เส้นทางแอดมิชชั่น๓(เด็กปีสองมีน้องรหัส)


เข้าสู่ปีสองแล้วครับ ชีวิตเด็กมหาวิทยาลัยมันก้ไม่ง่ายหรือยากเกินไปสำหรับการใช้ชีวิต หนึ่งปีที่่ผ่านมามันเห็นอะไรมากมาย ได้ประสบการณ์และแนวทางที่ควรใช้ชีวิต ต่อสู้กับผู้อื่นและความคิด อุดมคติของตนเองตลอดเวลา 
    เมื่อเข้าสู่ปีสองมีวิชาเรียน ที่เป็นเนื้อหาทางวิชาสาขา ซึ่งผมเองก็เรียนและสนใจมากชอบที่จะทำแลป และหาอะไรมาทดลองแบบแปลกๆเสมอๆ ซึ่งช่วงนี้จะขอเล่าการเรียนเป็นรายวิชาแล้วกัน
     วิชา ชีวะเคมี หลายคนบ่นเบื่อ แต่ผมสนใจน่ะ โดยเฉพาะเรื่องวิตามิน นี่ ผมสนใจถึงขั้นว่าอยากเอาวิตามินซีในแลปมาแโลมตัวเผื่อจะขาวแต่กลิ่นนี่เกินทนเสียจริงเชียว นอกจากนี้ เท่าที่สังเกตได้ วิชาบรรยายจะน่าง่วง กับสูตรโครงสร้างสารที่เหมือนมังกรตัวยาวกำลังลอยอยู่กลางอากาศ แต่เชื่อไหมว่าวิชานี้สนุก และเอาไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน รับมือกับพวกกิจการขายตรง สาพัดแห่งแหล่งงาน
     วิชา ปฐพีวิทยา อยู่กับดินเล่นกับดิน แต่รู้ไหมสาขาปบพีกลับเป็นสาขาที่มีห้องเรียนอยู่ตึกชั้นบนสุด น่าฉงนจริงๆ วิชานี้วเคราะห์ดิน ประเมินสสภาพดินและก็นานาสาระเกี่ยวกับที่มาของดินซึ่งนึกเคืองเรียนประมงทำไมต้องดินด้วย เอิ่มปลาอยู่ในดินหรือไง ฉับพลัน อาจารย์ราวกับมีเซ้นส์ในการอ่านใจผม อาจารย์ก็บอกว่า "น้ำอยู่บนดินและดินก็อยู่ในน้ำ ถ้าดินเสียน้ำก็เสีย" อ้อจริงแหะ เพิ่งนึกได้และก็เริ่มชอบวิชานี้ไปอีกวิชาหนึ่ง
     วิชา มีนวิทยา เรียกว่า อนาโตมี่ของปลาก็ว่าได้ กินปลามานาน ก้างทุกชิ้นมีชื่อเป็นของตัวเอง กินปลามานานเพิ่งรู้ว่ามันมีชื่อก็ตอนนี้เอง จากนั้นก็ผ่าปลา จำชื่อกล้ามเนื้อ เส้นเลือด เส้นประสาท เป็นวิชาสำคัญที่วัดว่าคุณควรอยู่หรือไป นั่นเอง นอกจากนี้ปลาชนิดเด่นๆอีกไม่น้อยกว่า สองร้อย สปีชี่ส์ที่ต้องจำราวกับว่า จำคนทั้งตำบล มีคนมาจากกี่หมู่บ้าน เขาทำงานอะไร เคยก่อคดีไว้หรือป่าว ประมาณนั้น เล่นเอาหัวทั้งสองซีกชา รู้สีกว่าหัวไม่พอต่อการจดจำ อยากเอา ยูเอสบีเสียบ เผื่อจะดีขึ้น นอกจากนี้ ปีนี้เป็นปีแรกที่เริ่มหัดแปลเปเปอร์ ยากมากมายก่ายกอง ศัพท์เฉพาะทาง และศัพท์ที่หรูหราสูงส่ง ไม่เคยเจอะเจอนานาๆประการ
เป็นปีแรก ที่มีน้องรหัสโอ้ยติ่นเต้น ได้น้องรหัสผู้ชาย แต่เลือดสีม่วงตอนแรกไม่รู้ว่ามันเป็น ก็ดูแลซื้อขนมฝาก ทุกครั้ง แหย่บ้างหาเรื่องแกล้งบ้าง เช่นซื้อคาราบาวแดงฝากไปให้ (จากพี่รหัส) มันงงมาก และ ก็มีกิจกรรมแกล้งว่าผมไม่ใช่พี่รหัสมัน วันเฉลยมันงอนทำหน้าอย่างกะจะร้องไห้ หาว่าผมไม่อยากเป็นพี่รหัสมัน ผู้ชายห่าไรเนี่ย งอนง่ายดายมาก จนวันที่พาไปเลี้ยงหมูกระทะก็ไม่กล้าที่จะเข้าใกล้มากนักเพราะสายตาน้องมันดูแปลกๆ เพื่อนผมบอกว่า น้องเมิงอ่ะจ้องจะงาบเมิงแล้ว ผมสูงแค่ ร้อยเจ็ดสิบ นิดๆ ขระที่น้องรหัสผมร้อยแปดสิบเฉียดเก้าสิบได้ เปรตมาก เรียกว่าเล่นบาสนี่เอาไปขึ้นรีบาวน์จะดีมาก และพอขากลับนั่งแท๊กซี่เบียดนิดหน่อบมันก็เอามือามลูบมือผม ทำท่าจะโอบผม เล่นซะขนลุก(มีแอลกฮอล์ในเลือดนิดหน่อย) ดีน่ะที่เพื่อนมันชวนผมลงไปซื้อของก่อน ไม่งั้นน่ะ ค้นพบทางสว่างที่ยากจะแสวงหาเป็นแน่
    นอกจากเรื่องเรียนที่แสนยาก ความรักก็มาลำบากใจ เขาหรือเธอคนนั้น เพื่อนในสาขาที่เพิ่งจะติดต่อพูดคุยกันระยะหลัง ผมชอบเขาเสียแล้ว อยากจะห้ามใจเป็นความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย เข้ามาสนิท พูดคุย ได้ไปทำกิจกรรมร่วม กัน ผมไม่กล้าสบตาแม้จะอยู่ใกล้  คนอะไรไม่รู้ ยิ่งอยู่ใกล้เหมือนใจเต้นแรง คอยมองอยู่ไกลๆแล้วยิ้มคนเดียวเหมือนคนบ้า ระหว่างกิจกรรมผมก็แกล้งขอเบอร์อ้างว่าเผื่อโทรมาถามเรื่องของที่ฝากซื้อ พอโทรไปแล้วอีกฝ่ายรับโทรศัพท์เหมือนจะหายใจไม่ออก เหมือนโลกหยุดหมุน เฮ้ออ คลั่งไคล้มาก เวลาเดินข้ามถนนพยายามหาเรื่องจุงมือเขาข้ามถนน เวลากลับผมก็ชวนซ้อนจักรยานผมกลับเพราะทางผ่านพอดี ซึ้งก็กลับบ้าง ไม่กลับบ้างและบางอารมณ์
ผมไม่รู้จะสนิทกว่าเดิมว่าไง แต่เวลาผมคุยกับเขาร่างกายมันจะเก๊กไปเอง ทำหน้านิ่ง ทั้งๆที่แดงไปยันหูแล้วระหว่างเรียนผมพยายามเลือกทำเลที่นั่งใกล้กันโดยที่เพื่อนในกลุ่มไม่สนใจ และก็ยื่นถุงลูกอมแล้วพุดว่า"ลูกอมป่ะ" จากนั้นอีกฝ่ายก้หยิบแล้วยิ้ม "อืมมมขอบใจ" ทำเอาวันนั้นเรียนไม่รู่เรื่องสมุดเล็คเชอร์ว่างกลับหอ และอีกครั้ง วันที่ไปเรียนระหว่างที่เขากำลังเอี่ยวตัวเสื้อเปิดออกผมทำไรไม่ถูกบอกก้ไม่กล้าได้แค่เอาตัวบัง (ไม่ใช่สุภาพบุรุษ แต่กลัวคนอื่นแย่งมอง) แล้วเขาก็ขำผมที่ผมทำตัวแปลกๆ ผมเครียดมากผมไม่อยากเป็นเพื่อนกับเขาแล้ว เลยปรึกษาเพื่อนสนิทต่างมหาวิทยาลัย สุดท้ายเพื่อนแนะนำให้ค่อยๆดุไป เลยคุยไปเรื่อย หยอดบ้างตามโอกาส แต่ก้ยังไม่ได้สารภาพสักทีคุยกันแบบนี้มาสามเดือน จนวันหนึ่งคุยโทรศัพท์นานไปนิด เพราะหลังๆผมไม่ค่อยได้เจอนานมาก พอคุยเสร็จผมส่งข้อความไปว่า "หลับฝันดีน่ะครับ" แต่ไม่มีข้อความใดๆกลับมา วันต่อมาผมเลยถามเขาตรงๆและบอกว่าผมชอบเขา คำตอบที่ได้คือ "มาพุดทำไมตอนนี้ ช้าไปไหม เรามีคนที่เขาบอกเราก่อน เราคบกับเขาแล้ว ขอโทษน่ะ " ผมช๊อคมาก ร้องไห้ก็ร้องไม่ออก มันเจ็บๆแน่นๆร่างกายอยากระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ผมก็แค่ยิ้มแล้วไม่พูดอะไร กลับมาส่องกระจก หน้าตาก็ไม่ได้ดีอะไร หลงตัวเองว่ะ
จากนั้นพอกลับมาเห็นรูปทีเขาถ่ายกับเพื่อนคนที่ชิงตัดหน้าผมไป สิ่งที่ผมได้คือการนอนร้องไห้จนหลับไป โทษฐานของคนเล่นตัว โทษฐานของการไม่ยอมบอกอะไรไป มันเป็นโทษฐานที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเขาก็รอบางอย่างจากเรา และสัญญากับตัวเองว่า จะไม่รัก ชอบคนในสาขา คณะ และมหาวิทยาลัยเดียวกันอีกเด็ดขาด และจะไม่มีแฟนจนกว่าจะ เรียนจบ ป.เอก หลังจากนั้นมาพยายามหาใครคบก็ลืมคนนี้ไม่ได้เสียที ทั้งๆที่เพื่อนบอกว่าผม หาได้ดีกว่านี้อีก แต่ผมทำไม่ได้ผมไม่ได้อยากได้คนหน้าตาดี แต่สิ่งที่ผมอยากได้คือ รอยยิ้มของคนนี้ นิสัยแบบที่เป็น เสียงหัวเราะที่ทำให้โลกสดใส แววตาที่ใสแป๋ว ที่เห็นแล้วอยากจ้องทั้งวัน คิดแค่ว่ารอวันที่เขาทิ้งเธอ รอวันที่เธอไม่มีใคร
เราจะรออยู่เสมอถ้าวันเรายังไม่มีใคร และใจเธอยังไม่ลืมเรา

ป.ล. อนิจจาเรื่องรักโดนหักอก   ยิ่งกว่าตกลงเหวลึกหลายขุม
       แม่งดันมีฝูงหมามาล้อมรุม  เลยโดนอุ้มช่วงชิงต่อหน้าไป
       หรือว่าเราหน้าตาแม่งโคตรห่วย  เลยไม่ช่วยให้สมหวังจะใช่ไหม
      หรือว่านิสัยแม่งเลวกว่าใครๆ  ไม่มีหัวใจเลยใช่ไหมคนเลวๆ
 จากคนเลวที่รักเธอ 

(๒๓ ม.ค.๕๓)



Create Date : 10 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 7 เมษายน 2560 13:20:38 น.
Counter : 1028 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

จอมโจรเม่นทะเล
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



พฤศจิกายน 2555

 
 
 
 
1
2
3
4
7
8
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30