Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
23 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 
ทศชาติชาดก เรื่อง พระเตมีย์ ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ 6








ทศชาติชาดก เรื่อง
พระเตมีย์
ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่ 6



จากตอนที่แล้ว พระราชกุมารหลังจากได้ทรงเห็นพระราชบิดาทรงตัดสินลงอาญานักโทษทั้ง 4 คน ด้วยวิธีการประหารที่ต่างๆ กัน ก็ทรงสดุ้งพระทัยหวาดกลัวภัยในนรกที่พระชนกจะได้รับ

ในวันรุ่งขึ้นหลังจากตื่นบรรทมแล้ว ก็ลืมพระเนตรแลดูเบื้องบน ได้เห็นพระเศวตฉัตร และสิริราชสมบัติอันโอฬาร ก็ทรงดำริขึ้นว่า “ก่อนที่จะมาเกิดในพระราชมณเฑียรภายใต้พระเศวตฉัตรนี้ เรามาจากไหนหนอ” ก็ทรงระลึกชาติหนหลังได้ว่า “เราเคยเป็นกษัตริย์เสวยราชสมบัติอยู่ในพระนครนี้ 20 ปี ครั้นตายแล้ว ก็ไปบังเกิดในอุสสุทนรกนานถึงแปดหมื่นปี พอพ้นจากนรก ก็ได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จากนั้นจึงได้กลับมาเกิดที่นี่อีก” เมื่อทรงนึกถึงความทุกข์ทรมานที่ตนเคยเสวยในนรก ก็ทรงสะดุ้งกลัว ทรงดำริว่า “หากเราอยู่ที่นี่ต่อไป ก็คงไม่พ้นต้องสั่งประหารชีวิตผู้คนมากมายเช่นเดิม และจะต้องย้อนรอยไปสู่นรกอีกเป็นแน่”


ดำริฉะนี้แล้ว ก็ทรงสลดพระทัยยิ่งนัก ได้แต่บรรทมกระสับกระส่าย ฝ่ายเทพธิดาผู้สถิตอยู่ที่พระเศวตฉัตร ได้ทราบความดำริของพระราชกุมาร จึงปลอบโยนว่า “พ่อเตมิยะ พ่ออย่าเศร้าโศกไปเลย หากต้องการจะพ้นไปจากที่นี้ พ่อก็จงแกล้งทำเป็นคนง่อยเปลี้ย เป็นคนหูหนวก เป็นคนใบ้ พ่ออย่าได้แสดงตนว่าเป็นบัณฑิต ในที่สุดเขาก็จะขับไล่พ่อออกไป หากพ่อสามารถกระทำตามนี้ได้ ความปรารถนาของพ่อก็จะสำเร็จ”


พระเตมิยกุมารได้สดับดังนั้น ก็ตั้งจิตอธิษฐานว่า “ต่อจากนี้ไป เราจะแสดงตนเป็นคนง่อยเปลี้ย เป็นคนหูหนวก และเป็นคนใบ้ จนกว่าความปรารถนาของเราจะสำเร็จ” นับจากนั้นมา พระราชกุมารก็มิได้ตรัสอะไรอีก ไม่ทรงขยับพระหัตถ์และพระบาท แม้หิวก็ไม่ทรงร้องไห้ขอดื่มนม พี่เลี้ยงนางนมทั้งหลาย เห็นอาการผิดปกติของพระราชกุมาร ก็ทั้งเป็นห่วงทั้งกังวลใจ จึงได้นำความนี้ไปกราบทูลพระนางเจ้าจันทาเทวีให้ทรงทราบ ก็ยิ่งทำให้พระเทวีทรงกังวลพระทัยเพิ่มขึ้น


พระนางจึงได้เข้าไปกราบทูลพระราชสวามีให้ทรงทราบ ส่วนพระเจ้ากาสิกราช เมื่อได้รับคำกราบทูลถวายรายงานก็ไม่รอช้า ทรงรับสั่งให้หาแพทย์หลวงมาตรวจรักษาทันที แพทย์หลวงผู้เชี่ยวชาญที่สุดในพระนคร เมื่อได้ตรวจดูพระอาการโดยละเอียดแล้ว จึงกราบทูลว่า “ขอเดชะ พระราชกุมารมีพระอนามัยสมบูรณ์ทุกอย่าง ไม่มีโรคทางกายแต่อย่างใด ถ้าจะมีก็คงเป็นโรคภายในที่ไม่ทรงสบายพระทัยอะไรสักอย่าง ขอพระองค์ทรงโปรดให้พราหมณ์ผู้ชำนาญในการดูลักษณะมาตรวจดูเถิดพระเจ้าข้า”


พระเจ้ากาสิกราชจึงรับสั่งให้พราหมณ์ ซึ่งเป็นโหรหลวงประจำราชสำนักเข้าเฝ้า แล้วตรัสถามว่า “ท่านพราหมณ์ เหตุใดโอรสของเราจึงไม่ร้องไห้เพื่อจะเสวยนมเหมือนกับกุมารอื่น ท่านจงช่วยตรวจดูทีซิ” พวกพราหมณ์ผู้ชำนาญในเรื่องการดูลักษณะ ได้ตรวจดูโดยถ้วนถี่ ไม่เห็นมีสิ่งผิดปกติ จึงกราบทูลว่า “ขอเดชะ พระอาญามิพ้นเกล้า ขอพระองค์อย่าได้ทรงกังวลพระหฤทัยไปเลยพระเจ้าข้า เป็นธรรมดาของผู้มีบุญญาธิการย่อมจะมีความอดทนมากกว่าคนทั่วไป น่าจะทดลองให้นางนมถวายนม โดยปล่อยให้ล่วงเวลาไปสักหน่อย เมื่อเป็นเช่นนี้ เชื่อแน่ว่าพระราชกุมารจะทรงกันแสง เพื่อทรงขอเสวยนมเองพระเจ้าข้า”


พระเจ้ากาสิกราชจึงทรงรับสั่งให้พวกนางนมทำตามนั้น แต่ก็ทรงผิดหวัง เพราะแม้จะทดลองให้เสวยนมผิดเวลา บางคราวนางนมได้ถวายนมวันละครั้ง ปล่อยให้พระราชกุมารทนหิวไปเรื่อยๆ แต่พระราชกุมารก็กลับทรงนิ่งเฉย มิได้ร้องไห้สักนิดเดียว พระองค์แม้ยังทรงเป็นทารกน้อย แต่ทรงมีขันติธรรมเป็นยอด เพราะทรงอดกลั้นต่อทุกขเวทนาเห็นปานนี้ได้ สมดังที่บัณฑิตทั้งหลายกล่าวไว้ว่า ความอดทนเป็นตบะเครื่องแผดเผากิเลสอย่างยิ่ง และความอดทนนั่นแหละเป็นอาภรณ์ของผู้บำเพ็ญตบะ


พระนางเจ้าจันทาเทวีทอดพระเนตรเห็นพระราชกุมารไม่ทรงร้องไห้ ไม่ทรงคร่ำครวญ ไม่คู้พระหัตถ์และพระบาท ไม่เปล่งพระวาจา แม้ว่าจะต้องอดทนอดกลั้นต่อทุกขเวทนาอันเกิดจากความหิวก็ตาม ครั้นพระนางเห็นดังนั้นแล้ว ก็ไม่อาจจะทนดูอยู่ได้ จึงได้ตรัสว่า “โอ ลูกรักของแม่ เจ้าคงหิวมากแล้ว ในเมื่อเจ้าหิว เหตุใดจึงยังนิ่งเฉยอยู่เล่า หากเจ้ายังคงนิ่งเฉย ไม่ร้องไห้ ไม่พูดจา แล้วเจ้าจะให้แม่ทำอย่างไร”


พระนางรีบอุ้มพระราชกุมารขึ้นมากอดไว้ด้วยความรัก แล้วจึงให้ดื่มนมจากพระถันของพระนางเอง น้ำพระเนตรของพระนางค่อยๆ หลั่งริน ทรงสะอื้นไห้ด้วยความรักและสงสารปานจะขาดใจ


วันถัดมา พวกนางนมเห็นพระเตมิยกุมารยังทรงนิ่งเฉยอยู่ จึงปรึกษากันว่า ธรรมดาคนง่อยเปลี้ย มือและเท้าย่อมไม่เป็นอย่างนี้ ปลายคางก็ไม่เป็นอย่างนี้ และถ้าเป็นคนหูหนวก ช่องหูก็จะไม่เป็นอย่างนี้


การที่พระราชกุมารทรงเป็นเหมือนคนง่อยเปลี้ยและหูหนวกเช่นนี้ ทั้งที่อวัยวะก็ล้วนสมบูรณ์ดี มิได้บกพร่องแต่อย่างใด เห็นทีจะต้องมีเหตุอะไรสักอย่างหนึ่งเป็นแน่ พวกเราจะต้องทดลองให้รู้ จึงพากันคิดหาอุบายต่างๆ เพื่อลองพระทัยพระราชกุมาร


ครั้งแรกนางนมปล่อยให้พระราชกุมารอดนมตลอดทั้งวัน โดยที่ไม่ยอมถวายนมให้ดื่มเลย บางคราวถึง 2 วัน ทดลองอย่างนี้จนครบปี แต่พระราชกุมารก็มิได้ทรงกันแสง หรือทรงขยับพระหัตถ์และพระบาทเลย


ต่อมา พวกอำมาตย์กราบทูลพระราชาว่า ขอเดชะ ข้าแต่มหาราชเจ้า ธรรมดาเด็กอายุหนึ่งขวบชอบกินขนมและของเคี้ยว ขอพระองค์ทรงโปรดให้ทดลองด้วยขนมและของขบเคี้ยวเถิดพระเจ้าข้า





พระราชาก็ทรงให้ทดลองตามนั้น โดยให้นำขนมและของขบเคี้ยวซึ่งล้วนมีสีสันสวยงาม รสชาติหอมหวาน บรรจงจัดใส่ภาชนะอย่างประณีต แล้วนำไปวางไว้ใกล้พระราชกุมารซึ่งแวดล้อมด้วยกุมารทั้ง 500 แล้วก็เฝ้าแอบดูอยู่ใกล้ๆ กุมารเหล่านั้น เมื่อได้เห็นขนมและของขบเคี้ยวเหล่านั้น ก็ไม่อาจอดใจได้ พากันยื้อแย่งถาดเหล่านั้นกันจ้าละหวั่น บ้างก็ทะเลาะกันสนั่นไปทั้งท้องพระโรง เมื่อไม่ได้ดังใจ ก็ถึงกับร้องไห้กระจองอแง


ในขณะที่พระเตมิยกุมารยังคงรักษาคำสัตย์อย่างมั่นคง เป็นเช่นสัตบุรุษที่ยอมเสียสละชีวิตได้ แต่จะไม่ยอมสละธรรม แม้ว่าขนมและของเคี้ยวเหล่านั้น จะยั่วยวนใจให้ลิ้มลองสักเพียงใด


ในเมื่อตั้งใจว่าจะไม่ทำลายสัจจวาจา พระกุมารก็ยังอดทนนิ่งเฉยได้เหมือนไม่สนใจใยดี และในขณะเดียวกันก็สอนตนว่าเตมิยกุมาร ถ้าเจ้าต้องการจะตกนรกอีกละก็ เจ้าก็จงกินขนมและของเคี้ยวเหล่านั้นตามความพอใจเถิด ดำริฉะนี้แล้วก็มิได้เหลียวดูขนมและของขบเคี้ยวเหล่านั้นเลย แม้จะทดลองด้วยขนมอย่างนี้นานครบปี จนพระเตมิยกุมารพระชนมายุได้ 2 ปีแล้ว ก็ยังมิได้แสดงอาการใดๆ ให้รู้เลย ยังคงนิ่งเฉยดังเดิม


อำมาตย์เหล่านั้น เมื่อได้พยายามทดลองด้วยขนมและของเคี้ยว แล้วก็ยังไม่ได้ผล จึงกราบทูลว่า ขอเดชะ ข้าแต่มหาราชเจ้า ธรรมดาเด็กอายุสองขวบ ชื่นชอบผลไม้น้อยใหญ่นานาชนิด ขอพระองค์ทรงโปรดให้ทดลองด้วยผลไม้เถิดพระเจ้าข้า พระเจ้ากาสิกราชก็ทรงให้กระทำตามนั้น โดยให้นำเอาผลไม้นานาชนิดที่เด็กๆ ชอบกิน ใส่ถาดแล้วนำเข้าไปวางไว้โดยวิธีเดิม


แต่พระราชกุมารยังตั้งมั่นอยู่ในปณิธาน ได้เตือนตนเองอย่างหนักแน่นว่า เตมิยกุมาร ถ้าเจ้าอยากจะตกนรกแล้วละก็ เจ้าก็จงหยิบผลไม้เหล่านั้นกินตามความพอใจเถิด

เมื่อกล่าวสอนตนดังนี้แล้วก็ทรงนอนนิ่งเฉย ทรงใช้ความกลัวภัยในนรกข่มความอยากกินนั้นให้ระงับไป ไม่ทรงน้อยพระทัย ไม่ทรงนึกตัดพ้อว่า เมื่ออยากจะให้เรากิน ก็ทำไมไม่ให้เรากินดีๆ ทำไมต้องแกล้งเราด้วย พวกอำมาตย์เมื่อเห็นว่าไม่ได้ผล ก็คิดหาวิธีอย่างอื่นทดลองอีก ส่วนจะทดลองโดยวิธีใดนั้นโปรดติดตามตอนต่อไป


โดย : พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)

from dmc.tv



Create Date : 23 ตุลาคม 2550
Last Update : 23 ตุลาคม 2550 18:05:57 น. 0 comments
Counter : 215 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เมืองทะเลทราย
Location :
Dubai United Arab Emirates

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ว้า...ดูไบเนี่ยทำไม มันร้อนจริง ๆ เลย



Friends' blogs
[Add เมืองทะเลทราย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.