Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
9 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
การช่วงชิงความจริงและนิยามความบิดเบือนแก่สื่อมวลชนโดยรัฐบาล

อย่างที่หลายท่านทราบว่าเมื่อวานนี้มีการแบนสถานีโทรทัศน์และเวบไซต์อีก 36 แห่ง (รวมถึงคนเหมือนกันและประชาไท) โดยฝ่ายรัฐภายใต้ข้อหาว่า "บิดเบือน" ความจริงและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับความมั่นคงภายใต้ พรก.ฉุกเฉิน (ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1270732568&grpid=00&catid=

หากตีความกันแบบตรง ๆ ไม่ต้องอ้อมค้อมแบบที่รัฐต้องการให้เราเข้าใจ เราก็จะเจอได้ว่า People Channel และเวบไซต์ทั้งหลายนั้นนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือน มีแต่เพียงสื่อของรัฐเท่านั้นที่น่าเชื่อถือ การรับข้อมูลจากสื่ออื่นโดยเฉพาะที่โดนปิดไปมีแต่จะทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ๆ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนโปรดฟังจาก ศอฉ.และสื่อของรัฐพูดก็พอเพราะสิ่งที่เราพูดคือความจริงเท่านั้น

ผมพูดจริง ๆ ว่า ศอฉ. ผายลมมาก ๆ การบอกว่าสื่ออื่นบิดเบือนนั้นย่อมเป็นการบอกกลาย ๆ ว่าตนเองเท่านั้นที่ถูกต้อง ว่าแต่ ศอฉ.รู้ได้อย่างไรว่าอะไรคือความจริงแท้แน่

ในโลกปรัชญา ความจริงแท้หรือ Absolute Truth นั้นมีอยู่จริง ทว่ามนุษย์ไม่สามารถเข้าถึงความจริงแท้เหล่านั้นได้เพราะการรับรู้ของแต่ละคนนั้นต่างกันไป อย่างกรณีปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ ก็เกิดจากฐานคิดคนละจุด เหมือนคนใส่แว่นคนละสี จะให้มองเหมือนกันก็คงลำบาก ฝ่ายแดงก็เชื่อจากฐานคิดที่ว่า รัฐบาลประชาธิปัตย์มาจากอำนาจรัฐประหารและมีทหารหนุนหลัง เมื่อเกิดการยุบพรรคพลังประชาชนแบบใช้กฎหมายย้อนหลัง จึงเกิดพรรคเล็กพรรคน้อยแล้วก็ย้ายฟาก ทำให้ที่มาของประชาธิปัตย์ไม่เป็นธรรม ด้านรัฐบาลเองก็บอกว่าตนมาจากระบอบรัฐสภา ส.ส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนได้รวมกันเป็นเสียงส่วนใหญ่โดยมีประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ แล้วจะหาว่าตนผิดหลักการได้อย่างไร

จะเห็นได้ว่าแค่ประเด็นนี้ประเด็นเดียวก็มีความคิดเห็นจากกรอบคิดที่ต่าง ทว่ารัฐบาลกลับพยายามทำตัวเป็น minitrue ในนวนิยายเรื่อง 1984 ของ ออร์เวลล์ ที่สร้างและกำหนดให้เฉพาะความจริงที่ตนเชื่อเป็นความจริงสูงสุด ซึ่งผมไม่เชื่อว่าสำนักข่าวของรัฐบาลเองจะไม่ 'บิดเบือน' และนำเสนอข่าวอย่างถูกต้องร้อยเปอร์เซนต์ เพราะสำนักข่าวของรัฐเองก็ต้องดำเนินการตามอุดมการณ์และนโยบายของรัฐบาล

พูดง่าย ๆ ว่าใส่แว่นสีไหนก็พูดออกมาให้เห็นด้วยสายตาแบบแว่นสีนั้น

ในสมัยรัฐบาลทักษิณได้ชื่อว่ามีการแทรกแซงการทำงานของสื่อบ่อยครั้ง ว่ากันว่าถ้าทักษิณไม่แทรกแซงช่องเก้าให้ปิดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ก็อาจจะไม่เกิดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขึ้นก็ได้ ทว่าตอนนี้เหมือนคติ 'ทีใครทีมัน' อะไรที่เคยด่าเขาไว้ก็ทำเองเสียหมด

คนทุกวันนี้ไม่ได้โง่จนเชื่อแต่ว่ามีแต่สื่อของรัฐเท่านั้นที่เชื่อได้ สื่อกระแสรองทั้งทางเวบไซต์ก็ดี หนังสือพิมพ์ทางเลือกก็ดี ล้วนแล้วแต่นำเสนอข้อมูลที่หลากหลาย (จริงหรือไม่จริงนั้นอีกเรื่อง) คนอ่านฉลาดพอที่จะต่อรองกับข้อมูลและเลือกที่เชื่อได้เอง การปิดเช่นนี้มันเป็นการดูถูกศักยภาพของคนจนเกินไป ประหนึ่งว่าคนแม่งโง่ ดูทีวีช่องอื่นแล้วเชื่อก็โง่จนออกไปประท้วง

แล้วเหตุผลที่ ศอฉ. บอกว่าปิดเพราะมีการยั่วยุและให้ข้อมูลที่ผิดแก่ประชาชน เช่น จะมีการล้อมปราบ ฯลฯ ส่งผลให้เกิดความรุนแรง โธ่! มันมีเครื่องมืออีกเยอะแยะที่ทำให้คนเข้าใจได้ถูกต้องมากกว่าการมาพูด แถลงการณ์แล้วก็ปิดสื่อเขา แล้วเรื่องยั่วยุเสี้ยมให้คนฆ่ากัน ศอฉ.มั่นใจหรือเปล่าว่าสื่อของรัฐไม่มีอะไรทำนองนี้ ถ้าบอกว่าไม่ เรียนเชิญชม T News ทางช่อง 11 แล้วท่านจะพบว่า Neo ยานเกราะ นั้นมันมีจริง

พูดมาทั้งหมด ผมขอสรุปสั้น ๆ ว่าผมรับไม่ได้ที่บอกว่าสื่ออื่นบิดเบือน แม้ว่าตอนนี้ PTV จะกลับมาแล้ว แต่เวบไซต์ต่าง ๆ ยังคงโดนบล็อกอยู่เช่นเดิม แต่รัฐควรรู้ไว้นะครับว่าแม้บล็อกไปแล้ว ประชาชนเองที่คิดต่างจากรัฐเขามีช่องทางอื่นในการสื่อสารกัน (โดยเฉพาะ facebook) โลกของการสื่อสารเขาอยู่ในยุค Negotiated Era มากี่สิบปีไม่รู้แล้ว รัฐไทยยังคงงงและเข้าใจว่าคนไทยต้องใช้แบบ Magic Bullet Theory เท่านั้น

เฮ้อ เศร้าใจ!!!


Create Date : 09 เมษายน 2553
Last Update : 9 เมษายน 2553 10:20:02 น. 5 comments
Counter : 529 Pageviews.

 
ก็เวปเหล่านั้น มันเวปม๊อบ เวปคนเท่ากัน ก็คงไม่ต้องสาธยายน่ะนะ ว่ามีคุณสมบัติยังงัย ส่วนประชาไท นี่แดงจ๋าเลย แดงทั้งบอร์ด ใครสีอื่นเล่นไม่ได้เล่น เข้าไปเล่น จะโดนคนพวกนั้นเล่นซะมากกว่า

ช่วงนี้เขาปราบม๊อป เวปม๊อปก็ต้องถูกบล๊อคเป็นเรื่องธรรมดา

ทีวีพีเพิ้ลแชลนอลน่ะ การที่เขาปิด เขาต้องการหวังผล ทางเกมการเมืองอะไรบางอย่างหรือเปล่า เขาไม่ได้ปิดเพราะถูกปลุกระดมอะไรหรอก เขาปิดเพื่อต้องการสลายการชุมนุม หรือ " ปิดประตูตีแมว " ไปเลย


โดย: BarBoy วันที่: 9 เมษายน 2553 เวลา:11:29:04 น.  

 
ก็ประเทศเราเป็นประเทศประชาธิปไตย การคิดต่างมันก็เรื่องธรรมดานี่ครับ

ไปปิดเวบเขา มันก็เท่ากับว่าไม่ยอมรับการคิดต่าง เดี๋ยวก็เป็น fascism ในวันข้างหน้าแน่


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 9 เมษายน 2553 เวลา:14:24:50 น.  

 
ถูกใจ


โดย: หัวใจสีชมพู วันที่: 9 เมษายน 2553 เวลา:15:03:05 น.  

 
ถ้านักการเมืองลวงโลกอยู่ เขาก็ทำอย่างนี้เหมือนกัน ทั้งใช้ความถี่บี้คลื่น ทั้งหาทางปิดเอเอสทีวี เหมือนกัน เขาทำมาก่อน ทำไมไม่เห็นมีใครพูดเรื่องนี้ สมาคมนักข่าวไปใหน สงสัยเป็นสมาคมนักข่าวแดง


โดย: ปากกาสีน้ำ......เงิน IP: 125.26.143.249 วันที่: 9 เมษายน 2553 เวลา:20:41:58 น.  

 
ผมสงสัยว่าเอเอสทีวีพูดความจริงร้อยเปอร์เซนต์เสมอหรือเปล่า

ความจริงเป็นเรื่องอัตวิสัย ใส่แว่นคนละสีก็เห็นคนละแบบ คงไม่มีสื่อใดที่กล้าพูดว่าตนเองนำเสนอความจริงได้ร้อยเปอร์เซนต์ละกระมัง


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 10 เมษายน 2553 เวลา:20:56:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

I will see U in the next life.
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]

















Friends' blogs
[Add I will see U in the next life.'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.