ท่านทั้งหลายจงดูดาบสผู้มีตบะอันรุ่งเรืองนี้
ดาบสนี้กระทำความปรารถนายิ่งใหญ่เพื่อความเป็นพระพุทธเจ้า
ความปรารถนาของเขาจักสำเร็จ ในที่สุดแห่งสี่อสงไขยกับเศษแสนกัปนับแต่นี้

... บล็อคง่ายๆ ของนายอังคาร ...

Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
27 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
กัปปิยัง

กลับมาทักทายกันหลังจากหายหน้าหายตาไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อนเพราะมีคิวเชิญคู่ค้าชาวพม่ามาเซ็นต์สัญญาและพาเที่ยวเมืองไทย 3 ใน 4 คนของคณะนี้เป็นมุสลิมแท้ที่ต้องทานอาหารฮาราล มื้อเช้ากับกลางวันพอกล้อมแกล้มไปได้ แต่อาหารเย็นมื้อใหญ่ของแต่ละวันทำเอางอมพระรามเพราะต้องคิดแล้วคิดอีกว่าทานได้หรือไม่ได้ คืนแรกพาไปล่องเรือที่โรงแรมรอยัลซิตี้ ทานอาหารปิ้งๆ เผาๆ กันบนเรือ วันที่สองฝ่ารถติดไปทานที่ซีฟู้ดมาร์เก็ตสุขุมวิท 24 คืนที่สามฝ่ารถติดไปทานอาหารมุสลิมที่ซอยนานา ใช้เวลาเดินทางจากโรสการ์เด้นที่สามพรานไปร้านอาหารวันละ 2 ชั่วโมงกว่า กว่าจะได้นอนก็เลยเที่ยงคืนทุกวัน นอนพักได้วันเดียววันอาทิตย์ก็ต้องตีรถไปส่งคนหนึ่งที่แม่สอด เฮ้อ.. งอมจริงๆ

กลับมาจากแม่สอด เมื่อวานก็รีบแวะไปถวายจังหันเช้าที่วัดป่ามณีกาญจน์และถือโอกาสคุยกับพระอาจารย์เรื่องสร้างพระประธานถวายวัดด้วย วันนี้เลยเอาเรื่องการถวายจังหันมาเล่าต่อครับ เป็นขั้นตอนพิเศษที่เรียกว่า กัปปิยัง




หลังจากพอจะรู้แล้วว่าอาหารอะไรเราสามารถนำไปถวายจังหันได้ ก็เข้าครัวปรุงกันให้สุดฝีมือ ชาวพุทธเราเวลาทำบุญกันทีต้องทำกันให้สุดๆ ทำกันด้วยของดี ไม่ว่าจะยากดีมีจนแค่ไหนเวลาทำอาหารถวายพระย่อมต้องเป็นของดีที่สุดอยู่แล้ว ผมเจอบางคนพยายามชี้ชวนให้ทานอาหารของเขาในโรงทาน พอชมว่าอร่อยเขาก็บอกว่าเขาไม่ได้ทำเองหรอก เขาทำกับข้าวไม่เป็นเลยลงทุนไปซื้อแล้วหอบหิ้วมาถวายพระ แบบนี้มีเยอะ
เมื่อเราหอบหิ้วอาหารไปถึงวัดแล้วก็ต้องเตรียมตัวกันอีกหน่อย ผมจะเล่าให้ฟังโดยอ้างอิงจากวัดป่ามณีกาญจน์เป็นเกณฑ์ก็แล้วกัน วัดป่าอื่นๆ ก็เป็นทำนองเดียวกันนี้

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าพระวัดป่าท่านฉันวันละมื้อเดียวนะครับ และฉันในบาตรด้วย ผมเคยเจอบางคนหิ้วอาหารไปถึงวัดตอนสิบโมงเช้าบอกว่าจะมาถวายเพล ก็ต้องบอกให้ไปถวายวัดอื่น เพราะพระวัดป่าท่านฉันเช้ามื้อเดียวเท่านั้น เวลาไปถึงวัดที่พอเหมาะพอดีก็ประมาณเจ็ดโมงเช้าถึงแปดโมงครึ่งจะกำลังดี ถ้าช้ากว่านี้บางวันก็ทันบางวันก็ไม่ทัน

ข้าวสวย ให้เอาไปใส่บาตรด้านหน้าได้เลย พระท่านจะเอาบาตรมาตั้งเรียงๆ กันไว้ให้ญาติโยมได้ใส่บาตรกัน ใครไม่มีข้าวสวยไปก็ไม่เป็นไร คนอยู่วัดพวกแม่ขาวแม่ชีเขาจะเอาข้าวสารที่มีคนมาถวายสังฆทานไว้ออกมาหุงให้ญาติโยมมาตักบาตรกันได้ บางวันคนเยอะมากพักเดียวบาตรเต็มจะทำอย่างไร ไม่ต้องห่วงครับ จะมีพวกรู้งานคอยถ่ายบาตร คือเทข้าวออกให้พร่องให้ญาติโยมคนหลังๆ ได้ใส่บาตรกันต่อ
การใส่บาตรนี้บางคนก็เอาไข่ต้มใส่ลงไปด้วย บางคนก็ใส่ข้าวเหนียว บางคนก็ใส่นมกล่อง ยาคูลท์ อะไรพวกนี้ ขอบอกว่าอย่าใส่เลย สุดท้ายพระท่านจะเทข้าวออกเหลือก้นบาตรแค่พอฉัน ของอื่นที่ใส่ลงไปก็จะถูกเทออกเหมือนกัน ท่านไม่ได้ฉันครับ ถ้าจะถวายก็เอาไปใส่จานต่างหากดีกว่า

ต่อมาก็เป็นกับข้าว ก็ใส่จานหรือชามตามปกติ ไม่จำเป็นต้องเอาจานชามไปจากบ้านครับ ไปหาเอาที่วัด ของพวกนี้ไปปนกันแล้วเดี๋ยวจะหาไม่เจอ บางคนทำแกงไปเป็นหม้อๆ ก็ยกไปประเคนกันทั้งหม้อ ถ้าน้อยก็ใส่จานชาม ถ้ามากอีกนิดก็ใส่ถาด มีถาดเล็กถาดใหญ่ให้เลือกตามความเหมาะสม จัดเรียงให้สวยงาม พวกไก่ย่างเป็ดย่างพยายามสับให้เป็นชิ้นพอคำ อย่าชิ้นใหญ่มาก ชิ้นใหญ่ๆ พระไม่ฉันครับเพราะในพระวินัยมีข้อกำหนดเรื่องการฉันเยอะ ห้ามฉันจั๊บๆ ห้ามฉันจุ๊บๆ ห้ามกัดห้ามแทะ ของออกจากปากแล้วห้ามเอาเข้าปากอีก พระท่านจึงไม่สามารถยกน่องไก่ชิ้นโตๆ เข้าปากเหมือนญาติโยมไปนั่งกินที่ร้าน KFC ได้ บางคนที่เคยเจอว่าน่องไก่ของเราทอดเสียเหลืองอร่าม ชิ้นโตหอมฉุย ทำไมเหลือกลับลงมาทั้งถาด ก็เพราะพระท่านเห็นแล้วไม่รู้จะฉันยังไงครับ

ผลไม้ก็ล้างให้สะอาด อะไรต้องปลอกเปลือกก็ปอกเสีย พระท่านไม่ยกสาลี่หรือแอปเปิ้ลใส่ปากแทะเหมือนฆราวาสครับ ต้องปอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ อันไหนมีเม็ดก็พยายามเอาเมล็ดออก

คราวนี้ก็ยกไปประเคนท่านได้ครับ
การประเคนก็เหมือนวัดทั่วไป ยกให้สูงขึ้นจากพื้นพอให้แมวรอดได้ให้ท่านรับกับมือ แต่ถ้าเราเป็นผู้หญิงท่านรับด้วยมือไม่ได้ ต้องวางบนผ้าหรือของที่เนื่องจากมือท่านแทนนะครับ
นี่เป็นข้อสังเกตว่าบุรุษก็ห้ามรับส่งสิ่งของโดยตรงกับพวกผู้หญิงที่ไปบวชพราหมณีด้วย เพราะพวกนี้รักษาศีลแปดครับ อาการแบบนี้เรียกว่าส่งของแบบต่อมือ ทำไม่ได้

อาหารที่สุกแล้วไม่มีปัญหา ยกประเคนพระท่านได้เลย แต่อาหารไม่สุกพวกพืชผักหรือผลไม้ ตอนประเคนท่านบางทีจะได้ยินท่านพูดว่า กัปปิยังกะโรหิ เสียงหินี่ออกเป็นฮินะครับ นี่แหละที่มาที่เล่าขานกันว่าญาติโยมบางคนถึงกับวิ่งเข้าครัวไปหากะปิ เพราะคิดว่าผลไม้เปรี้ยวพระท่านเลยถามหากะปิ จริงๆ ไม่ใช่นะครับ
ที่พระท่านถามเพราะท่านดูแล้วว่าพืชผักหรือผลไม้นั้นมันงอกได้ ท่านก็จะฉันไม่ได้ครับ พวกยอดผักกระเฉดหรือยอดผักบุ้ง พวกนี้ทิ้งลงดินก็งอกได้ หรือมะเขือพวงมะเขือเปราะที่ใช้จิ้มน้ำพริกถ้าแก่ๆ เมล็ดข้างในมันงอกได้ อาหารแบบนี้เรียกว่า พีชคาม พระท่านฉันไม่ได้ ต้องจัดการทำให้สมควรก่อน ที่ท่านพูดว่า กัปปิยังกะโรหิ นั้นแปลว่า อาหารนี้ทำให้สมควรหรือยัง เราก็จัดการทำให้สมควรแก่ท่าน แล้วตอบท่านว่า กัปปิยังภันเต

ปัญหาคือทำยังไงล่ะจึงจะสมควร

ถ้าเป็นผักก็หยิบมาสักชิ้นหนึ่งเอามีดฝานหรือถ้าไม่มีก็เอาเล็บเรานี่แหละจิกหรือฉีกเสียแล้วบอกท่านว่า กัปปิยังภันเต แปลว่าสมควรแล้วครับ เวลาจะจกจะจิกก็ให้ผักชิ้นนั้นสัมผัสกับชิ้นอื่นด้วย จะได้เหมือนเราจัดการสำเร็จเรียบร้อยทั้งถาดแล้ว

ถ้าเป็นผลไม้ก็ทำนองเดียวกัน อย่างเช่นส้มเขียวหวานก็จัดการจิกหัวเสียหน่อยหนึ่ง บอกท่านว่ากัปปิยังภันเต
บางทีพระบางรูปท่านก็สังเกตครับว่าญาติโยมที่ถวายเป็นคนใหม่หรือเปล่า ถ้าเป็นหน้าใหม่ท่านก็รับประเคน แต่จะเรียกเณรหรือผ้าขาว หรือญาติโยมแถวนั้นให้เข้ามาช่วยกัปปิยังอีกที ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้บุญครับ บุญเกิดที่มหากุศลจิต ไม่ได้เกิดที่การประเคนของให้พระสักหน่อย

พูดถึงพีชคาม มีศัพท์อีกตัวหนึ่งเรียกว่า ภูตคาม หมายถึง ต้นไม้ใบหญ้าและพืชที่มีรากอยู่ติดกับดิน พวกนี้ภิกษุไปเด็ดไปถอนไปถากไปถางไม่ได้เหมือนกัน อาบัติปาจิตตีย์ จริงๆ ดั้งเดิมไม่มีพระวินัยข้อนี้ พระท่านจะติดจะถอนพืชอย่างไรก็ได้เพราะพืชไม่ได้มีชีวิต ไม่ได้เรียกว่าสรรพสัตว์ ฆ่าพืชจึงไม่บาป แต่ในครั้งพุทธกาลนั้นมีบางพื้นที่ถือว่าพืชมีชีวิต ชาวบ้านติเตียนว่าสมณะศากยบุตรทำไมจึงฆ่าสิ่งมีชีวิต พระพุทธองค์จึงทรงบัญญัติสิกขาบทห้ามพรากของเขียวขึ้นมา นับแต่นั้นมาพระภิกษุเลยจะตัด เด็ด ถอน ดึง ต้นไม้ใบหญ้าแบบนี้ไม่ได้
แล้วถ้าจะตัดไม้หรือดายหญ้ารกๆ ล่ะ จะทำอย่างไร
ก็ต้องให้ญาติโยมหรือเณรทำแทนครับ เพราะเณรรักษาแค่ศีล ๑๐ ไม่ได้รักษาศีลข้อนี้แบบเดียวกับพระ แต่พระท่านจะสั่งให้ทำตรงๆ ก็ไม่ได้ อาบัติอีก จึงต้องเลี่ยงไปใช้คำพูดที่ว่า ให้พิจารณา ก็เลยมีเรื่องตลกเกิดขึ้นอีก
ครั้งหนึ่งพระวัดป่าก็พาเณรที่บวชภาคฤดูร้อนไปดงหญ้าใกล้สระน้ำ หมายใจจะให้เณรตัดหญ้ารกๆ บริเวณนั้นออก ไปถึงก็บอกว่า เณรพิจารณาหญ้าตรงนี้นะ เณรน้อยรับคำสั่งแล้วก็ยืนพิจารณาหญ้าตรงนั้นกันเป็นทิวแถว ไม่มีใครดายหญ้าหรือถอนหญ้าตรงนั้นสักรูปเดียว ..





Create Date : 27 มกราคม 2553
Last Update : 27 มกราคม 2553 11:03:14 น. 6 comments
Counter : 1087 Pageviews.

 
ให้อาหารชื่อว่าให้กำลังค่ะ
เหนื่อยแต่ก็เต็มใจใช่ป่าวคะ

อนุโมทนากับข้อมูลการถวายจังหันค่ะ
วัดป่ามณีกาญจน์ น่าสนใจนะคะเท่าที่อ่านมา

ใกล้เที่ยงแล้วขอไปพิจารณาอาหารก่อนนะคะ
มีความสุขกับวันดีดีอีกวันค่ะ


โดย: พ่อระนาด วันที่: 27 มกราคม 2553 เวลา:11:36:20 น.  

 
เคยเห็นที่หนองคาย เขาก็มีอาหารรวมที่ถาด แล้วส่งต่อรอบเดียวค่ะ

ทางจากแม่สอดไปแม่ระมาดไปแม่สะเรียงน่ากลัวถูกปล้นไหมคะ เห็นเพื่อนว่าเขาเอาแพมารอเอารถข้ามไปเลยค่ะ



โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 27 มกราคม 2553 เวลา:12:17:09 น.  

 
เรื่อง บุญคุณเอเลี่ยน
เล่าตามเห็นนะค่ะ ไม่ได้คิดจะให้ งมงายนะค่ะ

เจออย่างไร เล่าอย่างนั่น


โดย: อร (Aorn_N ) วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:8:55:42 น.  

 
ใช่ครับ วันนี้ไปวัดมา แล้วประเคนของเสร็จ พระเห็นหน้าใหม่ เลยถามว่า กะปิ เป็นไหม (ได้ยินเช่นนี้ จริงๆ ) ก้เลยบอกว่าไม่เป้น พระก็เลยให้โยมอีกคนมาทำให้ วันนี้ เล ย เข้ามาหาข้อมูล ขอบคุณท่านที่ให้ข้อมูล เป็นอย่าางสูง


โดย: หนุ่ม IP: 125.26.178.40 วันที่: 5 สิงหาคม 2554 เวลา:19:51:21 น.  

 
เคยหน้าแตก เรื่องกัปปิยัง เหมือนกัน ช่วงแรก ๆ ที่ไปวัดป่า แล้วต้องถวายอาหาร มีโยมนำผักบางชนิดมาถวายพร้อมน้ำพริก หลวงพ่อถามว่า กัปปิยัง เป็นมั้ย .....นึกว่าหลวงพ่อถามถึงกะปิ ซะอีก


โดย: จอย IP: 118.174.108.99 วันที่: 14 มกราคม 2556 เวลา:19:33:11 น.  

 
เคยเจอเหมือนกัน พระเห็นหน้าแปลกๆ ไปประเคนอาหารก็พูดไม่เป็น ก่อนนี้ก็เคยไปวัดบ้านก็ไม่เห็นพูดกัน กลายเป็นเรื่องตลกเลย จึงเข้ามาหาข้อมูล ขอบคุณที่ให้ความกระจ่าง


โดย: pookun IP: 1.4.196.163 วันที่: 23 กรกฎาคม 2556 เวลา:3:53:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Siri_waT_bkk
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




บางครั้ง เธอเข้าใจไหม
ว่าทำไม จิตใจต้องเพ้อฝัน
ฝันมีสุขร่วมกัน ฝันมีส่วนผูกพัน
สิ่งเหล่านั้น ฉันเองเข้าใจ

   ความหมาย คงคลี่คลายโดยง่ายดาย
   หากได้ระบาย ออกมาให้เธอฟัง
   ก็เพราะเธอเป็นต้นเหตุ ก็เพราะเธอนั้นพิเศษ
   เกินกว่าฉัน จะควบคุมใจ

ยามใดเธอมีทุกข์ อยากหยุดโลกกลับไปช่วยเธอ
ใจมันคอยเสนอ ไม่เคยคิดห่วงใคร
ต่อให้ไกลจะไกลแค่ไหน ก็จะไปยกหัวใจให้
เพียงแต่ตอบรับ หากเธอยอมรับ กับฉัน

   ว่าเธอนั้น มันก็เป็นเหมือนกัน
   ส่วนฉันยืนยัน ประกันได้เลยเธอ
   ไม่ใช่เรื่องหนักใจ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่
   เพียงแค่สามคำ ฉันรักเธอ...

   
    [เพลงจาก http://www.fileden.com]


[ stat since Sep24, 2009 ]
   
Free counter and web stats
Friends' blogs
[Add Siri_waT_bkk's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.