ผ่านทะเลเห็นน้ำไร้ความหมาย
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
6 กุมภาพันธ์ 2549
 
All Blogs
 
Episode LXXXX โต้วาทีครั้งที่สอง"เพียงใจสัมพันธ์ ผูกพันนั้นก็ลึกล้ำ โดยไม่ต้องถลำมีสัมพันธ์ทางกาย"

โต้วาทียังไม่จบ
แต่ละคนงัดมุขเด็ดออกมากันไม่หวาดไม่ไหว
เอามาแปะไว้ต่อ
ใครเผอิญผ่านมาให้รู้เถิดว่ารำลึกถึงเสมอ


************************************




Episode LXXXX โต้วาทีครั้งที่สอง"เพียงใจสัมพันธ์ ผูกพันนั้นก็ลึกล้ำ โดยไม่ต้องถลำมีสัมพันธ์ทางกาย" ิ (71
การโต้วาทีเข้มข้นขึ้นทุกขณะก็เลยขอต่อภาคสอง หวังว่าเพื่อน ๆทุกคนคงยังไม่เบื่อนะคะ ถึงเบื่อแต่ม้อดฯยังไม่เบื่อก็ทน ๆเอาหน่อยแล้วกัน

เมื่อภาคที่แล้ว คุณสวิได้ออกมากล่าวชัดเจนว่า ความรักที่มีเซ็กซ์แซมนั้นมิใช่ความรักที่บริสุทธิ์ในทัศนะของเธอ ซึ่งทำความฮือฮาให้กับฝ่ายค้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชายหนุ่ม

ในช่วงต้นของกระทู้ ฝ่ายค้านค่อนข้างจะคึกคัก มาอภิปรายกันในความเห็นที่คล้าย ๆกันว่า ความสัมพันธ์ทางกายเป็นกลไกทางธรรมชาติต่อมาจากความรัก ซึ่งช่วยให้คนสองคนที่รักกันผูกพันกันลึกซึ้งมากขึ้น ความรักและเซ็กซ์ไม่สามารถจะแยกออกจากกันได้

ตอนท้าย ฝ่ายเสนอก็เข้ามาอภิปรายบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง และเห็นพ้องกันว่า เซ็กซ์ไม่ได้ทำให้ความรักของพวกเธอลึกล้ำขึ้นแต่อย่างใด เพราะสิ่งที่อยู่ในใจนั้นแน่นหนามั่นคงก่อนมีจะมามีความสัมพันธ์ทางกายกับคนที่เธอรัก

คุณนวลทิ้งกระบวนท่าอำมหิต โดยตั้งคำถามว่าถ้ารักกับหญิงอยู่คนหนึ่งแล้วปรากฏว่าไม่สามารถมีเซ็กซ์กับเธอได้ตลอดชีวิต ยังจะอยู่กับเธอหรือไม่...

ออกหลวงจิ้งจอกมายอมรับอย่างชายชาญหาญกล้าแต่ห้ามอ้างอิงออกนอกกระทู้ว่า อยู่อย่างเพื่อนได้แต่อยู่อย่างคนรักไม่ได้

คุณแปรงกำลังพยายามแปะอย่างขมักเขม้น ยังไม่ทันอ่านดี เห็นแต่คำร้องบอกว่าใครก็ได้ช่วยเลือกข้างให้ที ในฐานะม้อดฯขอเลือกให้อยู่ฝ่ายเสนอละกัน

ท่านใดที่แวะชมความสนุกสนาน อยากร่วมแสดงความคิดเห็นก็เชิญ ฟรีสไตล์ค่ะ

ดาหาชาดา-ม้อดเดอเรเต้อร์

จากคุณ : เพื่อนยาวาที - [30 เม.ย. 21:41:13]








--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 1

ผมเห็นฝรั่งแก่ๆที่มารักกันตอนใกล้ฝั่งยังนึกไม่ออกว่าจะมี sex กันอย่างไร ขนาดเดินยังไม่ค่อยจะไหวเล้ย
ความรักที่แท้จริง sex มันน่าจะเป็นเรื่องรองนะครับ

จากคุณ : ข้อยเอง - [30 เม.ย. 22:03:11]






ความคิดเห็นที่ 2

หวัดดีค่ะคุณข้อย

เซ็กส์ เป็นแค่ของแถมค่ะ มันเหมือนขนรักแร้น่ะค่ะ มีก็ได้ไม่มีก็ได้

จากคุณ : ชื่นเช้า ณ เช้าชื่น - [30 เม.ย. 22:07:52]






ความคิดเห็นที่ 3

โอ้โห นั่งพิมพ์อยู่ชั่วโมงกว่า มีคนเข้ามาคุยเป็นกระตั๊กจนขึ้นกระทู้ใหม่

ขอร่วมอภิปรายนิดๆหน่อยๆเพราะรู้สึกประสบการณ์น้อยกว่าคนอื่นทั้งหมด (ฮา)

ถ้าจะอภิปราย ผมต้องฉายหนังเก่าที่เคยฉายเมื่ออีพิโสดต้นๆ แต่จะตัดต่อใหม่ใส่เอฟเฟ็คให้คุ้มค่ากับการตีตั๋วเข้ามาอ่าน

ผมว่าความรักเป็นสิ่งปรุงแต่งทางอารมณ์นะ และเป็นสิ่งปรุงแต่งทางวัฒนธรรม จะเรียกความรักว่าเป็น “คุณค่า” อย่างหนึ่งก็คงได้ คุณค่าหมายถึงว่ามีการใส่ค่า ใส่ความความสำคัญให้กับบางสิ่ง เช่น เพื่อน มิตรภาพ กตัญญู ความซื่อสัตย์ รักเดียวใจเดียว ความเสียสละ ฯลฯ คำเหล่านี้เป็นการปลูกฝังกันมาว่าเป็นสิ่งดี เป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาให้ยึดถือแนบแน่นไว้ในใจ จนถึงขั้นให้เป็น “ธรรมชาติใหม่” ของคนเรา (หรือธรรมชาติแบบประดิษฐ์มากับมือเรา)

ขอลองยกตัวอย่างเรื่องความซื่อสัตย์นะครับ จะเห็นว่าคำนี้เป็นคำที่เสริมสร้างคุณค่าให้แก่คนที่ยึดถือ จริงๆแล้วมันเป็นธรรมชาติแต่เดิมของมนุษย์หรือเปล่า? ผมคิดว่าไม่ใช่ มันคงจะเป็นการให้ค่ากับพฤติกรรมทำนองนี้เพื่อเจตนาให้สังคมไม่วุ่นวาย มนุษย์มีความต้องการอันเป็นธรรมชาติคืออยากได้สิ่งต่างๆที่จำเป็นแก่การดำรงชีวิต แต่ความซื่อสัตย์ค้ำคอไว้ว่า ต้องไม่เอาสิ่งใดมาโดยการมิบเม้มคดโกง ในเรื่องความรักก็เช่นกัน ความซื่อสัตย์ค้ำคอว่าห้ามนอกใจ

ถามว่า อยากได้สิ่งที่ว่าไม๊ ผมคิดว่า คงอยากได้ แต่ต้องหักห้ามใจไว้
เพราะถ้าทำสิ่งไม่ซื่อสัตย์ สังคมก็ติฉินนินทาหรือถึงขั้นประณาม และถ้าเข้าข่ายผิดกฏหมาย (ฉ้อโกง) ก็จะมีโทษด้วย
การยอมรับคุณค่าและทำตามคุณค่ามีความหมายโดยนัยที่สำคัญคือ มนุษย์ได้ทำการ “แลกเปลี่ยน” กับสถาบันอารยธรรมของมวลมนุษยชาติอีกครั้งหนึ่ง
การแลกเปลี่ยนนี้หมายถึงเมื่อมนุษย์ตนใดยอมรับข้อเสนอของ “สถาบันอารยธรรมแห่งมวลมนุษยชาติ” มนุษย์ตนนั้นก็จะได้ความดื่มด่ำทางใจที่เรียกว่า “ความภูมิใจ” (หรือความอื่นๆตามแต่กรณี) เป็นการตอบแทน

ข้อยืนยันของคุณค่าในตัวอย่างข้างต้นนั้น สามารถเห็นได้จากว่า แม้บางคนจะไม่ยอมรับกฏของสถาบันฯและละเมิดกฏของสถาบันฯ แต่คนคนนั้นจะไม่ค่อยยอมรับว่าละเมิด กล่าวคือไม่ยินยอมอย่างถึงที่สุดที่จะให้ใครมาว่ากล่าวว่า “ไม่ซื่อสัตย์” เว้นแต่…จะยอมรับผิดด้วยความสำนึกเสียใจ…ที่ละเมิดกฏของสถาบันฯ

สิ่งปรุงแต่งที่เรียกว่า “ความรัก” นั้นต่างออกไป ผมคิดว่ากฏหรือข้อเสนอของสถาบันฯค่อนข้างซับซ้อนในกรณีนี้ คำถามสำคัญคือ อะไรคือสิ่งที่สถาบันฯจะให้เป็นการแลกเปลี่ยนหากมนุษย์ยึดคุณค่าความรัก

(ยังมีต่ออีกหน้า)


จากคุณ : WildReader - [30 เม.ย. 22:22:24]






ความคิดเห็นที่ 4

คุณ WildReader คุณมีอภิสิทธิ์ใด จึงแปะยาวๆได้
ทำไมฉันแปะบ่ได้เลยก๊าาาาาาาาา


จากคุณ : แปรง - [30 เม.ย. 22:25:29]






ความคิดเห็นที่ 5

ผมคิดอย่างนี้ครับ สังคมที่ให้ค่าความรักมากเป็นสังคมที่มีระดับศีลธรรมสูง กฎศีลธรรมเป็นกฏที่ทำให้สังคมไม่ระส่ำระสายและใจคนของคนในสังคมด้วย กฏนี้ควบคุมการมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งทางกายโดยตรง สิ่งแลกเปลี่ยนของ “สถาบันศีลธรรมแห่งมวลมนุษยชาติ” อาจเป็นว่า เป็นหลักประกันร่วมกัน-หากยึดถือพร้อมๆกันทั้งหมด-ที่จะไม่ทำสิ่งที่หักหาญทำลายน้ำใจกัน เช่น ไม่มีใครชอบให้คนอื่นพูดปดกับเราเราก็ต้องไม่พูดปดกับคนอื่น ไม่ต้องการให้ใครมายุ่งเกี่ยวกับสามีหรือภรรยาเรา เราก็ต้องไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับสามีหรือภรรยาของคนอื่นด้วย

กฏศีลธรรมได้กดความต้องการพื้นฐานเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งทางกายได้ระดับหนึ่ง แต่ความต้องการจริงๆมันยังมีอยู่ แล้วด้วยเหตุผลกลใดก็ไม่ทราบ มีการปิดบังเรื่องเหล่านี้ (คงเพื่อมีให้หมกมุ่นในเรื่องเพศ) เป็นการปิดบังทั้งความคิดและทางกาย การปิดบังทางความคิดคือ ใครที่หมกมุ่นเรื่องนี้จะดูไม่งาม การปิดบังทางกายก็ด้วยการสอนสั่งกันว่า การเปิดให้เห็นมันน่าอาย ทีนี้ เพราะผู้ชายเป็นคนออกข้อห้ามเหล่านี้ ผู้ชายเลยให้ผู้หญิงรับบทหนักในการสกัดกั้นความสัมพันธ์ทางกาย เช่น ไม่หมกมุ่น…ถ้าถึงขั้นไม่มีความคิดนี้อยู่ในหัวเลย…ยิ่งดี ไม่แต่งกายล่อแหลม ไม่ให้ใครแตะเนื้อต้องตัว ไม่อ่านหรือดูสื่อที่โจ๋งครึ่มด้วยการปลูกฝังให้ดูเป็นสิ่งน่าเกลียด ฯลฯ

แต่สิ่งเหล่านี้เป็นการกดความต้องการที่สำคัญของธรรมชาติไว้ สถาบันอารยธรรมฯ เห็นว่าไม่ดีแน่ จึงได้เสนอกรรมวิธีกลายพันธุ์ความต้องการทางกายให้กลายเป็น “ความรัก” คราวนี้ครับคุณค่าต่างๆถูกใส่ลงมามากมาย เช่น ความงาม ความดื่มด่ำ ความซาบซึ้งใจ ฯลฯ สถาบันอารยธรรมฯก็ทำหน้าที่เดิมอย่างแข็งขันเหมือนเดิมด้วยการเชิดชูและด้วยเล่ห์นิดๆในการหันเหความสนใจของมนุษย์ไปสู่เรื่องความรัก

มันเป็นการร่วมมือกันระหว่างสังคมโลกและสถาบันอารยธรรมฯที่ได้ผลยิ่ง ฝ่ายหนึ่งกดไว้แน่น อีกฝ่ายหนึ่งปรุงแต่งเรื่องความรัก และเมื่อ “เวลานั้นมาถึง” แน่นอนว่า ถ้ามนุษย์ที่ “ปิด” เรื่องเหล่านี้มาโดยตลอด มาเผชิญหน้ากับการ “เปิด” อย่างหมดเปลือก…ณ เวลานั้นก็เสมือนรางวัลแห่งความพยายามที่สถาบันฯเตรียมมอบให้ไว้ สถาบันเขาใช้หลักง่ายๆครับ เบี่ยงเบนความกระหายน้ำให้นานที่สุด แล้วมอบน้ำให้อย่างฉับพลัน มนุษย์จึงค่อยรู้ว่า ที่จริงเขากระหายน้ำมาโดยตลอนานแล้ว แต่ก็มิเป็นไรเพราะระหว่างที่กระหาย สถาบันฯได้เบี่ยงเบนความรู้สึกด้วยวิธีที่เข้าท่ามาก ซึ่งต้องเข้าท่ามากทีเดียวจึงจะสามารถทำให้มนุษย์ลืมเรื่องนี้เสียสนิท

หรือว่าแผนการของสถาบันฯอาจเป็นอีกอย่างก็ได้คือ เสริมสร้างคุณค่าความรักโดยลำพัง และโน้มน้าวให้มนุษย์ยึดถือคุณค่าความรักให้สูงเด่นจนกลบเรื่องความรู้สึกทางกายลงเป็นรอง ให้กลายเป็นสิ่งเสริมคุณค่าความรักให้ดื่มด่ำลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ทฤษฎีที่สอง-ทฤษฎี love bird
ผมเข้าใจว่านกพันธุ์นี้เป็นนกที่ผูกพันกับคู่ของตัวเองมาก ถ้าตัวหนึ่งตายอีกตัวจะตรอมใจตายด้วย

ถ้ามนุษย์ที่แท้มีธาตุแท้ความรักความผูกพันแบบนก love bird ทฤษฎีแรกก็ต้องกลับตาลปัตรหมด กลายเป็นว่า มนุษย์มัวเมาในความต้องการทางกายเกินแก่เหตุ แม้ว่าสถาบันฯจะคอยพร่ำบอกจนปากเปียกปากแฉะแล้วก็ตาม
End

จากคุณ : WildReader - [30 เม.ย. 22:27:26]






ความคิดเห็นที่ 6

ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เราพิมพ์ใน Word แล้วค่อย copy เอามาแปะนะสิครับ

จากคุณ : WildReader - [30 เม.ย. 22:30:26]






ความคิดเห็นที่ 7

เห็นคุณระห่ำมาแล้ว รอน้องกอร์กี้ว่าเมื่อไรจะมา น้องเฟิร์นด้วย

ต่อไปนี้เป็นการเพียรสรุปนะคะ

ออกหลวงจิ้งจอกไซไฟ ได้กล่าวว่า ความสัมพันธ์ทางกายเป็น interlock ของความรัก ทำให้มันแนบแน่นลึกซึ้งมากขึ้น คุณสงกรานต์โผล่มายกตัวอย่างเพื่อนของตัวเองที่เสียคู่รักไปเพราะไม่ยอมทำ interlock ดังว่า

ส่วนคุณอิงกริด มาบอกว่า ที่คิดว่ามันเป็น interlock ก็อาจเป็น unlock ได้เหมือนกัน หามีอะไรแน่นอนไม่

คุณมะตูมนั้นไซร้มาด้วยประโยคเด็ดที่ว่า "มนุษย์เรามีทั้งกายและใจ
รักกันที่ใจแล้วไม่มีกายสัมพันธ์ มันเหมือนยังไม่ได้รักทั้งหมด ไม่ได้ให้กันทั้งหมด
เรารักใครเราอยากเป็นหนึ่งเดียวกับเขาครบครัน อยากเกิดอยากตายพร้อมกับเธอ"

คุณ ...---...- มาบอกว่า "ถ้าใจมันสัมพันธ์กันลึกล้ำอย่างนั้น มันก็จะไปทางกายโดยธรรมชาติเองล่ะครับ
ถ้าไม่มีอะไรไปขวางไว้ และถ้ามีคุณจะรู้ว่าความต้องการมีความสัมพันธ์ทางกายมันรุนแรงขนาดไหนทั้งผู้หญิงและผู้ชายครับ" แถมย้ำอีกว่าเป็นประสบการณ์ตรง หึหึ

คุณฟ้าครามมาพร้อมกับคำคมที่ว่า Love is like standing in the wet cement. The longer you stay, the harder it is to leave. And you can never go without leaving your shoes behind.
ความรักก็เหมือนซีเมนต์เปียก ๆ ยิ่งคุณอยู่นานเท่าไหร่ก็ยิ่งติดหนึบจากไปไม่ได้เท่านั้น และคุณจะไม่มีวันจากมาได้เลย โดยที่ไม่ได้ทิ้งรองเท้าไว้ข้างหลัง แต่เธอก็ยังไม่แน่ใจว่าความสัมพันธทางกายจะทำให้ซีเมนต์ที่เปียกแห้งเร็วขึ้นหรือเปล่า

เซาะเซียนเซียนมาด้วยคำสรุปที่ว่า ผู้ชายที่เข้าไปอยู่กับฝ่ายค้านมาก เพราะมีการให้ค่านิยมแบบองค์รวม คือต้องนำไปประกอบปัจจัยอื่น ๆ อย่างเช่น รักควรมาพร้อมกับเซ็กซ์ เธอตั้งคำถามกับแนวคิดนั้น และตบท้ายเป็นคำบาดอารมณ์ว่า "การมีกายสัมพันธ์แล้วต้องแยกจากกันนั้น ยังง่ายกว่าการแยกจากกันทั้งที่ใจสองดวงยังสมานเป็นหนึ่งเดียว"

ขอนอกประเด็น ม้อดขอหนับหนุนคุณชาเขียวค่ะ ใครหนอช่างมาว่าพี่แฮร์(ริสัน ฟอร์ด) ทื่อเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้...อบอุ่น น่ารักขนาดนั้นหนอยแน่ล่วงเกินได้ไง....

ใครที่มิได้รับการพาดพิงถึงอย่าน้อยใจ โปรดร่วมวงใหม่โดยพลัน



จากคุณ : ดาหาชาดา - [30 เม.ย. 22:31:38]






ความคิดเห็นที่ 8

แปะไปว่าเซ็กส์เป็นของแถม เหมือนขนรักแร้ มีก็ได้ ไม่มีก็ได้
โดนพี่มนุษย์หิมะ icqมาแซวว่าขนรักแร้มันจะโกนแล้วขึ้นใหม่นา...


เลยต้องวิ่งรี่มาบอกว่าหาได้ก๋ากั่นไม่ ก็ขนรักแร้ มันมาทีหลังหัวใจ ถึงจะ
โกนแล้วขึ้นใหม่ เราก็ไม่กลัวเพราะประตูน้ำโพลี่คลินิคช่วยเราได้

พี่ระห่ำ มาแบบนี้เราก็จ๋อยสิ ต้องกลับไปตั้งหลักใหม่

จากคุณ : ชื่นเช้า ฯ - [30 เม.ย. 22:37:24]






ความคิดเห็นที่ 9

ของคุณระห่ำยังไม่ได้ย่อยนะคะ แต่ของคุณชื่น อ่านแล้วขำก๊าก เซ็กซ์เหมือนขนจั๊กกะแร้ คิดได้ไงอ่ะ

คุณข้อยเองคะ ขอยาว ๆกว่านี้ได้ไหมคะ อยากอ่านเวลาคุณข้อยเองเขียนยาว ๆ เพราะรู้สึกว่าแต่สั้น ๆยังน่าสนใจเลย

จากคุณ : ดาหาชาดา - [30 เม.ย. 22:38:17]






ความคิดเห็นที่ 10

อ้าว เราอยู่ฝ่ายเสนอเหรอ :-)) งั้นแปะอีกทีนะ คือเราคิดงี้ค่ะ
เราไม่คิดว่า ความสัมพันธ์ทางกายเป็น interlock ได้เสมอไปนะ ยิ่งถ้าไปมีสัมพันธ์ทางกายก่อนที่จะสร้างรากฐานทางใจให้แข็งแรงก่อนนั้น โอกาสที่จะแอ้มแล้วชิ่งยิ่งมีมากนะ :) ยิ่งผู้ชายไทยเรามีค่านิยมว่า"ได้" ส่วนผู้หญิงเป็นฝ่าย "เสีย" ด้วยแล้ว …เราว่ามันไม่ interlock น่ะ


จากคุณ : แปรง - [30 เม.ย. 22:41:44]






ความคิดเห็นที่ 11

คุณสวิฯคิดว่าเข้าใจคุณนะ ว่าทำไมนางเอกในหนังถึงอยากกอดแขนพระเอก แล้วทำไมคุณสวิถึงชอบตอนนี้ ทั้งนี้เพราะผู้หญิงเราให้ค่ากับความรัก ความรู้สึกทางใจก่อนไงคะ ความต้องการ(กอดแขน)ทางกายจึงตามมา เนี่ย คุณสวิดูหนังเรื่องอะไรคะ ตอนต่อไปเป็นไง แฮริสัน ฟอร์ด เขาคงรักนางเอกอยู่น่ะนะ(เขาเป้นพระเอกนี่) อาจจะหันมากอดนางเอกตอบ joopแก้ม joopปาก แล้วคิดว่าจะอะไรยังไงต่อไปคะ 55555 interlock ใช่ม้าาาาา เรื่องนี้มันเป็นธรรมชาตินาเราว่าจะไปฟันธงบอกว่า ไม่ต้องมี interlock เนี่ย ก็…ดูฝืนธรรมชาติไปนิดนึงหรือเปล่าจ๊ะสวิ


จากคุณ : แปรง - [30 เม.ย. 22:49:30]






ความคิดเห็นที่ 12

ท่านพุทธทาสบอกไว้ว่า "เซ็กซ์" คือค่าจ้างในการสืบพันธ์ ชายหญิงที่รักกัน แต่งงานกัน มีจุดประสงค์จะสืบเผ่าพันธ์มนุษย์ร่วมกันต่อไป โดยที่ไม่มีใครคิดเอาเปรียบกันด้วยเรื่องทางกายแต่ประการเดียว จึงจะได้ชื่อว่าประเสริฐค่ะ สรุป เราเห็นว่าเรื่องใจกับกายมาด้วยกันค่ะ ถ้าใจแนบแน่นดีพอแล้ว ความสัมพันธ์ทางกายจะช่วยส่งเสริมให้ความสัมพันธ์นั้นใกล้ชิดกันมากขึ้นอีก


จากคุณ : แปรง - [30 เม.ย. 22:51:01]






ความคิดเห็นที่ 13

อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยว่าผู้หญิงเราควรรักนวลสงวนกาย แต่บางทีก็ไม่ควรจะยืดมั่นถือมั่นให้มากเกินไป บางทีคนเราก็พลาดกันได้ ..อาจารย์นิธิเคยเขียนว่า ยังมีผู้หญิงบางคน ที่ยังคิดว่าตัวเองจะต้องเป็นสมบัติของผู้ชายที่ตัวเองเคยนอนด้วยไปตลอดชีวิต แสบมากค่ะ'จารย์อันนี้

และถ้าใครดูละครทีวีบ่อยๆ อาจจะพอทราบได้ว่า การที่นางเอกต้องจงรักภักดีต่อผู้ชายที่ปล้ำตัวเองนั้น ทำให้นางเอกทุกข์ระทมขนาดไหน ละครไทยบางเรื่องจึงให้ข้อคิดใหม่กับผู้หญิงไทยบ้างแล้วค่ะ เช่นเรื่องไหน เพิ่งดูวันสองวันนี้ นางเอกแต่งงานกับคนผิดค่ะ นึกว่าดี ตอนหลังเลยไปรักกับอีกคน และแล้ว นับแต่นั้นเป็นต้นมา เธอก็ได้มีความสุขกับชายที่เธอรักและรักเธอตลอดไป มีความสุข เชิดหน้าชูคออยู่ในสังคมได้อย่างสงบสุข แม้ว่าเธอไม่ได้มีพรหมจารีแล้วก็ตาม :-)


จากคุณ : แปรง - [30 เม.ย. 22:52:25]






ความคิดเห็นที่ 14

เอ่อ กรณี interlock นี่ผมหมายถึงการมีสัมพันธ์ทางกายหลังจากที่ใจสองดวงมั่นคงดีแล้วนะครับ มัน (น่าจะ ) มีผลกระทบที่สำคัญ ไม่ใช่แค่การกระทำที่เพียงแค่เกิดมาเฉยๆแล้วก็หายไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยไว้ในความทรงจำ (นี่) ที่หวังมีความสัมพันธ์ทางกายเฉยๆ โดยไม่หวังจะผูกสัมพันธ์ทางใจเรียกว่าหลอกรับประทานครับ ไม่ใช่ interlock
กรณ๊นี้ฝ่ายค้านไม่รับรองจ้า

จากคุณ : ฟ๊อกซ์ - [30 เม.ย. 22:52:46]






ความคิดเห็นที่ 15

ไปๆมาๆ คุณแปรงย้ายมาอยู่ฝ่ายค้านแล้วนะเนี่ย อิอิ

จากคุณ : ฟ๊อกซ์ - [30 เม.ย. 22:58:15]






ความคิดเห็นที่ 16

คุณโอ ขอให้บอกคุณชื่นเจ้าค่ะ เพราะเธอแปะไม่ติดแล้วว่า "สงสัยเป็นเพราะไปบวชมาแล้ว การโกนขนจั๊กกะแร้เองเลยเป็นของง่าย..." สงสัยคุณโอเธอคงไม่ค่อยโกนอ่ะค่ะ เอาไว้ใช้ประโยชน์อะไรไม่รู้...ฮ่าฮ่า ม้อด ฯขอทรยศเล็ก ๆเจ้าค่ะ

จากคุณ : ดาหาชาดา - [30 เม.ย. 22:58:31]






ความคิดเห็นที่ 17

คุณนวล คุณดาหาฯ
เกี่ยวกับกระทู้แปลกๆแถวนี้ คงรำคาญกันน่าดูเหมือนกันนะ ดูอยู่เหมือนกันว่าเมื่อไหร่เขาจะเบื่อ เพราะเราเบื่อมากกกกก เราคงไปห้ามความคิดเห็นคนอื่นไม่ได้ แต่เราเลือกได้ เราเลือกที่จะเข้ามาในเน็ทเพื่ออะไร เพื่อหาเพื่อน หรือศัตรู :) เราเลือกที่จะแจมบางกระทู้ / ไม่แจมบางกระทู้ เราเลือกจะเป็นเพื่อนกับบางคน / แต่ไม่เป็นเพื่อนกับบางคน / เราคิดว่าเราเลือกได้ หรือถ้าเลือกผิดไป มองผิดไป เช่นเราเป็นเพื่อนเขา แต่เขาไม่คิดว่าเขาเป็นเพื่อนเรา ก็ยอมรับได้นะ แต่สำหรับเรา คิดว่าความเป็นเพื่อนมีความหมายพอสมควร ไม่ได้เลือกหรอก ว่าเพื่อนในหรือนอกเน็ท "เพื่อน" ที่ไหน เมื่อไหร่ก็คือเพื่อนค่ะ แต่มีกระทู้พาดพึงถึงแบบนี้ก็ดีค่ะ มีคนแสดงตัวออกมาว่า "เป็นเพื่อน" ทั้งต่อหน้าและลับหลังในจำนวนที่น่าแปลกใจพอสมควร แต่เสียนิดเดียวคือ อาจจะทำให้เพื่อนๆในเรือหงุดหงิดรำคาญบ้างเท่านั้น เราเองก็ไม่รู้ทำไง จริงๆไม่เกี่ยวกันเล้ยยย แต่เขาก็พยายามลากให้เกี่ยวกันหมดอย่างที่คุณนวลว่าจริงๆ ปล่อยไว้ดูเล่นเพลินดีค่ะ


จากคุณ : แปรง :-) - [30 เม.ย. 23:09:25]






ความคิดเห็นที่ 18

ม้อดเดอเรเตอร์ขออำลาไปนอนก่อนนะคะ คุณโอเธอขู่ว่าจะมีมุขร้ายมาให้เรานอนไม่หลับ เลยต้องหนีไปหลับก่อนค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปทำงานไม่ได้

จากคุณ : ดาหาชาดา - [30 เม.ย. 23:10:44]






ความคิดเห็นที่ 19

อ้าว เราอยู่ฝ่ายค้านด้วยเหรอ คุณฟ็อกซ์ :-)

จากคุณ : แปรง - [30 เม.ย. 23:16:21]






ความคิดเห็นที่ 20

สำหรับคำถามของคุณนวล ผมเห็นด้วยกับคุณฟ๊อซ์ว่า เป็นอะไรก็ได้ แต่ไม่ใช่คนรักแน่นอน

ผมเคยอ่านบทความอะไรสักอย่างหนึ่ง ดูเหมือนจะเป็นผลวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ที่บอกว่า ชายหญิงสองคนที่มีรักกัน และมีความสัมพันธ์กันแบบสามีภรรยาแล้ว จะช่วยให้ร่างกายกระตุ้นสารเคมีอะไรสักอย่าง ที่มีประโยชน์กับร่างกายของทั้งสองคนมาก และทำให้คนทั้งสองมีความรู้สึกผูกพันธ์กันมากขึ้นไปอีก ที่น่าสนใจก็คือ ถ้าไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่น โดยไม่มีความรักเป็นองค์ประกอบแล้ว ร่างกายจะไม่ผลิสารเคมีตัวนี้ออกมา ประโยชน์อีกอย่างของการมีความสัมพันธ์ทางกายแบบ interlock ก็คือ ช่วยป้องกันไม่ให้เป็นหวัดครับ



จากคุณ : สงกรานต์ - [30 เม.ย. 23:18:32]






ความคิดเห็นที่ 21

อ้าว เพิ่งโหลดเจอคุณสงกรานต์
เหตุผลอันนี้ดีค่ะ ใช้ได้เลย
"ป้องกันหวัด" :-)


จากคุณ : แปรง - [30 เม.ย. 23:25:23]






ความคิดเห็นที่ 22

ความคิดเห็นที่ 4
มีทั้งสองฝ่ายก็ต้องเป็นฝ่ายค้านอ่ะดิ ฝ่ายเสนอบอกว่า ความสัมพันธ์ทางใจอย่างเดียวเท่านั้นก็แนบแน่นพอแล้ว ความสัมพันธ์ทางกายก็งั้น ๆไม่ได้เพิ่มให้มันแนบแน่นขึ้นมาเท่าไร
ส่วนฝ่ายค้านก็จะต้องบอกว่า มันต้องประกอบด้วยทั้งสองอย่างทั้งทางกายและทางใจ หรือใครจะบอกว่าทางกายแนบแน่นฝ่าก็มิเกี่ยง
พูดง่าย ๆก็คือ รักอย่างเดียวก็ผูกพันแนบแน่นแล้ว หรือว่าต้องทั้งรักและใคร่ด้วยจึงจะรวมเป็นหนึ่ง....
คุณทายซิว่าคือใครเอ่ยจะเป็นหัวหน้าฝ่ายค้านเหรอคะ
จากคุณ : ดาหาชาดา - [29 เม.ย. 18:00:42]

คุณเจ๊ดาหา เธอจัดให้อยู่ฝ่ายค้านครับ คุณแปรง

จากคุณ : ฟ๊อกซ์ - [30 เม.ย. 23:25:29]






ความคิดเห็นที่ 23

อ้าว โหลดอีกทีเจอออกหลวงฟ็อกซ์
ที่หัวกระทู้ ดาหาเขาบอกเราอยู่ฝ่ายเสนอน่ะ
เลยงงๆจ้า --
วันนี้นอนดึกเหรอ

จากคุณ : แปรง - [30 เม.ย. 23:29:34]






ความคิดเห็นที่ 24

เดี๋ยวจะไปนอนแล้วครับ กำลังเลือกๆ หนังสือว่าจะหยิบ sci - fi เล่มไหนมาอ่านต่อดี ^.^

จากคุณ : ฟ๊อกซ์ - [30 เม.ย. 23:40:09]






ความคิดเห็นที่ 25

test test test
แปะไม่ติด...

จากคุณ : นวล - [วันแรงงาน 00:31:02]






ความคิดเห็นที่ 26

ถ้าตอบอย่าง GW MF และ SK (K.Songkarn) ก็แสดงว่าพวกคุณสามารถมีเซ็กซ์
กับสาวคนไหนก็ได้โดยไม่ต้องรักเธอ และเซ็กซ์สำคัญกว่าความรักเสียอีก ฉะนั้น
พวกคุณไม่ qualified ที่จะโต้ในประเด็นนี้แล้วล่ะ เพราะประเด็นนี้ ต้องมีรัก แล้ว
ให้เซ็กซ์มาเป็นห่วงร้อยไว้ให้แน่น ในเมื่อใจคุณอยู่กับอีกคน แต่ปฏิบัติกิจกรรม
กับอีกคน จึงตกในข่ายที่ว่า มีเซ็กซ์กับใครก็ได้ จึงไม่เป็นการสร้างพันธะใดๆ ไม่ต้อง
หาห่วงมาร้อยรัดใดๆ ทั้งสิ้น จริงม่ะ เพ่.........
หากมองในมุมกลับว่าเป็นชายที่่บ่มิไก๋ ป้าว่าพูหญิง 90% ยอมอยู่ด้วยน่ะ
Till death do us part เชียวล่ะ ส่วนอีกสิบเปอร์เซนนั้น ความใคร่ (lust)
อยู่เหนือความรัก หรืออาจไม่เคยมีความรักเลยก็ได้
อันที่จริง หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจริงๆ คุณสามารถที่จะปลดปล่อยความต้องการ
ตามธรรมชาติได้อยู่แล้ว คิดว่าอีกฝ่ายหนึ่งคงไฟเขียวให้ด้วย เพราะเขา/เธอต้องการ
ดวงใจของคุณ ความอบอุ่นจากคุณ มิใช่เซ็กซ์
ถามจริงๆ อีกครั้งเถอะว่า คุณสามารถทำได้จริงๆ ดังที่พูดหรือเปล่า ที่จะบอกกับเธอว่า
ต่อไปนี้เราเป็นเพื่อนกันเถอะ แล้วเดินจากมาไปซบอกสาวคนอื่นที่สนองคุณได้แต่
ทางกาย แต่ยังไง้ยังไงก็เข้าไม่ถึงใจคุณน่ะ?

ขอแย้งต่อว่า เซ็กซ์นั้นมิใช่ตัว interlock, intralock, underlock, overlock etc. ทั้งสิ้น
ต่อให้นอนด้วยกันจะรู้ทุกตารางนิ้วรู้ใจกันไปหมดแล้ว หากจิตพิศวาสวอดลงเมื่อไร
คงทนมีเซ็กซ์กันต่อไปได้อีกไม่นานน่ะ

คุณ WR ขอเวลาทานอัลคาเซลเซอร์ ย่อยก่อนน่ะค้า

เห็นด้วยเรื่องพี่แฮร์ แต่ป้าว่าพี่เกียร์อบอุ่นกว่าเยอะเลย...... ไม่ต้องกอดแขน
ไม่ต้องกระแซะด้วย แค่มองตา แล้วยิ้มให้กันเท่านั้นแหละ....... เฮ้อ.........

คุณแปรง... ลืมเสียเถอะ ตอนนี้พวกเราเป็น คนโต๊ะกลม ไปแย้ววววววว นั่งล้อมวง
ถกกันอยู่นี่ไง พร้อมชีวาสสองขวดที่ป้าหนีบ (โกนขนรักแร้เรียบร้อยน่ะ!! 555555) รักแร้มาวาง
กลางโต๊ะ กำลังมองหาน้ำแข็งอยู่ จะเอานิ้วของจิ้งจอกภูเขาหิมะจุ่ม เพื่อขอความเย็นบ้าง
ก็เกรงใจ ไม่รู้ได้จุ่มอารายมาก่อน ........

จากคุณ : นวล - [วันแรงงาน 00:32:04]






ความคิดเห็นที่ 26

ทักทายทุกท่านค่ะ ยินดีที่รู้จักคุณชื่นเช้าและคุณแปรงค่ะ
ไม่ได้เข้ามาหนึ่งวัน การสนทนายังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้น ถึงขนาดต้องขึ้น episode ใหม่เลย
ยังคงตามอ่านอยู่ค่ะ (ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยทันก็ตาม) หยุดพักฟังเพลงสักนิด เป็นการผ่อนคลายนะคะ

ไม่ทราบว่าคุณกอร์กี้ออกเดินทางตามใจฝันไปถึงไหนแล้ว อยากจะฟังคารมคุณกอร์กี้บ้างจัง...

อื่นๆอีกมากมาย โดย เฉลียง
======================
หากถามเธอตรงๆ ว่าเธอรักเหตุใด
ลองตอบกันไหม เหตุใดรักยั่งยืน
เหตุใดที่รักร้าว กลับหวานเป็นขมขื่น
ตอบกันทั้งวันคืน อื่นๆอีกมากมาย

เด็กหนีไม่ยอมเรียน โดดเรียนเพราะเหตุใด
ลองตอบกันไหม เด็กไปเพราะใจเด็ก
แม่ให้ไปขายของ ครูสอนไม่ดีเอง
เด็กรักเป็นนักเลง อื่นๆอีกมากมาย

อื่นๆอีกมากมาย มากมาย มากมาย ที่ไม่รู้
อาจจะจริงเราเห็นอยู่ เผื่อใจไว้ที่ยังไม่เห็น

ต้นไม้จะงามดี ให้มีผลดอกใบ
พรวนแต่งดินไว้ ใส่ใจทุกเช้าค่ำ
เพิ่มดินผสมปุ๋ย ใส่น้ำให้ชุ่มฉ่ำ
เด็ดทิ้งที่ใบดำ อื่นๆอีกมากมาย

หากเขาเป็นคนเลว ที่เลวนั้นจากใด
ลองตอบกันไหม ตอบไปก็คนอื่น
อาจเลวเพราะแสนเข็ญ หยาบช้าเพราะขมขื่น
เหตุนำนั้นพันหมื่น อื่นๆอีกมากมาย

อื่นๆอีกมากมาย มากมาย มากมาย ที่ไม่รู้
อาจจะจริงเราเห็นอยู่ เผื่อใจไว้ที่ยังไม่เห็น

จากคุณ : IndigoBlue - [วันแรงงาน 00:36:32]






ความคิดเห็นที่ 27

กำลังจะออฟไลน์ เห็นคุณนวลเข้ามาตอบ แถมพาดพิงว่าต้องทานยาอะไรสักอย่าง (ยาแก้ปวดหัวมั๊ง) ในการอ่านข้อความของผม คุณชื่นฯก็อีกคน ส่วนอั้งเหมยฮัวนี่ถึงขั้นง่วงนอนเฉียบพลัน

อย่าเชื่อผมมากนัก ผมก็พร่ำพรรณาไปตามความนึกคิดของผม คิดอะไรได้ก็เขียน อาศัย “เทียน” ส่องคีย์บอร์ดขณะที่พิมพ์ พิมพ์ไปพิมพ์มาจูงให้วกกลับเข้าเรื่องโต้วาทีไม่ได้เสียที (ฮา)

วันก่อนมีน้องคนหนึ่งพูดหนึ่ง
I love therefore I am
คงจะเป็นเสียงที่สะท้อนความเป็นผู้หญิงได้ดี

I think therefore I am
คงจะแทนเสียงของผู้ชายที่ชอบหลักเหตุผล

แต่ถ้าเป็นผู้ชายสมัยนี้เขาคงพูดว่า
“ฉันแข็ง, ฉันจึงมีอยู่” (ฮา)

ไปซะแล่ว

จากคุณ : WildReader - [วันแรงงาน 01:16:57]






ความคิดเห็นที่ 28

ป้านวล ที่ผมและบรรดาฝ่ายค้านนั่งยัน นอนยันอยู่นี่ก็คือ "ต้องมีรัก แล้วให้เซ็กซ์มาเป็นห่วงร้อยไว้ให้แน่น" (อย่างที่ป้าพูด ) ตะหากล่ะ ไม่ใช่เซ็กส์นำรักแต่ประการใด

แล้วผมคิดว่า ผู้ชายบางส่วนก็คงจะไม่คิดไปซบหญิงสาวที่ตอบสนองได้แต่ทางกาย แต่ใจไม่มีให้เราแต่ประการใด ทำไม ผู้ชายจะหยิ่งในศักดิ์ศรีมั่งมิได้เชียวหรือป้า ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ก็อยู่มันคนเดียวจะเป็นไรมี หรือพวกเดียวกันก็เยอะไป นี่พูดจริงๆ

แล้วที่ยกคนที่รักกันตอนช่วงวัยชราอายุ 60 -70 ว่าไม่ต้องมีความสัมพันธ์ทางกายกันก็ได้น่ะ แหะๆ ขอบายครับ เล่นมายังงี้ใครจะไปเถียงได้ ต่อให้อยากมีมันก๊อมีไม่ได้นี่นา เอาแบบหนุ่มๆ สาวๆ มาโต้กันเป็นวิทยาทานดีกว่าเนาะ

มีอิพิโสดนี้แล้วให้นึกถึงอีพิโสดที่ทำให้ผมมาลงเรือ ก็ Platonic นั่นไง ตอนนี้ ก็ปาเข้าไป 90 แล้วสิ นับถอยหลังถึงร้อยอีพิโสดได้แล้วมั๊งครับ

ไปล่ะ เดี๋ยวจะหยิบ Ender's Game ( นิยายวิทย์สองรางวัล ทั้งภาคนี้และภาคต่อ ) มาอ่านดีกว่า

อรุณสวัสดิ์ครับ ใครเป็นฝ่ายค้านทำหน้าที่ต่อด้วยเน้อ แล้วอีกสอง สามวันเจอกัน ^.^

จากคุณ : ฟ๊อกซ์ - [วันแรงงาน 08:23:42]






ความคิดเห็นที่ 29

อรุณสวัสดิ์คะ มาตามอ่านแล้วนั่งหัวเราะกลิ้ง
สนุกจัง มุขพี่แฮร์เป็นเฟอร์นิเจอร์กับขนรักแร้ คิดได้ไงคะ ฮา
อ่านสามหนุ่มฝ่ายค้านกับสองหนุ่มเจ้าเล่ห์ ขำคะ นึกภาพคนหิวน้ำ
แล้วมีแก้วน้ำปิ่มน้ำวางอยู่ตรงหน้า เสร็จแล้วคนใกล้ตัวบอกว่า อย่าทานนะ
ว่าแล้วหนุ่มๆเกิดอาการทนไม่ได้ ห้ามได้ไง อยู่แค่นี้เอง นึกงี้จริง
เพราะเถียงได้น่ารักมาก และเก่งกันทุกคน ปรบมือให้
เห็นด้วยกับป้านวล ถ้าหมดจิตพิศวาสก็หมดกัน ต่อให้รักยังไง

ทักคุณ IndigoBlueคะ พึ่งเคยเจอะเจอ ทักพี่แปรง คุณชื่นเช้า และทุกคนนะคะ
สามดรุณีไปไหนหมดแล้วคะ คุณเฟย์ คุณเฟิร์น คุณอียอร์ คิดถึงมากจ๊ะ คุณดีดิอีก
ไม่เห็นเจอเลย มาเล่าธรรมะให้ฟังบ้างสิคะ สอนธรรมะในครัวเรือนสิคะกระทู้นี้
ตอนนี้รู้ล่ะ ทำไมผู้ชายไม่ชอบโกนขนรักแร้ คิดนานนี้เอง 555

ฝากบอกพี่โอ วิสาสะสบายดี อีกอย่างมีคนฝากความเป็นห่วงมาก
เราเองก็ห่วง ดูแลตัวเองด้วยล่ะ เอาใจช่วยอย่างยิ่ง
ฝากกลางกระทู้แบบนี้เพราะพี่โอแกไม่ยอมพูดกับใครคะ ชอบนิ่งเฉย
ขออนุญาตฟ้องซะเลย เรือลำนี้เหมือนญาติสนิทมิตรสหายซะแล้ว

จากคุณ : Ingrid - [วันแรงงาน 08:34:38]






ความคิดเห็นที่ 30

อ่าน ข้อ ๒๖ ของป้านวลสุดเลิฟแล้วร้องว๊ากลั่นเรือ
ป้านวลจ๋า เอาชื่อหลานชายออกนะ สงสัยชงชีวาสให้ป้าเพลินไปหน่อยป้าเลยมึน สับหลานซะเละ
หลานไม่เคยคิดหยั่งป้าว่านะ...บอกว่า ความรักมันต้องมีทั้งกายและใจมันถึงจะเติมเต็มตะหาก เรื่องมีแต่กายมัน meaningless อ่ะป้าครับ
มิได้หมายฟามว่าหลานจะไปพลีกายให้ใครเรื่อยไปนะป้า แหม ป้าคงนึกว่าหนุ่มยุค ๒๐๐๐ มันยังอยู่ในถ้ำเป็นคัสซาโนว่าขุนแผน หมัยนี้ ไม่ว่าชายหญิงก้อต้องระวังเท่ากันหละ เอดส์มันไม่เลือกเพศหรอกป้าจ๋า

ตอนตีห้าเกือบจะลุกมา post แล้ว จะบอกป้าเรื่องนิทานที่ป้าสมมุติอ่ะ ตะนี้กลัวคนในบ้านเค้าจับได้ว่าอาการเน็ทอักเสบขึ้นสมอง เลยรอไว้จนสาย
ป้าเคยอ่าน สัญชาตญาณมืด ของ อ.อุดาการมั้ย เป็นเรื่องสั้นรุ่นคุณปู่ที่ผมว่าไม่เคยล้าสมัย คนเขียนเค้าเรียนแพทย์ ผมว่าเค้าคงได้แนวคิดฟรอยเดียนมามั่ง
ผู้หญิงคนหนึ่งอุทิศชีวิตแต่งงานกับสามีโดยไม่มีเซกซ์ มีแต่รักบริสุทธิ์ แล้วในที่สุด เธอก็หนีสัญชาตญาณตัณหาของมนุษย์ไปไม่พ้น แต่ทางออกเธอมันช็อคคนอ่านยุคนั้นสุดขีด

ผมไม่เชื่อหรอกนะว่าคนปกติจะเลือกทางแบบเธอ แต่ผมคิดว่าคนเขียนเค้าสื่อว่า...ความรักมันต้องมีทั้งกายใจ ผลักดันกันและกัน ถ้ามันไม่เป็นไปโดยธรรมชาติ อย่างเคสที่ป้ายกมา มันก็อาจจะจบบิดๆเบี้ยวๆ เป็น tragedy ที่ช็อคเรา

ส่วน คุณสวิที่ถือว่าการกอดแขนเฟอร์นิเจอร์ชั้นเลิศยี่ห้อแฮริสันฟอร์ด เป็นความอบอุ่นทางใจ ไม่ใช่ทางกาย
หึหึ ถ้ากระทู้นี้ไม่ตกไปซะก่อน จะมาเลกเชอร์ให้ฟังว่าด้วยเรื่องความต้องการทางกาย
หวังว่าคุณคงจะอ่านจนหลับคากระทู้

จากคุณ : G.W. - [วันแรงงาน 09:22:27]






ความคิดเห็นที่ 31

รออ่านอยู่ย่ะ คุณ GW
สนุกค่ะ สนุกจริงๆ 2 กระทู้ที่ผ่านมานี่

จากคุณ : สวิ - [วันแรงงาน 09:56:57]






ความคิดเห็นที่ 32

ิั้อั้งเหมยฮัว... ชื่อนี้ที่คุณระห่ำตั้งให้ค่ะ ขออนุญาตอุ๊บอิ๊บเอามาใช้เลยก็แล้วกัน ยาที่คุณนวลว่าเป็นยาช่วยย่อยเจ้าค่ะ พี่ระห่ำเขียนตั้งใจจริง ทุกคนก็ต้องตั้งใจอ่านตั้งใจย่อยล่ะค่ะ

นึกถึงมุขใน Reader's Digest ค่ะ เขาถามคำถามว่า นักอ่านสองคนไปอาฟริกา คนหนึ่งอ่าน Time อีกคนอ่าน Reader's Digest ถามว่าเมื่อไปเจอะกับสิงโต สิงโตจะเลือกกินใคร ...คำตอบคือ คนอ่านรีดเดอร์ ไดเจสต์....ฮ่าฮ่า

มารอฟังเลคเชอร์เรื่องความต้องการทางกายของGW คุณสงกรานต์ interlockป้องกันการเป็นหวัด !!!!! เจ๋งจริง ๆค่ะ

กระทู้นี้ทุกคนก็ปล่อยมุขเด็ดกันไม่ขาดสาย...เรื่องอ.อุดากรเราก็อ่าน แต่คิดว่าเธอคนนั้นคงมีความผิดปกติอยู่แล้ว

สักประเดี๋ยวจะมาย่อยของพี่ระห่ำค่ะ ขอตัวไปหาอะไรกินก่อนนะคะ

จากคุณ : อั้งเหมยฮัว - [วันแรงงาน 09:57:58]






ความคิดเห็นที่ 33

อยู่ฝ่านเสนอค่ะ มนุษย์มีรักได้โดยที่ไม่ต้องมีเซกส์ และมีเซกส์ได้โดยไม่ต้องมีรัก
สองสิ่งนี้อยู่แยกกัน โดยแท้จริงแล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกัน เพียงแต่เรามักจะเอามันไปเกี่ยวข้องกันเท่านั้นเอง
ลุงๆทังหลายรักพ่อแม่หรือลูกหลานบ้างใหมหละคะ
ตัดองค์ประกอบปลีกย่อยออกไปแล้ว มันก็รักตัวเดียวกะที่รักฅนรักที่อยู่ด้วยกันนั้นแหละค่ะ
เรื่องเซ็กส์มันก็เหมือนกะพริกป่นมังคะ ใส่ก็ดี ไม่ใส่ก็ได้ บางอย่างก็ไม่ควรใส่อย่างยิ่ง และถึงจะใส่ได้ ถ้าใส่มากไปก็ไม่ไหวอีก


จากคุณ : นู๋เองง่ะ - [วันแรงงาน 09:58:51]






ความคิดเห็นที่ 34

จริงๆน้าาา คนเรารักกันไม่มีอะไรกันลึกซึ้งถึงขั้นมีเซ็กส์ไม่ได้หรือยังไง บางทีกายแนบชิดกันยังไม่รู้อะไรเลย แบบที่คุณอามาเนะบอกกับฮาตะซัง ไง ยังจำกันได้มั๊ย กายแนบชิดกันขนาดนั้นยังไม่รู้จักกันเลยก็มี

จากคุณ : สวิ - [วันแรงงาน 09:59:21]






ความคิดเห็นที่ 35

อุ๊ย..ตาย..
นู๋เองง่ะพูดยาวๆเป็นครั้งแรก ขอกรี๊ดดดด

จากคุณ : สวิ - [วันแรงงาน 10:01:25]






ความคิดเห็นที่ 36

เข้ามาตอบคำถามคุณนวลหน่อย

คำถามที่ว่า ผู้ชายสามารถมีอะไรกับผู้หญิงได้ โดยไม่ต้องมีความรักนั้น เป็นไปได้ไหม ผมตอบแบบลูกทุ่งเลยว่า ได้ แน่นอน แต่ถ้าประกอบอยู่บนพื้นฐานของความรักแล้ว ย่อมให้ความรู้สึกที่ดีกว่ามาก นั้นคือเหตุผลหลัก ที่ผู้ชายแสวงหาความรักด้วยเช่นกัน

ทักคุณแปรงด้วย
ผมเห็นชื่อคุณแปรงเข้ามาในกระทู้ โต๊ะกลมนี้แล้ว ก็ดีใจ แต่ไม่กล้าทัก เพราะกลัวจะเป็นเรื่องขึ้นมาอีก อยากบอกคุณแปรงผ่านไปถึงคุณปรายด้วยว่า ขอให้มั่นใจว่า ยังมีคนที่อยู่ข้างคุณอีกมาก จงมั่นใจ และทำในสิ่งที่คุณคิดว่าดีแล้วต่อไป

สวัสดีคุณ Ingrid ดีใจที่เห็นคุณกลับมาแล้ว


จากคุณ : สงกรานต์ - [วันแรงงาน 10:01:26]






ความคิดเห็นที่ 37

ต้องขอบคุณน้องคนหนึ่งที่ส่ง url นี้มาให้ผม พอload ปั๊ป...ว๊าว อู้ฮู๊
ผมขอลาน้องคนนั้นออกนอกระบบ เพราะผมเป็นคนอ่านช้า คิดช้า และเขียนช้า แต่อยากจะร่วมคิดเห็นด้วย
เอิ๊กกกกก

ผมว่าพอมีความรักแล้ว ในความคิดของผม มันจะกลายเป็น Auto lock ล่ะครับ
แบบความรู้สึกศรัทธากัน เข้าใจกัน ห่วงใยกัน
ก็เลยไม่สามารถทำให้อีกฝ่ายเสียใจ น้อยใจ ไม่พึงใจได้
ประณีประนอม คอมโพไม๊ กันไป
เอิ๊กกก

ความสัมพันธ์ทางกายที่ไม่ใช่การร่วมรัก เอิ๊กกก
ก็สำคัญพอๆกันกับการร่วมรักล่ะครับ
อาทิ ลูบหน้า ปะจมูก เอ๊ยยย ลูบหัว โยกหัว คลอดหัว แล้วแต่
หรือจะเป็น ฮั๊ก(กอด) เป็นหอม เนี่ยทำให้รู้สึกดี เบา ตัวลอยได้เหมือนกันครับ

การมองตา อย่างห่วงใย นับเข้าไปด้วยนะครับ
บางที คนเราก็ไม่ต้องพูดกันให้มาก อธิบายกันให้เยอะ
อืมมมม

"ทำให้เขารู้ให้ได้ว่าเราแคร์"
เทคนิคลับแต่ละคน กวกป ครับ ก็ว่ากันไป

เอิ๊กกก

บัดดล
ผมว่าการร่วมรักเป็นส่วนประกอบหนึ่ง
แต่ไม่มีก็ได้ เหมือนขนจักแร้( เพราะไม่เหม็นดี) เอิ๊กก
สัมพันธ์ทางใจเนี่ยสำคัญ
เราจะเม็กเลิฟกับใครก็ได้(ถ้าไม่กลัวเอดส์นะ)
แต่เราจะหาคนสัมพันธ์ทางหัวใจ ง่ายๆ ตามท้องถนนสักคน
เอิ๊กกก
ต้องฟลุคเจงๆ ล่ะครับ
ถึงจะได้
อย่างว่า Auto lock เป็น option พิเศษ แถมฟรี ถ้าหัวใจมันตรงกัน

ฝากเนื้อ ฝากตัว
เอิ๊กกก

จากคุณ : kukoy91 - [วันแรงงาน 10:05:41]






ความคิดเห็นที่ 38

ขอต่ออีกนิด

เรื่องความสัมพันธ์ทางกาย ป้องกันไม่ให้เป็นหวัดนั้น ไม่ใช่มุขนะครับ เป็นเรื่องจริง เรื่องนี้มีผลการวิจัยออกมามากมาย ที่สนับสนุนให้คู่สามีภรรยา ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วย เท่าที่จำได้ นักวิจัยพบว่า ถ้าสามีภรรยาคู่ไหนที่หมั่นทำการบ้านอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง จะพบว่าภูมิคุ้มกันภายในตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพดี และจึงไม่เป็นหวัดง่ายๆ ครับผม (เป็นไปได้ว่า ธรรมชาติให้โบนัส ในฐานะที่รับใช้การธำรงอยู่ของเผ่าพันธ์เป็นอย่างดี)

ผมเห้นด้วยว่า ความรักแบบหนุ่มสาว กับความรักแบบพี่น้อง เป็นคนละเรื่องกันครับ ประเด็นในเรื่องนี้ ของคุณสวิ เท่าที่อ่านมา คุณสวิไม่ได้พูดถึงความรักในแง่ของพี่น้องแน่ๆ (เพราะคุณสวิ คงไม่ใช่ญาติกับเฟอร์นิเจอร์ ที่ชื่อแฮริสัน ฟอรด์ แน่ๆ) ถ้าเรื่องที่ถกกันในประเด็นของความรักแบบหนุ่มสาว ยังไงผมก้ยังมั่นใจว่า จะต้องประกอบไปด้วยสองส่วน คือความสัมพันธ์ทางใจ และความสัมพันธ์ทางกายครับ เหมือนหยินกับหยางของชาวจีนนั่นเอง

ค้านได้ขนาดนี้ ไม่รู้คุณฟ๊อซ์จะพอใจหรือเปล่า


จากคุณ : สงกรานต์ - [วันแรงงาน 10:24:32]






ความคิดเห็นที่ 39

มาชูมือขวาสนับสนุนคุณสงกรานต์ และแถมยกนิ้วโป้งให้ด้วยครับ

ใช่ครับ ความสุขทางกายนั้นทำให้ร่างกายหลั่งสารอย่างหนึ่งออกมา ร่างกายกระชุ่มกระชวย มีผลดีต่อสุขภาพ หัวใจทำงานดีขึ้น ความดันโลหิตลดลง
แต่ต้องระดับพอดีๆนะครับ อย่าหักโหม และมันต้องเกิดจากใจด้วยครับ
มีผลสถิติออกมา(ครั้งไหนที่ไหนอย่าไปจำมันเลยครับเอาเป็นว่าไม่ได้ยกเมฆ) ว่า คนโสดอายุสั้นกว่าคนแต่งงานแล้ว ที่มีชีวิตสมรสสงบสุขครับ

คุณสงกรานต์ครับ เรื่องคุณแปรงที่คุณไม่กล้าทักนั้นผมก็เข้าใจ แต่ในฐานะบุคคลที่สามซึ่งไม่มีส่วนได้หรือเสียด้วย
ผมเห็นว่า การแสดงมิตรภาพต่อใครสักคน ไม่ใช่เรื่องต้องมาปิดกั้นเลยครับ มันเป็นเรื่องดี ที่ได้ความรู้สึกดีๆทั้งสองฝ่าย
ความยินดีที่เห็นคนอื่นได้ดีมีความสุข คือมุทิตา เป็นธรรมข้อ ๓ ในพรหมวิหาร ๔ ตรงข้ามกับ อิจฉา
คนไทยหลายคนยังขาดอยู่มาก แต่บนเรือนี้ไม่ขาด
ใครเขามองความรู้สึกดีๆที่คุณมอบให้คุณแปรงฉันมิตร ไปในทางร้าย ก็เป็นปัญหาของเขาคนนั้นเอง ไม่ใช่ปัญหาของคุณครับ

จากคุณ : G.W. - [วันแรงงาน 10:43:19]






ความคิดเห็นที่ 40

แล้วถ้ามีไม่ได้จริงๆ
ช่วยตัวเองนี่พอไหวไหมครับคุณสงกรานต์
เอิ๊กกก
(อันนี้ถามเจงๆ ซีเรียสสสส)

จากคุณ : kukoy91 - [วันแรงงาน 10:52:56]






ความคิดเห็นที่ 41

ขอตัดตอนความเห็นของคุณนู๋เองง่ะ # 33 หน่อยค่ะ
"มนุษย์มีรักได้โดยที่ไม่ต้องมีเซกส์ และมีเซกส์ได้โดยไม่ต้องมีรัก"
คือสิ่งที่พยายามชี้ให้เห็นว่ามันเป็นอย่างนี้จริงๆ นี่คือ net value ของทั้ง
ความรัก และเซ็กซ์ ต่างแยกออกจากกัน แต่สามารถนำมาประกอบกันได้
เพื่อการชูรสของชีวิตให้เข้มข้นยิ่งขึ้น แต่ฝ่ายค้านมองเป็น gross value
ไปเสียหมด อ่านดูแล้ว ฝ่ายค้านทุกคนก็ยอมรับว่าสามารถมีเซ็กซ์กับคนที่
ไม่รักได้ แม้ว่าจะไม่พร่ำเพื่อ เพราะธรรมชาติเรียกร้อง เรื่องสั้นของ
อ. อุดาการ ป้าไม่ได้อ่าน แต่อยากรู้ตอนจบ ช่วยเล่าให้ฟังให้ซิจ้ะ หลานรัก
และแล้ว it boils to the point ว่า เซ็กซ์นั้นมิได้เป็นปัจจัยหลักในการอยู่ร่วมกัน
กับคนๆ หนึ่งหรอก เพราะคุณสามารถไปมีเซ็กซ์กะคนอื่นได้ แต่ยังอยู่กับคนที่คุณรักได้
นานตราบเท่าที่ความรักนั้นยังอยู่ แต่คุณไม่สามารถรักคนหนึ่ง แต่อยู่กับคนที่คุณมีเซ็กซ์ด้วย
ตราบเท่าที่ยังมีเซ็กซ์กันอยู่ ป้าไม่เถียงว่าเซ็กซ์ก็เป็นปัจจัยหนึ่งเป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน
และเป็นความต้องการทางธรรมชาติอีกด้วย แต่ไม่ใช่ "สิ่งที่ต้องมี" เพื่อให้อยู่ร่วมกับคนที่เรารักได้
เมื่อมีรัก แล้วตามด้วยความสัมพันธ์ทางกายคือเซ็กซ์แล้ว จะรู้สึกเหมือนว่า คนทั้งสองต่างเข้า
ใกล้จิตวิญญาณของอีกฝ่ายหนึ่งไปอีกระดับหนึ่ง ต่างรู้จักกันและกันลึกเข้าไปอีกขั้นหนึ่ง
แต่ไม่ได้หมายความว่า เซ็กซ์นั้นจะทำให้ความรักนั้นแน่นแฟ้นขึ้น เพราะต้องรักอย่างมากอยู่แล้ว
ถึงได้มีเซ็กซ์ที่น่าอภิรมย์อย่างนั้น และเซ็กซ์ก็ไม่ได้ถือเป็นห่วงผูกพันให้คนทั้งสองอยู่ร่วมกันตลอดไป
หยินกับหยาง หากอยู่ร่วมกันก็เป็นการดี แต่อยู่แยกกันก็ได้ หยินก็คือหยิน หยางก็คือหยาง
หยินก็คงมีอยู่ ถ้าไม่มีหยาง
หยางก็คงมีอยู่ ถ้าไม่มีหยิน
ต่างไม่ได้มะลายหายไป ถ้าไม่มีอีกฝ่ายน่ะ

MF อ่านข้ามบรรทัดหรือเปล่า ป้าบอกว่า คุณรักสาวหนึ่ง แต่ไปนอนกับสาวหนึ่งซึ่งถึงแม้ว่า
เธอจะสนองตอบความต้องการของคุณอย่างดี (ไม่ว่าจะทางกาย หรือทางใจ คือเธอก็ชอบคุณด้วย)
แต่ใจคุณน่ะ ไปรักอีกสาวหนึ่งเสียแล้ว พูดง่ายๆ คือว่า เธอให้ความอบอุ่นทางกาย แต่
ไม่สามารถทำให้คุณอบอุ่นทางใจ เพราะคุณไม่ได้รักเธอ ฉะนั้น ยังไม่ต้องห่วงเรื่องศักดิ์ศรี
แล้วเดินตามพี่หมอเกสส์ กับน้องหมาดีหรอกจ้ะ!!!

สวัสดีคุณ kukoy91 (kuคอย? คอยความรักหรือค่ะ) เห็นด้วยกับที่คุณเขียนมา ตกลงอยู่ฝ่ายเสนอ
ใช่มั๊ยค่ะ

เมื่อคืน กรึ๊บมาไปหน่อย ... ยังมึนๆ เลยต้องเปิดดูสีข้างตัวเองหน่อยว่ามีแผลจากการถูๆ ไถ
หรือเปล่า!!!!!!???? 5555555

จากคุณ : นวล - [วันแรงงาน 11:16:00]






ความคิดเห็นที่ 42

ยินดีต้อนรับคุณ kukoy91 ค่ะ คำถามในคำตอบที่ 40 ของคุณก็น่าสนใจค่ะ ... ใครตอบได้บ้างเอ่ย ติดเรทไปด้วยก็แล้วกัน

จากวิวาทะที่จำกัดอยู่ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน (หรือบางทีก็แตกเป็นระหว่างคนกับเฟอร์นิเจอร์ที่ชื่อแฮร์ริสัน) ก็กลายมาเป็นในแง่ของสังคมในประเด็นของพี่ระห่ำ และบัดนี้ก็เลยมาถึงแง่กลไลการทำงานของร่างกาย ที่ฝ่ายค้านอ้างอิงผลการศึกษาของแพทย์ว่าเซ็กซ์นั้นไซร้สามารถแก้ไข้หวัดได้ ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายของคู่สามีภรรยานั้นเพิ่มพูน โดยหมายเอาว่าเป็นข้อที่จะอธิบายว่าเซ็กซ์เป็นส่วนประกอบหนึ่งความรักที่ทำให้มันลึกซึ้งมากขึ้น

ในประเด็นนี้ขอม้อดเดอเรเตอร์มองต่างมุมหน่อยนะคะ การมีเซ็กซ์โดยสม่ำเสมอแล้วทำให้ภูมิคุ้มกันทางกายเพิ่มขึ้นนั้น คงไม่เกิดเฉพาะในคู่สามีภรรยาเท่านั้น คงจะเกิดขึ้นกันคู่หนุ่มสาวที่มีเซ็กซ์แบบส่ำส่อนแลกคู่สะเปะสะปะด้วย หมายความว่าถึงไม่มีความรักระหว่างกัน ระบบของร่างกายก็คงทำหน้าที่ของมันไป เพราะมันไม่สามารถจะรับรู้ถึงความรักได้

สาเหตุที่คณะวิจัยระบุออกมาในเชิงส่งเสริมค่านิยมครอบครัว คงเป็นเพราะว่าพื้นฐานของตัวอย่างการวิจัยใช้คู่สามีภรรยา เนื่องจากศึกษาง่าย มีลักษณะเป็นกลุ่มตัวอย่างที่มีเงื่อนไขแน่ชัดว่ามีคู่ประกอบกิจกรรมเพศสัมพันธ์แน่นอน และมีพันธะว่าจะต้องเซ็กซ์ระหว่างกันอย่างสม่ำเสมอ

หากศึกษาในกลุ่มคนโสด ซึ่งไม่อาจจะหาคู่มีเพศสัมพันธ์ได้สม่ำเสมอ หรือการเปลี่ยนคู่อาจทำให้มีตัวแปรทางการศึกษาเพิ่มขึ้นทำให้การศึกษาสรุปผลได้ยากมากขึ้น

สรุปสิ่งที่ศาล เอ๊ย ม้อด ฯ ต้องการพูดก็คือ ข้อมูลการมีเซ็กซ์แล้วมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น ช่วยให้ไม่เป็นหวัด ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานสนับสนุนข้อโต้แย้งในเรื่องเซ็กซ์ช่วยกระชับให้ความรักนั้นแนบแน่นขึ้นได้...เพราะกระบวนการดังกล่าวของร่างกายไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องความรู้สึกทางใจ....ท่านใดมีข้อโต้แย้งโปรดแสดง....มิเช่นนั้นม้อดจะตัดคะแนนท่านในข้อนี้ออกไป...ฮ่าฮ่า





จากคุณ : อั้งเหมยฮวย the moderator - [วันแรงงาน 11:49:39]






ความคิดเห็นที่ 43

อ่านของพี่ระห่ำอย่างถี่ถ้วนแล้ว ขอย่อยนิดหนึ่งนะคะ ตามที่เคยเห็นม้อด ฯในงานสัมมนาเขาทำกัน พูดกันให้สั้นและง่าย คุณอ่านระห่ำเห็นว่าความต้องการการตอบสนองด้านเซ็กซ์ของมนุษย์เป็นปัจจัยพื้นฐานของชีวิต แต่ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบชัด เซ็กซ์กลับกลายเป็นสิ่งที่น่าอับอาย ถูกปกปิด -อาจเป็นด้วยอารยธรรมที่มนุษย์สร้างขึ้นมา และด้วยอารยธรรมดังกล่าวนี้เองได้นำเอาเรื่องความรักขึ้นมากล่าวขึ้นแทนเซ็กซ์ ในขณะที่ความรักได้รับการยกย่องในวงสังคมว่าเป็นเรื่องดีงาม เซ็กซ์กลับได้รับการปกปิดและเหยียดหยาม...และภายใต้กระแสของสังคมอันนี้ปรากฏว่าผู้หญิงถูกกดและบีบให้เชื่อในความสูงสูงของความรักมากกว่าชาย ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมชายจึงเป็นฝ่ายค้านและหญิงส่วนใหญ่เป็นฝ่ายเสนอ - อันนี้ม้อดขอเสริมเป็นตีความจากที่คุณอ่านระห่ำว่ามา

อย่างไรก็ตาม เมื่อมนุษย์ได้ก้าวข้ามขีดขั้นของศิลธรรม(ที่อาจเป็นของจอมปลอม)ไป ก็ได้รู้ว่าภายใจลึก ๆในใจของคนนั้นโหยหาเซ็กซ์ ซึ่งเป็นสัญชาตญาณพื้นฐาน..

ขอทำงานก่อน ประเดี๋ยวม้อดฯจะมาขอมองต่างมุม .....

จากคุณ : อั้งเหมยฮวย-the moderator - [วันแรงงาน 12:21:10]









Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2549
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2549 3:59:55 น. 3 comments
Counter : 610 Pageviews.

 
ความคิดเห็นที่ 44

วันนี้ไม่ได้ทำงาน อยู่บ้านทั้งวัน เพราะรัฐบาลใจดี เห็นความสำคัญของพวกผมเป็นพิเศษ จึงเข้ามาตอบได้เป็นระยะๆ

ขอบคุณคุณหมอมาก ที่ช่วยเตือนสติ เรื่องความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กับคนอื่น ต่อไปผมจะได้ไม่ต้องมากลัวเรื่องไร้สาระแบบนี้อีก

ตามที่ moderator ถามว่า มีใครจะตอบคำถามของคุณ Kukoy91 ในคำถามที่ 40 นั้น ผมยินดีที่จะตอบครับ

ตราบใดที่คุณยังไม่ได้แต่งงาน วิธีการของคุณ kukoy91 เดี๋ยวนี้เขามีคำศัพท์ทันสมัย เข้ากับยุค เอดส์ ครองเมืองว่า safesex ครับ เป็นเรื่องธรรมชาติ ที่แม้แต่หมอเองยังแนะนำให้ทำเลย เพราะช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ และไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร เนื่องจากถ้าเก็บกดมากไป จะส่งผลร้ายกับตัวเอง แต่ต้องเดินสายกลางนะครับ

มาคุยกันต่อเรื่องของคำว่า "รัก" กันดีกว่า คุณคิดว่า "ความรัก" ที่บริสุทธิ์ อย่างที่คุณสวิ พูดถึงนั้น มีอยู่ในโลกนี้หรือไม่ เท่าที่ผมจำได้ มนุษย์เราไม่เคยรักใครได้มากไปกว่าการ "รัก" ตัวเองได้เลย สาเหตุหนึ่งที่คนเรามีความ "รัก" คนอื่นนั้น ก็เนื่องจากมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ที่ไม่สามารถอยู่ได้โดยลำพังต่างหาก หนทางเดียวที่มนุษย์คิดว่าจะได้รับ "ความรัก" จากคนอื่น ก็คือ การแสดงความรักออกไปก่อน โดยหวังว่า อีกฝ่ายหนึ่งจะมอบความรักให้กลับคืนมาเท่านั้น และเมื่อแยกแยะจนถึงที่สุดแล้ว การที่คนเรามีความ "รัก" นั้น ถ้าปราศจากการปรุงแต่งแล้ว ก็มีพื้นฐานอันเดียวกันกับสัตว์อื่นๆ นั่นเอง นั้นคือ เป็นไปเพื่อการดำรงเผ่าพันธ์ มนุษย์แต่ละคนล้วนแต่ต้องการความเป็น "อมตะ" กันทั้งสิ้น การแต่งงานและมีลูก คือสิ่งหนึ่งที่ประกันได้ว่า ส่วนหนึ่งในร่างกายของคนๆ นั้น ได้มีโอกาส "เกิดใหม่" ในร่างของลูกๆ เขาแล้ว

สุดท้ายอยากฝากไว้นิดว่า ถ้าความสัมพันธ์ทางกายไม่สำคัญ ทำไม ฝรั่งเรียกการกระทำแบบนั้นว่า "making love"



จากคุณ : สงกรานต์ - [วันแรงงาน 12:22:11]






ความคิดเห็นที่ 45

พี่โอแปะไม่ติดตั้งแต่เมื่อคืน ฝากข้อความมาทางเมล์ให้ม้อดเดอเรเตอร์เมื่อกี้นี้
เธอบอกว่า " คุณบุษ ลองไปถามทานนักกอลฟ์ดู ว่าเก็บไว้ทำประโยชน์อะไร
ไว้ทำกรีนสำรองเพื่อหัดไดร์ฟกอลฟ์ ฤ ป่าว พัทบ่อยๆจะได้คล่องๆ
เวลาออกสนามจริงจะได้ฮอล อิน วัน..เอิ๊ก เอิ๊ก "
หัวเราะท้องแข็งล่ะคะ มาเจอคำป้านวลอีกที ตอนนี้หยุดไม่ได้แล้ว แสบจริงเลย 5555
สวัสดีคุณสงกรานต์ ดีใจที่เจอด้วยคะ ตอนนี้ฟังอย่างเดียว อิอิ

จากคุณ : Ingrid - [วันแรงงาน 12:39:13]






ความคิดเห็นที่ 46


pub ผ่า เหอะครับ เอิ๊กกก(พับผ่าสิ)
ว่าแล้วเอามือขวาตบเข่า ดังผลั่กกกก...

อยู่ดีๆ ก็นึกถึงเพลง
Making love out of nothing at all
ของ Air Supply ขึ้นมาเฉยๆๆๆ

ถ้าใครอ่านหนังสือไปด้วย ฟังเพลงไปด้วย
จะรู้ว่ามันเร้าอารมณ์มาก
ขอน้ำแข็งด้วยครับ คุณนวล
(จะเอามาล้างมือ เอิ๊กกก)

เอิ๊กกก

จากคุณ : kukoy91 - [วันแรงงาน 12:50:30]






ความคิดเห็นที่ 47

สวัสดีค่ะทุกท่าน ขอขึ้นเวที(โต้คารม) ด้วยคนซี ... ยังพอมีที่นั่งเหลืออยู่บ้างไหม ?
:-)
หลวงท่านไม่หยุดให้อิฉันก็ว่าตัวเองสำคัญอยู่เหมือนเดิมนะ คุณสงกรานต์ 5 5 5

ดีใจที่เห็นกันพร้อมหน้าพร้อมตา คุณแปรง พี่ kukoy91 (อ่านว่า Kuก้อย เจ้าค่ะ)
หมอ G.W. ผลุบ ๆ โผล่ ๆ ชะรอยวันแรงงานจะมี case เข้ามากระหน่ำ (หรือเปล่า ?)
เรือสำราญอย่าเพิ่งขึ้นกระทู้ใหม่เลยนะ อยากให้ถึง Episode 100 แบบช้า ๆ น่ะค่ะ


จากคุณ : มะปราง - [วันแรงงาน 12:53:45]






ความคิดเห็นที่ 48

ไม่อยากบอกเลยเพราะเป็นความลับในครอบครัว ว่า ท่านนักกอล์ฟไม่นิยมไว้ขนจั๊กกะแร้เจ้าค่ะ แต่อันนี้ท่านว่าไม่สามารถตีความเลยไปถึงเรื่องอื่น ๆได้ค่ะ..เอิ๊กเอิ๊ก ..

อารายน้องอิง อย่ามาฟังอย่างเดียวนะ ไม่ด๊าย รีบไปขนมุขมาร่วมแจมกันเถิด ..

ขออภัยข้างบนพลาดไปหน่อย กลับไปอ่านอีกทีคุณสงกรานต์ได้บอกว่าถ้ามีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีความรัก เจ้าสารที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงนี้ไม่หลั่ง.....เลยมองต่างมุมอีกว่าอยากรู้ว่ารักในระดับใดสารที่ว่านี้จึงหลั่งออกมา อะรถือว่าเป็นความรักสำหรับเจ้าสารที่ว่า แค่พอใจรูปโฉม พอใจนิสัย พอใจในความเป็นเพื่อนที่ไห้ หรือต้องจดทะเบียนกันแล้ว...ต้องบอกว่าการศึกษานี้มีจุดอ่อนอยู่มากเหมือนกันนา...เลยจะเคาะน่ะซิ .....

จากคุณ : ดาหาชาดา - [วันแรงงาน 12:54:20]






ความคิดเห็นที่ 49

เรามาขอนอกเรื่องอีกที
ใครอยากไปหัวหินด้วยกนั ช่วยไปลงชื่อด้วยนะ ไปอ่านรายละเอียดที่กระทู้นี้ด้วย
ไปกันเยอะๆนะ
http://pantip.inet.co.th/cafe/library/topic/K587037.html


จากคุณ : พิราบชมพู - [วันแรงงาน 13:01:12]






ความคิดเห็นที่ 50

ท่าน คู่คอยคอยคู่91 อันว่าการตบเข่าดังพลั่กของท่านนั้น เป็นเพราะถูกใจเมื่อเห็นคำตอบของคุณสงกรานต์ที่ 44 หรือเปล่า เหอเหอ อันนี้ถ้าแรงไปหน่อยต้องขออภัยท่านผู้มาใหม่..

คุณมะปรางเชิญค่ะ ที่ในโต๊ะกลมยังว่างแทรกไประหว่างเซอร์ลานซล้อตกับพระเจ้าอาเธอร์ก็ได้ค่ะ ตี๊ต่างเสียว่าเป็นโต๊ะกลมตัวเดียวกัน ในระหว่างที่ฝ่ายพระเจ้าอาเธอร์กำลังปรึกษากันเรื่องวิธีการรับมือมิลเดร็ดกับหาคาเมล็อต ทางเราก็คุยกันเรื่องความสัมพันธ์กายและใจกันต่อ......

จากคุณ : อั้งเหมยฮวย - [วันแรงงาน 13:01:43]






ความคิดเห็นที่ 51

โอ๊ย ผมเพี้ยนเองครับ ขออำไพ
คุณนวล – ยาชื่อจำยากนั่นนะ ผมกลับไปอ่านทวนอีกทีถึงรู้สรรพคุณว่าช่วยย่อยอาหาร
ดาหาฯ – ชื่อเจ๊ก็เหมือนกัน ผมนึกว่าเจ๊ใช้ชื่อนี้ในสองกระทู้ก่อน เมื่อกี้กลับพลิกดู ธ่อ ผิดไปหลายเชียะ (โป้วอั้งฮวย) อ้อ…ชื่นชมคุณเจ๊ที่ได้ย่อยข้อความของผมมาก (สิ่งที่ย่อยแล้วม่ายด้ายหมายถึงอุจจาระนะครับ…ฮา) คิดว่าตรงกับใจที่ผมตั้งใจหมายความไว้ เยี่ยมจริงๆ

ทักทายผู้โต้วาทีหน้าใหม่…คุณอิงกริด คุณ kukoy91 (ฮาคำแปลของคุณนวล kuคอยรัก เอิ๊กๆๆ)

เจ๊ดาหาฯการ์ดตกซะแล่ว (หรืออ่อยเหยื่อกันแน่) ประเด็นที่เจ๊แย้งมาเหมือนกับกระทำ “อัตวินิบาตกรรมกลางเว็บบอร์ด” เลยนะนั่น (ฮา….ได้ทีขี้แพะไหลจู้ดๆเลย)

ค้านครับ ค้านแบบไม่เคยอ่านงานวิจัยเรื่องต่อมไตหลั่งสารที่คุณสงกรานต์ยกมาเหมือนกัน แต่ผมคิดว่าถ้ามีสารแก้หวัดหลั่งออกมาหลังจากมี พสพ. กันนั้น ผมว่านะ มันน่าจะคนละชนิดกัน การมีพสพ.กับคนรักตามจินตนาการของผมมันดูมีความอ่อนโยนกว่า มีความไว้วางใจกว่า (ก็หล่อนเป็นสามี/ภรรยาของเราคนเดียวนี่) อบอุ่นกว่า แสดงออกถึงการให้แก่กันมากกว่า แสดงออกซึ่งความรักมากกว่า (สัมผัสแตะต้องด้วยความทนุถนอมนุ่มนวล) ฯลฯ ในขณะที่การมีสพส. กับผู้อื่นๆ เช่น ต้องตากันในสถานหย่อยใจกลางคืน เป็นการต้องตาจากสิ่งเร้าอารมณ์ปรารถนาทางภายนอก เช่น การแต่งกายวาบหวาม หน้าตาสะดุดใจ บุคลิกบางอย่างที่กระตุ้นใจ ฯลฯ ซึ่งความต้องใจแบบนี้ไม่ได้การคิดถึงเรื่องการเป็นเพื่อนคู่ใจตลอดชีวิต แต่เป้นการคิดถึงเรื่องความปรารถนาซาบซ่านรัญจวนแต่อย่างเดียว แล้วหากได้มีโอกาสมี พสพ.กัน มันก็น่าจะเป็นลักษณะที่เน้นการ “ปลดปล่อย” เป็นหลักใหญ่ น่าจะเป็นความรู้สึกแบบ “ได้” ไม่ใช่ “ให้” (ต่างคนต่างได้ มิใช่ต่างคนต่างให้) ความสุขหรือความรู้สึกต่างๆมันไม่ใช่ความรู้สึกแบบให้ แบบเสียสละ มันหนักที่ความรู้สึกแบบ “ได้”

ดังนั้น การมี พสพ.แบบหลังนี้ ถ้าจะมีการหลั่งสารอะไรออกมา ผมว่ามันน่าจะเป็นคนละชนิดกัน ผมเชื่อว่าแบบหลังนี้คงไม่สามารถหลั่งสารพิเศษแบบที่คุณสงกรานต์ว่า

จากคุณ : WildReader - [วันแรงงาน 13:24:33]






ความคิดเห็นที่ 52

เอ ทำไมผมโพสท์ไปแล้วถึงรู้สึกเสียวๆว่า มีบ่วงกลมๆห้อยมาจากเพดาน
เสียวต้นคอพิลึกแฮะ
สงสัยผมกำลังเดินตามเจ๊ต้อยๆไปยมโลก (ฮา)

จากคุณ : WildReader - [วันแรงงาน 13:29:58]






ความคิดเห็นที่ 53

หนอยแน่มาว่าเราอัตนิวิบาตกรรมทางไซเบอร์สเปซ เหอเหอ คุณอ่านระห่ำ กระทู้ว่าด้วยวัฒนธรรมทางการอ่านนั้นไซร้เป็นประดุจระเบิดพลีชีพที่ติดหลังท่านพี่ไปโดยไม่รู้ตัว ฮ่าฮ่า ล้อเล่นน่ะ....



จากคุณ : ดาหาชาดา - [วันแรงงาน 13:54:41]






ความคิดเห็นที่ 54

ฮ่า ฮ่า ฮ่า
กระบวนท่านี้ของแม่นางอั้งเสียดแทงได้หฤหรรษ์ยิ่งนัก
กระทู้นั้นเกิดขึ้นมาด้วยความสงสัยว่า…
เราอยู่ในกระแสของการวิจารณ์มากกว่าที่เราคิดหรือเปล่า ?
ตีความคำพูดตัวเองซะเลย (ฮา)
1. เราวิจารณ์มากกว่าที่เราใช้’หมองคิด
2. โดยที่ไม่ทันคิดหรือรู้ตัว…เราถนัดใช้ ’หมองในการวิจารณ์มากกว่าการคิด

เคยมีคนตั้งกระทู้ถามไว้หลายเดือนก่อนว่าทำไมพวกคุณถึงไม่ค่อยตั้งกระทู้…เมื่อวานจึงลองดู
เมื่อได้ลองแล้ว เดี๋ยวก็ได้คำตอบเองแหละว่า ทำไมผมถึงไม่ค่อยชอบตั้งกระทู้
เพราะกระทู้ที่ผมอยากตั้งมันไม่น่าสนใจนะซี
เมื่อรู้แล้วผมก็คงไม่ตั้งอีก…เอาดีทางตั้งไม่ได้แน่

กระทู้ที่ผมตั้งน่ะ จะตอบยังไงก็ได้
ผมคงไม่โพสท์ข้อความตลบหลังใครหรอก
แต่มาถึงวินาทีนี้ รู้สึกซูฮกนิดๆนะถ้าใครจะมาเขียนตอบเป็นคนแรกๆ
อยากรู้เหมือนกันว่าจะตอบกันอย่างไร

มีอีกหนึ่งกระทู้ที่ผมอยากตั้ง
เป็นการตีความบทความเรื่องเทววิทยาของเฮสเส
แต่ฉบับที่แปลมาอ่านเข้าใจยากมาก
ตีเสร็จเมื่อไหร่จะชวนแฟนเฮสเสมาถกกัน

จากคุณ : WildReader - [วันแรงงาน 14:50:56]






ความคิดเห็นที่ 55

ยังไม่ได้เข้ามาบอกเลยว่าเป็นฝ่ายค้าน หรือฝ่ายเสนอ เฮ้อ...เรื่องอย่างนี้
มันเป็นปัจเจกชนน่ะค่ะ แล้วแต่ความคิดเห็นของแต่ละคน จะว่าคนนี้บอกผิดทั้งหมด
คงไม่ใช่ หรือจะถูกทั้งหมด ก็คงไม่ใช่อีก ...
อ้ายเรื่องจะพูดกันว่ารักแล้วต้อง sex หรือ sex แล้วค่อยรัก หรือทั้งสองอย่าง
ต้องคู่กันเสมอจึงจะเรียกว่ารัก ... โฮย... พูดยากเหลือเกิ้นนนน


จากคุณ : มะปราง(เปรี้ยว) - [วันแรงงาน 15:28:37]






ความคิดเห็นที่ 56

ถ้าจะแบ่งก็สันนิษฐานเอาตามความรู้สึกและสิ่งที่เคยพบเห็นนะคะ
ว่าผู้หญิงรักได้ ได้ตลอดซะด้วย โดยไม่ต้องมี sex แต่ผู้ชายตรงกันข้าม
อาจจะเพราะผู้ชายรู้สึกว่าตัวเป็นฝ่ายครอบครองผู้หญิง ฉะนั้นนอกจากรัก
แล้วก็ต้องได้ตัวมาด้วย จึงจะสมบูรณ์แบบ ... อาจจะเสียหน้าด้วยซ้ำ
ถ้าเพื่อนสนิทถามว่าคบกันมา 5 ปีแล้ว ทำอะไรไปมั่ง (หรือยัง ?)
แล้วต้องตอบว่า ได้เกี่ยวนิ้วก้อยกันบ้างแล้วว่ะ (ฮา)


จากคุณ : มะปราง - [วันแรงงาน 15:35:27]






ความคิดเห็นที่ 57

โอ้โฮเฮะ คุณมะปรางเจ้าขา คารมคมคายไม่เบา ฝ่ายค้านเจ้าขา ข้อกล่าวหาฉกรรจ์มาอีกแล้ว..."ได้เกี่ยวนิ้วก้อยกันบ้างแล้วว่ะ" จะมีใครมาตอบกันบ้างเอ่ย...

คุณระห่ำ อย่าเสียวลำคอกลัวบ่วง เมื่อแสดงความคิดเห็นไปแล้วมันย่อมกลายเป็นของสาธารณะ ยืดคอไว้ ถ้ามีใครโยนบ่วงมาก็รับไปโดยภาคภูมิเถิด ศรีภควานบอกอรชุนว่า "กระทำกรรมย่อมดีกว่าไม่กระทำ..เพราะเราสิ่งที่เราสมควรกระทำแล้วโดยสมบูรณ์..มิเห็นควรจะละอายต่อสิ่งใด" (ปล. อย่าใช้อ้างอิง เพราะได้เติมเอาเองบ้างตามอัธยาศรัย)

จากคุณ : ดาหาชาดา - [วันแรงงาน 16:42:44]






ความคิดเห็นที่ 58

แก้ที่ผิด "กระทำกรรมย่อมดีกว่าไม่กระทำ เพราะเราได้กระทำสิ่งที่สมควรกระทำแล้วโดยสมบูรณ์ มิเห็นควรจะต้องละอายสิ่งใด.."

จากคุณ : ดาหาชาดา - [วันแรงงาน 16:44:42]






ความคิดเห็นที่ 59

Making love จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคุณมีความรักก่อน เป็นวิธีที่จะแสดงความรัก
ทางกายสัมพันธ์ แต่ฝารั่งก็ไม่ได้ตีความถึงขนาดว่า once you have made love,
your love will grow stronger นี่ค่ะ เชื่อค่ะว่ามี platonic love จริงๆ
เพราะหากไม่มีแล้ว คงไม่มีการบัญญัติคำนี้ขึ้นมาใช้ และเคยเห็นมาแล้วด้วย
รักจริง มีความปราถนาดีให้ หวังแต่ง แต่ถ้าไม่ได้แต่ง ก็ยังคงรักจริง และมี
ความปราถนาดีต่อให้ ง่ายๆ ได้ใจความ รักจริง จะมีเซ็กซ์หรือไม่มีเซ็กซ์
ก็ยังคงรักต่อ

คุณ kuคอยขา อย่าตบเข่าแรงมากเลยค่ะ เดี๋ยวเข่าหลุดหน่า... จาบอกให้

จากคุณ : นวล - [วันแรงงาน 17:18:12]






ความคิดเห็นที่ 60

ดูเหมือนว่าจะเป็นปัญหาโลกแตกไปแล้วนะเนี่ย
แต่ก็ดีค่ะในแง่ของการได้มองอะไรจากหลายๆมุมมันทำให้โลกทรรศน์กว้างขึ้น

จากคุณ : สวิ - [วันแรงงาน 17:54:36]






ความคิดเห็นที่ 61


แวะมาอ่าน พร้อมกับทำตาปริบๆ ค่ะ
แปะ แปะ ตบมือให้คุณพี่ๆ ทั้งหลายค่ะ
อ่านแล้วก็ขำมั่ง คิดตามมั่ง เพลินจังค่ะ

สวัสดียามเย็นค่ะ

จากคุณ : 40-40 - [วันแรงงาน 18:17:05]






ความคิดเห็นที่ 62

ขอมองต่างมุมคุณมะปรางนะครับ
คือผมเองก็สงสัยว่าทำไมผู้ชายถึงมีความคิดในเรื่อง love & sex ต่างกับผู้หญิงเหมือนอยู่คนละโลก

เจ้าทฤษฎีอย่างผม เอ๊ย คนชอบคิดซอกซอนอย่างผมคิดว่า น่าจะเป็นเพราะองคาพยพที่ต่างกันคนละโยชน์มั๊ง

คือผู้ชายมันมีส่วนยื่นครับ
คิดดูสิครับว่าการที่คนเรามีส่วนยื่นอันหนักแน่นเนี่ย มันบอกอยู่กลายๆว่าผู้ชายต้องเป็นฝ่าย action ต้อง aggressive ถึงจะบรรลุภาระหน้าที่ที่ธรรมชาติมอบมาได้
ยิ่งเคยอ่านพบว่า ผู้ชายเมื่อรู้สึกในอารมณ์ ธรรมชาติจะแปลงสภาพส่วนยื่นเป็นปืนฉีดน้ำโดยพลัน สิ่งที่สำมะคัญในรูปการณ์นี้คือ ธรรมชาติบังคับว่าถ้าเจ้าไม่เล่นสงกรานต์ในเวลานี้ (วันสองวัน) เจ้าจะรู้สึกในอารมณ์ไปเรื่อยๆ

แต่ผู้หญิงจะต่างออกไป ผู้หญิงมีส่วนยื่นนุ่มนิ่มครับ
ไม่ใช่เพื่อเล่นสงกรานต์ แต่เพื่อเลี้ยงทารก
ส่วนยื่นของผู้หญิงนี้ใช้การโดยต้องโอบอุ้มทารกไว้กับอก
นับเป็นการสัมผัสที่สมบูรณ์แบบมาก...จริงไหมครับ
ธรรมชาติคล้ายกับว่าได้สร้างให้ผู้ชายเป็นหัวหอกในภาระกิจการดำรงเผ่าพันธุ์
แต่สร้างให้ผู้หญิงเลี้ยงดูฟูมฟักหน่อเชื้อสายเผ่าพันธุ์

แปลว่าชายอยู่ในภาวะที่ต้อง active
แต่หญิงต้องอยู่ในภาวะของความผูกพันลึกซึ้งเสมอ
ถึงจะทำให้หน่อเนื้อสืบเชื้อสายเติบโตอย่างมีคุณภาพ และอยู่รอดได้ (เคยมีนักอะไรสักอย่างบอกว่าทารกที่ได้รับการโอบกอดน้อยเกินไปจะมีสภาพจิตไม่ค่อยมั่นคงหรือไงเนี่ย)

สรุปว่า ผมมีความเห็นว่า ผู้หญิงโดยธรรมชาติถูกสร้างมาพร้อมกับคำว่าความรัก ส่วนผู้ชายถูกสร้างมาด้วยคำสั่งจากธรรมชาติว่า ไม่ว่าแกจะยินยอมพร้อมใจหรือไม่ก็ตาม เราได้ยัดปืนฉีดน้ำไว้ในมือแกแล้ว (ฮา)

เข้าประเด็นหรือยังท่านม็อดฯ

จากคุณ : WildReader - [วันแรงงาน 20:29:31]






ความคิดเห็นที่ 63

คุณเกสส์,คุณสงกรานต์
ขอบคุณมากค่ะ ที่ใส่ใจ จริงๆไม่เป็นไรค่ะ ยังไงก็ได้ค่ะ แล้วแต่สะดวก ถึงแสดงออกไม่แสดงออกยังไง ก็พอจะมองออกค่ะ ว่าใครเป็นเพื่อน :-)

เอ..ใครหนอ บอกว่าผู้หญิงในเรื่องสั้นของอ.อุดากร เรื่องนั้นเธอมีจิตใจเป็นอย่างนั้นแต่เดิมอยู่แล้ว จริงๆเรื่องนี้อ่านนานแล้วนะคะ ตอนนี้หนังสืออยู่ไหนแล้วบ่ฮู้ แต่จำได้ว่าเราไม่ได้คิดอย่างนั้น (แต่จุดประสงค์ของผู้แต่งเรื่องนี้ คงให้เราคิดแตกกันไปอย่างนี้ล่ะค่ะ ว่าสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้ทำผิดหรือเปล่า)

เราคิดว่าผู้หญิงสมัยนั้นต้องอยู่ในกรอบเกณฑ์สังคมอย่างมากๆ การที่สามีเธอไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางร่างกายให้เธอได้ เธอคงไม่สามารถไปร้องป่าวประกาศกับใคร ครั้นจะไปคบชู้สู่ชายอื่น ก็คงจะเป็นเรื่องไม่งาม คงจะเสื่อมเสียกันหลายฝ่าย การที่เธอต้องทำอย่างนั้นกับสุนัขของเธอ เราว่ามันเป็นทางออกมี่น่สสงสาร น่าเห็นใจมาก เราไม่คิดว่าเธอมีจิตใจต้องการแบบนั้นมาแต่เดิมหรอกนะคะ คิดว่าความต้องการทางธรรมชาติคงบีบคั้นเธอมาก จนเธอต้องหาทางออกกับอะไรสักอย่าง บังเอิญมาเป็นเจ้าตูบเท่านั้น ไปมีชู้กับชายอื่น อาจจะไม่ช็อคเท่านี้

จริงๆเซ็กซ์กับความรักเนี่ย ไม่ค่อยเข้าใจพวกผู้ชายเท่าไหร่หรอกนะคะ แต่อ่านความเห็นของผู้ชายหลายๆคนในกระทู้นี้แล้ว ก็รู้สึกได้รู้อะไรมากขึ้น และได้ข้อสรุปส่วนตัวอันหนึ่งว่า ผู้ชายให้ความสำคัญกับเซ็กซ์มากกว่าผู้หญิงจริงๆค่ะ อย่างน้อย ผู้ชายส่วนมาก อาจจะมีเซ็กซ์กับผู้หญิงที่ตนไม่ได้รักได้โดยไม่คิดอะไร แต่เราว่าคงมีผู้หญิงส่วนน้อยนะ ที่จะมีเซ็กซ์กับคนที่ตนไม่ได้รักได้(โดยไม่คิดอะไรเช่นกัน)

แต่ในความเป็นหญิงเป็นชาย ยังเชื่อเหมือนคุณนวลค่ะ ว่าพลาโตนิคเลิฟมีจริง หญิงชายสามารถรักกันได้โดยไม่ต้องมีเรื่องเซ็กซ์มาปน

สวัสดีคุณมะปราง,คุณอิงกริด,คุณ 40-40 ,คุณพิราบชมพู,สวิฯ,หนูเองง่ะ,คุณ IndigoBlue (เพลงเฉลียงเพลงนี้เราชอบมากเลยค่ะ ขอบคุณมากที่แปะเนื้อให้อ่านจะจะอีกรอบค่ะ) คุณ Kukoy91(คำถามของคุณในความเห็นที่ 40 น่ะค่ะ ทำฉันสำลักน้ำเลยค่ะ ตอนนี้น้ำแอ๊ปเปิ้ลเหนียวเลอะคีย์บอร์ดเช็ดออกไม่หมดเลย ) ทักทายชาวเพื่อนชาวเรือทุกคนค่ะ ตกหล่นชื่อใครไปบ้างขออำไพน่อ


จากคุณ : แปรง - [วันแรงงาน 21:07:46]






ความคิดเห็นที่ 64

คุณ WR อารายจะเขียนให้วาดมโนภาพได้แจ่มชัดอย่างงี้งงงงงงงงงงง .....
อ่านแล้วกลิ้ง... งวดนี้ข้าเจ้าบ่ต้องใช้ยาช่วยย่อย.......

เธอในเรื่องสั้นของ อ. อุดาการ นี้ ทำไมเธอไม่ไปปรึกษาหมอวิทยา? หมอเกสส์ก็ได้!
ต้องขอบอกว่าเธอนั้นไม่มีหัวในการพลิกแพลงใดๆ ทั้งสิ้น น่าจะโยนหนังสือ How to....
ให้เธอสักเล่มน่ะ.......... ฟังเรื่องย่อแล้ว จะพูดได้มั๊ยเนี่ยว่า อ. อุดาการ เป็น sadist หน่อยๆ


จากคุณ : นวล - [วันแรงงาน 23:40:25]






ความคิดเห็นที่ 65

สวัสดียามดึิกทุกท่านค่ะ การสนทนายังคงเข้มข้น
ทั้งสองฝ่ายยังคงมีผู้สนับสนุนทยอยมากันเรื่อยๆเลย
ยังคงตามอ่านอยู่ค่ะ

เรียนถามท่านม้อดเดอเรเตอร์ค่ะ แล้วจะตัดสินกันยังไงล่ะคะเนี่ย

่อ่านกระทู้เรื่องนี้มาหลายวัน ทำเอาเรานึกถึง
หนังเรื่อง Bridges Of Madison County
เราว่าหนังเรื่องนี้แสดงถึงบางแง่มุม
ที่ทุกท่านได้ช่วยกันออกความเห็นมา

ถ้าจะสรุปตามหนังละก็ รักนั้นถึงแม้ว่าจะ
ห่างกายแต่ถ้าหากใกล้ใจแล้ว รักจะยังคงเป็นรักและคงอยู่ตลอดไป
และใช้ได้กับทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงทีเดียว

(ออกนอกเรื่องนิดหนึ่งนะคะ)
เราดูแต่หนังเท่านั้นไม่เคยได้อ่านหนังสือเรื่องนี้เลยไม่ทราบว่า
ในหนังสือได้กล่าวถึงหรือเปล่าว่าฝ่ายชายไปมีภรรยาหรือไม่
หลังจากพบกับนางเอกแล้ว ถ้าใครเคยอ่านช่วยตอบด้วยนะคะ

คุณแปรงคะ คงต้องลองใช้วิธีทำความสะอาดคีย์บอร์ดของคุณ WildReader ดูนะคะ
ที่นี่ค่ะ http://pantip.inet.co.th/cafe/library/topic/K576687.html
(episode Jean-Paul Satre นั่นละค่ะ)

ลาไปนอนละค่ะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ

จากคุณ : IndigoBlue - [วันแรงงาน 23:46:34]






ความคิดเห็นที่ 66

คุณสงกรานต์เจ้าค่ะ หรือใครก็ได้ที่ทราบ.... กำลังจะออฟไปนอนพอดี
ก็บังเกิดความสงสัยขึ้นมาในบัดดลว่า
ถ้ามีเซ็กซ์บ่อยๆ แล้วจะกระตุ้นสารป้องกันหวัดได้ แล้วจะมีการไปกระตุ้นสาร
ป้องกันโรคปวดบวมได้มั๊ยเนี่ย เพราะมีโอกาสเป็นได้มากทีเดียวแหละ.....
เนื่องร่างกายไม่อบอุ่นเพียงพอน่ะ
อันนี้ถามแบบซื่อๆ น่ะค่ะ ตาซื่อๆ ด้วยล่ะ

จากคุณ : เซาะเซียนเซียน - [วันแรงงาน 23:54:59]






ความคิดเห็นที่ 67

ด้วยว่ากระผมประสบการณ์น้อยแต่มีใจซื่อ จึงขอตอบคุณเซาะเซียนเซียนแบบซื่อๆว่า
เมื่อถึงเวลาที่ต้องหลับตาลงสู่นิทรา อย่าลืมผ้าห่มครับ (ฮา)
เพื่อสุขภาพครับ…แม้ว่าจะเหนื่อยอ่อนอันสุดจะถวิลหาห้วงนิทรารมณ์สักปานใด (ฮา)

จากคุณ : WildReader - [2 พ.ค. 01:16:39]






ความคิดเห็นที่ 68


ไปเก็บข้อมูลภาคสนามมาเพื่อใช้ประกอบการโต้วาทีครับ :)
ขำก๊ากกับหลายๆคำตอบของเพื่อนๆ

บางท่าน อย่าเพิ่งสรุปสิครับว่าที่เห็นแตกต่างกันเพราะสรีระของหญิงชายต่างกัน
หรือเพราะว่าเรื่องนี้เป็น อัตวิสัย (subjective ) เป็นเรื่องแล้วแต่แต่ละคนจะมอง
อะไรที่เป็นความจริงแล้วย่อมเป็น ภววิสัย (objective ) เป็นความจริงในตัวมันเอง
และทุกคนจะเห็นจริงได้ แม้ว่าจะใช้เวลาเดินทางไม่เท่ากัน

ยังคงชูแขนหนับหนุนฝ่ายค้านตามประสาลูกทีมที่ดี

ชอบการยกตัวอย่างและการตั้งคำถาม อย่างคุณสงกรานต์ ป้านวลและคนอื่นๆ
อ่านแล้วทำให้เห็นภาพชัดเจน คิดตามง่าย
ขอยกตัวอย่างมั่ง เพื่อคัดค้านญัตติที่ว่าแค่รักเฉยๆก็พอแล้วไม่ต้องมีเซ็กส์
ผมยืนยันว่าต้องมี เพราะเซ็กส์เพิ่มมิติด้านลึกให้กับความรัก
ลึกแบบชนิดที่ว่าถ้าไม่มีประสบการณ์แล้ว จะไม่เข้าใจเลย

ตั้งคำถามยกตัวอย่างว่าถ้าเรารักคนอยู่สองคน
คนนึง เรามีเซ็กส์ด้วย
อีกคนนึง เราไม่มีเซ็กส์ด้วย
รักของเรากับคนไหนล่ะครับ ที่มิติลึกซึ้งกว่า

ผมว่ากับคนที่เรามีเซ็กส์ด้วย
เพราะคนสองคนผ่านประสบการณ์เฉพาะแบบร่วมกัน
พูดแบบให้คิดลึกก็คือเกิดด้วยกัน ตายด้วยกัน มาแล้ว

รักที่ว่าพอแล้วน่ะ ยังจะรักให้มากให้ลึกซึ้งได้ขึ้นอีก จริงๆนะครับ

WR คุณนั่งแถวไหน ผมอ่านแล้วหัวเราะอั่กๆเลย
ชื่นฯ ฮ่าๆ นี่หรือสิ่งที่เธอนำกลับมา "ของฝากจากอาศรม"

สวัสดีทุกคนครับ

จากคุณ : มะตูม - [2 พ.ค. 04:06:59]






ความคิดเห็นที่ 69

5555 ขำคุณมะตูม เพิ่งตื่นมา ยังไม่ได้กาแฟล้างตาเลย แต่มาอ่านคำตอบนี้แล้วหูตาสว่างสไสว :-)
หตุผลน่าฟังค่ะ คุณมะตูม เซ็กซ์เพิ่มมิติที่ลึกซึ้งให้ความรักเชื่อค่ะเชื่อ..
......
แต่ไม่รู้ทำไมนะ เวลาผู้ชายพยายามหาเหตุผลให้กับเซ็กซ์เนี่ย ทำให้เราขำกลิ้งได้ทุกทีซีน่า ha ha

เคยอ่านเรื่องเซ็กซ์ของตั๊กแตนมั้ยคะ เวลาตั๊กแตนมันมีเซ็กซ์กัน ขณะที่"เลิฟซีน" กำลังดำเนินไปด้วยดี ตั๊กแตนตัวเมียจะกัดหัวตั๊กแตนตัวผู้จนขาดออกมาจากตัวเลยค่ะ ส่วนลำตัวของมันที่ยังติดอยู่กะตัวเมียยังดิ้นกระตุกอยู่กับตัวเมียอีกตั้งนาน พวกนักชีววิทยาผู้ชายจะทึ่งกับมันมาก ประมาณว่าไม่เคยเห็นชายใดสามารถพลีกายถวายชีวิตเพื่อเซ็กซ์ได้เหมือนตั๊กแตนหนุ่มอีกแล้วในโลกนี้ :-)


จากคุณ : แปรง - [2 พ.ค. 04:58:25]






ความคิดเห็นที่ 70

คำตอบคุณนวลก็ใช่ย่อย haha
ช่วยด้วย วันนี้ตื่นมาขำไม่หยุดเลย

ผู้หญิงในเรื่องสั้นของ อ. อุดากร ไม่รู้จักพลิกแพลงหรือคะ -- เธอน่าจะรู้จักพลิกแพลงแบบปัจเจกชนหรือเปล่าคุณน้วลลลลลลลล hahaha



จากคุณ : แปรง - [2 พ.ค. 05:04:51]






ความคิดเห็นที่ 71

คุณ IndigoBlue
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับวิธีทำความสะอาดคีย์บอร์ด เดี๋ยวจะลองไปเปิดอ่านดูนะคะ จริงๆว่าจะไปอ่านเรือเก่าๆที่ยังอยู่ในนี้อีกหลายลำอยู่แล้วค่ะ แต่ไม่ได้ไปสักที

สำหรับหนัง Bridges Of Madison County เนี่ย เราอ่านหนังสือก่อนจะดูหนัง (ชอบหนังสือมากกว่าด้วยค่ะ) แต่มันหลายปีแล้ว เท่าที่จำได้นะคะ หลังจากแยกย้ายจากนางเอกไป โรเบิร์ต คินเคด เขาก็ไม่ได้แต่งงานกับใครเป็นตัวตนหรอกค่ะ รู้สึกว่าตอนหลังเขาตาย มรดกเล็กๆน้อยๆส่วนตัวของเขา เช่น กล้องถ่ายรูป หรืออะไรต่อมิอะไร เขาจะยกให้นางเอกด้วยนะคะ (ไม่แน่ใจว่าจำผิดไปบ้างหรือเปล่า ว่าจะหาหนังสือมาดูอีกที แต่ถ้าค้นหนังสือตอนนี้เห็นทีจะเรื่องใหญ่ :-)


จากคุณ : แปรง - [2 พ.ค. 05:11:58]






ความคิดเห็นที่ 72

"สรุปสิ่งที่ศาล เอ๊ย ม้อด ฯ ต้องการพูดก็คือ ข้อมูลการมีเซ็กซ์แล้วมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น
ช่วยให้ไม่เป็นหวัด ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานสนับสนุนข้อโต้แย้งในเรื่อง
เซ็กซ์ช่วยกระชับให้ความรักนั้นแนบแน่นขึ้นได้...
เพราะกระบวนการดังกล่าวของร่างกายไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องความรู้สึกทางใจ..."

เดี๋ยวก่อน....คุณม้อดฯ พ้มว่าเรายังสรุปหยั่งงั้นไม่ได้นาครับ ก็เรายังไม่รู้ว่ามันเกี่ยวหรือ
ไม่เกี่ยวนี่นา ถึงได้มานั่งถกกันอุตลุดอยู่นี่ไง
ผมมานึกๆดูแล้วเห็นว่า บางทีการที่ผู้หญิงหรือฝ่ายเสนอคิดแบบนี้ อาจจะมาจากค่านิยมที่มองเรื่องเซ็กส์
เป็นเรื่องน่าอายหรือเปล่า ?


จากคุณ : ... --- ... - [2 พ.ค. 06:31:08]






ความคิดเห็นที่ 73

ขึ้นใหม่ดีมั๊ยเนี่ย

อรุณสวัสดิ์ค่ะ

ความจริงแล้วเซ็กส์มันก็เป็นเรื่องน่าอายจริงๆน่ะแหล่ะ พอๆกับการแสดงออกซึ่งความรักในที่สาธารณะ ซึ่งสมัยนี้เค้าไม่ค่อยถือกันแล้วใช่มั๊ย มันเป็นเรื่องของคน 2 คน ซึ่งควรจะเป็นการกระทำที่อยู่ในสถานที่ที่มิดชิดนิดนึงนะ ไม่รู้สินะ ยังไงๆเซ็กส์แลผลแห่งเซ็กส์มันน่ากลัวกว่าที่คิดและจินตนาการเยอะ

จากคุณ : สวิ - [2 พ.ค. 06:48:24]






ความคิดเห็นที่ 74

ขำกลิ้งไม่หยุดเหมือนทุกท่าน ท่านอ่านระห่ำสงสัยกินอัลคาเซลเซอร์เกินขนาด ในความคิดที่ 62 ถึงออกมาแบบไม่ต้องย่อย

กรณีเรื่องของอ.อุดากร ขอตีความว่าเป็นความล้าหลังทางเทคโนโลยีค่ะ ทำให้หาทางออกแบบนั้น ประกอบกับจิตใจเธอมีแนวโน้มอยู่แล้วด้วย เพราะว่าสตรีปกติธรรมดาคงไม่นึกเห็นเจ้าตูบที่บ้านมีเซ็กซ์แอ๊พพีลราวกับทอม ครูชในเรื่องวายด์ อาย ชัทเป็นแน่...

จากคุณ : ดาหาชาดา - [2 พ.ค. 09:35:39]






ความคิดเห็นที่ 75

กระทู้นี้ปิดแล้วนะคะ ไปโต้กันที่กระทู้ใหม่แล้ว ใครหมดมุขแล้วไปคุยเรื่องอื่นก็ได้ค่ะ มันเป็นประเพณีของเราเองค่ะที่คุยกันไปคนละทิศละทางสุดกู่แต่ยังนั่งบนโต๊ะเดียวกัน.....

จากคุณ : อั้งเหมยฮวย the moderator - [2 พ.ค. 11:33:50]






ความคิดเห็นที่ 76

คุณ...---...ขอขึ้นดูคำตอบในกระทู้ใหม่เจ้าค่ะ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้เอาเป็นบ่าย ๆหน่อยนะคะ

จากคุณ : moderator - [2 พ.ค. 11:37:43]







--------------------------------------------------------------------------------

ชื่อ / e-mail :
สีกรมท่า
สีด่างทับทิม
สีใบตอง
สีเขียวใต้ทะเล
สีเขียวขี้ม้า

จัดชิดซ้าย
จัดกลางหน้า
จัดชิดขวา

รายละเอียด :









โดย: ดาหาชาดา วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:4:00:34 น.  

 
ตาลาย อิอิ


โดย: ออกหลวงฯ IP: 58.136.202.95 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:12:50:21 น.  

 
ลายด้วยจิ
จะทำยังไงให้มันอ่านง่ายดีล่ะเนี่ย


โดย: ดาหา IP: 61.91.176.78 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:23:03:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดาหาชาดา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ดาหาชาดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.