ท่านทั้งหลายจงดูดาบสผู้มีตบะอันรุ่งเรืองนี้
ดาบสนี้กระทำความปรารถนายิ่งใหญ่เพื่อความเป็นพระพุทธเจ้า
ความปรารถนาของเขาจักสำเร็จ ในที่สุดแห่งสี่อสงไขยกับเศษแสนกัปนับแต่นี้

... บล็อคง่ายๆ ของนายอังคาร ...

Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
8 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
หลวงพี่ครับ

คืนวันส่งท้ายปีเก่าไปสวดมนต์ทำวัตรเย็นที่วัดป่ามณีกาญจน์ เริ่มตั้งแต่ทุ่มครึ่ง จบเอาสี่ทุ่มครึ่ง มีสาวๆ นุ่งขาวห่มขาวไปบวชชีพราหมณ์กันร้อยคนเศษๆ ส่วนผู้ชาย... สงสัยจะพิศมัยนรกมากกว่าสวรรค์ ผู้ชายจึงมีแค่ราว ๕ คน กับเด็กอีก ๕ คนเท่าๆ กัน ปกติทุกปีจะถือเนชสัชชิกกันข้ามปี โดยมีพระเถระจากภาคอีสานมาเทศน์และช่วยแก้ปัญหาการภาวนาให้ญาติโยม แต่ปีนี้หลวงปู่สาครท่านไปสร้างวัดป่าแห่งใหม่ที่เขาใหญ่ ก็เลยไม่มีใครเชิญพระเถระมา

ภาพบนศาลาคืนส่งท้ายปีเก่าครับ ช่วงประมาณทุ่มตรงก่อนเริ่มทำวัตรเย็น เป็นผู้ชายขายหน้าจริงๆ แต่ก่อนผู้หญิงผู้ชายฝ่ายละครึ่ง ตอนนี้โดนผู้หญิงยึดศาลาเสียแล้ว ขาประจำตามไปอุปัฏฐากหลวงปู่ที่เขาใหญ่กันเสียหมด



รุ่งขึ้นวันขึ้นปีใหม่ไปถวายจังหันเช้า วันนี้พิเศษตรงที่พระอาจารย์อำนวยเจ้าอาวาสพาภิกษุลูกวัดเดินบิณฑบาตนอกศาลาด้วย ปกติก็มีบิณฑบาตนอกวัดอยู่แล้ว แต่สำหรับในศาลาจะมีการตั้งบาตรให้ญาติโยมที่มาไกลได้มาตักบาตรกันในศาลา เทศกาลทีจึงจะเดินรับบาตรเสียที
หลังจากพระฉันจังหันเสร็จเรียบร้อย ผมได้ไปรอนมัสการพระอาจารย์กฤษณ์ในห้องใต้ศาลา เพราะหลังออกพรรษาท่านได้ออกธุดงค์เข้าทุ่งใหญ่นเรศวร และธุดงค์ลัดตัดตรงไปกราบหลวงปู่สาครที่เขาใหญ่ ก่อนจะกลับมาวัดป่ามณีกาญจน์ เมื่อพบท่านแล้วได้กราบนมัสการถามท่านว่า
"อาจารย์กฤษณ์กลับมาหลายวันหรือยังครับ"

อาจารย์ท่านยิ้มบอกว่า เรียกอาจารย์เลยหรือ?
ตอบท่านว่าครับ สมควรอยู่

ดูเหมือนว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องเป็นราวอะไร แต่ก็เป็นเรื่องครับ ผมจะเล่าให้ฟังยาวๆ เรื่องการเรียกพระแบบต่างๆ

เมื่อเราเข้าวัดแน่นอนว่าต้องได้พบกับพระภิกษุ เว้นแต่จะเข้าวัดพระแก้วที่ไม่มีภิกษุจำพรรษาหรือวัดร้าง แต่ถ้าเป็นวัดทั่วไปเราต้องได้พบกับพระภิกษุแน่
ตามธรรมเนียมเมื่อพบพระภิกษุ จะสวัสดีท่านก็ต้องใช้ศัพท์ว่า นมัสการ ผู้ชายลงท้ายด้วย ครับ ผู้หญิงลงท้ายด้วย ค่ะ สำหรับวัดป่าส่วนใหญ่ผู้หญิงจะใช้คำว่า เจ้าค่ะ โดยเฉพาะกับพระเถระ
คำว่าพระเถระนี่ในสมัยพุทธกาลจะใช้เฉพาะกับพระอรหันต์เท่านั้น แม้เป็นสามเณรถ้าสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้วก็เรียกว่าพระเถระทันที เช่น เรวตะสามเณรก็เรียกว่าพระเรวตะเถระ ทัพพสามเณรก็เรียกว่าพระทัพพเถระ บัณฑิตสามเณรก็เรียกว่าพระบัณฑิตเถระ เป็นต้น แต่สมัยปัจจุบันเราใช้เรียกพระที่มีอาวุโสมากๆ เป็นที่นับถือ โดยเฉพาะหลวงปู่หลวงตาในสายวัดป่า
ครั้งหนึ่งเมื่อหลวงปู่บุญมาจากสกลนครท่านมาเทศน์ ท่านถามโยมผู้หญิงคนหนึ่งว่าภาวนาเป็นอย่างไร โยมผู้หญิงตอบว่าเพิ่งจะเริ่มค่ะ หลวงปู่บุญมาท่านก็ดุเอา ท่านไม่ได้ดุเรื่องที่ทำไมเพิ่งจะเริ่ม แต่ท่านดูเรื่องคำลงท้าย ท่านดุว่า เจ้าค่ะ ต้องพูดเจ้าค่ะจึงจะเรียบร้อย จึงควรรู้ธรรมเนียมนี้เมื่อต้องพูดกับพระเถระ
ส่วนถ้าใครไม่ใช่ทั้งหญิงและชาย หรือตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเป็นเพศไหนดี ก็คงเลือกเอาตามสะดวกแล้วกันว่าจะไปทางครับหรือค่ะ การพูดนี้แม้ทางโทรศัพท์ก็ใช้คำเหล่านี้เหมือนกัน (แต่แปลกครับ ผมเข้าวัดมาหลายปีไม่เคยเจอคนที่สับสนเพศเข้าวัดกันเลยครับ)

ส่วนสรรพนามแทนตัวเราเองเมื่อพูดกับพระ ก็ใช้คำว่า ผม ส่วนผู้หญิงนี่ใช้ได้หลากหลาย บางคนใช้ว่า ดิฉัน บางคนก็ หนู บางคนก็ใช้ชื่อแทนตัวเอง จะเป็น ปู เป้ ปิ๊ก นิก หน่อย ก็ว่ากันไป หรือบางคนเรียกตัวเองแทนพระท่านไปเลยว่า โยม
ก็เพราะค่อนข้างวุ่นวายแบบนี้บางคนจึงไม่กล้าเข้าวัดเพราะไม่รู้ว่าจะพูดกับพระอย่างไรจึงจะถูกนี่แหละ

เมื่อเรานมัสการท่าน ท่านก็จะตอบรับด้วยคำว่า เจริญพร เวลาสนทนากันพระท่านจะแทนตัวเองว่า อาตมา หลวงปู่ หลวงตา บางทีก็ใช้คำว่าเรา มีหลวงพ่อคูณรูปเดียวมั้งที่เรียกตัวท่านเองว่า กู ส่วนตัวเราท่านจะเรียกเราว่า โยม หรือถ้าเป็นผู้หญิงก็อาจจะเรียกว่า สีกา

วัดทั่วไปเราจะเรียกภิกษุว่า หลวงพี่ หลวงพ่อ หลวงปู่ หลวงตา ถ้าเป็นญาติกันก็อาจเรียกตามศักดิ์เดิม เช่น หลวงน้า หลวงอา หลวงลุง แต่ถ้าเห็นว่าท่านเป็นพระหนุ่มมากๆ ก็อาจจะเรียกว่า ท่าน หรือถ้าดูเป็นพระมีความรู้ก็อาจเรียกว่า อาจารย์ จะเรียกว่าอะไรก็ตามสะดวกแล้วกัน ไม่ต้องมีพิธีรีตรองอะไรมากมายนัก แต่ถ้าจะเรียกหลวงป๋านี่เห็นจะมีอยู่รูปเดียว คือ พระอาจารย์เสริมชัย เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ซึ่งไม่รู้ที่มาเหมือนกันว่าทำไมจึงเรียกว่าหลวงป๋า
คำเรียกพระวัดในเมืองไม่ยากครับ แต่ถ้าเป็นวัดป่าความยุ่งยากจะเริ่มบังเกิด..

ก่อนจะไปวัดป่า ผมพาไปเยี่ยมวัดภาคเหนือก่อนครับ
วัดภาคเหนือมีคำเรียกหาพระภิกษุที่ไม่เหมือนใคร เคยได้ยินคำว่า ตุ๊ ไหมครับ คำนี้แหละคือคำเรียกพระ บางทีก็เรียกว่า ตุ๊เจ้า หมายถึงตุ๊ที่มีเชื้อเจ้า จะเชื้อเจ้านครเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน หรือเจ้าวงศ์ไหนก็เรียกตุ๊เจ้าเหมือนๆ กัน
พระเหนือบางรูปที่สูงวัย มีผู้คนนับถือมาก จะเรียกว่า ครูบา หรือ ครูบาเจ้า เช่น ครูบาเทือง วัดบ้านเด่น ครูบาบุญชุ่ม หรือครูบาเจ้าศรีวิชัย เป็นต้น
สรุปว่าคำว่า ครูบา ของชาวเหนือ หมายถึงพระที่มีพรรษามาก หรือพระที่มีคนเคารพนับถือมาก

ส่วนวัดป่าซึ่งตั้งต้นมาจากทางภาคอีสาน การเรียกขานพระก็อิงศัพท์จากทางภาคอีสาน การเรียกหาพระในวัดป่าที่อยู่ในภาคกลางจึงแปลกสำหรับคนภาคกลางทั่วไป นี่เป็นเหตุให้ผมเข้าวัดป่าครั้งแรกก็แจ๊คพ็อตแจกเลย
ผมเข้าวัดป่ามณีกาญจน์ครั้งแรกเมื่อ ๔ ปีก่อน หลังจากตะรอนๆ ตามวัดบ้านมาหลายปี พระป่ารูปแรกที่ได้พบก็คือพระอาจารย์กฤษณ์ที่กล่าวถึงในตอนต้น ท่านกำลังกวาดศาลาอยู่ ดูไม่ออกว่าท่านเป็นพระหรือเณรเพราะท่านยังหนุ่มมาก ผมจึงเรียกท่านว่า หลวงพี่ จนาภายหลังจึงรู้ว่าเรียกแบบนี้ไม่ถูก ผมต้องเรียกท่านว่า ครูบา

ตรงนี้เริ่มจะขัดกับธรรมเนียมทางภาคเหนือแล้วครับ ภาคเหนือเรียกพระเถระว่าครูบา แต่วัดป่าเรียกพระบวชใหม่ไม่ถึง ๑๐ พรรษาว่าครูบา ถ้าบวชจนผ่านพรรษาที่สิบ จะเรียกว่า อาจารย์ นี่เป็นเหตุให้ผมเรียกพระอาจารย์กฤษณ์ว่า อาจารย์ เพราะท่านเพิ่งผ่านพรรษาที่ ๑๐ มาเมื่อออกพรรษาปีก่อนนี่เอง
คำเรียกว่า ครูบา กับ อาจารย์ นี้มีความหมายนะครับ สายพระป่านี่ถือว่าพระที่ยังเป็นครูบายังต้องอยู่ในความดูแลของครูบาอาจารย์ จะไปไหนมาไหนต้องกราบเรียนครูบาอาจารย์ให้ทราบทุกครั้ง ครูบาอาจารย์สั่งให้ทำอะไรต้องทำ จะแอบไปจำพรรษาหรือไปเดินธุดงค์ที่ไหนโดยที่ครูบาอาจารย์ไม่อนุญาตไม่ได้เด็ดขาด พระป่าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนถ้าครูบาอาจารย์สั่งคำเดียวว่าให้มาหาก็ต้องมา บอกให้ไปก็ต้องไป ไม่มีการขัดขืนกันเด็ดขาด จวบจนได้เป็นอาจารย์แล้วนั่นแหละจึงเริ่มจะทำตามใจตัวเองได้ แต่ความเคารพในอาจารย์ก็ยังมีอยู่ล้นเปี่ยม ถ้าได้เห็นเวลาพระวัดป่าท่านได้พบกันจะรู้ซึ้งว่าท่านเคารพกันเพียงไหน

ถัดจากอาจารย์ก็ขึ้นชั้นเป็นหลวงปู่ สมัยก่อนต้องระดับอายุ 70 ปีขึ้นไปจึงจะเรียกว่าหลวงปู่ แต่เดี๋ยวนี้ 60 ปีก็เรียกหลวงปู่กันแล้วเพราะเดี๋ยวนี้มนุษย์เราอายุขัยน้อยลง ถ้าไม่รีบเรียกหลวงปู่เสียไวๆ จะมีโอกาสได้เรียกท่านน้อยลง หลวงปู่รูปไหนเป็นที่เคารพนับถือมากก็จะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ครูบาอาจารย์ หรือครูอาจารย์ สูงสุดคือ พ่อแม่ครูอาจารย์ อย่างเช่น หลวงตามหาบัว เป็นต้น ลูกศิษย์ลูกหาจะเรียกท่านว่า พ่อแม่ครูอาจารย์

อ้าว พอพูดถึงหลวงตามหาบัว ทำไมเป็นหลวงตาล่ะ ทำไมไม่เป็นหลวงปู่
เป็นธรรมเนียมของพระป่าอีกนั่นแหละว่าพระที่จะเป็นหลวงปู่นั้นต้องไม่เคยมีครอบครัวทางโลกมาก่อน แต่หากก่อนบวชเคยมีบุตร มีภรรยา บวชแล้วจะไม่มีโอกาสเป็นหลวงปู่ เป็นได้แค่หลวงตาครับ

ส่วนหลวงตามหาบัวผมว่าท่านไม่เข้าหลักเกณฑ์นี้นะ ตามประวัติท่านบวชตั้งแต่อายุ ๒๐ ปี ยังไม่มีครอบครัวแน่นอน แต่ทำไมจึงเรียกท่านว่าหลวงตาก็ไม่รู้

คำเรียกหาภิกษุในวัดป่าก็ไม่หนีไปจากนี้หรอกครับ ถ้าเป็นภาคอีสานแท้ๆ เขาจะแบ่งชั้นวรรณะมากกว่านี้ แต่เอาเป็นว่าแค่นี้ก็พอเข้าวัดป่าได้แล้ว
ถ้ามีโอกาสเข้าวัดป่า อย่าเผลอเรียกพระหนุ่มๆ ว่าหลวงพี่แบบผมนะครับ เชยตายเลย

อ้อ.. เกือบลืม
ในวัดป่านอกจากจะมีพระแล้วก็ยังมีคนอื่นๆ อีก ต้องเรียกให้ถูกเหมือนกัน เด็กๆ ที่ไปบวชภาคฤดูร้อนถือศีล ๑๐ กันนี่ เรียกว่า สามเณรครับ เรียกสั้นๆ ว่าเณรและตามด้วยชื่อได้เลย ผู้หญิงนุ่งขาวห่มขาวโกนหัวด้วยเรียกว่า แม่ชี แต่ถ้านุ่มขาวห่มขาวแต่ไม่ได้โกนหัว พวกนี้ถือศีล ๘ ครับ กรุณาอย่าไปโดนเนื้อโดนตัวพวกเขาที่คนละเพศกับเราเข้าล่ะ ทำเขาศีลแตกโดยที่เราไม่รู้ตัว ส่งของให้มือต่อมือก็ไม่ได้ครับ อาจจะคิดว่าเรื่องมาก เห็นบางวัดพระยังมอบทุนการศึกษาโดยการส่งซองให้กับมือเด็กผู้หญิงได้เลย อันนั้นศีลเขาเสื่อมครับ ในวัดป่าจะรักษาศีลได้ละเอียดกว่านั้น ตกลงผู้หญิงนุ่งขาวห่มขาวเรียกว่า พราหมณีครับ ส่วนผู้ชายน่าจะเรียกว่า พราหมณ์ แต่ส่วนใหญ่จะเรียกกันว่า ผ้าขาว

สรรพนามในวัดป่าก็มีเช่นนี้แล..






Create Date : 08 มกราคม 2553
Last Update : 8 มกราคม 2553 15:17:44 น. 4 comments
Counter : 1358 Pageviews.

 
ขอบคุณที่นำมาให้อ่านค่ะ

เห็นภาพแล้วรู้สึกดีจัง





โดย: พ่อระนาด วันที่: 8 มกราคม 2553 เวลา:15:41:01 น.  

 
ตามมาอ่านด้วยคนค่ะ ได้ความรู้เรื่อง หลวงปู่ กับหลวงตา เลย ไม่เคยทราบมาก่อนเจ้าค่ะ อิอิ

ผู้หญิงจะไปเค้าดาวน์ แยะกว่าผู้ชายเป็นธรรมดาค่ะ เพราะตอนไปยุวพุทธ ผู้หญิงเสีย 99 เปอร์เซ้น

ส่วนผู้ชายคิดว่า กำลังดริ๊งค์ อยู่ล้อเล่นน อิอิ

ช่ายเลยค่ะ ธรรมะบรรยายของ อาจารย์พรหม ออกแนว จิตวิทยา มากกว่า ค่ะ ที่หลินได้จากท่าน ก็ไม่ใช่อ่านหนังสือเล่มนั้นเท่านั้น การได้อ่านหนังสือเล่มนั้น เป็นจุดเริ่มต้น

แต่ได้รับ ผลดีมากๆ จากการฟังธรรมะบรรยายของท่านค่ะ ทุกคืนวันศุกร์ ที่เพิรท์ แต่เราฟังได้จาก ทางเน็ทค่ะ

ขอบคุณ


โดย: ย่าชอบเล่า วันที่: 8 มกราคม 2553 เวลา:16:38:48 น.  

 


โดย: นาฬิกาสีชมพู วันที่: 8 มกราคม 2553 เวลา:23:46:58 น.  

 
เหตุที่ญาติโยมเรียกท่านว่าหลวงป๋าก็เพราะว่าท่านบวชเมื่อตอนอายู 57 ปีแล้วครับ ท่านเคยมีครอบครัวมีเมียมีลูก และลูกๆของท่านเรียกท่านว่า" ป๋า " คือตอนหนุ่มๆท่านทำงานกับฝรั่งอเมริกันครับ ลูกๆเลยเรียกท่านแบบพวกอเมริกัน พอท่านบวชลูกก็เรียกหลวงป๋า ญาติโยมคนอื่นๆก็เลยเรียกกันตามลูกของท่าน ก็มีแค่นี้แหละครับ


โดย: จรัล IP: 113.53.130.52 วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:15:49:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Siri_waT_bkk
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




บางครั้ง เธอเข้าใจไหม
ว่าทำไม จิตใจต้องเพ้อฝัน
ฝันมีสุขร่วมกัน ฝันมีส่วนผูกพัน
สิ่งเหล่านั้น ฉันเองเข้าใจ

   ความหมาย คงคลี่คลายโดยง่ายดาย
   หากได้ระบาย ออกมาให้เธอฟัง
   ก็เพราะเธอเป็นต้นเหตุ ก็เพราะเธอนั้นพิเศษ
   เกินกว่าฉัน จะควบคุมใจ

ยามใดเธอมีทุกข์ อยากหยุดโลกกลับไปช่วยเธอ
ใจมันคอยเสนอ ไม่เคยคิดห่วงใคร
ต่อให้ไกลจะไกลแค่ไหน ก็จะไปยกหัวใจให้
เพียงแต่ตอบรับ หากเธอยอมรับ กับฉัน

   ว่าเธอนั้น มันก็เป็นเหมือนกัน
   ส่วนฉันยืนยัน ประกันได้เลยเธอ
   ไม่ใช่เรื่องหนักใจ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่
   เพียงแค่สามคำ ฉันรักเธอ...

   
    [เพลงจาก http://www.fileden.com]


[ stat since Sep24, 2009 ]
   
Free counter and web stats
Friends' blogs
[Add Siri_waT_bkk's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.