Group Blog
 
<<
เมษายน 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
11 เมษายน 2550
 
All Blogs
 
……..(((((โยคะนอกเสื่อ))))))...ตอนที่ 9 โยคะกับวันที่รู้สึก Down (อย่างแรง)


.....................อาจมีบางคนสงสัยว่า คนเล่นโยคะแล้วต้องดูสงบนิ่ง
มีใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส อารมยณ์ดีตลอดเวลา...ห้ามโกรธ
รู้จักใส่ใจคนอื่น คือ ภาพลักษณ์ต้องสุขุม สงบ เยือกเย็น
มันก็มีส่วนบ้างครับ
แต่ไม่จริงทั้งหมด
[ตราบใดที่เรากำลังฝึก (practice) ไม่ได้ ทำ (do) โยคะ
ผมเชื่อว่าหากเรา DO โยคะได้ สิ่งที่กล่าวมาเบื้องต้นจะมาเองโดยธรรมชาติ
พระพุทธเจ้าคือโยคีที่ยิ่งใหญ่ในศาสตร์แห่งโยคะเช่นกัน]

โดยเฉพาะอาจารย์สอนโยคะ ครูก็คนเหมือนกันครับ
ต้องมีล้มบ้าง พลาดบ้างเป็นธรรรมดา
เวลาเจอมรสุมชีวิตก็อาจไขว่เขว.... โต๋เต๋....ห้อยต่องแต่ง......ได้เหมือนกัน

มันก็มีวันนั้นบางเหมือนกัน..... ไม่ช่าย อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าเป็นวันนั้นของอะไร.....อิอิ
คือวันที่เบื่อชีวิต เซ็งโลก จิตตก ไม่อยากทำอะไร
มองอะไรก็เบื่อ มองหน้าคนโน้นคนนี้ไป ๆ มา ๆ ก็เบื่อ
ยิ่งเห็นหน้าเจ้านาย โอ้.....ป๋มอยากร้องไห้กลับบ้าน..อิอิ





Create Date : 11 เมษายน 2550
Last Update : 11 เมษายน 2550 13:17:33 น. 4 comments
Counter : 806 Pageviews.

 
............ยิ่งหากใครเคยอยู่ต่างประเทศนาน ๆ
จะรู้ว่า...ต้องอยู่กับตัวเองค่อนข้างมาก
ความเหงาก็ต้องมีบ้าง เป็นธรรมดา
ไม่มีใครที่จะมีความสุขในชีวิตได้ตลอดเวลา
เราต่างอยู่ในครรลองทีต้องฝึกฝนตัวเองทั้งสิ้น


ผมต้องยอมรับสารภาพ....โดยเฉพาะเวลาอกหัก...มันจะ Down มากกว่าปกติ....อิ๊ววววว....
อ่ะนะ...... คนเรามันก็ต้องมีบ้าง อยู่ต่างบ้านต่างเมือง อยู่กับความเหงา
เวลาที่มีใครมาทำดีด้วยหน่อย มันก็จะรู้สึกว่ามันดีขึ้นเป็นล้านเท่า พันเท่า
เพราะมานนน...เหงา...
นี่แหละเหงา.....ก็มันเหงา...มันเหน็บหนาว...
มันช่างยาวนาน..และทุกข์ทน...แค่รอคอยใครบางคนมาหยุดมัน...
ร้องไปโน้น...
แต่ที่อยากจะบอกก็คือ


อย่าไปหาใครให้มาหยุดความเหงาของตัวเองครับ
เวลาเหงา...มันเกิดขึ้นที่ใจเรา...เราก็ต้องหยุดที่ใจของเราเอง
ผมมักจะสังเกตุเสมอ เวลาที่ผมรู้สึกแย่
หลาย ๆ ครั้งมันมักจะเกิดจาก มีอะไรมากระทบ ที่ไม่ถูกใจเรา
อย่างอกหักเพราะเค้าไม่ชอบเรา มีคนมาว่าเรา เจ้านายด่า
เพื่อนนินทา สารพัด สารพัน.....
แล้วเราก็จะ DOWN............


มันเป็นเรื่องจริง
ในบางครั้งเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคำพูดที่คนอื่นว่าเรา มันจริงหรือเปล่า
แต่กำแพงก็เกิดขึ้นแล้วในใจ


โดย: เด็กซาปอย วันที่: 11 เมษายน 2550 เวลา:13:23:34 น.  

 
..............ในการฝึกโยคะก็เหมือนกัน...
บางทีเราคิดว่าเราเก่ง เราต้องทำได้ทุกท่า ทำไม่ได้ก็รู้สึกแย่
(ไม่ได้จะเข้าประเด็นอิฐสองก้อนแต่อย่างไร)

แต่สิ่งที่อยากจะสื่อคือ
บางครั้งในการฝึก จริงอยู่ว่าเรามีความสุข
ชีวิตมันดูจะดีและสดใสขึ้น
แต่หากวันใดเมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกล
เรากลับรู้สึกแย่หนักกว่าเก่า.......เพราะรู้สึกว่าไม่อยากให้มีฝน


.......ทั้ง ๆ ที่บางที เราห้ามมันไม่ได้
ชีวิตมันต้องเป็นอย่างนั้น ธรรมะ คือ ธรรมชาติ.....

ดังนั้นก็มีบ้าง อย่างที่ผมมักคิดเสมอว่าฝึกโยคะแล้วทำให้เรามีความสุข
เรา “ต้อง” มีความสุขตลอดเวลา
ต้องเป็นคนดี ต้องไม่อิจฉาใคร
ต้องไม่โกรธ
ทุกอย่างมีแต่คำว่า ต้อง ๆ ๆ ๆ คือเราคิดไปเองทั้งนั้นครับ.....



บางครั้งในการฝึก เราก็ต้องเห็นด้านไม่ดีของตัวเองด้วย
ไม่ได้เห็นเพื่อนำไปตำหนิตัวเอง…..ว่าเราไม่เก่ง เราไม่ดี
แต่เห็นเพื่อที่จะเข้าใจ
อย่างเวลาผมเศร้า ผมก็ยอมรับว่าเศร้า
เวลาอิจฉาชาวบ้าน….ก็รู้ตัวว่าอิจฉา....
เวลาอกหัก ก็จะบอกลูกศิษย์ครับ ว่าตอนนี้ down อยู่นะ แม้ว่าหน้าจะแอบยิ้ม

แต่บ้างครั้ง.....................
.........การยอมรับความรู้สึกในด้านมือของตัวเอง "กลับนำด้านสว่างหันกลับมาหาเราอีกครั้ง"

หากเราพยายาม จะเก็บ จะกด และปิดด้านมือของตัวเองไว้

มันก็จะฝังลึกขึ้น ๆ เหมือนแผลเป็นที่อยู่ในใจ

เหมือนจุดของร่างกายที่พลังมันอุดตัน แก้ไขไม่ได้
ทำท่าโยคะอะไรก็ไม่ได้
เพราะส่วนนั้นมันโดนปิดกั้น และกดทับไว้
เพราะใจมันมีแต่จะเก็บ
และกดเอาไว้
แต่ไม่นำมาพิจารณาให้เข้าใจ....


แต่เมื่อเราไม่ได้คาดหวัง....ว่าเราจะต้องมีแต่ความสุข
เมื่อเราไม่ได้คาดหวัง......ว่าเราจะต้องดีให้ได้อย่างโน้น อย่างนี้
เมื่อเรารู้จักและเข้าใจตัวเอง....
ผมกลับแอบมี “รอยยิ้มในหัวใจ” แม้ว่าวันนั้นมันจะเป็นวันที่ DOWN สุดๆ แล้วก็ตาม


""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""


อย่างที่บอก เก็บช่องว่างเล็ก ๆ ไว้ในหัวใจ
เมื่อวันที่พายุพัดมา...อย่างน้อยเราก็มีที่ให้ยึดเกาะ
และเมื่อพายุมันพัดผ่านไป
เราก็จะได้สัมผัสกับความสว่างของท้องฟ้าอีกครั้ง....


...........และนี่คือที่มาของคำที่ผมมักพูดว่า “self realization”

วันนี้แอบเขียนกระทู้พร่ำเพ้อไปหน่อย....อิอิ
อาจไม่ได้มีสาระ ถือว่าฟังบ่นผมแล้วกันนะครับ:)

ขอบคุณคนที่เป็นแรงบรรดาลใจให้ผมเขียนกระทู้นี้
ทำให้ผมรู้จักใจตัวเองดีขึ้น :)

สรุปที่พูดมาทั้งหมด เพราะครูปอยอกหัก....อิ๊วววววว
อ่านขำ ๆ นะครับ อย่าคิดมาก...แต่ผมคิดไปแล้ว อิอิ

(ขำตัวเอง...อิอิ)
...................................................................


~Light with (OUT) Love...just kidding na krab..eieii




โดย: เด็กซาปอย วันที่: 11 เมษายน 2550 เวลา:13:24:41 น.  

 
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ จริงๆ…….
ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว เกือบกลับมาเต็มร้อยแล้วครับ :)

ตอบ คุณดอกไม้สด
ผมจะพยายามอธิบายนะครับ
อย่างที่บอกว่าตอนนี้ดีขึ้นมาก ๆ แล้ว....

การที่บอกว่า “รู้เท่าทัน” กินความหมายกว้างครับ.....
ปกติ แค่เรารู้ว่าตัวเองกำลังเศร้า ความเศร้าอาจยังไม่หายไป

เพราะมันเป็นแค่การรู้ แต่”ไม่เท่าทัน” ครับ
“การรู้เท่าทัน” ก็คือการที่เราต้องพิจารณา

.....เศร้าเพราะอะไร.....????

เพราะคนอื่นไม่รักเรา เพราะใครทำไม่ถูกใจเรา เพราะทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คิด
อย่างที่เราอยากให้เป็น.....
โดยเฉพาะใจคนอื่น เราบังคับไม่ได้ จริง ๆ
แม้แต่ใจตัวเอง ก็บังคับยาก

ตราบใดที่เราบังคับคนไม่ให้ตายได้
ตราบนั้นเราก็จะบังคับตัวเองให้มีแต่ความสุขได้
ให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่เราต้องการได้.......


แต่ชีวิตมันไม่ได้มีแค่นั้น
คนเราพบทั้งวันที่ฝนตกหนัก ตกเบา พายุมา
แต่ก็มีวันที่แดดออก ฟ้าใส

มันก็เป็นอยู่แค่นั้น
เวลาฝนตก ก็แค่รู้ว่า อ้อ ฝนมันตก เดี๋ยววันแดดออกก็มา
ไม่ต้องไปหงุดหงิดกับพายุฝนว่า....
ทำให้เราออกไปนอกบ้านไม่ได้

วันที่แดดออก ก็ให้รู้ว่า.... อ้อ แดดออก ดีจัง
แต่วันที่ฝนตกก็คงมีมาเยือนได้ในไม่ช้า....

ดังนั้นเวลาเราเศร้า……
ลองรู้ให้ “เท่าทัน” ครับ…..ลองพิจารณา
ความเศร้าจะอยู่กับเราไปอีกนานแค่ไหน

1 วัน 1 เดือน 1 ปี 1 อาทิตย์........

มันอยู่ได้ไม่นานครับ
เพราะธรรมชาติของความเศร้าและสุขเป็นอย่างนั้น
เข้ามาเยี่ยม...... คงอยู่....... แล้วก็หายไป
มันคือความไม่เที่ยงทั้งนั้น


ดังนั้น ใจเราต้องวิ่งตามมันไปทุกครั้งหรือเปล่า

หากฝนตกเราต้องวิ่งออกไปกลางสายฝน......
ให้พายุถาโถมกระหน่ำเหมือนพระเอกมิวสิว (สวยหรือหล่อใสไร้สติ)
หรือจะกลับมาเปิดทีวีดูที่บ้านรอพายุฝนผ่านไป

หรือเวลาแดดออก........
เราก็จะวิ่งออกไปร่าเริงกับแดดแบบนางเอกวัยใส
แล้วร้องให้กลับบ้านว่าพอเล่นสนุกอยู่แล้วฝนมันตก

พอเราเท่าทัน เข้าใจ ธรรมชาติของความเศร้า และสุข
มันจะไม่ยู่กับเรานานครับ
เพราะมันอยู่ไม่ได้ เมื่อนั้น
ความอิ่ม สงบจะเข้ามาเป็นเพื่อนแทน.....

ผมขอยืมคำพูดของคุณงามพรรณ เวชชาชีวะ
ที่เขียนหนังสือเรื่องความสุขของกระทิที่ว่า........

........ “ประสบการณ์และความทุกข์ จะหล่อหลอมให้เราเป็นคนเต็มคน”.......

เรื่องราวในอดีต อาจสร้างแผลเป็นในใจ
เป็นสะเก็ดที่เหมือนจะไม่เลือนหาย
แต่หากเรามองแผลเป็น ว่ามันก็แค่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ทุกคนเคยมีแผล ไม่ว่าจะมากหรือน้อย


มองว่าแผลเป็น มันก็เป็นแค่เรื่องธรรมชาติ
มันแค่เป็นส่วนเติมเต็มของชีวิต
อย่าให้ถึงขนาดต้องตัดขาทั้งขา....เพื่อรักษาแผลเป็นเลยนะครับ
อย่างนั้นผมเรียกว่าผิดทางครับ:)

แล้วลองดูครับ ว่าไอ้ที่ว่าเศร้า..... มันจะยังคงอยู่กับเราได้นานสักแค่ไหน


จริง ๆ อาจไม่ต้องมองแผลเป็น....
เมื่อวานพอผมรู้สึกเศร้า
ก็รู้สึกว่าทุกข์ของตัวเองมันนักหนา.....
แต่พอตกบ่าย เพื่อนร่วมงานมาบอกว่า ญาติเค้าบ้านไฟไหม้
ไม่มีแม้กระทั่งที่จะอยู่ ตอนนี้วุ่นวายมาก ฝากงานให้เราทำด้วย.....

ทุกข์ที่ว่าหนักหนา มันก็ไม่รู้หายไปไหน
นี่คือความเข้าใจครับ เมื่อเราเข้าใจ และเห็นว่าทุกคนก็มีความเศร้า เสียใจ

บางทีอาจจะหนักหนากว่าเราด้วยซ้ำ...........
เราอาจจะรู้สึกว่าเราโชคดี ที่อย่างน้อยเรายังมีบ้านให้อยู่
คืนนี้เรายังมีที่ให้ได้นอน.....


เปิดใจให้กว้าง ความสุขอยู่กับมุมมองที่เรามองครับ.....
มองให้เห็นความงดงามในทุกสรรพสิ่ง
แม้กระทั้งความงามบนความทุกข์และความน่าเกลียด.....

หลายสิ่งอาจมองเห็นไม่ได้ ถ้าไม่มีอีกด้านให้สัมผัส
เราจะรู้จักความงดงามของรักแท้ได้อย่างไร....
หากไม่เคยเสียใจเพราะความรัก....

เราจะรู้สึกถึงความอบอุ่นของแสงแดดได้อย่างไร
หากไม่เคยพบควารมเหน็บหนาว.............

ที่ใดมีความทุกข์ ความสุขสงบก็อยู่ใกล้ ๆ กันตรงนั้นเช่นกัน
มันผุดมาจากตอเดียวกัน
เรียนรู้ไปด้วยกัน...........

ขอให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขครับ
เรียนรู้ที่จะอยู่กับความทุกข์ ด้วยความสุข สงบ:)





โดย: เด็กซาปอย วันที่: 11 เมษายน 2550 เวลา:13:25:25 น.  

 

ชอบอิฐสองก้อนมากกว่า
เพราะอันนี้ประดิษฐ์ คำมากไป


โดย: Hakka IP: 49.231.3.20 วันที่: 1 กรกฎาคม 2558 เวลา:17:23:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เด็กซาปอย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 21 คน [?]




Friends' blogs
[Add เด็กซาปอย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.