Group Blog
 
 
มีนาคม 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
30 มีนาคม 2550
 
All Blogs
 
........((((โยคะนอกเสื่อ))))))........ตอนที่ 3 โยคะยิ้มยาก:)

"""""""""""""""""""""""""โยคะยิ้มยาก""""""""""""""""""""""""""""""""

....................แค่เห็นชื่อตอนที่ตัวเองจะเขียนก็เริ่มขำตัวเอง
แต่มันเป็นเรื่องจริง และคิดว่ามีประโยชน์อย่างมากในการฝึกโยคะ
เลยยอมประจานตัวเอง....อิอิ
ใครนึกภาพไม่ออกลองนึกถึงเวลาตัวเองทรมารเช่นท้องผูก หรือป่วยอยู่แล้วพยายามยิ้มดูนะครับ
ว่ามันยิ้มได้ฝืนมักๆๆๆๆ หรือถ้ายิ้มได้แบบผม คือ ยิ้มแยกเขี้ยวครับ
เหมือนจะไปกัดกับชาวบ้านเค้าอย่างไรไม่รู้


ที่ยิ้มไม่ได้ เพราะมันทรมานครับ คนไม่เคยฝึกโยคะอาจคิดไม่ออก

แต่ยิ้มที่ผมจะเล่านี้ไม่เกี่ยวกับยิ้มเบื้องต้นเท่าไหร่
ก็อย่างที่บอกครับ ว่าผมฝึกโยคะร้อนก่อน
แล้วก็ Concentrate กับตัวเองเอามักๆๆๆๆ
คือ ป๋ม ไม่สนใจชาวบ้านแล้วครับ
แต่สิ่งที่สำคัญคือ มันแสดงออกมาที่สีหน้าครับ

มันดู เครียดมาก ไม่เคยรู้เหมือนกัน

ยิ่งท่า Standing bow pulling pose ที่พยายามจะทำ legs split ในท่ายืนนะครับ
ตาผมจ้องกระจกจดแทบจะหลุดออกมาจากเบ้า...ตามที่อาจารย์เคยบอก

คือไม่ได้บอกว่ามันไม่ดีครับ แต่บางครั้งมันก็มากเกินไป
และผมก็ไม่เคยทำ
Standing legs split ได้สำเร็จในหน้าบูดตาถลึงๆของผมได้เลย

บางครั้ง การก้าวออกจากกรอบอะไรที่ปิดกั้นเรามากเกินไปกลับเป็นผลดี

คือบางครั้ง ร่างกายเราพร้อมครับ แต่ใจที่ไม่พร้อมมันไปปิดกั้นร่างกายเอาไว้
ทำให้ Explode ออกจากกรอบไม่ได้

หลัง ๆ มานี่ผมได้รู้จักจากอาจารย์ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่แกยิ้มตลอดเวลา

แกไม่บ้านะครับ แต่เป็นคนที่มีอารมยณ์แจ่มใจตลอด
ไปฝึกโยคะกับแกทำให้ผมยิ้มแล้วก็หัวเราไปด้วย
จนติดเป็นนิสัย

เล่นท่าโยคะแล้วชอบยิ้ม
และแล้วด้วยการหัดยิ้ม.....จากความสุขที่ได้ฝึกท่าโยคะ
จากความสุขที่เกิดขึ้นจริง ๆ ในหัวใจ

ทำให้รู้สึกว่าร่างกายมันเบา สบาย แม้ว่าท่านั้นจะยาก หรือลำบาก
และในที่สุดผมก็ทำสำเร็จ Standing leg split


บางครั้งการ express ท่าของโยคะ ก็ต้องมาจากความรู้สึกข้างใน
ท่าจะออกมาดูดีได้ ก็เพราะว่าใจข้างในเราสบาย และมีความสุข

...........รอยยิ้มเป็นการเปิดประตูสู่หัวใจ................
เราจะได้ยินอาจารย์โยคะพูดบ่อย ๆ ถึงคำว่า MELT YOUR HEART เพราะหัวใจกับร่างกายมันสัมพันธ์กัน
หากใจยังไม่เปิดรับ
ร่างกายก็ไม่พร้อมที่จะ explode และ express อะไรที่มากขึ้นเช่นกัน


ผมอยากให้รอยยิ้มอยู่ในหัวใจลูกศิษย์ผมเวลาฝึกโยคะ
(อาจไม่ต้องยิ้มบนใบหน้า....แต่หัวใจจะสัมผัสได้เอง)
ผมก็เป็นอาจารย์โยคะอีกคนที่เคี่ยวศิษย์พอสมควร
อาจเรียกอีกนัยยะหนึ่งว่า “โหด”แต่ก็เป็นการโหดที่สอนอะไรบางอย่าง

เพราะฉะนั้นจำไว้นะครับ
เมื่อไหร่เจออาจารย์โยคะที่โหด ๆ
ให้ส่งยิ้มจากใจให้ท่าน
แล้วท่านจะรู้สึกได้เอง....อิอิ

เขียนแล้วคิดถึงลูกศิษย์รุ่นบุกเบิกที่โรม
น่ารักกันมาก ๆ
มันเป็นรอยยิ้มแล้วก็กำลังใจ ที่ทำให้ผมไม่คิดจะหยุดสอนโยคะจนถึงวันนี้
………………………………..
ขอบแอบนินทาลูกศิษย์ นิด
คือครูปอยก็เคยทำพลาดเหมือนกัน
แอบหลุดปากไปเรียกลูกศิษย์วัย (ความ) สาว (เหลือ) น้อยว่า ป้า
แค่นั้นแหละ รอยยิ้มที่อยู่ในคลาสมันหายไปอย่างรวดเร็ว
พร้อมกระแสมาคุที่ครูก็ยังสั่น ๆ กลัว ๆ อยู่เช่นกัน
เลยต้องขอโทษลูกศิษย์ที่รักไป....
อายุไม่ใช่เรื่องสำคัญ ....แค่ใจ(ทีอยากฝึกโยคะ) ที่มีให้กันก็พอ....อี๊ววววว


แอบน้ำเน่าจริง ๆ เลยเรา อิอิ............
แล้วก็ต้องจำใส่ใจ อายุกับปู๋หญิงนี่เป็นของต้องห้ามจริง ๆ
ห้ามเอื้อนเอ่ย....แม้แต่ในห้องสอนโยคะ...อิอิ


..........................................................................................................


เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าผมเล่ายืดไปมาก วนไปวนมา
จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ออกนอกเสื่อกับเค้าสักที
แต่จุดประสงค์คือ อยากให้เห็นประเด็นว่าการที่เราเริ่มต้นฝึกโยคะนั้นก็อาจจะมีเหตุชักจูงคล้าย ๆ กัน
อย่างผมอยาก firm บางคนอย่างหุ่นดี บางคนอยากสุขภาพดี ไม่ปวดหลัง ไม่มีโรคมารบกวน
บางคนอยากสงบจิตใจ แต่ในท้ายที่สุด สิ่งที่เราได้จากโยคะก็นำมาซึ่งผลหลักอันเดียวกัน


ซึ่งบางทีเราอาจจะลืมคิดไป
ผมสังเกตุมีคนหลายคนตั้งกระทู้ถามบ่อย ๆ เพราะไม่เคยฝึกโยคะมาก่อน ยังเป็นมือใหม่
ก้เลยอยากจะบอกว่า ผมก้เหมือนกัน การเริ่มต้นก็มีการลองผิดถูกไปตามเรื่อง
จนกว่าจะเลือทางของตัวเองได้
โดยเฉพาะกระทู้ที่ถามเกี่ยวกับโยคะร้อน เลยพล่ามละเอียดไปนิด
..........................................................

อย่างไรก็ขอรวบยอดเข้ามาถึงจุดเปลี่ยนของผมก่อนเลยแล้วกัน
บางครั้งคนเราก็เรียนรู้จากความเจ็บปวด
สิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมฝึกโยคะนอกเสื่อ มันเริ่มต้นจากการแข่งขันโยคะครับ
พูดไปหลายคนอาจงง
โยคะทำไมต้องแข่ง
มีด้วยหรอแข่งโยคะ ฟังแล้วมันดูแปลกๆ

ไม่เห็นเคยได้ยินเลย
แต่มีครับ ซึ่งผมก็เคยลงแข่งโยคะมาแล้ว 2 ครั้งในเมืองไทย

ขอข้ามรายละเอียดในการแข่งขันไปนะครับ
....................................................


เนื่องจากผมจะลงแข่งโยคะ ครูก็เลยต้องจับเคี่ยวเป็นพิเศษ

มีการอนุญาติให้ฝึกท่า advance ที่ครูไม่สอนได้
แล้วก็เลือกท่าที่คิดว่าเหมาะกับตัวเองไปประกวด
ผมก็นี่เลยครับ

วันแรก......ไปดูก่อน....ครูก็จะทำท่าให้ดู หลายท่ามาก
แล้วเราก็เลือกท่าที่เห็นแล้วรู้สึกว่า...อยากทำ
แต่สิ่งที่สัมผัสได้คือพลังครับ

เวลาอาจารย์รวมกลุ่มกันทำท่าต่าง ๆ มันดูมีพลังงานมากมายปล่อยออกมา
เป็นแรงบรรดารใจ
อยากให้ผมอยากฝึก อยากทำให้ได้บ้าง
หลังจากดูอยู่พักใหญ่ ผมก็ค้นพบท่าเฉพาะตัวของผม

(คือแต่ละคนจะมีท่าโยคะที่เหมาะกับร่างกายตัวเองครับ คือทำได้เลยโดยธรรมชาติ....แนว ๆ born to be
แต่ไม่ใช่ท่าศพอาสนะนะครับ บอกไว้ก่อน.....เพราะฉะนั้นเวลาเล่นโยคะ อย่าเปรียบเทียบครับ เราต่างกัน หากจะเปรียบ ก็เปรียบกับตัวเองดีกว่า)

และแล้ว ท่าที่ผมเลือกก็คือ ท่าขาพาดคอครับ ทำแล้วรู้สึกดีมากๆ
แม้คนภายนอกอาจดูว่ามันโหด แต่ผมรู้สึกว่าผมนิ่งและสบาย
อีกท่าคือ led split with forward bend (Hanumanasana pose)

แล้วที่มาของจุดเปลี่ยนก็ตอนฝึกท่า advance เนียแหละครับ
คือร่างกายคนแต่ละวัน หากเราสังเกตุจาการเล่นโยคะ จะรู้ว่ามันเปลี่ยนทุกวัน
วันนี้ตึงมาก วันนี้ตึงน้อย วันนี้แอ่นหลังได้มาก บางวันก้าวขาไม่ออก
มันอยู่ที่กิจวัตรของกายและใจที่มำในแต่ละวัน
แต่ตอนนั้นคนที่แค่ร่างกายอาจฝึก advance ได้แต่ใจยังอยู่ขั้นอนุบาลอย่างผม
มันจะไปเหลือหรอครับ
ครูบอกให้ push ก็ push ดิครับ ปรากฏว่า
กล้ามเนื้อ hamstring ผมฉีกก๊าบบบบ


แรก ๆ ก็ไม่มาก แต่ดันทุรังครับ ไม่ยอม อยากประกวดโยคะ
สุดท้าย....หลังประกวด ต้องรักษาตัวกว่าหกเดือน
คือ หลังขาจะยืดได้ยากมาก
ไปนวดรักษาจนหมอเอือมว่าไม่พร้อมแล้วไปทำทำไม...อิอิ

โชคดีที่ได้หมดเก่งครับ เป็นหมอด้านกายภาพ
หมออธิบายว่ากล้ามเนื้อเวลาฉีกขาด พอร่างกายเริ่มรักษาตัวเอง มันจะสร้างพังผืดขึ้นมาหุ้ม
แต่ไอ้พังผืดเนี่ย มันไม่ยืดหยุ่นเหมือนกล้ามเนื้อครับ
คือ ถ้าปล่อยให้มันรัดกล้ามเนื้อไว้ สุดท้าย ถ้าดันทุรังไปยืดมันอีก
มันก็จะขาดอีดรอบ....


หมอเลยแนะนำให้.....ไปเล่นโยคะต่อครับพ่อแม่พี่น้อง....
เล่นให้พังผืดมันค่อย ๆ ยืด แต่ไม่ให้ฝืน
คือเล่นให้บริเวณที่เจ็บรู้สึกว่าตึง ๆ ก็พอ
แล้วมันจะมีเลือดมาหล่อเลี้ยงระหว่างรักษาไปเรื่อยๆ


ต้องขอบคุณคุณหมอครับ ที่ทำให้ผมกลับลำทัน ไม่งั้นคงฝึกโยคะต่อลำบาก
แต่ขอบอกครับ อย่างไรก็ไม่คุ้มเสี่ยง ทางทีดีอย่าให้มันขาดจะดีที่สุด

หลังจากบาดเจ็บ การฝึกโยคะของผมก็ถอยหลังเข้าคลองอะดิครับ
คนเจ็บอยู่ ทำท่าอะไรก็ไม่ค่อยได้ แถมหมอยังดันทุรังขู่ว่ายังไงก็ต้องฝึก (กรรม _ _!!)

ทีนี้เวลาฝึกมันก็ไม่มีความสุขอะดิครับ ทำก็ทำไม่ได้ ยังต้องฝืนเพราะกลัวไม่หาย
คนเคยทำได้เต็มร้อย ตอนนี้มาเริ่มงอกแงกที่ศูนย์เปอร์เซนต์ใหม่ มันก็แย่อะดิ

แต่ก็ทนครับ ปรับ aligment ตัวเองอีกรอบ
ใครไม่เคยไม่รู้ครับ ว่าแม้กระทั้งส่วนเล็ก ๆ ของร่างกายอย่างนิ้วเท้า

มันมีผลต่อการ balance ของร่างกายมากมายแค่ไหน
เอาเป็นว่า หกเดือนที่ว่านี้ ผมฝึกโยคะด้วยความเบื่อหน่ายที่สุด

เหมือนไม่มีความก้าวหน้าอะไรเลย
หยุดนิ่งกับที่มาก ๆ
เบื่อ เบื่อ แล้วก็เบื่อ จนคิดท้ออยากเลิกฝึก
แถมไม่ชอบเล่นโยคะที่อื่นนอกจากห้องร้อน
แล้วเล่นแล้วก็ต้องมีกระจกด้วย

คือติดที่จะต้องเห็นและจัดร่างกายตัวเองตลอดเวลา.....
เนี่ยแหละครับ เป็นที่มาของคำที่ผมใช้ว่า .ติดกระจก....
แต่จริง ๆ ไม่ใช่การติดกระจกครับ มันเป็นการที่ใจเราหมกมุ่นอยู่กับตัวเองมากเกินไป

เหมือนบางคนที่อ้วน ผอมแค่ไหนก็ยังดูว่าตัวเองอ้วน
ผมก็เหมือนกัน จริง ๆ สะโพกมันเบี้ยวไปนิด ก็ปรับมันอยู่นั่น

คือหมกมุ่นกับร่างกายมากเกินไป
ใจมันก็ปิด ร่างกายมันก็ยิ่งปิดตามไปด้วย
สุดท้าย การฝึกก็เลยดิ่งลงเหวไปเลย..........................................






Create Date : 30 มีนาคม 2550
Last Update : 3 เมษายน 2550 12:20:15 น. 8 comments
Counter : 1081 Pageviews.

 
เข้ามาเจิมคนแรก


โดย: Amiyumi (Amiyumi ) วันที่: 30 มีนาคม 2550 เวลา:22:42:43 น.  

 


โดย: รักน้อยนิด วันที่: 3 เมษายน 2550 เวลา:7:22:09 น.  

 
ตามมาอ่าน เป็นกำลังใจให้ เขียนอีกนะคะ


โดย: รักน้อยนิด (รักน้อยนิด ) วันที่: 3 เมษายน 2550 เวลา:7:23:02 น.  

 
ขอบคุณทุกความเห็นครับ
ถึงคนอ่านจะน้อย
แต่ผมก็ยังยืนยันที่จะเขียนต่อ:)
อิอิ......


โดย: เด็กซาปอย วันที่: 9 เมษายน 2550 เวลา:23:02:52 น.  

 
ชอบอ่านคะ เขียนต่อนะคะ

ตอนนี้ก็บ้าโยคะเหมือนกันค่ะ เล่นมา 7 เดือนแล้วรู้สึกว่าร่างกายคนเรานี่มันมหัศจรรย์มาก จากที่เคยทำไม่ได้ ก็ค่อยๆทำได้ รู้สึกสงบขึ้นค่ะ คุณเด็กซาปอยเล่นที่ CAWOW หรือเปล่าคะ เราก็เล่นที่นี่เหมือนกันแต่ที่เชียงใหม่ค่ะ


โดย: Pimnattada IP: 203.113.50.12 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2550 เวลา:10:04:44 น.  

 
เข้ามาอ่าน แบบว่าเล่นโยคะร้อนอยู่ แล้วก็อยากรู้อยากเห็นว่า คนอื่นเค้าเล่นอะไร ฝึกอย่างไร ส่วนตัวคิดว่าดีทุกแบบ...เป็นกำลังใจให้นะ ยังไงก็แวะเวียนอยู่ใกล้ๆๆค่ะ


โดย: aloha IP: 125.24.14.18 วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:10:44:45 น.  

 
อ่านแล้วเข้าใจความรู้สึกคุณครู มากกกกกกกก ขอบคุณนะค่ะที่แบ่งปัน เมื่ออาทิตย์ ก่อนปุ๊กรูสึกท้อ และไม่มีความสุขกับการไปฝึกโยคะเลย เพราะปุ๊กเจ็บ ปีกไหล่มากๆ ทำท่าอะไรไม่ได้เลย รู้สึกตัวเองอ่อนแอ หลังจากกลับมานั่งทบทวน ว่า เราเคยเจ็บ ที่ ก้น แถบขวา มา 6 เดือน เราก้อคิดว่า จะผ่านไปได้เหมือนเดิม แต่ครั้งนี้ มัน ทำให้ใจห่อเหี่ยว จริงๆค่ะ ขอบคุณนะค่ะ ที่มาแชร์ ^^ รู้สึกเข้าใจอะไรมากขึ้นเยอะเลยค่ะ


โดย: pook IP: 27.55.70.189 วันที่: 25 กรกฎาคม 2557 เวลา:21:40:22 น.  

 
Keep writing :)


โดย: Hakka IP: 49.231.3.20 วันที่: 1 กรกฎาคม 2558 เวลา:10:56:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เด็กซาปอย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 21 คน [?]




Friends' blogs
[Add เด็กซาปอย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.