ขอบคุณทุกคนนะคะ ที่ร่วมพูดคุยแสดงความคิดเห็น ในแต่ละเรื่อง
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2557
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
13 พฤศจิกายน 2557
 
All Blogs
 

เรื่องน่ารู้ "ขับขี่อย่างไรให้ปลอดภัย" (เก็บตกจากการไปต่อใบขับขี่)


จากการที่ฉันไปต่ออายุใบอนุญาตขับขี่รถที่กำลังจะครบกำหนด

เมื่อยื่นเอกสารเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีการทดสอบเกี่ยวกับสายตา

และยังต้องเข้ารับฟังการอบรมเกี่ยวกับการขับขี่ให้ปลอดภัยอีกด้วย

ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะทุกคนได้มีความรู้ความเข้าใจ

ถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในรูปแบบต่างๆ ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

และทำอย่างไรจึงจะลดการเกิดอุบัติเหตุเหล่านั้นได้

ซึ่งฉันเห็นว่าเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์แก่ทุกคน

จึงอยากจะนำมาบอกต่อกันค่ะ


= = >  การขับขี่ยานพาหนะให้มีความปลอดภัย  < = =


หนึ่ง การคาดเดาล่วงหน้าถึงสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุนั้นก็เนื่องมาจากตัวผู้ขับขี่เอง

ที่มักจะขับขี่ด้วยความประมาท ไม่ใส่ใจต่อกฎจราจร

ไม่สนใจป้ายสัญลักษณ์ตามข้างทาง เส้นแบ่งถนน และสัญญาณไฟ


นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งก็คือ

การที่ผู้ขับขี่ไม่มีการคาดสถานการณ์ล่วงหน้าต่ออุบัติเหตุ

ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ซึ่งหลายคนละเลยและไม่ใส่ใจกับสิ่งนี้


เช่น

-กรณีจอดติดไฟแดงที่สี่แยกแล้วเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว

ผู้ขับขี่มักจะออกรถทันที โดยไม่มีการคาดการณ์ว่า

รถที่กำลังวิ่งผ่านสี่แยกขณะสัญญาณไฟได้เปลี่ยนไปแล้วนั้น

ได้แล่นผ่านไปหมดหรือยัง หรือมีรถที่ฝ่าไฟแดงกำลังวิ่งมาหรือไม่

เมื่อไม่ได้คิดล่วงหน้าไว้แล้วรีบออกรถทันที

อาจจะชนกับรถที่ฝ่าไฟแดงมาก็ได้


-กรณีขับรถมาทางตรง แต่ข้างทางด้านซ้ายมีรถจอดบังอยู่

ที่เรียกว่า “จุดบอด” ซึ่งเราจะมองไม่เห็นว่ามีคน หรือสัตว์

วิ่งออกมาหรือไม่ หากไม่มีการคาดไว้ล่วงหน้า

ก็อาจขับชนคนหรือสัตว์ก็ได้


-จุดบอดอีกกรณี คือการขับรถผ่านสี่แยกที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร

แต่ทางด้านซ้ายและด้านขวามีตึกอยู่ตรงมุมซึ่งไม่อาจมองเห็น

ว่ามีรถกำลังขับมาหรือไม่ หากไม่คิดเผื่อถึงสถานการณ์ที่

อาจเกิดขึ้น แล้วรีบผลุนผลันขับผ่านไปอาจเกิดการชนกันได้


-หรือจุดบอดอีกกรณีหนึ่งก็คือ การที่กระจกด้านข้างไม่สามารถ

มองเห็นได้ครอบคลุมเพียงพอว่ามีรถขับตามมาอยู่ด้านข้างๆหรือไม่

เมื่อต้องการจะเลี้ยว แต่รถที่ขับตามมาข้างๆ

ไม่อาจมองเห็นสัญญาณไฟเลี้ยวจึงไม่ทันตั้งตัว

ก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้เช่นกัน


-กรณีรถติดยาวบนถนน แต่มอเตอร์ไซค์ขี่ผ่านตามช่องว่างทางซ้ายมือ

หากผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์คันนั้นไม่ได้คิดล่วงหน้าไว้

แล้วเกิดมีรถยนต์เลี้ยวเปลี่ยนเลนมา

หรือมีมอเตอร์ไซค์อีกคันพุ่งออกมาเพื่อเปลี่ยนเลนเช่นเดียวกัน

ก็อาจเป็นเหตุให้เกิดการชนกันได้


-กรณีวิ่งมาถึงทางโค้งก็ดีหรือทางตรงก็ดี

แล้วเห็นว่ามีรถฝั่งตรงข้ามขับตามกันมาสองคันวิ่งสวนทางมา

โดยไม่คาดคิด รถคันหลังเกิดขับแซงล้ำเลนเข้ามาทางฝั่งของเรา

จึงเกิดการปะทะกันขึ้น


แต่หากประเมินเหตุการณ์ล่วงหน้าแล้วว่า รถคันที่สองอาจแซงขึ้นมา

เราจะสามารถชะลอรถเพื่อให้เขาแซงได้พ้น

หรือเบี่ยงออกข้างทางเพื่อหลบการปะทะได้ทัน


จะเห็นว่าจากกรณีตัวอย่างทั้งหมดที่กล่าวมา

เราสามารถเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ล่วงหน้าได้เสมอ

จากการประเมินสถานการณ์ไว้ก่อน

ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้ขับขี่มักมองข้าม


ดังนั้นในการขับขี่ทุกครั้ง

เราควรคาดการณ์ล่วงหน้าถึงเหตุการณ์ไม่คาดคิด

พึงระวังจุดบอดที่ทำให้มองไม่เห็น เช่น

มีรถหรือมีตึกบังทางแยก มีรถจอดข้างทางแล้วมักจะมีคน

สัตว์หรือวัตถุต่างๆโผล่ออกมาอย่างไม่คาดคิด

เราต้องระมัดระวัง ต้องรอบคอบ

โดยการมองตรงไปข้างหน้าดูระยะให้ไกล

เพื่อประเมินสถานการณ์ในการขับขี่อยู่เสมอ

ควรมองทางข้างหน้าสลับกับการมองกระจกด้านซ้าย

ด้านขวา และกระจกหลังบ่อยๆ เพื่อความปลอดภัย



สอง เว้นระยะห่างให้เพียงพอ

ควรเว้นระยะห่างระหว่างรถข้างหน้าให้เพียงพอต่อการหยุดรถได้ทัน

ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุชนท้าย อย่าขับจี้ท้ายรถคันหน้า

หากมีรถขับจี้ท้ายให้เปลี่ยนเลนหรือให้สัญญาณเพื่อให้แซงไปก่อน

หรือหากจะต้องเบรคเพื่อหยุดรถ ไม่ควรเหยียบเบรคหยุดรถในทันที

ควรแตะเบรคเบาๆ 2-3 ครั้งก่อน เพื่อให้รถคันท้ายเห็นสัญญาณ

และมีเวลาเตรียมพร้อม



สาม สิทธิ์การใช้ทาง

อุบัติเหตุหลายๆครั้ง เกิดจากการที่ผู้ขับขี่ไม่รู้สิทธิ์ในการใช้ทางของตนเอง


ดังนั้น เมื่อถึงทางสี่แยกที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร

-จะต้องให้รถที่อยู่ทางซ้ายมือเป็นผู้ได้ไปก่อน

-หากต้องการเลี้ยวไปทางใดทางหนึ่งในเส้นทางเดียวกัน

จะต้องให้รถทางตรงได้ไปก่อน

-หากมีรถที่อยู่ฝั่งตรงข้ามต้องการเลี้ยวตัดผ่าน ควรยอมให้ไปก่อน

-หากไม่แน่ใจว่าใครควรได้สิทธิ์ในการใช้ทางก่อน

ควรรอและพิจารณาให้ดี อย่าขับออกไปในทันที



สี่ การแก้ไขเมื่อเกิดการปะทะ

ถ้าหากว่าเราขับขี่ด้วยความรอบคอบและระมัดระวังอย่างดีแล้ว

แต่บางครั้งก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุนั้นได้

นั่นก็เพราะมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้คือ ผู้ขับขี่รถคันอื่น

ซึ่งหากเราได้มีการมองระยะไกลและได้ประเมินสถานการณ์

ล่วงหน้าไว้แล้ว เราจะมีเวลาเตรียมตัว


ดังนั้นเมื่อรู้ว่าจะต้องเกิดการปะทะอย่างแน่นอน

เราควรตั้งสติ อย่าเหยียบเบรคทันทีเพราะจะทำให้ล้อล๊อค

จนรถลื่นไถลไป ควรปล่อยคันเร่ง เปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำ

พยายามควบคุมพวงมาลัย แล้วจึงเหยียบเบรค


หากหลีกเลี่ยงการปะทะไม่ได้ให้ใช้ด้านข้างเข้าชนเพื่อลดความเสียหาย

หรือเมื่อเสียหลักออกข้างทางให้เลือกกระแทกกับสิ่งที่อ่อนนุ่ม

เช่น พุ่มไม้แทนการพุ่งชนต้นไม้ใหญ่หรือเสาไฟฟ้า

หากไม่มีวัตถุอ่อนนุ่มเลยก็ให้ใช้ด้านข้างเข้ากระแทกแทนเช่นกัน



ห้า หากตัวผู้ขับขี่อยู่ในสภาวะไม่พร้อมควรงดการขับรถ

สาเหตุจากตัวผู้ขับขี่มีอาการมึนเมาจากแอลกอฮอล์

อาการง่วงนอนจากการเหนื่อยล้า การอดนอนและฤทธิ์จากยาบางชนิด

เมื่อรู้ตัวว่าอยู่ในสภาพที่ไม่เอื้อต่อการขับขี่ได้อย่างปลอดภัย

ไม่ควรฝืนขับรถด้วยตนเอง ควรหาคนขับแทนให้

หรือหยุดพักร่างกายจนกว่าจะพร้อมขับขี่



นี่คือ 5 ข้อที่ทุกคนควรปฏิบัติเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัย

ที่ฉันอยากนำมาบอกต่อค่ะ ข้อมูลทั้งหมดที่นำมาให้อ่านนี้

อาจจะไม่ครบถ้วนและสมบูรณ์ในรายละเอียดทั้งหมด

ต้องขออภัยด้วย เพราะฉันทบทวนจากความจำเอา


สุดท้ายนี้ ขอให้คุณผู้อ่านทุกท่านเป็นผู้ขับขี่อย่างปลอดภัยนะคะ




 

Create Date : 13 พฤศจิกายน 2557
0 comments
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2557 17:12:19 น.
Counter : 478 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


สมาชิกหมายเลข 787444
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 787444's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.