Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
17 พฤศจิกายน 2548
 
All Blogs
 
อลังการงานยี่เป็งและเส้นทางสายสวรรค์บนยอดดอยอินทนนท์



ก่อนหน้าเทศกาลวันลอยกระทงประมาณ 2 อาทิตย์ ผมได้มีโอกาสเห็นภาพงานยี่เป็งที่อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ที่น้องตากล้องคนนึงไปถ่ายมาเมื่อปีที่แล้ว
รู้สึกว่ามันช่างสวยงามมาก เป็นอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
พอได้ทราบว่า ปีนี้ทางธุดงคสถานล้านนา สถานที่จัดงานยี่เป็งสันทราย ได้กำหนดให้จัดงานขึ้นในวันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2548
ทำให้เกิดความอยากไปถ่ายภาพงานนี้ซักครั้งในชีวิต บวกกับพี่ๆเพื่อนๆหลายคนก็ชวนไปงานนี้อยู่แล้วด้วย อีกทั้งยังไม่ต้องลางานอีกต่างหาก เพราะเป็นงานคืนวันเสาร์ เราไปแค่สองวันเสาร์อาทิตย์ก็ยังได้สบายๆ
ผมเลยตัดสินใจและตอบตกลงเพื่อนผมไปโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก

คืนวันศุกร์ที่ 11 พ.ย. เราเริ่มออกเดินทางประมาณ 5 ทุ่ม โดยรถปิ๊คอัพของคุณพี่ท่านหนึ่งในห้องหัวใจเดินทางแห่ง BP พันทิป ขับกันไป คุยกันไปเรื่อยๆ เพลินๆ แบบไม่รีบร้อน ก็มาเช้าเอาที่จ.ลำปางพอดี เลยแวะรับน้องๆอีก 2 คนที่สถานีรถไฟ เพื่อไปเชียงใหม่ด้วยกันต่อ แถมเติมพลังอาหารเช้าด้วยก๋วยจั๊บเจ้าอร่อยหน้าสถานีรถไฟอีกคนละชามสองชามด้วย

หลังจากนั้นอีกไม่เกิน 2 ชั่วโมง เราก็เดินทางถึงจ.เชียงใหม่ ไปแวะที่บ้านคุณพี่ที่เคารพนับถืออีกท่านหนึ่งแถวๆสนามกีฬา 700 ปี และหลังจากสวาปามข้าวซอยกระดูกอ่อนแสนอร่อยไปเรียบร้อยแล้ว เราก็ออกไปจิบกาแฟเย็นชื่นใจในบรรยากาศร้านรถบัสที่ชื่อ Coffee Bus ที่กาดมีโชค แล้วก็ไปต่อที่พระตำหนักดาราภิรมย์ และวัดป่าดาราภิรมย์แถวๆอ.แม่ริม แล้วก็กลับมาพักผ่อนอาบน้ำอาบท่า เตรียมเก็บของขึ้นดอยและเตรียมตัวไปเที่ยวงานยี่เป็งที่สันทรายด้วย



Create Date : 17 พฤศจิกายน 2548
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2548 18:08:17 น. 13 comments
Counter : 225 Pageviews.

 

และในที่สุด …. หลังจากหาที่จอดรถอยู่นานสองนานในบริเวณธุดงคสถานล้านนา เราก็หาที่จอดจนได้ ซึ่งต้องเดินไปอีกระยะทางประมาณเกือบ 1 กิโล ในงานมีการแสดงฟ้อนและขบวนแห่ต่างๆอยู่รอบนอกของลานที่จะใช้ปล่อยโคม ผมเดินเล่นแถวๆด้านนอกไม่นานนัก ก็เริ่มเข้าไปเดินหามุมสำหรับถ่ายภาพในคืนนี้ …..
ในงานจะมีตากล้องจากแทบทุกสารทิศเต็มไปหมด เรียกว่าหันไปทางไหนก็เจอแต่ตากล้อง และหลายๆคนก็ยังเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตากันทั้งนั้น
ผมเดินเข้าไปนั่งจ๋องอยู่บริเวณกลางลาน กลางหมู่พุทธศาสนิกชนที่มานั่งสวดมนต์และรอปล่อยโคมลอยถวายเป็นพุทธบูชา รออยู่สักพักใหญ่ๆ ก็ได้เวลาที่ประธานในงานเริ่มจุดและปล่อยโคมดวงแรก

และแล้ว เวลาที่ผมรอคอยก็มาถึง เมื่อโฆษกในงานบอกให้ทุกคนเริ่มจุดโคมลอย ทุกคนจุดโคมกันเป็นที่สนุกสนาน พร้อมทั้งอธิษฐานสิ่งที่ดีงามแก่ตัวเองและครอบครัว
บนเวที .. โฆษกก็พยายามประกาศให้ทุกคนถือโคมไว้ก่อน อย่าเพิ่งปล่อยลอยขึ้นไปก่อนคนอื่น จะให้สัญญาณปล่อยโคมพร้อมๆกัน เพื่อความสวยงามอย่างที่สุด บ้างก็ต้องปล่อยไปก่อนเพราะทนความร้อนไม่ไหว บ้างก็หลุดมือไป บ้างก็ไม่ได้ยินเสียงโฆษก ฯลฯ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังถือเตรียมรอเพื่อปล่อยพร้อมๆกันทั้งหมดในที่นั้น


โดย: debby the gunner วันที่: 17 พฤศจิกายน 2548 เวลา:18:10:31 น.  

 

เมื่อสิ้นสุดเสียงของโฆษกให้ปล่อยโคมได้ วินาทีนั้นโคมเกือบทั้งหมดหลายพันดวง ก็ถูกปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมๆกัน ช่างเป็นภาพที่สวยงามอะไรเช่นนี้ ยอมรับว่าตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยเห็นอะไรที่ดูอลังการและงดงามแบบนี้มาก่อน ผมยืนตะลึงมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยความสว่างไสวของโคมลอยหลายพันดวงที่ทุกๆคนพร้อมใจกันปล่อยเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
หลังจากนั้นก็เริ่มปรับดึงความรู้สึกกลับมา เพื่อจัดแจงตั้งกล้องและเตรียมถ่ายภาพอันงดงามที่เห็นอยู่ตรงหน้า และนี่ … คือครั้งแรกที่ผมถ่ายภาพพร้อมกับน้ำตา เป็นน้ำตาแห่งความปิติ น้ำตาแห่งความตื้นตัน ที่ได้เห็นภาพแบบนี้อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งในชีวิต
ฟิล์มเกือบ 2 ม้วนถูกกดหมดไปอย่างรวดเร็ว ผมพยายามจะถ่ายเก็บบรรยากาศให้ได้มากที่สุด หลายมุมที่สุด ทั้งภาพโคมลอยเต็มท้องฟ้า ภาพอารมณ์ของผู้คนที่มาลอยโคมในวันนั้น หรือแม้แต่ภาพพลุที่ถูกยิงขึ้นไปสร้างความสวยงามให้แก่ท้องฟ้าในคืนนั้นให้ยิ่งสวยงามมากขึ้น

เหลือบมองนาฬิกา ได้เวลาที่จะต้องออกจากงานเพื่อเดินทางสู่ดอยอินทนนท์อันเป็นที่พักของเราในคืนนี้แล้ว
แล้วปีหน้าผมจะกลับไปใหม่แน่นอน ….. ยี่เป็งสันทราย ถวายพุทธบูชา

คืนนั้นกว่าเราจะมาถึงบ้านพักของหมวดการทางจอมทอง(บริเวณกม.31 หรือตรงข้ามที่ทำการอุทยานฯดอยอินทนนท์นั่นเอง) ก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนกว่าแล้ว
คืนนั้นเรานั่งสนทนาปัญหาธรรมะพร้อมซดน้ำเพิ่มอุณหภูมิกันจนถึงตีสี่กว่าถึงได้แยกย้ายกันเข้านอน ก่อนนอนเดินไปดูเทอร์โมมิเตอร์ที่แขวนไว้กลางลานหน้าที่พัก ระดับปรอทชี้บอกอุณหภูมิที่ 15 องศา กำลังดีสำหรับคืนนี้ ไม่หนาวมากเกินไป


โดย: debby the gunner วันที่: 17 พฤศจิกายน 2548 เวลา:18:12:27 น.  

 

อีกไม่ถึง 3 ชั่วโมงถัดมา ผมก็ต้องตื่นขึ้นมาเพราะพี่ที่ผมไปรับปากไว้ว่าจะขึ้นไปถ่ายภาพทะเลหมอกกันที่พระบรมธาตุฯ มาเรียกให้ผมตื่นไปตามสัญญา
ไม่มีปัญหาครับ เรื่องถ่ายภาพผมบ่ยั่นอยู่แล้ว ใช้เวลาไล่ความงัวเงียเพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งนาที ก็พร้อมลุยสำหรับเช้าวันนี้
ใช้เวลาขับรถจากกม.31 มาไม่นานนักก็ถึงบริเวณที่ตั้งของพระบรมธาตุนภเมทนีดลและพระบรมธาตุนภพลภูมิสิริ เนื่องจากเวลาที่เราไปถึงประมาณ 7 โมงกว่าแล้ว ทำให้เราไม่ได้เก็บภาพแสงแรกของวัน แต่ก็ยังได้ภาพทะเลหมอกที่มีฉากหน้าเป็นพระบรมธาตุฯ … วันนี้ฟ้าใสสวยมากครับ

เก็บภาพพระบรมธาตุฯซักพักใหญ่ๆ ก็กลับมาที่บ้านพักเพื่อทานอาหารเช้า ล้างหน้าล้างตา อาบน้ำให้สบายตัว แล้วผมก็เก็บกระเป๋าเตรียมตัวแยกย้ายจากพี่ๆในกลุ่ม เพื่อเดินทางสู่อ.แม่แจ่มตามแผนที่วางเอาไว้
ผมออกมายืนรอโบกรถที่หน้าที่ทำการอุทยานฯไม่เกิน 5 นาที รถปิ๊คอัพเป้าหมายของผมก็ขับผ่านมา ถือว่าโชคดีเป็นของผมเพราะเพียงคันแรกที่ผมโบก ก็ต้อนรับผมอย่างดี และที่สำคัญ ผ่านอ.แม่แจ่มอันเป็นจุดหมายของผมพอดีเลยด้วย … พี่เขาจะเลยไปทางอ.ขุนยวม เพื่อไปชมทุ่งดอกบัวตองที่ดอยแม่อูคอครับ ถ้าไม่ติดจะต้องรีบกลับเย็นวันนี้ ผมอาจจะขอตามพี่เขาไปด้วยก็ได้


โดย: debby the gunner วันที่: 17 พฤศจิกายน 2548 เวลา:18:14:05 น.  

 

ผมโยนกระเป๋าขึ้นหลังรถ และนั่งชมวิวทิวทัศน์ระหว่างทางไปเรื่อยเปื่อยอย่างสบายอกสบายใจ บนเส้นทางสายอินทนนท์-แม่แจ่มที่ผมคุ้นเคยดี เพราะผ่านเส้นทางนี้มาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ฟ้าวันนี้ยังคงเป็นสีฟ้าใสสวยงาม ต้นไม้สองข้างทางเขียวชอุ่ม ลมหนาวโชยมาต้องผิวกาย ท่ามกลางเปลวแดดตอนใกล้เที่ยงวัน ผมพยายามซึมซับเอาบรรยากาศรอบตัวเก็บไว้ให้มากที่สุด … มันช่างงดงามอะไรถึงเพียงนี้ …

ใช้เวลาไม่นานก็ถึงตัวอ.แม่แจ่ม อำเภอเล็กๆที่ตั้งอยู่ในหุบเขาแห่งดอยอินทนนท์ ผมมักจะแวะมาที่นี่เสมอเวลาที่ผมมาเที่ยวดอยอินทนนท์ เพื่อเยี่ยมเยือนเพื่อนรักของผมที่เกิดและเติบโตและทำมาหากินอยู่ที่อำเภอแห่งนี้
หลังจากพบปะทักทายและนั่งคุยกันพอหายคิดถึง เพื่อนผมก็อาสาขับรถขึ้นมาส่งผมที่ปากทางเข้าเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน บริเวณใกล้ๆกับพระบรมธาตุฯที่ผมขึ้นมาเมื่อเช้านี้รอบนึงแล้ว
เส้นทางกิ่วแม่ปานนี้ ผมได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว ว่าเป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่สวยที่สุดในประเทศไทย และผมกำลังจะได้เข้าไปสัมผัส ณ บัดนี้แล้ว
ก่อนเข้าเส้นทางฯ ต้องติดต่อลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ที่ด้านนอกก่อน และต้องมีผู้นำทาง(ผู้สื่อความหมาย)เดินนำทางเราเข้าไปด้วย โดยคนที่นำผมเข้าไปเป็นชาวม้งที่อาศัยอยู่บนดอยอินทนนท์นั่นเอง อัตราค่านำทางคิดอยู่ที่ 200 บาทต่อผู้นำทาง 1 คน ต่อกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไม่เกิน 15 คน


โดย: debby the gunner วันที่: 17 พฤศจิกายน 2548 เวลา:18:16:03 น.  

 

เส้นทางเริ่มแรกเราจะพบน้ำตกห้วยทรายเหลืองที่เป็นน้ำตกเล็กๆก่อน แล้วก็เริ่มเข้าสู่เขตป่าเมฆ หรือป่าดิบเขา ลักษณะเป็นป่าดึกดำบรรพ์ ต้นไม้แต่ละต้นใส่เสื้อกันรุงรังเต็มไปหมด เดินไปซักพักก็เริ่มออกสู่เขตทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์ ที่มีดงดอกหนาดขาวบานเต็มท้องทุ่งสีขาวโพลนล้อกับสายหมอกที่ลอยมาเอื่อยๆเป็นระยะ จนทำให้แว่บหนึ่งในความคิดของผมบอกว่า … สวรรค์บนโลกมนุษย์มีจริง !!!
เดินผ่านทุ่งหญ้ามาได้ ก็พบกับแนวสันเขาที่ข้างล่างเป็นหน้าผาสูงชัน พี่ม้งบอกว่าถ้ามองไปไกลๆแล้วสังเกตดีดี แถวนี้จะเห็นกวางผาอยู่บ่อยๆ แต่ผมก็มองหาไม่เจอซักตัว จากแนวสันเขานี้เราจะเห็นแท่งหินสองแท่งตั้งอยู่ ซึ่งก็คือผาแง่มน้อย และบริเวณนี้จะมีต้นกุหลาบพันปีขึ้นอยู่ค่อนข้างหนาแน่น มีหลายต้นที่โดนไฟไหม้ไปตอนช่วงหน้าแล้งเมื่อต้นปี และกำลังอยู่ในระหว่างฟื้นฟูตัวเอง และก็ยังมีอีกหลายต้นที่ดอกกำลังแย่งกันบานเต็มต้น สีแดงสดใสตัดกับสายหมอกด้านหลัง เป็นภาพที่แทบจะทำให้หยุดหายใจได้เลย
ระยะเส้นทางเดินทั้งหมด 3 กม. ผมใช้เวลาไป 2 ชั่วโมงกว่าๆ เพราะต้องรีบออกมาให้ทัน 5 โมงเย็น เพื่อหารถโบกลงดอยเพื่อกลับเข้าเชียงใหม่อีก … นับว่าเป็นการวางแผนผิดพลาดที่ผมเข้าไปเดินกิ่วแม่ปานในช่วงบ่าย เพราะถ้าเข้าไปตั้งแต่เช้า ผมคงมีเวลาชื่นชมและดื่มด่ำกับธรรมชาติที่นั่นมากกว่านี้อีกหลายชั่วโมง
แต่ไม่เป็นไรครับ …. อีกไม่นาน ผมจะกลับไปอีกแน่นอน

ผมออกมาจากกิ่วฯประมาณ 5 โมงกว่าแล้ว ซึ่งทันกับเวลาที่แม่ค้าร้านส้มตำแถวนั้นกำลังจะกลับบ้านที่อ.จอมทองพอดีเลย ผมก็เลยโชคดี ได้ติดรถลงมาจากดอยด้วย และนี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งในชีวิตการเดินทางของผมที่ผมได้รับ”น้ำใจ”จากผู้คนบนรายทาง
สามทุ่มคืนนั้น ผมอยู่บนรถทัวร์เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ นั่งคิดทบทวนถึงสิ่งดีดีที่ผ่านพบเมื่อสองวันที่ผ่านมา และเคลิ้มหลับไปด้วยความสุขใจในที่สุด …..


โดย: debby the gunner วันที่: 17 พฤศจิกายน 2548 เวลา:18:17:09 น.  

 
น้ำตาแห่งความปิติ ยังไม่ไหลเลยอ่ะพี่
ขอรูปประกอบคำบรรยายหน่อยดิคะ


โดย: Yo IP: 202.129.36.234 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2548 เวลา:18:40:42 น.  

 

ปีหน้า นู๋ไปด้วยคนนะน้า
ไม่ให้ไป ก้อจะตามไปอ่ะ


อยากดูรูปค่ะน้า อยากดูๆๆๆ


โดย: -`๏’- Sunsnow -`๏’- วันที่: 18 พฤศจิกายน 2548 เวลา:16:06:00 น.  

 
อยากดูรูปด้วยคนครับ...


โดย: สมพร (Arefa Gold) (Arefa Gold ) วันที่: 18 พฤศจิกายน 2548 เวลา:19:51:41 น.  

 
บรรยายเก่งพอกับถ่ายรูปเลยค่ะ


โดย: ป้านิด IP: 80.128.209.87 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2548 เวลา:9:03:37 น.  

 
ฮ่าฮ่า …. เรื่องรูป คงต้องรออีกซักพักครับ
เพราะผมถ่ายด้วยฟิล์ม ยังไม่ได้เอาไปล้างเลย
ไว้ล้างเสร็จแล้วจะมาลงให้ดูกั๊บ


โดย: debby the gunner วันที่: 21 พฤศจิกายน 2548 เวลา:10:52:49 น.  

 
^
^
อยากดูรูปด้วย
วันหลังไปโบกรถด้วยคนนะน้า


โดย: BBwindy วันที่: 21 พฤศจิกายน 2548 เวลา:11:02:54 น.  

 
งง ทำไมไม่เป็นล็อคอิน
ทดสอบ ทดสอบ


โดย: เจนนี่_T วันที่: 21 พฤศจิกายน 2548 เวลา:12:54:38 น.  

 
รูปยังดองไม่ได้ที่ อิอิ


โดย: Live Forever IP: 203.144.240.43 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2548 เวลา:14:18:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

debby the gunner
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Nothing's gonna change my world.
Friends' blogs
[Add debby the gunner's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.