที่มีในตลาดนัด เช่น นาฬิกา, เสื้อผ้า, ตุ๊กตา, กระเป๋า, ผ้าเช็ดหน้า, ปลอกหมอน, ผ้าเช็ดตัว
ที่มีลายอุลตร้าแมน หรือโดราเอม่อน
5.2 เมื่อได้รายการสินค้าแล้ว มันจะไปขอเป็นตัวแทนจากบริษัทที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ แล้วก็เข้าจับแบบเดิม
5.3 ส่วนใหญ่ 99% จะเป็นมิจฉาชีพ ทำการเข้าจับแบบข่มขู่ เรียกเงิน 50,000 บาท ต่อรอง 10,000 มันก็รีบเอาแล้วเผ่นหนี

วิธีแก้ไขเบื้องต้น
- โวยวายด่าแหลกแบบแม่ค้า โมโหเก็บของกลับบ้านไม่ต้องสนใจใคร
- 99% ของปลอม เล่นบทโหดใส่ รีบกลับบ้าน ไม่มีใครทำอะไรคุณได้ครับ ย้ำว่าลิขสิทธิ์ของแท้ ไม่มาจับแม้ค้าแบบนี้หรอกครับ
- หากมีลิขสิทธิ์ของจริง หากหน้าด้านมาจับ คุณก็ยอมเค้าไป เพราะคุณผิดจริง ยอมโดนจับแล้วขึ้นศาลนะครับ อย่าจ่ายเองเด็ดขาดให้ศาลสั่งเท่านั้น คุณจะโดนปรับจริงๆไม่เกิน 2,000 บาท
- ศาลจะให้จ่ายตามความเสียหายจริงครับ เช่น ปลอกหมอน ราคา 150 บาท จำนวน 10 ผืน สินค้าของคุณทำความเสียหาย 1,500 บาท ศาลก็จะสั่งปรับแค่นั้น ไม่มีในโลกครับที่ปรับ 50,000 บาท ทั้งหมดนี้เรียกว่าพวกมิจฉาชีพ ถึงแม้บางคนจะเป็นตัวแทนจริงๆ แต่ก็เพราะวิธีการเข้าจับของพวกมันผิดกฎหมาย ธุรกิจระยำแบบนี้ ผลตอบแทนมหาศาลครับ เพราะเจ้าหน้าที่ร่วมด้วย ปราบปรามยาก

เว็บของกรมทรัพย์สินทางปัญญา เข้าที่ “ตรวจสอบรายชื่อตัวแทน” ดาวน์โหลดเป็นไฟล์ excel แล้วดูเอาครับ
http://www.ipthailand.go.th/ipthailand/index.php?option=com_content&task=category§ionid
=21&id=486&Itemid=405

ปล. ผมไม่ได้มาสอนให้คนหัวหมอ หรือดื้อแพ่งนะครับ หากเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์จริง จับตามขั้นตอนกฎหมายจริงๆ เรียกเงินตามจริง ผมสนับสนุนครับ แต่การเรียกเงินตามศาลสั่งนั้น เจ้าของลิขสิทธิ์แท้จะรู้ว่า ถ้าจับแบบรังแกชาวบ้านจะได้เงินน้อย อาจจะแค่ 2,000 บาท ดังนั้น เจ้าของลิขสิทธิ์แท้ จะจับโรงงานปั้มแผ่นปลอม หรือโรงงานผลิตของปลอมครับ ส่วนสินค้าลิขสิทธิ์แท้ สังเกตง่ายๆ ส่วนใหญ่จะมี 2 แบบ คือ ไปกับ ตำรวจกอบปราบ หรือไปกับ ตำรวจเศรษฐกิจ

6. ไถเงินร้านอาหาร, ร้านข้าวแกง, ร้านก๋วยเตี๋ยว
วิธีการดังนี้ครับ
6.1 ส่งหน้าม้าจะมากินก๋วยเตี๋ยว แล้วขอให้เปิดเพลงที่มันต้องการ
6.2 เมื่อเปิดเพลงไป 1 นาทีกว่าๆ เพลงไม่ทันจะจบ ตัวแทนก็จะมาจับทันที
6.3 เรียกไถเงิน 50,000 บาท ตามระเบียบ

วิธีแก้ไขเบื้องต้น
- อย่ายอมจ่ายเงินครับ
- บอกไปครับว่ายินดีสู้กันในศาล ให้มันไปฟ้องศาลได้เลย มันก็จะเถียงๆแป๊บนึง แล้วก็จะกลับไปเอง
- โทรตามพวกมาเยอะๆ เท่าที่ทำได้
- ถ้าตำรวจโง่จับคุณไปโรงพัก ก็เตรียมเงินประกัน 50,000 บาท แล้วเตรียมฟ้องกลับ มีทนายฟรีที่ศาลทุกจังหวัดครับ คดีแบบนี้คุณชนะแน่นอน

ข้อกฎหมาย ที่ต้องรู้

ล่อซื้อ

พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 66 บัญญัติว่า ความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ เป็นความผิดอันยอมความได้ ผลทางกฎหมาย คือ เจ้าของลิขสิทธิ์จะต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่รู้ตัวผู้กระทำละเมิด และรู้ถึงการละเมิด มิฉะนั้นจะขาดอายุความร้องทุกข์ และการแจ้งความร้องทุกข์จะต้องกระทำโดยผู้เสียหาย หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายจะต้องเป็น "ผู้เสียหายโดยนิตินัย (ตามกฎหมาย)" แต่หากผู้เสียหายเป็นผู้มีส่วนร่วม หรือก่อให้เกิดการกระทำความผิดขึ้น ก็ไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยที่มีอำนาจฟ้องคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาคำพิพากษาฎีกาที่ 4301/2543 การที่จำเลยกระทำความผิดโดยทำซ้ำ หรือบันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ลงในแผ่นบันทึกข้อมูลถาวรของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้แก่ผู้อื่นตามที่นกต่อได้ล่อซื้อนั้น เกิดขึ้นเนื่องจากการล่อซื้อของนกต่อซึ่งได้รับการจ้างให้ล่อซื้อจากโจทก์ เท่ากับโจทก์เป็นผู้ก่อให้เกิดการกระทำความผิดขึ้น โจทก์ย่อมไม่อยู่ในฐานะผู้เสียหายที่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ เพราะฉะนั้น การล่อซื้อ และการส่งหน้าม้ามาลงเพลงในคอมพิวเตอร์ / การล่อเล่นในกรณีเกมส์เพลย์สเตชั่น จึงเป็นกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์เป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกานี้ จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีอำนาจฟ้อง

ข้อย่อยที่ช่วยได้เบื้องต้น ถึงเนื้อหาจะยาว แต่ต้องอ่าน เพราะมันสำคัญทุกข้อครับ

1. จับกุมลิขสิทธิ์ได้ก่อนพระอาทิตย์ตกดินเท่านั้น ถ้ามาตอนมืด ถึงจะมีเอกสารถูกต้อง ก็ไล่กลับไปได้เลย
2. หากมีคนอ้างเป็นตัวแทน ขอดูบัตรประชาชน (จดชื่อ และหมายเลขบัตร 13 หลัก) ดูใบรับมอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ดูบัตรของผู้รับมอบอำนาจ จะต้องมีบัตรของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ถ้าไม่ให้ดู ไล่พวกมันกลับไปได้เลย
3. การล่อเล่นของหน้าม้า เป็นการร่วมกระทำความผิด หน้าม้าไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย (ตามกฎหมาย) ไม่มีอำนาจแจ้งความร้องทุกข์ใดๆ
4. ร้านคอมฯ ปฏิเสธไม่ให้ตรวจเครื่องคอมฯได้ ถ้าไม่มีหมายค้น ในส่วนของตัวร้าน (สาธารณสถาน) อยากตรวจก็ให้ตรวจไป แต่เครื่อง
คอมฯไม่ใช่สาธารณสถาน เรามีสิทธิปฏิเสธ ไม่เปิดให้ตรวจสอบได้
5. ตัวแทนลิขสิทธิ์ไม่มีสิทธิ์อธิบายขั้นตอนการจับกุม กฎหมายเขียนชัดเจนให้เป็นหน้าที่ของตำรวจชุดจับกุมให้เป็นผู้จัดทำบันทึกการจับกุม ไม่มีกฎหมายให้อำนาจประชาชนทำเอง ให้ถือเป็นข้อต่อสู้ของจำเลยข้อหนึ่งก็ได้ว่า พวกมันมั่วนิ่มไม่รู้กฎหมายแล้วมาจับ
6. ประชาชนก็จะช่วยตำรวจเข้าจับไม่ได้ แม้ตำรวจจะขอให้ช่วยจับ เพราะ ตำรวจจะขอให้ประชาชนช่วยจับได้ ต้องเป็นผู้จัดการตามหมายจับเท่านั้น เช่น โจรที่มีหมายจับ แต่การจับละเมิดลิขสิทธิ์ในความผิดซึ่งหน้าไม่ใช่การจัดการตามหมายจับ เราจึงมีสิทธิป้องกันการจับกุมอันมิชอบด้วยกฎหมายทั้งปวงกับประชาชนที่มาช่วยจับได้ตามสมควร (ต่อสู้ป้องกันตามสมควร อย่าให้ถึงตายนะครับ แบบนั้นติดคุก ฐานฆ่าคนตาย ควรใช้กระบองป้องกันตัว) ใช้กระบองไม่มีความผิดทางอาญาใดๆ
7. การล่อเล่นไม่จำเป็นต้องเป็นตำรวจ ประชาชนก็ล่อเล่นได้ (แต่การล่อเล่นในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ถือเป็นการมีส่วนร่วมในการกระทำ
ความผิด จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ศาลจะยกฟ้อง) เหมือนข้อ 3
8. จะเป็นความผิดซึ่งหน้าได้ ก็ต้องดูที่ลักษณะของการกระทำ ไม่ใช่ดูที่ตัวผู้ล่อเล่นว่าเป็นตำรวจ หรือไม่เป็นตำรวจ (ความผิดซึ่งหน้า หมายถึง ความผิดซึ่งเห็นกำลังกระทำ หรือพบในอาการใด ซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าได้กระทำผิดมาแล้วสดๆ (ดูประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความอาญามาตรา 80)
9. ดูที่ประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญามาตรา 79 ประชาชนก็สามารถจับความผิดซึ่งหน้าได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ แต่ต้องเป็นความผิดบางประเภทเท่านั้น คือ ความผิดที่บัญญัติไว้ท้ายประมวล ป.วิอาญา เช่น ฐานฆ่าคนตาย เป็นต้น แต่ความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่ความผิดท้ายประมวลฯ ประชาชนจึงจับไม่ได้ แม้เห็นความผิดเกิดขึ้นซึ่งหน้า
10. การละเมิดลิขสิทธิ์ต้องเกิดซึ่งหน้าตำรวจเท่านั้น เช่น นั่งบันทึก (write) แผ่นต่อหน้าต่อตาตำรวจ ตำรวจจึงจะมีอำนาจจับกุม และต้องมีการแจ้งความแล้ว ถ้ายังไม่แจ้งความ ก็ไม่มีสิทธิ์เข้าจับกุมในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าการละเมิดเกิดต่อหน้าตัวแทนบริษัท (พวกนกต่อ) แม้จะถ่ายรูปไว้ ถ้าขณะนั้นตำรวจไม่ได้เห็นด้วย (ตำรวจอยู่นอกร้านแล้วมาทีหลัง) ก็ไม่มีอำนาจจับกุม
11. การค้นในที่รโหฐาน เช่น ส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัย ต้องมีหมายค้น ถ้าเข้าไปยึดแผ่นโดยไม่มีหมาย ก็เป็นการค้นที่ไม่ชอบ ทรัพย์สินที่ยึดไป ไม่สามารถนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานได้ ต้องห้ามตามกฎหมาย เพราะฉะนั้น ถ้าขึ้นศาลก็จะไม่มีพยานหลักฐานนำสืบที่แสดงว่าเราทำผิด (แม้เราละเมิดจริง แต่เมื่อไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเราทำผิด เพราะหลักฐานที่ยึดได้มาจากการค้นที่ไม่ชอบ) ศาลจะยกฟ้อง
12. ตำรวจจะจับผู้ใดโดยไม่มีหมายจับ หรือคำสั่งศาลไม่ได้ (ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 7) ข้อยกเว้น จะจับโดยไม่มีหมายจับก็ได้ เมื่อบุคคลนั้นได้กระทำความผิดซึ่งหน้า และเหตุอื่นตามที่กฎหมายกำหนด (ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 80) คดีละเมิดลิขสิทธิ์ไม่มีสิทธิ์จับ แต่ถ้าเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว เช่น คดีละเมิดลิขสิทธิ์ ต้องมีการแจ้งความร้องทุกข์จากผู้เสียหาย หรือตัวแทนเสียก่อน ตำรวจจึงจะมีอำนาจจับ ดังนั้น ถ้ายังไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์ อำนาจจับกุมก็ยังไม่เกิด แม้จะมีการละมิดลิขสิทธิ์เกิดขึ้น
ต่อหน้าตำรวจ ตำรวจก็จับไม่ได้

การเอาผิดกลับ

ปัจจุบันโทษรุนแรงเพียงพอ เพียงแต่พวกเราไม่มีใครเอาจริง ไม่อยากมีเรื่องเท่านั้น เพราะถ้ามั่วนิ่มมา เราก็สามารถเอาผิดกลับได้ ในหลายๆ
ข้อหา เช่น
1. ฐานบุกรุก มาตรา 362 และ 364 โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำและปรับ มาตรา 365 โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำและปรับ
2. ฐานแจ้งความเท็จ มาตรา 137 จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำ และปรับ มาตรา 172 จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 174 จำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
3. ฐานเบิกความเท็จ มาตรา 177 จำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่น หรือทั้งจำทั้งปรับ
4. ฐานฉ้อโกง มาตรา 341 จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (คือโดยทุจริต รู้อยู่ว่าตนไม่มีอำนาจจับ แต่ได้หลอกลวงว่าตนมีอำนาจเช่นว่านั้น และการหลอกลวงนี้ทำให้ได้เงินจากเราไป ก็จะผิดฐานฉ้อโกงน)ี้
5. ฐานกรรโชกทรัพย์ มาตรา 337 คือ ถ้ามีการบังคับข่มขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญ หรือบุคคลที่สาม จนยอมเช่นว่านั้น มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่น ถ้าการกรรโชกทำโดยขู่ว่าจะฆ่า ขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายฯ หรือมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ จำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาท ถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท จะผิดข้อหาใด ฐานใดต้องดูข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะพิจารณา และหาพยานหลักฐาน ที่บอกว่าควรจะต้องตรวจสอบก่อนนั้นว่ามั่วมาหรือไม่ กรณีนี้ ตัวแทนนำจับรู้ตัวมันอยู่แต่แรกแล้วว่าตัวเองมีสิทธิหรือไม่ เป็นการกระทำโดยเจตนาชัดเจน หน้าที่ในการตรวจสอบเป็นของตำรวจก่อนรับแจ้งความ ต้องตรวจสอบเอกสารให้ละเอียดว่าผู้แจ้งมีอำนาจแจ้งหรือไม่ ใครเป็นผู้รับมอบอำนาจ ใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ต้องมีเอกสารชัดเจนจึงจะรับแจ้งความได้ ถ้าตำรวจบกพร่องละเลยไม่ตรวจสอบแล้วรับแจ้งความ ถ้าปรากฏภายหลังว่าการแจ้งความไม่ถูกต้อง ไม่มีสิทธิ์ ไม่มีอำนาจจริง ตำรวจจะมีความผิดทั้งทางวินัย และอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 เราสามารถเอาผิดได้ทั้งตัวแทนนำจับ และตำรวจครับ ถ้าตัวแทนมั่วมา แต่ถ้าเขามีสิทธิจริง เราก็ค่อยมาดูถึงวิธีการค้น และจับว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ถ้าวิธีการค้น และจับไม่ชอบด้วยกฎหมาย เราก็สามารถเอาผิดกับพวกมัน และตำรวจที่มาส่งได้เช่นกัน

สรุป

1. การล่อเล่น ไม่จำเป็นต้องเป็นตำรวจ ประชาชนก็ล่อเล่นได้ แต่การล่อเล่นในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ถือเป็นการมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย (ตามกฎหมาย) ศาลจะยกฟ้อง
2. การค้นในที่รโหฐาน เช่น ห้องนอน หรือห้องครัว ส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัย ต้องมีหมายค้น ถ้าเข้าไปยึดแผ่นเกมส์โดยไม่มีหมายค้น ก็เป็นการค้นที่ไม่ชอบ ทรัพย์สินที่ยึดไปไม่สามารถนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานได  ต้องห้ามตามกฎหมาย เพราะฉะนั้น ถ้าขึ้นศาลก็จะไม่มีพยานหลักฐานนำสืบแสดงว่าเราทำผิด (แม้เราละเมิดจริง แต่เมื่อไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเราทำผิด เพราะหลักฐานที่ยึดได้มาจากการค้นที่ไม่
ชอบ) ศาลจะยกฟ้อง
3. ตำรวจจะจับผู้ใดโดยไม่มีหมายจับ หรือคำสั่งศาลไม่ได้ (ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 7) ข้อยกเว้น จะจับโดยไม่มีหมายจับก็ได้ เมื่อบุคคลนั้นได้กระทำความผิดซึ่งหน้า และเหตุอื่นตามที่กฎหมายกำหนด (ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 80) ความผิดซึ่งหน้า หมายถึง ความผิดซึ่งเห็นกำลังกระทำ หรือพบในอาการใด ซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าได้กระทำผิดมาแล้วสดๆ (ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 80)
4. ประชาชน (หมายถึงตัวแทน หรือบริษัทฯ) สามารถจับความผิดซึ่งหน้าได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ แต่ต้องเป็นความผิดอาญาบางประเภทเท่านั้น (คือความผิดที่บัญญัติไว้ท้ายประมวลอาญา) เช่น ฐานปล้นทรัพย์ หรือ ฐานฆ่าคนตาย เป็นต้น แต่ความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ใช่ความผิดท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ประชาชนจึงจับไม่ได้ แม้เห็นความผิดเกิดขึ้นซึ่งหน้า)

มีกลอุบายใหม่ของพวกมัน
มีคนโดนหลอกล่าสุดครับ เมื่อเร็วๆนี้ ร้านมือถือ (ไม่ขอเอ่ยสถานที่ เกรงเจ้าของร้านจะอายในความฉลาดที่มีอยู่) เจ้าของร้านนำข้อความที่ผมโพสให้มันอ่าน แล้วมันบอกว่า กฎหมายเก่าแล้ว เค้าเพิ่งเลิกใช้ไปเอง เจ้าของร้านเชื่อ เลยยอมจ่ายไป 10,000 บาท

ขอกราบเรียนเลยครับ...อย่าเชื่อคนง่ายแบบนี้ ถ้ามันบอกอะไรให้คิดเสียว่า มันบอกคุณว่า "พ่อคุณเป็นหมา" คุณยังจะเชื่อมั้ย

จำคำผมไว้ครับ ...คำพูดทุกคำที่พวกมันพูดมา คุณทำหน้ายิ้มๆ แล้วแกล้งฟัง อย่าฟังจริงนะ ให้คิดในหัวว่ามันพูดคำว่า

“พ่อคุณเป็นหมา” “พ่อคุณเป็นหมา” “พ่อคุณเป็นหมา” “พ่อคุณเป็นหมา” “พ่อคุณเป็นหมา” “พ่อคุณเป็นหมา”

เท่านี้คุณก็จะไม่โดนหลอก แต่ถ้าคุณยังเชื่อที่มันบอกว่า “พ่อคุณเป็นหมา” คงจะแย่ครับ ผมคงช่วยอะไรไม่ได้ครับ

ปล 1. คนที่กำลังโดนอยู่ก็ท่องให้ขึ้นสมอง
“อย่าจ่ายเงินนอกศาล” “อย่าจ่ายเงินนอกศาล” “อย่าจ่ายเงินนอกศาล” “อย่าจ่ายเงินนอกศาล” “อย่าจ่ายเงินนอกศาล” ท่องไว้วันละ 100 จบ

ปล 2. ต้องขอโทษนะครับ ไม่ใช่จะอยากหยาบคายนะครับ แต่ที่ต้องใช้คำแรงๆ เพราะมันจะได้จำขึ้นสมอง

ขอบคุณมากครับ ขอให้บุญกุศลครั้งนี้ทำให้ทุกคนเจอแต่สิ่งดีๆ มีแต่คนช่วยเหลือเมื่อเจอภัย

เรื่องที่ขอให้ช่วยมีดังนี้ครับ

1. ช่วยบอกต่อๆ กับญาติพี่น้องของพวกคุณทุกๆ คน และให้เค้า บอกต่อๆ ไปอีก ให้ระวังตัว เท่าที่ทำได้ ข้อนี้สำคัญที่สุดครับ
2. ช่วยทำให้กระทู้นี้เป็นกระทู้แนะนำนานๆ หากใครรู้จักมีเส้นกับทางเว็บ ให้ช่วยขึ้นเป็นหัวข้อหลักของเว็บยิ่งดี
3. ช่วยก็อปปี้กระทู้ที่จะตั้งไปโพสในเว็บต่างๆ เท่าที่ทำได้
4. ช่วยเล่าประสบการณ์ที่เคยเจอเสริม อาจจะเป็นญาติก็ได้ครับ
5. หากใครรู้จักสนิทสนมกับนักข่าวที่ดังๆ เป็นพิเศษ ช่วยให้ขุดเรื่องนี้จะดีเยี่ยม ใครช่วยข้อนี้ได้โปรดบอกด้วยครับ
6. ช่วยๆ กันส่งต่อ (forward mail) ให้เพื่อนๆ เท่าที่ทำได้นะครับ

ผมเคยถูกเชิญให้ไปประชุมในการรวมตัวของผู้เสียหายแล้วครับ น่าสงสารมากๆ ส่วนใหญ่มีแต่คนจนๆ ครับ ร้องไห้กันเยอะครับ และส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ และ 90% ยอมจ่ายเงิน เพราะกลัว ผมช่วยเท่าที่ช่วยได้ ช่วยด้วยการกระจายข้อมูลให้คนรู้ทันกันทั่วแผ่นดิน ต้องบอกต่อไปว่าให้คนที่อ่านช่วย ถ่ายเอกสารแจกร้านใกล้เคียงด้วยนะครับ ร้านใกล้กันจะได้ผูกมิตรไปในตัวด้วยครับ

ผมแนะนำให้เอาบทความนี้ ไปแปะหน้าร้านเลยครับ เครือข่ายร้านอินเตอร์เน็ต, ร้านเกม, ร้านซ่อมคอม หรือร้านมือถือ น่าจะมาอ่านนะครับ แล้วพิมพ์ไปติดหน้าร้าน ทำกันทุกๆร้าน เวลาพวกโจรมาเห็น มันคงสะดุ้ง หัวข้อไหนสำคัญก็พิมพ์ตัวแดงๆใหญ่ๆ เช่น หัวข้อล่อซื้อ ทำให้เรื่องนี้กลายเป็น “เรื่องหลอกเด็ก” ให้การทำอาชีพนี้เป็นเรื่องตลกที่ทุกๆคนรู้ไต๋ เมื่อทุกคนรู้ทันทีนี้จะไม่มีใครกล้าหากินแบบนี้ ใช้พลังของข้อมูลข่าวสาร ทำลายพวกโจร

ร้านมือถือ ทุกๆ ร้านเอาไปพิมพ์ติดที่ตู้

ร้านเกมส์ ทุกๆร้าน เอาไปติดหน้าร้าน

ร้านขายคอม ซ่อมคอมฯ ทุกๆร้านเอาไปติด, องค์กรบริษัทฯไหน มีบอร์ดว่างๆ ก็ช่วยกันติดประกาศนี้

โรงพยาบาล หรือโรงเรียน ติดให้หมดครับ ใครเป็นครูน่าจะเอาไปติดตาม

โรงเรียน เท่านี้ก็จะไม่มีใครกล้าหากินแบบนี้แล้วครับ

ปล. ใครเป็นทนายความ ช่วยดูข้อกฎหมายสักนิดครับว่ามีจุดไหนผิด

บทความโดย : อาจารย์แมว

ที่มา : เว็บไซท์พันทิป ห้องมาบุญครอง ผ่าน Thaimobilecenter.com
ขอขอบคุณ คุณอาจารย์แมว เจ้าของบทความดีๆ มีประโยชน์นี้ด้วยครับ ในฐานะเราที่เป็นสื่อกลางแห่งหนึ่งในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เราขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ข้อมูลที่สำคัญนี้แก่สาธารณะชน

ดาวน์โหลดไฟล์ เตือนภัย พร้อมรับมือ และรายชื่อตัวแทนลิขสิทธิ์
http://www.mediafire.com/?a6csdcz6ajntd9w

เว็บไซด์ ict กูรูเรื่องลิขสิทธิ์อยู่ทีนี่

http://ict.in.th/index.php
___________________________________________________________________




 

Create Date : 14 มิถุนายน 2554
7 comments
Last Update : 14 มิถุนายน 2556 18:14:11 น.
Counter : 1512 Pageviews.

 

เป็นข้อเตือนภัยที่ดีมากเลย ขอบคุณนะ

 

โดย: kochpon 14 มิถุนายน 2554 12:11:50 น.  

 

แวะเข้ามาดู blog ยินดีที่ได้รู้จักครับ

 

โดย: bbandp 19 มิถุนายน 2554 14:07:36 น.  

 

สมัครบัตรเครดิต 10 สถาบันผ่านตัวแทได้นามบัตรแตโทรแล้วไม่ใช่ สำเนาบัตร ปชชไม่ได้ขีดฆ่า จะมีปัญหาหรือเปล่า ร้อนใจ ช่วยที


 

โดย: pom IP: 125.26.30.186 29 สิงหาคม 2554 19:38:29 น.  

 

โดนเข้าให้แล้วคะ อ้างมาตรวจดูเครื่องคอมฯให้เราเปิดเครื่องคอมฯในร้านให้ดู พอเห็นว่าเรามีเพลงอยู่ในเครื่อง 2-3 เพลง ก็ยกเครื่องแล้วให้เราไปด้วยบอกว่าไปคุยกันที่โรงพัก กล่อมให้เรายอมความ ในขณะที่เราไปตามผู้ใหญ่บ้าน และนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลที่เราอยู่มาคุยกับมัน มันยังไม่ยอมเลิก จะเอาเงินให้ได้ นายกเทศฯบอกว่าให้เรื่องมันแล้วๆ ไปเสีย จ่ายเงินเขาไป คิดดูเถอะคะ ดิฉันโง่มากเลยที่เจอคอร์ลัม นี้ช้าไป เสียเงินไปแล้ว 12,000 บาทคะ ยังนึกเสียใจอยู่ว่า หน้าบ้านตัวเองก็เป็นบ้านตำรวจแท้ๆ ยังมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น แล้วก็ยังไม่รู้ไม่ชี้กันอีกด้วย แล้วประชาชนจะพึ่งใครได้ละคะ

 

โดย: saovapa IP: 125.26.141.141 15 มกราคม 2555 13:16:28 น.  

 

ที่จ.ตากก็โดนครับผมชอบเดินดูสินค้าและอุดหนุนประจำตามตลาดต่างๆครับทั้งตลาดประจำตลาดเทศกาลและตลาดนัดครับลองสอบถามเรื่องจับลิขสิทธิ์กับเขาได้ความว่าโดนกันทั่วไปหมดครับทั้งที่ไปปรับที่ศาลและนอกศาลถ้าปรับกันกลางทางจะเสียครึ้งเดียวถ้าไปถึงสถานนีจะปรับเต็มราคาทางร้านแถวตลาดแบกะดินบางร้านที่เคยโดนยังกระซิบแนะว่าถ้าโดนก็ให้รีบคุยกับเขาขอให้ลดหย่อนหน่อยจะได้จ่ายเขาน้อยๆคราวหน้าถ้ารู้ว่าเป็นของมีลิขสิทธิ์ก็จะไม่รับมาขายอีกร้านที่เห็นประมาณราคาสินค้าในร้านน่าจะพอๆกับค่าปรับที่จ่ายไปครับพอมีลูกค้าเข้ามาเขาก็ขอตัวไปขายของก่อนก่อนไปเขายังหันมาบอกผมว่าทำไงได้เรามันคนหาเช้ากินค่ำผมเห็นเขายิ้มแย้มทักทายลูกค้าเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นกับเขาตั้งหน้าตั้งตาแนะนำขายของของเขาไป

 

โดย: แดนสนธยา IP: 182.53.8.101 31 กรกฎาคม 2555 20:29:42 น.  

 

ตอนนี้มีกฎหมายใหม่ที่กลุ่มคนพวกนี้จะเล่นงานคนค้าขายเพิ่มอีก คือ สินค้าที่ไม่มีฉลาก ระบุรายละเอียดสินค้า

 

โดย: dj.tor IP: 27.145.154.181 14 มิถุนายน 2556 0:45:56 น.  

 

ฝากเตือนอีกคนค่ะ เกี่ยวกับใครหางานพิเศษมาทำที่บ้าน ประเภท พับนกพับดาว แพคของชำร่วย เจอมาแล้ว ตอนแรกติดต่อมาทางไลน์เพราะเจอในเวปหางานพิเศษทำที่บ้าน ให้ไลน์ไว้ มันติดต่อมาและคุยกัน ส่งรูปตัวอย่างมาให้ดู คุยทั้งไลน์ ทั้งโทร บอกมีมัดจำค่าสินค้า 1500 บาท ส่งของให้ทำทางไปาณีย์ คุยจนเข้าใจกันดี พอโอนไปแล้ว ติดต่อไม่ได้ ลบไลน์ ชื่อนาง วิทธินี ภูแล เบอร์ 0870976188 ระวังบุคคลนี้กันด้วยค่ะ ตอนนี้ไปแจ้งความแล้ว

 

โดย: pron IP: 27.55.175.242 29 พฤษภาคม 2557 12:06:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Pas Probleme
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Pas Probleme's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.