แม่กับลูก
Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
18 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
ละครเวที สโนว์ไวท์ กับคนแคระทั้งเจ็ด

สโนว์ไวท์ เป็นนิทานเด็กคลาสิคที่ดังมาก วันนี้เดซีมีโอกาสได้ดูละครเวที ก็อยากจะเล่าสู่เพื่อนฟัง เอาย่อนะคะ เพราะรายละเอียดก็ไม่ได้รู้มากอะไร สโนว์ไวท์เป็นเด็กดี เธอเป็นคนสวย อาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงใจร้าย วันหนึ่งพระราชาผู้สง่างามมาต่างถิ่น และได้บังเอิญมาเห็นสโนว์ไวท์แล้วเกิดรัก แม่เลี้ยงใจร้ายอยากได้พระราชา จึงให้คนมาลอบฆ่าสโนว์ไวท์ เนื่องจากสโนว์ไวท์เป็นคนดี ชายผู้นั้นไม่กล้าทำร้ายเธอ ได้ปล่อยเธอไป

เธอกลัวมาก เธอหนีไปในป่า อาศัยอยู่กับคนแคระทั้งเจ็ด แม่เลี้ยงเธอรู้ว่ายังสโนว์ไวท์ยังไม่ตาย จึงออกตามหาเธอ และเมื่อเจอเธอในป่า แม่เลี้ยงปลอมตัวเป็นคนแก่ให้แอปเปิ้ลที่เป็นพิษแก่เธอ เมื่อเธอกินเข้าไป ก็สิ้นใจ พระราชาตามมาทัน ได้แต่เสียใจ นางฟ้าใจดีสงสารเสกให้เธอมีชีวิตอีกครั้ง เมื่อเธอตื่นขึ้นมาพบพระราชา ทั้งสองรักกัน แม่เลี้ยงใจร้ายถูกพระราชาลงโทษ สโนว์ไวท์ขอให้พระราชาให้อภัย ทั้งหมดกับมารักกัน และมีความสุข



เราเคยอ่านหนังสือเรื่องสโนว์ไวท์ มันมีอะไรมากกว่านี้ แต่ด้วยความที่ดูครั้งนี้เป็นละครเวที จำกัดทั้งเรื่องเวลา และตัวนักแสดง จึงได้รวบรัดดัดแปลงไปมาก แต่อย่างไรก็ตามก็จะคล้ายๆ กัน ถ้าเรื่องย่อไม่ได้ตรงกับที่เพื่อนๆ เคยเรียนมาหรือทราบมา ก็อย่าว่าเลยนะคะ



เรื่มด้วยการเต้นโชว์ก่อนการแสดง




แม่เลี้ยงใจร้าย กำลังถามหากระจกวิเศษจากแม่บ้าน เพื่อถามว่า

กระจกวิเศษ จงบอกข้าเถิด
ใครงานเลิศในปฐพี
กระจกก็จะตอบว่า เออ ก็สโนว์ไวท์ นะสิ งามเลิศในปฐพีไม่มีใครเกิน



ต่อไปก็เป็นคนแคระทั้งเจ็ดออกมาเต้น ถ้าเป็นเด็กๆ เค้าก็จะท่องเลยว่า แต่ละคนชื่ออะไร เราจำไม่ได้เลย รู้แต่ว่า คนที่เจ็ดเป็นคนที่ชอบนอนที่ซู้ด





สองรูปสุดท้าย เพิ่งเห็นสโนว์ไวท์กับพระราชา อย่าตกใจนะคะ สโนว์ไวท์เค้ากินชีส มากไปหน่อยเลยจัมม่ำนิดหนึ่ง





Create Date : 18 เมษายน 2551
Last Update : 21 กันยายน 2554 16:19:05 น. 5 comments
Counter : 3575 Pageviews.

 


สโนว์ไวท์ (Little Snow-White)
โดย สองพี่น้องกริมม์ ประเทศเยอรมนี
แปลและเรียบเรียงโดย Melody



กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วในฤดูเหมันต์อันหนาวเหน็บ ยามที่เกร็ดหิมะโปรยปรายดั่งขนนกที่ร่วงหล่นจากสวงสวรรค์


ณ หน้าต่างบานหนึ่งของพระราชวัง ยังมีราชินีแสนสวยกำลังนั่งปักผ้าในกรอบไม้อีโบนี พลางทอดสายตาไปยังหิมะขาวสะอาดแสนไกล จนเผลอทำเข็มทิ่มลงบนนิ้วตนเอง หยดเลือดสามหยดร่วงหล่นลงบนหิมะขาว เกิดเป็นภาพที่สวยงามยิ่งนัก
"หากเพียงฉันมีลูกสาวที่มีผิวขาวเช่นเดียวกับหิมะ ริมฝีปากแดงเรื่อดั่งโลหิต และเส้นผมดำขลับราวกับไม้อีโบนีล่ะก็ คงจะดีนะ..." ราชินีสาวทรงตรัสพึมพำกับตัวเอง
หลังจากนั้นไม่นานนัก พระนางก็ได้ให้กำเนิดพระธิดาอันแสนงดงามที่มีผิวขาวเช่นเดียวกับหิมะ ริมฝีปากแดงเรื่อดั่งโลหิต และเส้นผมดำขลับราวกับไม้อีโบนี ซึ่งได้รับพระนามว่าเจ้าหญิง'สโนว์ไวท์'น้อยๆ อันเป็นที่รักของทุกคน

พระราชินีทรงชื่นชมในความงดงามของตนเองเป็นอันมาก ทุกๆวันพระองค์จะเฝ้าถามกระจกวิเศษว่า
"กระจกวิเศษ จงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี?"
ได้ยินดังนั้น กระจกวิเศษก็จะให้คำตอบว่า
"ก็ท่านน่ะสิ ท่านราชินี ท่านคือหญิงที่งดงามที่สุดในปฐพี"
แล้วพระนางก็จะพอพระทัยเป็นอันมากกับคำตอบนี้



แต่ครั้นเมื่อเจ้าหญิงน้อยเติบใหญ่ จนอายุ7พรรษาความงดงามของพระองค์ก็ยิ่งเฉิดฉายจนมากกว่าพระราชินีด้วยซ้ำ

เมื่อพระนางทรงเอ่ยถามกระจกวิเศษว่า
"กระจกวิเศษ จงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี?"
กระจกวิเศษกลับตอบว่า
"ท่านราชินี ท่านงดงามยิ่งก็จริง แต่เจ้าหญิงสโนว์ไวท์งดงามกว่าท่านเป็นพันเท่า"


ได้ยินดังนั้น พระนางก็ทรงมีพระพักต์ซีดเผือดด้วยความริษยา และเกิดความจงเกลียดจงชังเจ้าหญิงสโนว์ไวท์ในบัดดล


เมื่อใดที่พระนางทอดพระเนตรไปยังเจ้าหญิง ก็ทรงคิดว่าเจ้าหญิงเป็นสาเหตุให้ตนไม่ใช่หญิงสาวที่สวยงามที่สุดในปฐพีอีกต่อไป ซึ่งทำให้พระนางเกิดความว้าวุ่นในใจเป็นล้นพ้น
ความอิจฉาริษยานั้นทำให้จิตใจของพระนางไม่สงบ จนสุดท้าย พระนางจึงเรียกนายพรานคนหนึ่งมาและออกคำสั่งว่า
"เจ้าจงพาสโนว์ไวท์เข้าไปในป่าลึก แล้วฆ่านางด้วยมีด และเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่านางตายแล้วเจ้าจงนำปอดและตับของนางกลับมาด้วย ข้าจะนำไปปรุงอาหารและจัดการกินมันซะ"
ได้ยินดังนั้น นายพรานจึงพาสโนว์ไวท์เข้าไปในป่าลึก ครั้นเมื่อเขากำลังเงื้อคมมีดขึ้นมาเพื่อจะแทงเจ้าหญิง พระองค์ก็ทรงร่ำไห้ด้วยความหวาดกลัวและร้องขอชีวิตจากเขาและให้สัญญาจะว่าจะหนีไปไกลๆไม่ให้ใครมาพบเห็นได้อีกเลย
ด้วยความงดงามของเจ้าหญิง ทำให้นายพรานใจอ่อนและไม่กล้าลงมือกระทำ เขาจึงได้ปล่อยพระองค์ไปพลางคิดว่าต่อไปพระองค์คงโดยสัตว์ป่าผู้หิวโหยฆ่ากินภายในเวลาไม่นาน เขาจัดการฆ่าหมูป่าแล้วตัดเอาปอดและตับของมันไปให้ราชินี

เมื่อเจ้าหญิงอยู่โดดเดี่ยวในป่าอันกว้างใหญ่และมืดมิด พระองค์ทรงหวาดกลัวเป็นอันมากและเริ่มที่จะวิ่งไปเรื่อยๆเพื่อที่จะพบที่ๆปลอดภัยถึงแม้ที่จะต้องฝ่าคมหินและขวางหนามใบหญ้าแหลมคมเพียงใด
ในที่สุด เมื่อพระอาทิตย์คล้อยต่ำ พระองค์ก็พบกระท่อมหลังเล็กๆหลังหนึ่งที่กลางป่า ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าคนแคระที่ทำเหมืองทั้งเจ็ด
เมื่อพระองค์เปิดประตูเข้าไป ก็พบสิ่งของขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะอาหารขนาดเล็กที่ประกอบด้วยถ้วยชามเล็กๆ7ชุด และที่ฝาผนังก็เรียงรายไปด้วยเตียงนอนเล็กๆอันสะอาดสะอ้านเรียบร้อย7เตียง
ด้วยความหิว พระองค์จึงได้แอบเสวยผักและขนมปังจากจานเล็กๆแต่ละจาน แล้วก็ดื่มไวน์เข้าไปเล็กน้อย จากนั้นพระองค์ก็ลองนอนบนเตียงของคนแคระทีละเตียงและสุดท้ายก็ผล็อยหลับลงบนเตียงของคนแคระคนที่7ซึ่งพอดีกับตัวพระองค์มากที่สุดด้วยความเหนื่อยอ่อน
ตกดึกเมื่อเหล่าคนแคระทั้งเจ็ดกลับมาจากเหมือง พวกเขาก็จุดเทียนไขของแต่ละคนและพบว่ามีใครบางคนอยู่ในบ้านของพวกเขา


คนแคระคนแรกเอ่ยขึ้นว่า
"ใครกันนะที่มานั่งบนเก้าอี้ของข้า?"


แล้วคนแคระคนที่สองก็เอ่ยตามขึ้นมาว่า
"แล้วใครกันที่มากินอาหารจากจานของข้า?"


ตามมาด้วยเสียงของคนแคระคนที่สาม
"ขนมปังของข้าก็ถูกกินไปด้วย?"


และคนที่สี่
"ผักของข้าก็เหมือนกัน?"


คนที่ห้า
"ส้อมของข้าก็มีคนเอาไปใช้ด้วย?"


คนที่หก
"มีดข้าก็เหมือนกัน?"


และ คนที่เจ็ด
"ไวน์จากเหยือกของข้าก็หายไป?"


จากนั้น คนแคระคนแรกก็เริ่มเอ่ยคำถามขึ้นมาอีกครั้ง
"เอ๊ะ ใครกันนะที่ขึ้นมาบนเตียงของข้า?" ตามมาด้วยเสียงของคนแคระคนที่สอง
"เตียงข้าก็มีร่องรอยของใครขึ้นมานอนเช่นกัน" และตามมาด้วยเสียงของคนแคระคนที่สาม สี่ ห้า หก และสุดท้ายคือคนแคระคนที่เจ็ดซึ่งพบว่าใครบางคนกำลังนอนหลับอยู่บนนั้น เหล่าคนแคระต่างตกใจและวิ่งกรูเข้ามาจ้องมองไปที่หญิงสาวผู้เลอโฉมอยู่ตรงหน้า




"โอ สวรรค์ทรงโปรด นางช่างงดงามยิ่งนัก!" พวกเขาต่างชอบพระองค์และปล่อยให้บรรทมต่อจนรุ่งสาง โดยคนแคระคนที่เจ็ดต้องไปนอนกับเตียงของสหายแทน
เมื่อพระองค์ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เหล่าคนแคระต่างถามไถ่เกี่ยวกับพระองค์และถามความเป็นมาว่าทำไมจึงมาอยู่ในบ้านพวกตนได้ เจ้าหญิงจึงเล่าสิ่งต่างๆให้พวกเขาฟัง ไม่ว่าจะเป็นมารดาผู้ใจร้ายที่ต้องการจะปลิดชีวิตพระองค์ รวมทั้งนายพรานที่ปล่อยให้พระองค์รอดชีวิต และการผจญอยู่ในป่ากระทั่งมาพบกระท่อมหลังนี้
ได้ยินดังนั้นเหล่าคนแคระก็เกิดความสงสารและให้เจ้าหญิงอยู่ในบ้านต่อไป แต่มีข้อแม้คือ "ท่านจะต้องดูแลงานบ้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เตียงนอน ซักผ้า ในขณะที่พวกเราทำงานอยู่ที่เหมือง เมื่อเรากลับมาบ้านอาหารเย็นจะต้องพร้อม และเมื่อท่านอยู่เพียงลำพังในบ้านโปรดระวังการมาของราชินี แล้วอย่าให้ใครเข้ามาในบ้านโดยเด็ดขาด"

เมื่อราชินีเข้าใจว่าสโนว์ไวท์ได้ถูกฆ่าตายไปแล้ว พระนางก็กลับกลายเป็นหญิงที่งดงามที่สุด รุ่งเช้าพระนางก็ไปหากระจกวิเศษอีกครา

"กระจกวิเศษ จงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี?"
กระจกวิเศษได้ให้คำตอบว่า
"ท่านราชินี ท่านงดงามยิ่งก็จริง แต่เจ้าหญิงสโนว์ไวท์ที่อยู่ในป่าลึกเบื้องหลังภูเขาเจ็ดลูกงดงามกว่าท่านเป็นพันเท่า"

ได้ยินดังนั้น พระนางก็ทรงกริ้วอย่างมากที่นายพรานไม่ได้ฆ่าเจ้าหญิง แต่กลับเอาอวัยวะของสัตว์มาหลอกลวงพระนาง ราชินีใจร้ายรู้ว่ามีเพียงคนแคระทำเหมืองทั้งเจ็ดเท่านั้นที่อาศัยอยู่ในป่าเบื้องหลังหุบเขาเจ็ดลูก จึงคาดว่าพวกคนแคระจะต้องให้ความช่วยเหลือแก่สโนว์ไวท์แน่ๆ พระนางจึงวางแผนโดยปลอมตัวเป็นยายแก่หาบเร่ และเดินทางไปยังกระท่อมของคนแคระ
เมื่อถึงที่นั่น นางก็เคาะประตูบ้านและเรียกเจ้าหญิงสโนว์ไวท์ออกมา
"สวัสดีจ้ะ มีใครอยู่ในบ้านไหมจ๊ะ? ช่วยเปิดประตูหน่อย ฉันคือแม่ค้าหาบเร่ มีเครื่องแต่งตัวสวยๆมาขายจ้ะ"
เจ้าหญิงชะเง้อมองจากในบ้านแล้วทรงถามว่า "มีอะไรมาขายจ๊ะยาย?"
"สายรัดเอวจ๊ะ สาวน้อย" ว่าแล้วราชินีใจร้ายในคราบของยายแก่ก็ยื่นสายรัดเอวที่ถักทอขึ้นจากไหมสีฟ้า เหลือง และแดงอันสวยงามให้แก่เจ้าหญิง "อยากลองเส้นนี้ดูไหมจ๊ะ?"
"จ๊ะ ยาย" เจ้าหญิงตอบพลางคิดในใจว่าจะให้ยายแก่เข้ามาในบ้านได้เพราะท่าทางนางไม่มีประสงค์ร้าย พระองค์จึงเปิดประตูเพื่อที่จะซื้อสายรัดเอวจากนาง




"เจ้าผูกไม่ถูก ให้ข้าช่วยเถอะนะ" ว่าแล้วนางก็รัดเอวเจ้าหญิงด้วยสายรัดเอวแน่นมากๆจนเจ้าหญิงหายใจไม่ออก พระองค์จึงล้มลงด้วยความหมดสติดั่งผู้ที่สิ้นใจแล้ว ราชินีจึงได้รีบหนีไป
เมื่อคนแคระทั้งเจ็ดกลับมาถึงบ้านตอนค่ำ จึงพบร่างของเจ้าหญิงบนพื้นดั่งคนตาย พวกเขาเสียใจเป็นอย่างมาก พวกเขาประคองร่างพระองค์ขึ้นมาจากพื้นแล้วพบว่าสายรัดเองถูกผูกแน่นจนเกินไปจึงได้ตัดให้มันขาดออกจากกัน ทำให้เจ้าหญิงสามารถหายใจได้แล้วฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง
"คงเป็นฝีมือของราชินีใจร้ายแน่ๆ " คนแคระกล่าว
"คราวหน้าได้โปรดอย่าเปิดประตูให้ใครอีกนะ"

เมื่อกลับไป พระราชินีจึงถามกระจกวิเศษว่า
"กระจกวิเศษ จงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี?"
"ท่านราชินี ท่านงดงามยิ่งก็จริง แต่เจ้าหญิงสโนว์ไวท์ที่อาศัยอยู่กับเหล่าคนแคระทั้งเจ็ดงดงามกว่าท่านเป็นพันเท่า"
ได้ยินดังนั้น พระนางก็ทรงกริ้วเป็นอย่างมาก แล้วคิดหาวิธีการใหม่ที่จะคร่าชีวิตเจ้าหญิงสโนว์ไวท์อีกครั้ง พระนางปลอมตัวอีกครั้งให้ดูต่างไปจากเดิม แล้วตรงไปยังกระท่อมกลางป่าพร้อมกับหวีอาบยาพิษ แต่คราวนี้เจ้าหญิงกลับปฏิเสธไม่ให้นางเข้ามา
"ขอโทษนะจ๊ะ แต่ฉันถูกห้ามไม่ให้อนุญาติให้คนอื่นเข้ามาในบ้านจ้ะ"

นางจึงหยิบหวีออกมาให้เจ้าหญิงได้เห็น และเมื่อพระองค์เห็นความงดงามของมันและเห็นว่านางไม่ใช่ยายแก่คนเดิม จึงยอมให้นางเข้ามานบ้าน และซื้อหวีจากนาง
"ให้ยายช่วยเจ้าหวีผมนะจ๊ะ" ยายแก่กล่าว แล้วปักหวีอาบยาพิษลงบนศีรษะของเจ้าหญิง จากนั้นพระองค์ก็หมดสติล้มลงไป "คราวนี้เจ้าคงจะไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีกแล้วนะ" ราชินีใจร้ายกล่าว แล้วจากไปด้วยใจเบิกบาน



เมื่อเหล่าคนแคระกลับมาบ้าน พวกเขาพบหวีอาบยาพิษและนำออกมาจากศีรษะของเจ้าหญิง ทำให้พระองค์ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง และได้ให้สัญญากับคนแคระว่าจะไม่ยอมให้ใครเข้ามาในบ้านอีก

เมื่อกลับไป พระราชินีก็ถามกระจกวิเศษอีกครั้งว่า
"กระจกวิเศษ จงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี?"
"ท่านราชินี ท่านงดงามยิ่งก็จริง แต่เจ้าหญิงสโนว์ไวท์ที่อาศัยอยู่กับเหล่าคนแคระทั้งเจ็ดงดงามกว่าท่านเป็นพันเท่า"
เมื่อได้ยินดังนั้น พระนางก็ทรงกริ้วและตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ
"มันจะต้องตาย แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของข้า!"
จากนั้นพระนางก็มุ่งหน้าไปยังห้องลับ ห้องที่ไม่มีใครอื่นได้รับอนุญาติให้ย่างก้าวเข้าไป แล้วก็ทำแอปเปิ้ลอาบยาพิษขึ้นมาซึ่งมีสีแดงสดใสน่าลิ้มลอง แล้วก็ปลอมตัวเป็นหญิงชาวนา มุ่งหน้าไปยังกระท่อมของคนแคระทั้งเจ็ด
เมื่อไปถึงนางก็เคาะประตูบ้าน
"ฉันไม่ได้รับอนุญาติให้พาคนอื่นเข้ามาในบ้านจ้ะยาย" เจ้าหญิงชะเง้อออกมาและกล่าว
"ถ้างั้น ยายก็คงจะไม่ดึงดันเข้าไปหรอกนะ" นางกล่าว
"แต่ยายมีแอปเปิ้ลมาขายจ้ะ ลองเอาไปชิมดูก่อนมั๊ยจ๊ะ?"
"ไม่ได้หรอกจ๊ะยาย พวกเขาไม่ให้ฉันรับของจากคนแปลกหน้าด้วย"
"เอาอย่างนี้มั๊ยจ๊ะ? ถ้าเจ้ากลัว ยายจะผ่าแอปเปิ้ลเป็น2ซีก แล้วยายจะกินเองครึ่งนึง ส่วนอีกครึ่งสีแดงสวยสดนี้ให้เจ้าละกัน" นางกล่าว ซึ่งแท้จริงแล้ว แอปเปิ้ลลูกนี้ไปอาบยาพิษมาเพียงครึ่งลูก
เมื่อเจ้าหญิงเห็นยายแก่กินแอปเปิ้ลแล้ว จึงเกิดความหิวกระกายขึ้นมาบ้างแล้วรับแอปเปิ้ลอีกส่วนจากยายแก่ และเมื่อพระองค์ได้กัดลงบนแอปเปิ้ล พระองค์ก็หมดสติล้มลงในทันใด



พระราชินีเดินทางกลับมาพระราชวังด้วยความปิติสุข
"กระจกวิเศษ จงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี?"
"ก็ท่านน่ะสิ ท่านราชินี ท่านคือหญิงที่งดงามที่สุดในปฐพี"
"คราวนี้ฉันจะได้อยู่อย่างสงบสุขเสียที เมื่อมันตายไปแล้ว ฉันก็จะกลายเป็นหญิงที่งดงามที่สุด"

เมื่อเหล่าคนแคระกลับมาถึงบ้าน พวกเขาเจอร่างเจ้าหญิงอยู่บนพื้น จึงพยายามค้นหาสิ่งต่างๆที่คาดว่าจะเป็นสาเหตุแห่งการตายของเจ้าหญิง แต่ก็ไม่พบ พวกเขาไม่สามารถช่วยเจ้าหญิงให้ฟื้นกลับมามีชีวิตได้อีกต่อไป
พวกเขานำร่างของพระองค์ไปไว้ในโลง และร่ำไห้ด้วยความเศร้าโศกเป็นเวลา3วัน
เหล่าคนแคระคิดว่าจะนำร่างของเจ้าหญิงไปฝัง แต่พบว่าเจ้าหญิงยังคงสวยงามไม่เหมือนดั่งผู่ที่ตายแล้วด้วยแก้มสีชมพูระเรื่อ พวกเขาจึงสร้างโลงแก้วขึ้นมาและนำพระองค์ไปวางในนั้นแล้วเขียนชื่อของพระองค์และบรรพบุรุษด้วยอักษรสีทอง แล้วผลัดกันเฝ้าดูแลพระองค์ในแต่ละวัน

ร่างของเจ้าหญิงอยู่ในโลงแก้วเป็นเวลานาน แต่ไม่เคยเน่าเปื่อย ทรงดูเหมือนแค่คนที่หลับไปเท่านั้น พระองค์ยังคงมีผิวขาวดั่งหิมะ ริมฝีปากแดงสดดั่งสีโลหิต และหากพระองค์ทรงลืมตาขึ้นมาได้ มันก็คงจะเป็นสีดำขลับของไม้อีโบนี



วันหนึ่ง เจ้าชายหนุ่มได้เดินทางผ่านมายังกระท่อมของคนแคระ และต้องการที่พักสำหรับ1คืน ที่นั่น พระองค์ก็ได้พบกับเจ้าหญิงสโนว์ไวท์ที่นอนอยู่ในโลงแก้วและรอบล้อมด้วยแสงเทียนจากเทียนเล็กๆ7เล่ม เจ้าชายไม่สามารถละสายตาไปจากพระองค์ได้เลย เจ้าชายอ่านคำจารึกที่โลงแก้วและได้พบว่าพระองค์เป็นธิดาของพระมหากษัตริย์องค์หนึ่ง เจ้าชายต้องการจะซื้อพระองค์จากเหล่าคนแคระ แต่พวกเขาไม่สามารถที่จะขายเจ้าหญิงอันเป็นที่รักเพื่อแลกกับเงินทองได้
เจ้าชายจึงร้องขอพวกเขาให้ยกเจ้าหญิงให้พระองค์พร้อมเหตุผลที่ว่าพระองค์จะไม่สามารถอยู่ได้อีกต่อไปหากปราศจากเจ้าหญิง พระองค์ให้สัญญาว่าจะรักษาเจ้าหญิงด้วยความรักและทนุทนอมยิ่งกว่าสิ่งใด เหล่าคนแคระจึงเห็นใจและยกเจ้าหญิงให้กับเจ้าชาย

เจ้าชายนำร่างของเจ้าหญิงไปไว้ยังห้องๆหนึ่งในปราสาท ห้องที่พระองค์จะเข้ามาอยู่กับเจ้าหญิงทั้งวันและเฝ้ามองไปเรื่อยๆ เมื่อใดที่พระองค์มีความจำเป็นจะต้องออกไปแล้วไม่ได้เจอหน้าเจ้าหญิง พระองค์ก็จะเกิดความเศร้าใจขึ้นมา
พระองค์ไม่สามารถจะเสวยได้หากไม่มีเจ้าหญิงสโนว์ไวท์อยู่เคียงข้าง เหล่าข้าทาสบริวารที่ต้องเคลื่อนย้ายโลงศพอยู่เป็นประจำจึงหัวเสียเป็นประจำ อยู่มาวันหนึ่งคนรับใช้คนหนึ่งจึงไปเปิดโลงขึ้นมาแล้วยกตัวเจ้าหญิงขึ้นมาพร้อมกล่าวว่า "พวกเราลำบากลำบนอยู่ทุกวี่ทุกวัน ก็เพราะแค่ศพของนังเด็กสาวคนนึงเท่านั้นเอง!!" แล้วเขาก็ตีลงบนหลังของเจ้าหญิงสโนว์ไวท์ ทันใดนั้น ชิ้นของแอปเปิ้ลอาบยาพิษก็หลุดออกมาจากปากของพระองค์ และพระองค์ก็ฟื้นขึ้นมาจากความตาย

เจ้าชายทรงปลื้มปิติเป็นอย่างมาก และในมื้อนั้นพระองค์ทั้งสองก็เสวยพระกระยาหารด้วยกันอย่างมีความสุข



วันต่อมาพระองค์ทั้งสองก็ได้จัดพิธีอภิเสกสมรสขึ้น ซึ่งพระมารดาใจร้ายของเจ้าหญิงสโนว์ไวท์ก็ได้รับเชิญมาเช่นเดียวกัน
เช้าวันนั้น พระนางได้เอ่ยถามกระจกอีกครั้ง
"กระจกวิเศษ จงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี?"
"ท่านราชินี ท่านงดงามยิ่งก็จริง แต่พระราชินีสาวงดงามกว่าท่านเป็นพันเท่า"
พระนางทรงกริ้วเป็นอันมาก ความอิจฉาริษยาทำให้พระนางตัดสินใจเดินทางไปยังพิธีอภิเษกเพื่อที่จะได้เห็นสโนว์ไวท์ด้วยสายตาพระนางเอง เมื่อไปถึงพระนางจึงถูกบังคับให้ใส่รองเท้าเหล็กร้อนแล้วเต้นรำจนสิ้นใจตาย

.

.




โดย: ดอกเดซี วันที่: 18 เมษายน 2551 เวลา:6:21:45 น.  

 
อิอิอิ


โดย: พนบ. วันที่: 18 เมษายน 2551 เวลา:15:37:53 น.  

 
การแสดงแบบนี้เด็ก ๆต้องชอบแน่ ๆ...


โดย: นางฟ้าของชาลี วันที่: 18 เมษายน 2551 เวลา:23:59:25 น.  

 
ขอรายชชื่อของคนแคระที้งเจ็ด และนิสัยของแต่ละตัวด้วย
ขอบคุณล่วงหน้า


โดย: ao casio IP: 202.248.149.130 วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:23:58:59 น.  

 
การแสดงแบบนี้เด็ก ๆต้องชอบแน่ ๆ...น่ารักมากค่ะ


โดย: pan IP: 125.26.114.107 วันที่: 20 ธันวาคม 2551 เวลา:15:34:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดอกเดซี
Location :
ลพบุรี United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ดอกเดซี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.