Group Blog
 
<<
กันยายน 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
21 กันยายน 2549
 
All Blogs
 
รู้เท่าทันสื่อ : ท่ามกลางภาวะเช่นนี้ ผู้รับสื่ออย่างเรา ๆ ควรทำเช่นไรให้ชีวิตยังมีความสุขดี....

ผมตั้งใจว่าจะเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องการรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy) มาได้สักสี่ห้าวันก่อนหน้านี้ แต่จิตใจก็ยังอยากเขียนเรื่องดนตรีเป็นหลักอยู่ จึงมิได้ลงมือกระทำอย่างที่คิดไว้เสียที จนกระทั่งเกิดการรัฐประหารขึ้นเมื่อวันที่ 19 กันยายน ได้เห็นปรากฎการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับสื่อไม่น้อย ผมเองก็ไม่คิดไม่ฝันว่าหลังจากพฤษภาทมิฬแล้ว จะได้พบเจอเหตุการณ์เช่นนี้อีก นักวิชาการด้านสื่ออย่างผมจะไม่หยิบมาคุยก็คงเป็นเรื่องแปลกมิน้อย

หาก ICT จะบล็อก ผมก็เห็นว่าอยากบล็อกก็บล็อกไป เพราะการบล็อกมันเป็นความคิดของผู้ที่มีมุมมองต่อโลกเมื่อสมัยปี 1960 ตั้งแต่เมื่อครั้งละครวิทยุเรื่อง The Invasion from Mars ทำเอาคนเสียขวัญนู้น คนสมัยนี้มันต่างจากจุดนู้นเยอะแล้วครับ ที่สำคัญข้อเขียนนี้ผมก็ไม่ได้โจมตีใคร เพราะผมพูดเรื่องสื่อ มิได้พูดถึงคณะปฏิรูปฯ

สี่ทุ่มวันที่ 19 ผมกำลังนั่งฟัง 104.5 แฟตเรดิโอ ช่วงน้องก้อยอย่างสบายอารมณ์ พอหมดช่วงกำลังจะเข้าข่าวจิงเกิลรอข่าวก็เปิดวนซ้ำแล้วซ้ำอีก พร้อมกับมีประกาศให้วิทยุในเครือกองทัพบกทุกคลื่นรับสัญญาตรงจากคลื่น 103 MHz ผมคิดในใจว่า เฮ้ย มีปฏิวัติแน่เลยว่ะ แล้วยังไม่ทันไร เพื่อนสนิทผมก็โทรมาแจ้ง ด้วยห่วงว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นย่านราชดำเนิน (ที่พักผมอยู่แถวศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร)

เมื่อมีการปฏิวัติหรือทำรัฐประหารเมื่อใด สิ่งแรกที่คนกลุ่มนั้นจะทำก็คือการเข้ายึดสถานที่ซึ่งเป็นแหล่งเผยข้อมูลข่าวสาร อย่างของไทยก็คงไม่พ้นกรมประชาสัมพันธ์ สถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ เหตุนี้ก็เพื่อตัดโอกาสอีกฝ่ายในการนำเสนอข้อมูล และเปิดโอกาสให้มีฝ่ายตนพูดฝ่ายเดียว ยิ่งถ้าเป็นสมัยก่อนที่การสื่อสารยังไม่รวดเร็วเท่าทุกวันนี้ ผู้คนยังขาดความรู้ความเข้าใจ ยิ่งต้องรีบยึดครับ

สื่อเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างยิ่งในการผลิต “ความจริง” ออกมา ทว่า “ความจริง” เหล่านี้มิใช่ความจริงแท้ มิใช่สัจธรรม แต่เป็นความจริงที่ถูกสร้างขึ้นให้ประชาชนได้รับรู้ หากใช้ภาษาวิชาการก็ต้องบอกว่า สื่อเป็นแหล่งอุดมไปด้วยวาทกรรมมากมาย ใครยึดถือครองสื่อได้ ชัยชนะพร้อมอยู่ในกำมือ อย่าลืมนะครับว่าความจริงที่เรารับรู้บนโลกใบนี้กว่า 70% เป็นความจริงที่เรารับรู้ผ่านสื่อ

คุณไม่ต้องมาเดินที่ถนนราชดำเนินคุณก็รู้ความจริงได้ คุณไม่ต้องไปฟังพลเอกสนธิพูดที่กองทัพบกคุณก็สามารถรู้ความจริงได้ แต่ความจริงนั้นเป็นความจริง 100% หรือเปล่านี้ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ

ตอนนี้ไม่ว่าเปิดทีวีไปช่องใด หมุนวิทยุไปคลื่นไหน อ่านหนังสือพิมพ์ชื่ออะไร ก็มีแต่ข่าวเรื่องการรัฐประหารทั้งนั้นครับ

ไม่น่าแปลกใจที่สื่อมวลชนในขณะนี้ต่างนำเสนอข่าวออกมาในลักษณะทางเดียวกันทั้งนั้น คือออกมาจากปากของฝ่ายคณะปฏิรูปฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อทีวีและสื่อวิทยุนี้เห็นได้ชัดว่า การนำเสนอข่าวเป็นไปในลักษณะเชิญชวนให้ผู้คนเห็นด้วยกับการรัฐประหารครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสงบที่เกิดขึ้น ข่าวการสนับสนุนการองค์กรนั้นนี้ ที่เป็นเช่นนี้เหตุผลแรกก็คงเป็นเพราะคำสั่งจากคณะปฏิรูปฯที่ให้คำเช่นนั้น สองก็คือการที่สื่อนั้น ๆ มิได้มีเจ้าของเป็นเอกชน เจ้าของคลื่น เจ้าของสถานีเกือบทั้งหมดในประเทศนี้เป็นของทหาร คงไม่มีใครเอาสื่อตัวเองมาเป็นเครื่องมือทำร้ายตนเองใช่ไหมครับ (ถ้าไม่นับวิทยุชุมชนที่ลูกผีลูกคนอยู่ในขณะนี้ ไม่มีคลื่นวิทยุใดที่มีเอกชนเป็นเจ้าของนะครับ ถ้าไม่ใช่เป็นของรัฐ ทหาร ก็ต้องเป็นหน่วยงานราชการสักแห่ง) ดังนั้นการกำหนดเนื้อหาผ่านสื่อเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่ง่ายมาก

เหลืออีกสื่อหนึ่งที่น่าจะพอเป็นกำลังให้ประชาชนได้รู้ข่าวสารที่เป็นจริง (มากกว่าสื่ออื่น) ได้บ้างก็คือสื่อหนังสือพิมพ์ เนื่องด้วยสื่อชนิดนี้เป็นเอกชนลงทุนเสียส่วนใหญ่ จุดเด่นของสื่อหนังสือพิมพ์คือการสามารถนำเสนอข้อมูลเชิงลึกผ่านตัวหนังสือได้ ผู้อ่านสามารถย้อนกลับมาอ่านเพื่อวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ ได้เอง ต่างจากสื่อวิทยุและโทรทัศน์ซึ่งผ่านไปไม่มีวันหวลกลับ อย่างไรก็ตามภาวะเช่นนี้ ต้องดูในระยะยาวครับว่าสื่อหนังสือพิมพ์จะกล้าพอนำเสนอข้อมูลที่สื่อทีวีกับวิทยุไม่กล้าพูดไหม

เมื่อวาน ผมได้ฟังการให้สัมภาษณ์ของพลเอกสนธิ นักข่าวสายสิ่งพิมพ์ถามคำถามแต่ละคำถามเด็ดดวงมิน้อย แต่บทสัมภาษณ์กลับออกมาในลักษณะที่ไม่ชัดเจนเท่าไร ก็ต้องดูกันต่อไปว่าหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ จะกล้าเล่นกลับประเด็นแรง ๆ ที่ยังค้างคาใจคนไทยอยู่หรือไม่

เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ผมรู้สึกเสียดายรายการข่าว BBC ภาคภาษาไทยเป็นอย่างยิ่ง โดยส่วนตัวผมรู้สึกได้ถึงความเป็นกลางและความซื่อตรงในการรายงานข่าวของ BBC อย่างยิ่ง ผมได้อ่านงานวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับบทบาทบีบีซีภาคภาษาไทย ทำให้ได้รู้ว่า เมื่อครั้งพฤษภาทมิฬ นักข่าวของ BBC สามารถเข้าถึงแกนนำของทั้งสองฝ่ายได้ ไม่ว่าจะเป็นมหาจำลอง หรือ พลเอกสุจินดา ซึ่งส่งผลให้ข่าวออกมาเกิดการ cross check (เป็นศัพท์ทางสื่อสารมวลชน หมายถึงการนำเสนอข่าว โดยสอบถามสัมภาษณ์จากแหล่งข่าวจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง) ผมคิดว่าถ้า BBC ภาคภาษาไทยยังอยู่ ความแคลงใจต่าง ๆ ที่ยังคงอยู่ในใจคนไทยตอนนี้น่าจะลดหายไปไม่น้อย เพราะบีบีซีกล้าเล่นและเป็นกลางมาก

แล้วเราจะทำอย่างไรให้รู้เท่าทันสื่อในยุคการรัฐประหารนี้…… ก่อนอื่นก็คือ ตอนนี้ให้รับข่าวสารจากทางสื่อหลักไม่ว่าจะเป็นทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ เหมือนปกติครับ เพียงแต่ว่าต้องเพิ่มความเชื่อหูไว้หูมากกว่าเดิมเป็นพิเศษ ช่วงนี้สื่อที่ผมติดตามเป็นประจำคือ Bangkok Post และ เวบ BBC ซึ่งคิดว่าน่าจะนำเสนอข่าวสารได้แม่นยำพอควร หนังสือพิมพ์หัวสีนี้ผมไม่รับประกันเท่าไรว่าจะช่วยได้เท่าใดนัก ผมคิดว่ายุคนี้เป็นยุคการสื่อสารที่มนุษย์สามารถ negotiated กับข้อมูลข่าวสารได้ ดังนั้นเราเลือกได้ว่าเราจะเชื่อมากเชื่อน้อย หรือไม่เชื่อ ก็สุดได้แล้วแต่ทั้งนั้น ดังนั้นอ่านข่าวอะไรก็ต้องพึงสังวรไว้ครับว่ามันไม่ใช่ความจริงแท้…

อีกสื่อหนึ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเอาความจริงกับมันคือสื่ออินเตอร์เนท โดยเฉพาะพวกเวบบอร์ดต่าง ๆ นี้คือแหล่งผลิตวาทกรรมกระแสรองเลยนะครับ มันก็ดีที่เป็นแหล่งในการแสดงความคิดเห็น แต่บางคนมันไม่คิดอย่างนั้นสิ เพราะเริ่มเลยเถิดไปว่าความคิดเห็นในกระทู้นั้น ๆ คือความจริงที่น่าจะเป็น ผมว่าเราก็อ่านแล้วต้องพิจารณาให้รอบคอบกว่าตามสื่อสารมวลชนอีกครับ เพราะอย่างน้อยสื่อก็ยังจับต้องได้ว่าใครเขียน แต่ในอินเตอร์เนท ทุกอย่างไร้ตัวตนโดยแท้

สุดท้ายก็ขอฝากไว้ครับว่า อย่าพึ่งด่วนตัดสินใจอะไร แม้ว่ามันจะปรากฏผ่านสื่อมาแล้วก็ตาม เพราะสื่อเป็นผู้ผลิต “ความจริง” แต่ความจริงนั้นไม่เคยจริงแท้ร้อยเปอร์เซนต์ครับ.....








Create Date : 21 กันยายน 2549
Last Update : 21 กันยายน 2549 14:46:59 น. 24 comments
Counter : 490 Pageviews.

 
เพราะแม้กระทั่งคำว่า "ความจริง" เรายังตอบไมได้เลย ว่าอะไรคือสิ่งนั้น แล้วเราจะเอาความจริงมาเสนอได้อย่างไร

เหนื่อยๆๆ ยุคข้อมูลข่าวสาร แต่ความมั่วนิ่มสูสี

สู้ต่อไปค่ะพี่ เป็นนักวิชาการสื่อที่มีคุณภาพของแวดวงสื่อสารมวลชนต่อไป ให้น้องๆได้เรียนรู้นะคะ



โดย: stubborn IP: 202.28.27.4 วันที่: 21 กันยายน 2549 เวลา:15:08:07 น.  

 
เราคิดว่าถ้าเจ้าของสื่อมีทุนเยอะและเป็นอิสระจากสปอนเซอร์ สื่อนั้นก็พร้อมที่จะเสนอข้อมูลต่าง ๆ เหมือนดั่งที่จรรยาบรรณบอกให้พึงทำ

คนทำสื่อสมัยก่อนดัง ๆ หลายคน จริยธรรมสื่อมาก่อนเรื่องปากท้อง เลยยอมสู้เพื่ออุดมการณ์

ต้องรอดูว่าทุกวันนี้จะมีสื่อใดพร้อมขึ้นมาเป็นแกนนำที่จะนำเสนอความจริงที่ซื่อตรงให้สังคมได้รับรู้


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 21 กันยายน 2549 เวลา:15:32:25 น.  

 
คืนนั้น ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย

ทีวีเมืองไทย ไม่มีรยยงานข้าวแลย

แต่ได้ดูข่าวจากเคเบิล-ดาวเทียม (ที่ไม่ได้มีแม่ข่ายจาก ยูบีซี เพราะ ยูบีซีก็โดนบล็อก)

แต่ผมว่า ยังน่าสงสัยอยู่นะ เรื่องสือในปัจจุบันเนี่ย

ว่า อุดมการณ์สำหรับสื่อบางสื่อ มันยังมีน้ำหนักอยู่มากน้อยแค่ไหน


โดย: กุมภีน วันที่: 21 กันยายน 2549 เวลา:16:22:31 น.  

 
คืนเกิดเหตุ อยู่บ้านที่มีดาวเทียม เลยได้ดูบีบีซีสลับกับช่องจีน


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 21 กันยายน 2549 เวลา:17:10:39 น.  

 
อยากได้เพลง ชุด บัวหิมะ จัง
มีแต่เทป...
ฟังไม่ได้แล้ว


โดย: กายแก้ว IP: 58.9.189.38 วันที่: 21 กันยายน 2549 เวลา:19:11:07 น.  

 
จะดูบีบีซีก็ดูไม่ค่อยได้ ไม่รู้เว็บเป็นอะไร

ช่องจีนที่หอก็ไม่ชัดอีก

เลยกลายเป็นว่ารับข่าวสารทางเอ็มเอสเอ็นแทน


โดย: PADAPA--DOO วันที่: 21 กันยายน 2549 เวลา:20:50:34 น.  

 
แต่พี่ชอบสื่อกระแสรอง

อย่างเอ็มเอสเอ็น หรือบล็อก
มันอาจจุดกระแสให้เกิดอะไรบางอย่างได้
เหมือนที่ครั้งหนึ่ง
เราเคยมี "ม็อบมือถือ" มาแล้ว

หนทางหนึ่งของการรู้เท่าทันสื่อกระแสหลักคือการผลิตสื่อกระแสรอง ขึ้นเยอะๆ ที่โน้น ที่นี้
ใหองค์ความรู้มันกระจายไปทั่วๆ




โดย: grappa วันที่: 21 กันยายน 2549 เวลา:21:28:19 น.  

 
ต้องฟังหูไว้หูครับ


โดย: strawberry machine gun วันที่: 22 กันยายน 2549 เวลา:9:10:44 น.  

 
แบ๊ะ แบ๊ะ...แบ๊ะ แบ๊ะ แบ๊ะ...แบ๊ะ แบ๊ะ แบ๊ะ แบ๊ะ...

แบ๊ะ แบ๊ะ แบ๊ะ...แบ๊ะ แบ๊ะ แบ๊ะ...




โดย: แบ๊ะ แบ๊ะ IP: 203.107.199.129 วันที่: 22 กันยายน 2549 เวลา:11:13:15 น.  

 
รอติดตามเหตุการณ์กันต่อไปครับ

เห็นด้วยที่ในสถานการณ์แบบนี้ หนังสือพิมพ์อาจจะเป็นสื่อที่พึ่งได้มากกว่าอย่างอื่น


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 22 กันยายน 2549 เวลา:14:50:44 น.  

 
ด้วยความยินดีเลยจ้า
เข้ามาดูโลโก้ด้วย

ตอนนี้รู้สึกแปลกๆ ที่ใครก็ชอบ"รถถัง"


โดย: grappa IP: 58.9.191.87 วันที่: 23 กันยายน 2549 เวลา:17:43:26 น.  

 
ยังไงตอนนี้เราก็ต้องสงบไว้ก่อนละ
ดูกันต่อไป


โดย: fakeplasticgirl วันที่: 24 กันยายน 2549 เวลา:12:11:18 น.  

 
เห็นด้วยสุดๆ ก็ตรงที่บอกว่า "อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจอะไร"
สิ่งที่เรารับรู้มาจริงเท็จแค่ไหนยังไม่รู้แน่ชัดกันเลย
บางคนโวยใหญ่แล้ว ....


โดย: สาวแว่นเลี้ยวซ้าย วันที่: 24 กันยายน 2549 เวลา:14:17:25 น.  

 
ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว
ทุกคนก็พูดความจริง แต่พูดไม่หมด
มากน้อยก็ตามแต่ละคนจะคิดอะไรอยู่


โดย: sTRAWBERRY sOMEDAY วันที่: 24 กันยายน 2549 เวลา:23:10:29 น.  

 
ทุกอย่างย่อมต้องใช้เวลา


โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 24 กันยายน 2549 เวลา:23:47:56 น.  

 
สถานการณ์เเบบนี้ ต้องคอยดูไปเรื่อยๆ ครับ
เเต่ถ้าว่าไปตามจริงๆเเล้ว ตอนนี้สื่อไม่มีผลกับ
ผมเท่าไหร่ครับ เพราะได้เลือกข้างไว้เเล้วเรียบร้อย
อาจจะเเลดูลำเอียงไปหน่อย เเต่ก็ได้ตัดสินใจเเล้วครับ

ก็หวังว่าเหตุการณ์จะคลี่คลายลงไปได้ด้วยดี
ไม่มีอะไรร้ายๆ เกิดขึ้นครับ


โดย: Dark Secret วันที่: 25 กันยายน 2549 เวลา:18:36:30 น.  

 
มันน่าอนาถใจมากเลย ที่คืนนั้นจะรู้ได้ว่ามีรถถังวิ่งเต็มบ้านแล้ว ต้องถ่อเข้าไปดูในเวบ BBC

นี่เราเข้าสู่ยุคเผด็จการแล้วจริงๆ ด้วย ใกล้จะเหมือนพม่าแล้วมั้ง (เผด็จการทหาร)

แต่บ้านเราไม่มีอองซานซูจี...


โดย: merveillesxx IP: 203.209.110.111 วันที่: 25 กันยายน 2549 เวลา:23:22:00 น.  

 
ตามอ่าน blog พี่มานานแล้วครับ ได้อะไรมาเยอะมาก

พี่ไปงาน another sound in the room ป่าวครับ


โดย: :D IP: 124.120.159.157 วันที่: 27 กันยายน 2549 เวลา:22:15:21 น.  

 
เข้ามาก็สะดุดเพลงบัวหิมะ ทันใด
โลกไม่ใช่ของเรา...แต่ก็ไม่ใช่ของใคร

ช่วงนี้ผมตามข่าวจาก Web ประชาไทย อย่างเดียวเลยครับ

ผมคิดว่าเป็นแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้มากที่สุดแล้ว
อย่างน้อยก็มีการตั้งคำถามกับปรากฏการณ์นี้อย่างจริงจัง
(แต่คนเป็น "นอย" เล็ก ๆ อย่างผมไม่มีทางเชื่ออะไร 100 % อยู่แล้วล่ะครับ)



โดย: ShadowServant วันที่: 28 กันยายน 2549 เวลา:3:30:54 น.  

 
จะภาวะไหนก็ควรมีความสุขเข้าไว้นะครับ
เศร้าก็สุข ทุกข์ก็สุข


โดย: BAYROCKU วันที่: 28 กันยายน 2549 เวลา:8:58:49 น.  

 
คุณ D

คงไม่ได้ไปละครับ งาน Another Sound in the Room เหตุผลง่าย ๆ เลยคือไม่มีเงินครับ (ซะงั้น)

คือผมคิดว่ามันจัดใกล้งานแฟตเกินอะครับ ขอไปดูเอางานแฟตละกัน (อยากดู Goose เล่นเพลงลั่นทมจัง)


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 28 กันยายน 2549 เวลา:13:20:06 น.  

 
สวัสดี น้องดอง

เรื่องที่ชวนทำเพลงในคณะกันนั้น ก็ตอบด้วยความเต็มใจว่า เอาสิ
จริงๆก็เคยคิดว่าอยากทำมานานแล้วเหมือนกัน แต่ไม่สบตุ๋ยเอ๊ยสบโอกาส
เพราะแมสคอมเราก็เริ่มมีคนดนตรีเกิดขึ้นทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่พอสมควร
ไม่ว่าจะเป็นพี่หมู เจ้าของอัลบั้ม ฟ้าสะอื้น (ทุกวันนี้แกยังสะอื้นกับยอดขายอยู่)
พี่ ธีร์ ณ รถไฟดนตรีกะแนวเพื่อชีวิต น้องยุ้ยวาย 38 น้องหนึ่งอีทีซี 40
และคงมีอีกที่พี่ไม่รู้ อาจซ่อนตัวอยู่ในซอกหลืบประกอบอาชีพทั่วไป
อย่างบักอาจารย์หนุ่ยก็แต่งเพลงเก่งนะ แต่พอเป็นอาจารย์ก็ไม่มีเวลา
ถ้าได้รวมกันทำเพลงแล้วเอาไปขายในงานศิษย์เก่าหาเงินให้คณะก็น่าจะดี
ว่าแล้วเดี๋ยวจะส่งเพลงเก่าที่แต่งเกี่ยวกับคณะไปให้ฟังละกัน

ส่วนเรื่องเพลงผู้ชนะสิบทิศ พี่เฉยๆนะ อยู่มานานแล้วก็คงให้อยู่ต่อไป
เราก็แต่งเพลงไว้ร้องเพิ่มของเรา แต่คงไม่ไปหักหาญเปลี่ยนหรอก ขี้เกียจทะเลาะกับคนแก่น่ะ
เออ แต่เอาผู้ชนะสิบทิศมาทำเป็นอิเลคทรอนิก้าก็ไม่เลวนะ อิอิ


โดย: sTRAWBERRY sOMEDAY วันที่: 28 กันยายน 2549 เวลา:14:31:11 น.  

 
โอ้วหรอครับ ผมพึ่งทราบว่า อ.พี่หนุ่ยแต่งเพลงเก่ง เคยรู้แต่ว่าพี่ท่านสนใจโปรเกรสซีฟมากจนจบมาด้วยวิทยานิพนธ์เรื่องนั้น

รุ่นผมทันแต่พี่หนึ่งนี้แหละครับ ส่วน 41 กับ 42 ยังไม่เจอคนทำเพลงเท่าไร มารุ่นผมเลยก็กำลังทำ ๆ กะออกกันอยู่

ป.ล. ผมว่าอย่าเอาผู้ชนะสิบทิศมาทำเลยพี่ ผมกลัววิญญาณครูที่แต่งท่านจะมาหักคอเอา แค่เมเจอร์เราเอามาใช้แล้วไม่ตัดเนื้อเพลงเขา ผมก็ว่าถ้าครูท่านรู้ก็คงเครียดมิน้อย


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 28 กันยายน 2549 เวลา:15:43:48 น.  

 
เราเขียนบทความเรืื่องเดียวกันเลย ในเวลาเดียวกันด้วย (แต่เขียนได้ไม่ดีเท่านี้) ลองอ่านได้นะ ผมก็เขียนบทความเรื่องสื่อลงหนังสือพิพม์อยู่เหมือนกัน http://www.articlesdedao.blogspot.com



โดย: ดาว IP: 128.138.41.144 วันที่: 30 กันยายน 2549 เวลา:6:29:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

I will see U in the next life.
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]

















Friends' blogs
[Add I will see U in the next life.'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.