บำบัดโลก(โรค)เครียดด้วยเสียงหัวเราะ
ยิ้มสู้ อาจเป็นคติประจำใจ และคำพูดติดปากของใครหลายคนที่มักจะใช้บอกแก่บุคคลที่รู้จักที่กำลังมีความท้อแท้หรือหมดกำลังใจว่าโลกของเราไม่ได้เลวร้ายไปซะทุกอย่าง ถ้าเราสามารถที่จะมองทุกอย่างในมุมที่ไม่เครียดหรือมองปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่ให้เป็นเรื่องเล็ก โดยปัญหาที่เราจะต้องเจอในชีวิตประจำวันทั่วไป ก็คือสิ่งที่เราจะต้องพบเจออยู่เป็นประจำทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเรียน เรื่องงาน ปัญหารถติดบนท้องถนน ปัญหาเรื่องครอบครัว ซึ่งปัญหาทั้งหมดเหล่านี้เราคงจะปฎิเสธไม่ได้ว่าไม่มีวันไหนที่เราไม่เจอมัน เปรียบได้อีกนัยหนึ่ง ปัญหาก็คือเพื่อนซี้ของเราที่เราจะต้องเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวันและเราก็ไม่สามารถที่จะหนีมันไปไหนได้ ถ้าเป็นแบบนี้เรามาลองหาทางอยู่รวมกับเพื่อนสนิทคนนี้แบบสันติวิธีดีกว่าเพื่อที่ชีวิตจะได้สดชื่นสดใสในทุกๆวัน
ในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและความโกลาหลที่เรากำลังอยู่ในปัจจุบันนี้ ทุกๆย่างก้าวที่เราเดินไปย่อมที่จะมีแต่ความเสี่ยง ซึ่งบางก้าวอาจจะทำให้เราสมหวังแต่บางก้าวที่เราเดินไปอาจจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด แต่ในทุกๆวันเราก็ไม่สามารถที่จะปฎิเสธการที่จะไม่ก้าวเดินไปข้างหน้าได้ และสิ่งที่จะช่วยให้เราสามมารถที่จะก้าวเดินไปไหนทุกๆวันอย่างเข้มแข็งได้ อาจจะเป็นหลายๆองค์ประกอบไม่ว่าจะเป็นคำให้กำลังใจจากครอบครัว คนรัก หรือเพื่อนแต่เราก็ไม่สามารถที่จะปฎิเสธได้เลยว่าเราได้นำเหล่านั้นมาแปรเปลี่ยนเป็นกำลังใจให้ตัวเราก้าวเดินไป แต่ถ้าเกิดในวันหนึ่งที่เราไม่มีใครและจำเป็นที่จะต้องก้าวเดินไปคนเดียวเราจะทำเช่นไร? คำถามนี้อาจจะมีหลายคนที่ตอบไม่ได้ถ้ายังไม่เคยเจอกับสถานการณ์นี้ ซึ่งวิธีการแก้ก็คือการที่เราต้องรู้จักการให้กำลังใจตัวเอง การสร้างความสุขให้ตัวเองเพื่อที่จะได้มีกำลังใจในการที่จะเดินต่อไป ในหลายๆครั้งที่เราอาจจะต้องผิดหวังจากหลายๆสิ่งไม่ว่าจะเป็นการงาน การเรียน การสอบ หรือความรัก ถ้าเกิดเราท้อแท้ เราก็จะจมดิ่งลึกลงไปสู่ก้นเหวที่ดำมืดของความผิดหวังแต่ถ้าเราลองมองว่า ทุกๆสิ่งบนโลก ทุกๆปัญหาบนโลกมีทางแก้ไขและเราต้องพร้อมอยู่เสมอ พร้อมในที่นี้ก็คือการพร้อมในการที่จะเผชิญกับสิ่งใหม่ๆ และต้องเชื่อว่าสิ่งนั้นจะต้องดีกว่า ดังนั้นถ้าเราจะทำให้เรารู้จักคิดในมุมแบบนี้ได้อย่างแรกที่ควรจะเริ่มคือ เราต้องรู้จักยิ้มให้ตัวเอง และหัวเราะให้กับความผิดหวัง เพราะวิธีเหล่านี้คือวิธีที่จะทำให้เราไม่จดจำในสิ่งแย่ๆในอดีตที่ผ่านมา จากผลการวิจัยของแพทย์หลายๆท่าน ได้สรุปออกมาในประเด็นเดียวกันว่า คนชอบที่จะยิ้มให้คนอื่นอย่างมีความสุขและหัวเราะใหนสิ่งดีๆจะมีอายุที่ยืนยาวกว่าคนที่จมอยู่กับความทุกข์ ถึง 30 % ของอายุ มีผลการวิจัยบางผลที่บอกว่าถ้าเรารู้สึกแย่ให้เรามองคนที่แย่กว่าเราไม่ใช่มองเพื่อเหยียดหยามแต่เป็นการมองเพื่อที่เราจะได้รู้สึกว่าในเมื่อเขายังอยู่ได้ และยังสู้ได้แล้วทำไมเราที่ดีกว่าถึงจะอยู่ไม่ได้ ในบางศาสนาที่นับถือพระเจ้าจะถือว่าปัญหาที่เรากำลังพบและประสบอยู่นั้นเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงประทานมาเพื่อทดสอบเราเพื่อให้เราพัฒนา และจากจุดนี้แน่นอนว่าพระเจ้านั้นไม่ได้เกลียดมนุษย์เพราะทุกๆครั้งที่ท่านประทานปัญหามา ท่านจะทรงประทานทางออกและทางแก้มาด้วย เพราะฉะนั้นคนที่นับถือพระเจ้าหรือคนที่รู้จักการควบคุมตนเองให้มีสติอยู่เสมอจะมองว่าปัญหาคื่อสิ่งที่จะทำให้เราพัฒนาขึ้น เพราะแบบนี้เราจึงควรทำตัวเองให้อยู่ในรูปแบบของต้นหลิว(ต้นไม่ชนิดหนึ่งในจีน) ที่รู้จักที่จะปลิวตามลมแต่อยู่ได้อย่างมั่นคงเหมือนกับคนเราที่แม้จะต้องเจอปัญหาอีกสักกี่ครั้งในชีวิตแต่ก็จำเป็นที่จะต้องยืนขึ้นสู้ให้ได้ โดยสิ่งแรกที่เราจะใช้ในการแก้และสู้กับปัญหาก็คือการยิ้ม ซึ่งการยิ้มนั้นจะเป็นสิ่งที่เป็นเกราะปัองกันเราจากโรคเครียดได้ดีที่สุดปัจจุบันต้นเหตุที่ทำให้คนเป็นมะเร็งในสมองและต้องกลายเป็นอัมพาตมากที่สุดก็คือโรคเครียดซึ่งสมารถเป็รได้ง่ายยิ่งกว่าโรค HIV และสิ่งที่จะป้องกันไม่ให้เราต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านี้ได้ไม่ใช่ยาหรือการผ่าตัด แต่เป็นการยิ้มสู้กับมันเพาระถ้าเราไม่รู้จักป้องกันตนเองก่อน ต่อให้เป็นยาดีจากหมอเทวดาชั้นใหนก็คงช่วยเราไม่ได้
ชีวิตยังไม่สิ้น ก็ต้องดิ้นรนกันต่อไป คงจะไม่ใช่คำพูดที่เกินเลยไปนักสำหรับชีวิตของคนเราในปัจจุบันเพราะคงไม่มีเวลาหรือจุดนั่งพักให้สำหรับคนที่ท้อแท้ได้นั่งกันอย่างสบายใจกันมากนัก ดังนั้นเราจึงต้องรู้จักรีบที่จะก้าวลุกและเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เพื่อที่เราจะได้เดินไปในเขาวงกตของชีวิตและพบเจอกับสิ่งที่รอเราอยู่ข้างหน้าก่อนคนอื่น เราต้องไม่กลัวที่จะก้าวไปข้างหน้าถ้าเหนื่อยก็พัก แต่อย่าถอยเราต้องพักให้หายเหนื่อยพอหายเหนื่อยแล้วเราจะได้มีแรงก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อสู้กับชีวิตกันต่อไปหวังว่าบทความนี้ จะเป็นบทความที่มีประโยชน์ให้กับผู้ที่กำลังประสบปัญหาและความทุกข์ในชีวิตประจำวันได้นำรอยยิ้มซึ่งเป็นอาวุธติดตัวมนุษย์ทุกคนมาใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันกันต่อไป



Create Date : 01 กรกฎาคม 2551
Last Update : 1 กรกฎาคม 2551 18:20:16 น.
Counter : 147 Pageviews.

2 comments
  
ขอบคุนมากๆคับดีจิงๆๆตอนนี้เรากำลังเครียดมากๆๆ
โดย: kp IP: 202.149.25.225 วันที่: 1 กรกฎาคม 2551 เวลา:22:40:06 น.
  
จัยเยนน้ะค้ ะ
สู้สู้ค้ า

:)))'
โดย: MIINK.Z IP: 125.24.44.90 วันที่: 2 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:51:14 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

arnas1113
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ทำวันนี้ทำตัวเองทำเพื่อคนที่รักเราให้ดีที่สุด
Group Blog
กรกฏาคม 2551

 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31