o หัวใจบอบบาง สร้างมาเพื่อเธอ o
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2555
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
20 กรกฏาคม 2555
 
All Blogs
 
ระริน ตอนที่ 7 (ยังหาชื่อเรื่องที่เหมาะสมไม่ได้คะ)

รุ่งอรุณวันใหม่ ระรินเตรียมตัวแต่เช้าเพื่อออกไปเป็นครูผู้ช่วยตามที่ตกลงกันไว้กับหนุ่มสุดเท่ห์ ดูเหมือนงานนี้จะท้าทายเธอมากเลยมีเดียว เด็กๆเป็นวัยที่พูดจาไม่รู้เรื่อง ไม่มีเหตุผล ร้องไห้ง่าย อีกทั้งซนด้วย ระรินเคยแต่ถูกตามใจมาแต่เด็ก แต่วันนี้ระรินต้องคิดกลวิธีเพื่อให้เด็กเชื่อฟังด้วยตัวของหล่อนเอง แต่อย่างน้อยก็ยังมีมาร์ตินคอยช่วยดูแลเด็กด้วยอีกทาง หญิงสาวขับรถคันงามออกไปโรงเรียนบัณฑิตศีกษาแต่เช้าเพื่อไปให้ทันตอนเด็กๆเคารพธงชาติ รถคันงามตรงเข้ามายังโรงเรียนบัณฑิตศึกษา หน้าประตูเต็มไปด้วยเด็กๆที่ทะยอยเดินเข้าประตูโรงเรียน มีคุณครูสองคนยืนรอรับเด็กๆอยู่หน้าประตู หนึ่งในนั้น ก็คือ คนรักของเธอ มาร์ตินนั่นเอง ระรินแอบปลื้มใจไม่น้อยที่เห็นคนรักตัวเองในอีกมุมนึงที่เป็นคนที่แสนอบอุ่น มาร์ตินทำงานที่เขาชอบได้โดยไม่ต้องคิดอะไรมากเพราะว่า ถึงแม้ตัวเขาไม่ทำงาน ก็มีกินมีใช้ไปตลอดชาติอยู่แล้ว เมื่อระรินจอดรถ เธอจึงเดินมายังห้องประชาสัมพันธ์พร้อมเอกสารส่วนตัว หญิงสาวมาในชุดกระโปรงยาวสีดำ เสื้อสีขาว ผมยาวตรง

 

“ดิฉันมาสมัครเป็นครูพี่เลี้ยงคะ คุณครูมาร์ตินติดต่อไว้ให้แล้วคะ” หญิงสาวเดินไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่หน้าเคาเตอร์

 

“คุณระริน กาญจนโรจน์ ใช่ไหมคะ”

 

“ใช่คะ”

 

“เชิญด้านในได้เลยคะ อาจารย์ใหญ่จะสัมภาษณ์คุณระรินนิดหน่อยคะ” เจ้าหน้าที่เรียกให้ระรินเดินเข้าไปยังห้องรับรองด้านใน ระรินเดินเข้าไปพร้อมเอกสารรับรองการศึกษา เบื้องหน้ามีโต๊ะทำงานตัวใหญ่ กองไปด้วยเอกสารเป็นตั้งๆ หญิงสูงวัย ผมสองสี ใส่แว่นหนา มองระรินพร้อมยิ้มบาง เป็นการตอนรับ

 

“สวัสดีจ๊ะหนู นั่งลงก่อนนะจ๊ะ” หญิงชรากล่าวเชิญสาวน้อยตรงหน้า ที่มีแววตาดูประหม่าไม่น้อย

 

“สวัสดีคะ หนูชื่อระรินคะ นี่เอกสารรับรองการศึกษาทั้งหมดคะ” หญิงสาวกล่าวทักทายพร้อมยื่นเอกสารให้หญิงชราพิจารณา หญิงชรารับเอกสารพร้อมเปิดดู

 

“การศึกษาหนูจบปริญญาตรีแล้วนิ หนูจะมาเป็นครูพี่เลี้ยงเหรอ การเป็นครูพี่เลี้ยงอาจจะไม่ได้ค่าตอบแทนนะหนู จะได้รับแต่ใบรับรองการฝึกงาน”

 

“ไม่มีปัญหาคะ หนูต้องการหาประสบการณ์ ไม่ได้หวังค่าตอบแทนคะ”

 

“หนูอยากสอนวิชาอะไรเป็นพิเศษไหม”

 

“ขอสอนเป็นศิลปะได้ไหมคะ แต่หากว่างให้หนูไปช่วยครูท่านอื่นดูแลเด็กๆก็ได้คะ”

 

“เอาอย่างนี้แล้วกันนะหนู  เดี่ยวหนูเป็นครูผู้ช่วยให้กับครูมาร์ตินไปก่อนซักหนึ่งเดือน หากครูคนไหนลา หนูก็ไปสอนแทนก่อนนะ เป็นการทดลองงานก่อน”

 

“ได้คะ ขอบคุณคะ”

 

“หนูเริ่มงานวันนี้ได้เลยนะ หากหนูพร้อม สำเนาเอกสาร ถ่ายเอกสารให้เจ้าหน้าที่เก็บไว้ด้วยนะหนู”

 

“ขอบคุณมากนะคะ” หญิงสาวกล่าวขอบคุณ พร้อมยกมือไหว้อาจารย์ใหญ่

 

 

ร่างบางเดินออกไปจากประตูพร้อมกับไปติดต่อยังเจ้าหน้าที่ด้านหน้า

 

“วันนี้ตอนเก้าโมง คุณครูมาร์ตินมีสอนห้อง อ.1 / 2 นะคะ คุณระรินไปที่ห้องเรียนได้เลย อยู่อาคารเฟื่องฟ้าชั้น 1 คะ ตอนนี้เดี๋ยวคุณระรินรอตรงนี้ก่อนนะคะ พอเคารพธงชาติต้องมีการแนะนำครูผู้ช่วยให้เด็กๆทราบนะคะ”

 

“ได้คะ รินนั่งรอตรงนี้นะคะ”

 

หญิงสาวตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้ทำงานแบบที่เธอไม่เคยทำมาก่อน และต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กๆ  เสียงประกาศตามสายดังไปเรื่อยๆ มีเพลงสนุกๆสำหรับเด็กๆบรรเลง มองออกไปเห็นเด็กๆวิ่งเล่นภายในสนามเด็กเล่นเป็นจำนวนมาก ทำให้ระรินนึกถึงวันเก่าๆเมื่อสมัยเธอยังเป็นเด็กอนุบาล ทุกอย่างมีแต่รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ระรินนั่งไปซักพักใหญ่ๆ เสียงประกาศให้รวมแถวเคารพธงชาติก็ดังขึ้น

 

“นักเรียนทั้งหมด แถวตรง.............. ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย..... “

 

พอสิ้นเสียงเคารพธงชาติและพิธีการสวดมนต์ คุณครูประชาสัมพันธ์ที่คุยกับเธอเมื่อสักครู่ก็เดินมากล่าวผ่านเสียงตามสายแนะนำเธอให้เด็กๆรู้จัก

 

“สวัสดีคะ นักเรียนทุกคน วันนี้คุณครูขอแนะนำครูพี่เลี้ยงคนใหม่ ชื่อ คุณครูระริน กาญจนโรจน์ คุณครูระรินจะมาเป็นครูพี่เลี้ยงสอนเด็กๆนะคะ หากเจอคุณครูระริน ยกมือสวัสดีคุณครูด้วยนะคะ ขอเสียงปรบมือต้อนรับคุณครูคนใหม่ด้วยคะ” เสียงปรบมือตอนรับจากเด็กๆทำให้ระรินปลื้มไม่น้อย นี่หมายถึงเด็กๆให้การตอนรับระรินและพร้อมที่จะซึมซับความรู้ ตลอดจนบุคลิกของเธอแม้หากว่าจะเป็นเพียงครูพี่เลี้ยงก็ตาม

 

“ขอให้คุณครูระริน กล่าวแนะนำตัวกับเด็กๆด้วยคะ”

 

“สวัสดีคะ ครูชื่อระรินนะคะ จะมาช่วยสอนเด็กๆ แล้วเจอครูในห้องเรียนนะคะ” ระรินกล่าวทักทายด้วยคำพูดสั้นๆ 

 

หลังจากเคารพธงชาติเสร็จเด็กทยอยเดินเข้าห้องเรียน ดูเป็นภาพคุ้นตาเพราะสมัยเด็กระรินก็มีกิจกกรรมและวิถีชีวิตไม่ต่างจากเด็กๆเหล่านี้เหมือนกัน ระรินมีเวลาเล็กน้อยก่อนเข้าทำการสอนเป็นเวลาเก้าโมง เธอจึงคิดว่าจะหาอะไรรองท้องก่อน ระรินกำลังเดินไปที่โรงอาหารของโรงเรียน ยังไม่ทันก้าวขาออก เสียงโทรศัพย์ก็ดังขึ้น

 

“สวัสดีครับ ริน เดี๋ยวมีสอนเก้าโมง ตอนนี้แปดโมงครึ่ง ไปทานกาแฟกันนะครับ”

 

“ได้คะ ให้รินไปเจอที่ไหนคะ”

 

“ห้องพักครูชั้นสองก็ได้ครับ มีมุมกาแฟอยู่”

 

“คะ เดี๋ยวรินขึ้นไปนะคะ”

 

 

ระรินเดินขึ้นไปยังชั้นสองของอาคารเฟื่องฟ้า ตรงมุมขวามือติดบันไดมีห้องพักครูอยู่ เธอจึงเลี้ยวเดินเข้าไป เบื้องหน้าร่างบางภายในห้องพักครูมีครูอยู่สองถึงสามคนกำลังเตรียมอุปกรณ์การสอนเด็กๆ และมีหนุ่มคนรักของเธออยู่ในนั้นด้วย

 

“รินเข้ามาได้เลยครับ”

 

“อาจารย์ทุกท่านครับ นี่ระรินครูผู้ช่วยครับ”

 

“สวัสดีคะ” ระรินกล่าวทักทาย พร้อมยกมือไหว้อาจารย์ทุกๆคน

 

“สวัสดีคะ พี่ชื่ออรนะคะ พี่สอนวิชาภาษาไทย ไม่ต้องเกรงใจนะคะ ที่นี่อยู่กันแบบพี่น้องคะ”

 

“สวัสดีคะคุณอร รินฝากตัวด้วยนะคะ”

 

“เรียก พี่ ดีกว่านะจ๊ะ เห็นนักการเอาโต๊ะมาให้เสริมให้รินแล้วนะจ๊ะ ตรงโน้นนะ” สาววัยกลางคนผมสั้นประบ่า กล่าวพลางชี้มือไปยังโต๊ะทำงานของระริน

 

“อ่อ คะขอบคุณนะคะ” ระรินกล่าวขอบคุณพลางเดินไปยังโต๊ะดังกล่าว แล้ววางข้าวของลง

 

“ริน เป็นไงบ้างชอบไหม” ชายหนุ่มสุดเท่ห์ กล่าวถามสาวน้อยร่างบาง

 

“ก็ดีคะ ไม่รู้ว่ารินจะไหวไหม รินกังวลจังเลย”

 

“ไม่ต้องกลัวนะ ผมจะช่วยคุณ เด็กๆต้องรักรินแน่นอน ผมยังรักเลย” ชายหนุ่มกล่าวปลอบโยนด้วยคำพูดอ่อนหวาน  หญิงสาวไม่ตอบอะไร แต่ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างเห็นได้ชัด

 

“รินทานกาแฟแบบไหน เดี๋ยวผมจัดการให้ครับ”

 

“กาแฟดำไม่ใส่อะไรเลยคะ”

 

“ได้ครับ รอซักครู่นะ”

 

ชายหนุ่มตัวสูง สวมกางเกงขายาว เสื้อคอปกเดินหันหลังไปยังกาน้ำร้อนที่อยู่ตรงมุมห้อง เพื่อชงกาแฟ แต่หารู้ไม่เขากำลังถูกจับจองด้วยสายตาเพื่อนร่วมงานที่เริ่มสงสัยอาการของครูหนุ่มกับครูผู้ช่วยคนใหม่ มาร์ตินเลือกที่จะไม่บอกเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับเพื่อนร่วมงาน หากแต่จะทำให้เป็นเรื่องที่จะถูกนำไปนินทาได้  แต่หากวันนึงเพื่อนจะทราบด้วยตัวเอง เขาก็หวังว่าเพื่อนๆทุกคนจะเข้าใจไปเอง  ระรินกำลังวุ่ยวายกับการจัดโต๊ะทำงานของตัวเองเล็กน้อยและยังคงมีความวิตกกังวลอยู่ไม่น้อยทีเดียวกับการสอนเด็กๆ ชายหนุ่มเดินกลับมาพร้อมแก้วกาแฟ

 

“นี่ครับกาแฟของริน วันนี้รินเงียบจังเลย” ชายหนุ่มพูดพลางยื่นแก้วกาแฟให้หญิงสาว

 

“ขอบคุณคะ รินตื่นเต้นมากเลยคะ”

 

“ไม่ต้องกังวลนะ ผมช่วยรินได้อยู่แล้ว”

 

ระรินค่อยๆดื่มกาแฟที่หนุ่มสุดเท่ห์ยื่นให้ พลางสนทนากับเพื่อนร่วมงานคนอื่นอย่างคราวๆ นี่เป็นสังคมใหม่ที่ระรินต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆอีกมากมาย เป็นสังคมเรียบง่าย ไม่หรูหราในแบบที่ระรินรู้จักเลยแม้แต่น้อย

 

 

หลังจากระรินนั่งเล่นปล่อยอารมณ์ไปได้สักพัก ชายหนุ่มสุดเทห์ก็เตรียมตัว และอุปกรณ์การสอนเต็มไม้เต็มมือ ระรินเดินเข้าไปหาชายหนุ่มใกล้ๆ พลางเอื้อมมือไปยังสิ่งของเหล่านั้น

 

“รินช่วยถือนะคะ ไม่งั้นกว่าจะถึงคงจะช้า”

 

“ก็ได้ครับ รินช่วยหยิบไม้เรียวที่อยู่ตรงมุมห้องให้ด้วยนะครับ”

 

“อะไรนะคะ สอนเด็กๆต้องใช้ไม้เรียวด้วยเหรอคะ”

 

“ผมล้อเล่นนะครับ” ชายหนุ่มอมยิ้ม

 

 

 ณ ห้องอนุบาล 1 ห้อง /2

 

 

                ชายหนุ่มเดินเข้าห้องมาในขณะที่เด็กๆกำลังสาละวนกับการเล่นซนเสียงดังลั่นห้อง บ้างก็เล่นของเล่น บางก็วาดรูปใส่กระดาษ  วันนี้มาร์ตินเตรียมสอนภาษาอังกฤษง่ายๆสำหรับเด็กๆ

 

“สวัสดีครับ นักเรียน มานั่งรวมกันตรงกลางห้องเร็วๆ วันนี้ครูมีเกมส์เยอะแยะให้เด็กๆเล่นด้วยนะ”

 

ประโยคแรกที่หลุดออกจากปากชายหนุ่มในการเรียกร้องความสนใจจากเด็กๆแสนซน แต่เหมือนมนต์สะกด  ไม่นานนักเด็กๆก็มานั่งรวมกันตรงกลางห้องทันที

 

“วันนี้มีครูคนใหม่แสนสวย จะมาช่วยดูแลนักเรียนด้วย ครูคนใหม่ชื่อ ระริน เด็กๆเรียกว่า ครูรินก็ได้นะ” มาร์ติน

 

กล่าวนำ ในขณะที่ระรินถูกจับตามองด้วยสายตาของเด็กๆ

 

 “สวัสดีคะ ครูรินจะมาช่วยครูมาร์ตินสอนเด็กๆนะคะ หากสงสัยอะไรยกมือถามได้เลยนะคะ ไม่ต้องอาย ครูรินใจดีคะ” ระรินกล่าวทักเด็กๆด้วยคำพูดนุ่มนวล

 

“ อ้าวนักเรียน เดี๋ยววันนี้ครูจะสอนคำศัพย์ใหม่ๆให้นะครับ  ท้ายชั่วโมงมีการเล่นเกมส์หากใครตอบถูกครูมาร์ตินมีรางวัลให้” ชายหนุ่มสุดเทห์เริ่มเปิดฉากการสอนด้วยการหลอกล่อเด็กๆด้วยรางวัลและดูเหมือนว่าจะได้ผลเป็นอย่างดี

 

 

 

                รถคันงามสีขาวเลี้ยวกลับเข้าประตูคฤหาสต์หลังใหญ่แห่งตระกูลกาญจนโรจน์ ร่างบางก้าวลงจากรถด้วยความเหนื่อยอ่อน เพราะนี่เป็นวันแรกที่เธอทำงานตั้งแต่เช้าจรดเย็น

 

“เป็นไงบ้างคะ คุณหนู ท่าทางอิดโรยจังเลย ไหวไหมคะ เดี๋ยวป้าสร้อยไปเอาผ้าเย็นมาให้นะคะ” ป้าสร้อยรีบปรี่เข้ามาหาหญิงสาวและช่วยถือกระเป๋าทันที

 

“ไม่เป็นไรคะ เดี๋ยวรินขึ้นไปอาบน้ำเลย รินเหม็นตัวเองมากเลย” หญิงสาวตอบพลางอมยิ้ม

 

“ป้าบอกแล้ว คุณรินไม่ต้องไปทำงานก็ได้ เหนื่อยเปล่า”

 

“ป้าสร้อยคะ รินโตแล้วนะคะ  หากรินไม่ทำงาน แล้วค่าของรินจะอยู่ที่ไหนล่ะคะ รินขอตัวก่อนนะคะ”

 

หญิงสาวตอบป้าสร้อยและเดินหันหลังขึ้นไปข้างบน วันนี้บ้านดูเงียบเหงาไปถนัดตาไร้เงาบิดาผู้เป็นที่รัก

 

เวลาล่วงไปเกือบหนึ่งทุ่ม ระรินอาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนชุดและเดินลงมาจากห้องนอนด้วยท่าทางสดใส แต่เบื้องหน้าบ้านหลังใหญ่แต่ไร้เงาสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ความเหงาเริ่มตกมาปะทะที่หัวใจระรินทันที แต่ไม่นานนักระรินก็นึกได้ว่า ปกติเธอก็อยู่คนเดียวอย่างนี้ แต่ทำไมวันนี้ถึงรู้สึกเหงานัก

 

“ ป้าสร้อยคะ ป้าสร้อย “ ระรินเรียกหาป้าสร้อยเพราะว่า คงจะเป็นคนที่เธอพอจะคุยได้ในตอนนี้

 

“คุณพ่อยังไม่กลับอีกเหรอคะ ป้าสร้อยทราบไหมว่าคุณพ่อไปไหน”

 

“คุณท่านไม่ได้บอกอะไรป้าเลยคะคุณหนู คุณหนูไปทานข้าวก่อนนะคะ ป้าเตรียมอาหารไว้ให้แล้ว”

 

“ระรินยังคงเศร้าอยู่ในใจเพราะคิดว่า อย่างน้อยเธอจะได้รับประทานอาหารเย็นกับบิดาอันเป็นที่รัก”

 

ยังไม่ทันที่ระรินจะเดินไปยังห้องอาหาร เสียงรถเลี้ยวมาหน้าบ้าน ระรินดีใจสุดๆเพราะว่าอย่างน้อยเธอคงมีเพื่อนทานข้าวเย็นนี้แล้ว ไม่ว่าคนที่มาเยือนจะเป็นใครก็ตาม ระรินรีบเดินไปยังหน้าบ้าน เธอคิดว่าต้องเป็นบิดาเธอแน่นอน แต่รถที่มาจอดนั้นเป็นรถอีกคันที่คุ้นตาและคนขับก้าวลงมาจากรถ ไม่ใช่ใครที่ไหน มาร์ตินนั่นเอง

 

ขายหนุ่มปรี่มาหาหญิงสาวพร้อมถุงกับข้าวพะลุงพะลังในมือ เสมือนจะซื้อมาให้คนซัก 10 คน

 

“สวัสดีครับ ริน เป็นไงบ้างวันนี้ อยู่ที่โรงเรียนไม่มีเวลาได้คุยกันเลย ขอผมทานข้าวด้วยคนนะ”

 

“แล้วนั่น คุณซื้ออะไรมาเยอะแยะคะ ไม่เห็นโทรมาบอกรินก่อนลยว่าจะมา หากรินไม่อยู่จะทำไงคะ”

 

“ก็ผมอยากเซอร์ไพร์รินนิ ไม่ดีเหรอ” ชายหนุ่มพูด พลางก้าวเท้ามาประชิดตัวสาวน้อย

 

“เอาน่า นะให้ผมทานข้าวด้วยคนนะ”

 

“เดี๋ยวป้าเอาไปจัดขึ้นโต๊ะให้นะคะ” ป้าสร้อยพูดพลางยื่นมือรับถุงกับข้าวจากมือมาร์ติน

 

“ป้าครับ ผมซื้อมาอย่างละสองชุด จัดขึ้นโต๊ะอย่างละชุดพอนะครับ อีกชุดนึงผมซื้อมาฝาก”

 

“ขอบคุณคะ ครั้งที่แล้ว ที่คุณมาร์ตินเอามาฝาก อร่อยมากเลยคะ ป้าทานหมดเลยคะ ขอบคุณมากนะคะ วันหลังมาทานอาหารกับคุณรินบ่อยๆนะคะ เธอเหงานะคะ”

 

“ป้าสร้อยคะ” ระรินเอามือสะกิดป้าสร้อยเบาๆ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง

 

“เชิญทางนี้ดีกว่าคะ เดี๋ยวรินพาชมบ้านรินนะคะ” หญิงสาวเดินนำหน้าชายหนุ่ม พร้อมชี้มือไปอธิบายไป แต่หารู้ไม่ ภาพที่ชายหนุ่มเห็น คือ หลังของหญิงสาวแสนสวย ผมยาว เอวคอด นุ่งกระโปรงคุมเข่าสีครีม

 

คฤหาสต์หลังใหญ่เทียบไม่ได้กับความงามของระรินเลยแม้แต่น้อย มาร์ตินไม่สนใจบ้าน เขามาที่นี่เพื่อได้มีเวลาอยู่ใกล้กับระรินและได้มีเวลาอยู่ร่วมกัน  ระรินเดินนำหน้ามาร์ตินไปยังห้องโถงใหญ่ เป็นห้องนั่งเล่น มีเปียร์โน ชั้นวางหนังสือ และคอมพิวเตอร์  ตรงมุมห้องมีรูปติดผนังบานใหญ่หญิงสาวอุ้มเด็กน้อยน่ารักอยู่ในอก เด็กคนนั้นเป็นเด็กผู้หญิง  แต่รูปนี้เป็นรูปวาดสีน้ำมันไม่ใช่รูปถ่าย มุมรูปภาพมีการสลักชื่อนักวาดรูปไว้ด้วย

 

“รูปนี้สวยจังเลยริน ฝีมือการวาดก็ดีมากด้วย”

 

“เป็นรูปรินกะคุณแม่นะคะ รินกับคุณแม่ไม่ได้ถ่ายรูปร่วมกันมากนัก พอคุณแม่เสีย คุณพ่อก็ให้ช่างวาดรูปนี้ขึ้นมานะคะ เวลารินเหงา รินก็ชอบมาอ่านหนังสือในห้องนี้คะ”

 

“วันหลังผมมานั่งเล่นบ้านรินได้ไหม ผมเป็นคนขี้เหงา”มาร์ตินทำท่าออดอ้อน เหมือนแมวเลยทีเดียว

 

“ตามใจมาร์ตินคะ รินยินดีตอนรับเสมอคะ”

 

“ผมจะมาทานข้าวเย็นกับรินทุกวัน ให้รินเบื่อหน้าผมไปเลย”

 

“ตามใจคุณคะ” หญิงสาวตอบเบาๆ พลางทำท่าอายม้วนต้วน

 

“คุณริน คุณมาร์ตินคะ ป้าจัดอาหารขึ้นโต๊ะเรียบร้อยแล้วนะคะ”  ป้าสร้อยเดินเข้ามาระหว่างการสนทนากำลังดำเนินไป

 

“คะ ป้าสร้อย เดี๋ยวรินไปนะคะ”

 

“เชิญที่โต๊ะรับประทานอาหารดีกว่านะคะ มาร์ตินคงจะหิวแย่แล้ว ป่ะคะ รินก็หิวเหมือนกัน”

 

“ครับ”




Create Date : 20 กรกฎาคม 2555
Last Update : 20 กรกฎาคม 2555 0:30:46 น. 0 comments
Counter : 82 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Darkliver
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Darkliver's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.