ไม่อยากเป็นคน"ผิวแพ้ง่าย" แล้วค่ะ
เล่าไปแล้วในตอนที่แล้วว่า เราทั้งผิวมัน ทั้งแพ้ง่าย แถมตอนนี้ยังชอบมีขุยหลังทาแป้งรองพื้นบางตัว (ยังหาสาเหตุอยู่ และไม่ใช่เป็นเพราะยารักษาสิว เพราะบริเวณที่เป็น ไม่ใช่จุดที่แต้มยาค่ะ)

เอิ่ม เล่าอีกนิดดีกว่า เผื่อใครจะให้อะไรตามเราหรือถามอะไรเราจะได้มีข้อมุลอ้างอิงเกี่ยวกับผิวเรา เนาะ

ผิวเราเป็นโรคผิวหนัง คือรุขุมขนอักเสบ ช่วงที่เป็นมากๆ ทุกบ่ายจะมีผื่นเล็กๆละเอียดมากขึ้นเต็มหน้า โดยเฉพาะช่วงแก้มลงไปถึงคางค่ะ ถ้าผื่นขึ้นต่อเนื่องหลายวัน เราจะเป็นสิวด้วย เวลาไปหาหมอ หมอส่วนใหญ่มักจะรักษาสิว ไม่รักษาผื่น หมอที่บอกชื่อโรคและรักษาเราหาย (ไม่ขาดค่ะ แต่หาย คือกลับมาผิวสวยอย่างปิ๊งเลย หมอไม่ใช่หมอรักษาสิวค่ะ แต่รักษาโรคผิวหนัง ตั้งแต่ขั้นธรรมดาไปจนรุนแรง และไม่ขายยาทาอะไรเลย แม้แต่สบู่ล้างหน้า หมอก็แค่แนะนำว่าให้ไปซื้อยี่ห้ออะไรค่ะ) ต่อ.. หมอที่รักษาเราหาย อยู่กทม.

แต่ตอนเรากลับเมืองไทยครั้งล่าสุด อาการกำเริบมากๆ ช่วงยังทำงานประจำ หาโอกาสไปกทม.ไม่ได้ ไปหาหมอที่อื่นก็เน้นรักษาสิว เราก็ต้องมาดูแลตัวเอง

เริ่มจากการกินค่ะ ตามที่หมอคนเดิมบอก ท่านให้งด นม เนย แม้แต่ขนมปังที่ทำจากนมและมียีสต์ก็ห้าม เราอดใจไม่กินเค็กเป็นปีๆนะคะ แต่ตอนนั้นพอหายขาดแล้วรุ้สึกว่าคุ้มมาก เพราะพื้นผิวเดิมเราค่อนข้างดี พอใครๆกลับมาชมว่าหน้าใส ผิวละเอียด ไม่ต้องมีผื่นมาบังตา รกใจ มันก็รุ้สึกดีจริงๆ ตอนนี้เราเลยทำอย่างเดิม คืองดนมเนย บางตำรมอธิบายว่า บางทีพวกนี่มันย่อยไม่หมด เกิดราหรืออะไรอะไรในร่างกาย ทำให้เป็นผื่นค่ะ

ต่อมาที่บำรุงผิว แรกๆเรางดหมดเลย ทั้งที่เราไม่แพ้เครื่องสำอางนะคะ แต่งดหมดก่อน พอผื่นค่อยๆหายก็เริ่มใช้ของที่มีส่วนผสมน้อยๆก่อน เราเลือกเป็นอโลเวร่าค่ะ เพราะมีคุณสมบัติที่ดีหลายอย่าง ทั้งช่วยสมานผิว และช่วยกระตุ้นให้ผิวผลัดเซลล์ ช้่วยให้ชุ่มชื่นแบบพอดีๆ เราถูกโรคกะอโลด้วย เลือกเป็นของแพนค่ะ เป็นเดย์ แต่เราใช้ทั้งเช้าเย็น (เวลารักษาผิวแพ้ง่ายเราจะไม่ใช้เครื่องสำอางเคาน์เตอร์ค่ะ เพราะ 1 ส่วนผสมเยอะเกินไปค่ะ อันตราย 2 ราคาแพง ถ้าแพ้ต้องวางทิ้งไว้เลย เสียดาย)

ตอนล้างหน้าก็เลือกเป็นสบู่อ่อนหรือเจลล้างหน้าอ่อนๆนะคะ ตรงนี้ไม่อยากแนะนำ เพราะขนาดเราเอง ตัวที่เคยใช้ดี ยังกลายเป็นเป็นใช้ไม่ได้ขึ้นมาก็มี ไม่อยากแนะนำเป็นตัวๆ แต่ไว้จะมาเขียนแนวทางในการเลือกใช้ จากที่เราศึกษามาผสมกับการลองผิดลองถูกของเรานะคะ

ช่วงนั้นผิวก็ค่อยๆดีขึ้นมาเพราะเราพยายามไม่ทำอะไรที่ไปกระตุ้นมันค่ะ ไม่ออกแดด ไม่โดนลม ไม่ค่อยออกบ้านแหละ พอทาบำรุงบางๆแล้วก็ปัดแป้งฝุ่นเบาๆทับ ถ้าหน้ามัน ไม่ทาแป้งฝุ่นเลย เราว่า ไม่เหมาะกับโรคพวกผื่นๆนะคะ เวลาหน้ามันๆตอนกลางวันมันจะระคายเคืองง่าย ผื่นจะขึ้นตอนนั้น แล้วพอมันขึ้นเม็ดนึง แป๊บเดียวมันลามเลยค่ะ ตอนเย็นล้างหน้าจับดูจะสยองผิวตัวเองมาก แต่ก็ต้องเน้นว่า ทาเบาๆ เราไม่ใช้แปรงค่ะช่วงนั้น ขนาดแปรงขนนุ่มยังระคายเคืองอ่ะ เราเลือกพัฟคุณภาพดีหน่อย ขนฟูๆนุ่มๆ ซักบ่อยๆเอาค่ะ

ต่อมาเราใช้เพิ่มอีกหนึ่งชิ้นค่ะ คือ ครีมแตงกวาของอภัยภูเบส เราเคยใช้เจ้าตัวนี้มาก่อนค่ะ ตอนนั้นรู้สึกเฉยๆมาก เพราะไม่มีคุณสมบัติอลังการเหมือนบรรดาตัวบำรุงชื่อดังอื่นๆ ใช้แล้วไม่ตื่นเต้นว่างั้นเหอะ แต่เลือกมาใช้เป็นตัวกลางวันเพราะมันมีวิตามินอี ป้องกันแสงแดด เราเองก็ถูกโรคกับแตงกวามากค่ะ ตอนไปสวีเดน ขนเจลล้างหน้าแตงกวาไปด้วย ทั้งล้างทั้งพอก หน้าชุ่มชื่นดีมากๆเลยค่ะ อยุ่ที่โน่นอากาสไม่ร้อน ไม่มีอะไรกระตุ้นผิวเท่าไหร่ เลยไม่แพ้อะไรเลย คิดถึงจังงเลยน๊าาาาา)

เราก็ใช้มาเรื่อยๆจนครีมใกล้มหมดกระปุก อโลใกล้หมดหลอด (ถ้าผิวมันเหมือนเราเวลาทาก็ไม่ต้องเน้นช่วงกลางหน้าที่มันๆนะคะ ทาส่วนอื่นๆก่อนแล้วค่อยเอามือที่ยังชื้นๆแต่เหมือนไม่เหลือครีมแล้วมาแปะๆ บิรเวณที่ผิวมันก็พอแล้วค่ะ แล้วเราเองทาครีมแบบญี่ปุ้นหน่อย คือออุ่นๆครีมแล้วแปะๆหน้า ยิ่งช่วงแพ้ยิ่งไม่ลากนิ้วค่ะ แตะๆ กดๆ แล้วเอาฝ่ามือนาบหน้าไว้แป๊บนึง เหมือนให้มันซึมเข้าไปค่ะ)

ส่วนวันที่ต้องออกไปข้างนอก ต้องเจอแดดนานกว่า 15-30 นาที เราก็ทากันแดดชนิด physical ค่ะ กลับมาก็ใช้ออยล์ล้างสองรอบ ตามด้วยสบุ่หรือเจลเบาๆมือค่ะ

ในช่วงนี้ต้องระวังอย่าให้ผิวถูกความร้อนเลยนะคะ ห้ามไปทำหน้าอะไรที่อบไอน้ำเด็ดขาด ความร้อนเป็นตัวกระตุ้นการแพ้ของผิวค่ะ ที่จริง มันทำให้รุขุมขนกว้างด้วยค่ะ จำได้ว่า ช่วงหน้าหนาวในสวีเดน เราใช้น้ำเย็น(อุณหภูมิปกติ คือเกือบเป็นน้ำแข็ง) ล้างหน้าเป็นน้ำสุดท้ายนานนนนนนนมากกกก ผิวมันจะแน่น เนียนขึ้นเห็นๆเลยค่ะ

ทีนี้ ก็ดูแลตัวเองตามปกตินะคะ พักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกาย บ้านเรากินผัก เน้นปลา กินข้าวกล้องอยุ่แล้ว ก็ง่ายหน่อย ดื่มน้ำเรื่อยๆทั้งวันนะคะ รักษาระดับน้ำหล่อเลี้ยงผิวไว้

เวลาผ่านไปก็หลายเดือนอยู่ ประจวบกับตอนนั้นเราปฏิบัติธรรมอยู่ด้วย ก็ได้ไปเข้ากรรมฐาน 10 วัน ในเดือนมีนาครั้งหนึ่ง และเมษาครั้งหนึ่ง ไปแต่ละครั้งหน้าตาก็จะใสขึ้น ผิวพรรณดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ อันนี้ไม่ต้องรอผลบุญค่ะ เพราะตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์แล้ว การทำสมาธิเนี่ย ทำแล้วจะช่วยให้ผิวมีความต้านทานการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นทันทีค่ะ เหมาะกับคนผิวแพ้ง่ายเป็นที่สุด ^^

จากนั้น เราก็เริ่มสังเกตว่าผิวเราไม่ค่อยจะมีผื่น ไม่ค่อนจะแดงง่ายแล้ว ประมาณเดือนพค.ค่ะ ช่วงนั้นมีฝนหลงฤดูมาหน่อยนึงมั๊ง อากาศไม่ค่อยร้อนน แล้วเราเริ่มได้พักงานด้วย (กำลังจะเลิกทำงานบริษัทคุณพ่อ) ก็ได้อยู่บ้าน อาจจะไม่เครียดด้วยมั๊ง ผิวก็เริ่มปกติขึ้นมา เราเลยตัดสินใจว่าจะเริ่มบำรุงผิวแล้วล่ะ ตอนนี้เราเลือกใช้ DHC ชุดพื้นฐานเลย เพราะเคยใช้มาแล้ว มันอ่อนโยนต่อผิว ใช้อย่างอื่นอาจจะมีแสบบ้างอะไรบ้าง แต่ DHC ชุดพื้นฐานนี่ ใช้แล้วเหมือนผิวมันสวยด้วยตัวมันเองอะค่ะ

(เราค่อนข้างจะไว้ใจยี่ห้อนี้เพราะเคยไปดูโรงงานและกิจการเค้ามาด้วย สมัยยังทำงานกับแพรวตอนเค้าเพิ่งเปิดตัวในไทยค่ะ)

ก็เริ่มจาก deep cleansing oil ก่อนหน้านี้เราใช้ oil อีกตัวของญี่ปุ่นเหมือนกันค่ะ ตัว oil ของ DHC นี่ เพื่อนๆอาจจะทราบแล้ว ก็ขอเล่าสั้นๆว่า มันมี olive oil กับ rosemary นะคะ ตัวนี้ใช้แแล้วผิวใสขึ้นจริง ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งของ DHC ค่ะ (หลังๆมานี่ เราจะใช้โลชั่นแบบน้ำเช็ดคสอ.ออกก่อน แล้วบางวันแอบนวดนานหน่อย แบบว่า หวังให้ส่วนผสมบำรงุมันมีเวลาซึมลงไป แต่ไม่อยากให้สิ่งสกปรกย้อนตามลงไปด้วยอะค่ะ)
ตามด้วย mild soap และ mild lotion ซึ่งตัวโลชั่นนี่เราชอบมากๆ และตัวนี้แหละที่ช้วยบำรุงหน้าเรา ตัวโลชั่นใสๆนี้มีส่วนผสมของแตงกวาเป็นหลักค่ะ บอกแล้วว่าเราถูกโรคกับแตงกวา สุดท้ายก็หยด vergin olive oil 1 หยด ทาทั่วฝ่ามือ แตะประคบเบาๆทั่วหน้า แตะซ้ำจุดที่เป็นสิวค่ะ ตัวสุดท้ายนี้ บางวันเราก็ไม่ใช้นะคะ แล้วแต่ความต้องการของผิว และส่วนใหญ่ ตอนเช้าเราจะไม่ใช้ค่ะ ไปใช้ครีมแตงกวาหรือแพนอโลเวร่าแแทน

ในตอนเช้าก็ตบแป้งฝุ่นตามค่ะ
ในช่วงที่รักษาอาการนี่เราแทบจะไม่ได้แตะรองพื้นหรือกันแดดเลยค่ะ อาศัยหลบแดดเอา ทั้งที่เราทากันแดดทุกวันมาตั้งแต่เรียนที่กทม. เริ่มรู้จักคสอ. ต้องยอมค่ะ เพราะสองตัวนี้มันอุดตันง่ายที่สุด กันแดดก็ระคายเคืองง่ายด้วย แต่พอหายแล้ว เราก็กลับไปบำรุงได้อีก ดีกว่าปล่อยให้เป็นผื่นเรื้อรัง ลามไปเป็นสิวอีก อะไรอีก ทำลายและทำร้ายผิวหน้าได้มากๆเลยค่ะ

ใกล้จะหายแล้วนะคะ พอหายแล้วก็เริ่มจะสนุกกค่ะ เพื่อนๆจะไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนที่อ่านผ่านๆมาแล้ว (ใช้อะไรก็ไม่ได้ เลือกอะไรก็ไม่เวิร์คค่ะ แต่ไม่ได้เล่าถึงความผิดพลาดให้ฟังเท่านั้นเอง เวลาไม่พอสำหรับตอนนี้่นะค่ะ) หายแล้วก็จะได้เล่าเรื่องการแต่งหน้า การเลือกคสอ. ทั้งถูกและแพงในเชียงใหม่ การ shop ในห้างแบบที่คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ การเปรียบเทียบระหว่างกันแดด เนื้อและสีต่างๆ การเริ่มใช้เบสอีกครั้ง การผจญภัยไปกับเครื่องสำอางเกาหลี และทำความรู้จักกับสินค้ายอดฮิต BB (รวมทั้งเบื้องลึกเบื้องหลังว่ามันคืออะไร และทำไมสุดท้ายเราถึงไม่เลือกใช้มัน)

โชคดีที่ค้นพบสุดยอดเบสมหัศจรรย์ที่ช่วยเป็นฟิล์มปกป้องสิ่งรบกวนภายนอก ทำให้เราแต่งหน้าได้ง่ายขึ้น

แต่เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้นนคงต้องติดตามกันตอนต่อไปแล้วล่ะค่ะ



Create Date : 11 ตุลาคม 2553
Last Update : 11 ตุลาคม 2553 3:50:43 น.
Counter : 3020 Pageviews.

4 comments
  
อึ้ม มีแต่คนมาดูให้อยากแล้วจากไป จริงๆ ทำยังไงถึจะทำ blog ที่คนเข้ามาแล้วยอมคุยด้วยได้หนอ?

(ที่จริงเราก็ไม่ได้คิดจะตั้ง community ด้วยตัวเองหรอกนะคะ แต่หาที่ชุมนุมรวมพลของสาวเชียงใหม่ไม่เจอค่ะ เลยต้องพยายาม เอางี้ดีกว่า เราลองลงเนื้อหาไปเรื่อยๆก่อน ถ้ามีคนเข้ามาแล้วคุ้นกันมากขึ้น ค่อยชวนมาเจอกัน ดีไหมคะ? ^^)
โดย: dararye วันที่: 24 ตุลาคม 2553 เวลา:1:22:45 น.
  
โดย: koreacosmetics (loveyoupantip ) วันที่: 13 กรกฎาคม 2554 เวลา:13:12:27 น.
  
แต่งหน้าใสๆไร้รองพื้นด้วยเลเซอร์หน้าใสขจัดสิวรักษาที่บ้านสิว รักษา
โดย: pest (loveyoupantip ) วันที่: 15 สิงหาคม 2554 เวลา:2:37:02 น.
  
โดย: register (loveyoupantip ) วันที่: 16 สิงหาคม 2554 เวลา:2:26:28 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

dararye
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



เกิดเชียงใหม่ ไปเรียนกรุงเทพ พอทำงานก็ชีพจรลงเท้า เดินทางได้สักพัก ก็ชักรู้สึกว่าโลกนี้ที่จริงแล้วไม่มีขอบเขต
เริ่มทำบล็อคอย่างจริงจัง เพราะรู้ตัวว่าต้องร่อนเร่ไปอีกไกล เผื่อว่าใครคิดถึงจะได้ตามหากันเจอ ชื่อนี้เป็นนามปากกาเดียวกับใน bookcyber ค่ะ ยิ้มก็อันเดิมนะ >>>> @^__^@

ตุลาคม 2553

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31