ผ่านทะเลเห็นน้ำไร้ความหมาย
Group Blog
 
<<
มกราคม 2549
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
22 มกราคม 2549
 
All Blogs
 
เล่าเรื่อง พระเจ้า เทพเจ้า และเทวดา2


แหล่งอารยธรรมสุเมเรียนลุ่มแม่น้ำไทกริสและยูเฟรติส


อาร์มสตรองบอกว่า แหล่งอารยธรรมที่ลุ่มน้ำไทกริส-ยูเฟรติส(ปัจจุบันอยู่ในอิรัก)นี่เองที่ได้สืบทอดแนวคิดเรื่องพระเจ้าเข้าสู่คริสตศาสนาที่เกิดขึ้นภายหลัง ที่ลุ่มแห่งนี้เริ่มมีร่องรอยของคนอยู่อาศัยที่นักโบราณคดีสามารถค้นหาหลักฐานยืนยันได้เมื่อประมาณ 4000 ปีก่อนคริสตกาล พวกแรก ๆก็คือ สุเมเรียน พวกเขามีชุมชนที่มีขนาดใหญ่และโครงสร้างซับซ้อนอันเรียกได้ว่าเป็นเมืองหลายแห่งบนลุ่มน้ำทั้งสองนี้ ไม่ว่าจะเป็นเออร์, อีเรคช์, หรือ คิช


อักษรคูนิฟอร์ม

พวกสุเมเรียนได้ประดิษฐ์คิดค้นอักษรคูนิฟอร์ม อารยธรรมของพวกนี้ก้าวหน้าไปมากมีหอคอยสูง ๆ มีระบบกฏหมายที่น่าทึ่ง มีวรรณกรรมและก็มีตำนานเกี่ยวกับการก่อกำเนิดของเทพ โลกและมนุษย์

หลังจากนั้นไม่นานพวกเซมิติค อัคคาเดียนก็เข้ารุกรานสุเมเรียน แต่ก็รับซึมซับวัฒนธรรมอันเหนือกว่าของสุเมเรียนเข้าไว้ อีกสองพันปีต่อมาอามอไรท์แข็งแกร่งขึ้น สยบอัคคาเดียนไว้ในอำนาจและก็รับถ่ายทอดอารยธรรมนั้นไปอีกต่อ พวกนี้สถาปนาบาบิลอนให้เป็นเมืองหลวง และอีก 500 ปีต่อมาอัซซีเรียนก็มีอำนาจเหนือดินแดนแถบนี้

ความเจริญรุ่งเรืองแห่งอารยธรรมที่บาบิลอนได้แผ่ขยายและส่งผลไปถึงคานาอัน ซึ่งต่อมากลายเป็นดินแดนแห่งพันธสัญญาของพระผู้เป็นเจ้าในคริสตศาสนา

ชาวบาบิลอนนั้นก็เหมือนคนในโลกโบราณอื่น ๆที่ทุ่มเทความสำเร็จที่ตนเองสร้างให้แก่เทพ ผู้ซึ่งได้ปรากฏตัวและสั่งสอนให้บรรพบุรุษของพวกเขารู้จักการทำมาหากิน พวกเขาดำเนินไปตามครรลองแห่งเทพอย่างไม่ผิดเพี้ยน บาบิลอนนั้นก็เปรียนเสมือนศูนย์กลางแห่งพิภพ พวกเขาเชื่อในมานาหรืออำนาจอันยิ่งใหญ่ของเทพ ความเจริญทางอารยธรรมทั้งหลายนั้นเป็นสิ่งที่เปราะบางอาจถูกทำลายได้ทุกเมื่อ การบูชาหรือให้ของตอบแทนแก่เทพนั้นก็เพื่อให้พระองค์ดูแลคนของพระองค์เสมอไป

ชาวบาบิลอนมีตำนานเก่าแก่ที่เป็นบทสวดเพื่อสรรเสริญชัยชนะของพระเจ้าเหนือภาวะยุ่งเหยิงก่อนที่พระองค์จะสร้างโลกและมนุษย์ นั่นก็คือ เอ็นนุมา เอลิช

แผ่นศิลาจารึกตำนานเอ็นนูมา เอลิช


อาร์มสตรองบอกว่าเมื่อพิจารณาเอ็นนุมา เอลิชแล้วก็จะเห็นเค้าว่าตำนานพระเจ้าสร้างโลกที่กล่าวไว้ในไบเบิ้ลพันธสัญญาเดิมของคริสตศาสนานั้นมาจากที่ใด ทั้งนี้รวมถึงสิ่งที่พูดไว้ในคัมภีร์โก้หร่าน(เขียนแบบภาษาเดิมน่ะค่ะ)ด้วย แม้ว่าเรื่องในไบเบิ้ลและโก้หร่านจะบรรยายแตกต่างกันแต่ต้นเค้าของแนวคิดนั้นมาจากที่เดียวกันแน่

ในเอ็นนุมา เอลิช เทพอุบัติเกิดขึ้นจากสภาวะอันหนึ่งซึ่งแยกดินแยกน้ำไม่ออก สภาวะนี้ดำรงมาอยู่ชั่วกาลนานก่อนหน้านี้และมันมีส่วนคล้ายคลึงกับความเป็นเทพค่อนข้างมาก (แต่ไม่ใช่เทพ) อาร์มสตรองบอกว่าไม่มีอะไรในโลกโบราณที่เกิดขึ้นจากความว่างเปล่า เพราะพวกเขาไม่รู้จักแนวคิดอันนี้ ทุกอย่างต้องมีที่ก่อกำเนิด ดังนั้นเทพผู้สร้างจึงต้องก่อกำเนิดจากสภาวะอึมครึมที่อยู่มาแสนนานดังกล่าวนี้ เทพที่อุบัติขึ้นมีสามองค์คือ อัปซู (น้ำจากแม่น้ำ) พระมเหสีของพระองค์ ทิอามัต (ทะเลเค็ม) และมัมมู ซึ่งก็คือภาวะอันสับสนยุ่งเหยิงแยกดินแยกน้ำไม่ได้นี้

ศิลาจารึกเป็นภาพนูนต่ำของเทพช่วงแรกเริ่ม


Create Date : 22 มกราคม 2549
Last Update : 22 มกราคม 2549 23:08:08 น. 20 comments
Counter : 958 Pageviews.

 
เทพทั้งสามนี้ยังไม่มีรูปที่ชัดเจนนัก และควาามยุ่งเหยิงสับสนนี้ยังดำเนินต่อไป แต่ไม่นานนักเทพอื่น ๆก็อุบัติขึ้นจากเทพหลักทั้งสาม คู่แรกคือลาห์มูและลาฮามน์ น้ำและดินยังรวมกับเป็นหนึ่ง คู่ต่อมาคืออันเวอร์และคิชาร์ หมายถึงขอบแห่งฟ้าและทะเล คู่ที่สามคืออานู (สวรรค์) และอีอา (โลก)

อย่างไรก็ตามภาวะความยุ่งเหยิงสับสนนั้นก็ยังไม่หมดไป เทพรุ่นใหม่ต่อสู้กับเทพรุ่นเก่าเพื่อหยุดภาวะนั้นและสร้างโลก อีอานั้นสามารถเอาชนะอัปซูและมัมมูได้ แต่ทิอามัตยังคงแข็งแกร่ง พระนางสร้างอสูรกายมารบแทนได้เสมอ แต่ไม่น่าอีอาก็แบ่งตัวเป็นเทพอีกองค์คือ มาร์ดุ๊ก เทพอาทิตย์

ในการประชุมเพื่อกำจัดทิอามัต มาร์ดุ๊กบอกว่าจะรบกับพระนางแต่ว่าตนจะต้องได้เป็นใหญ่ ทุกคนตกลง เทพอาทิตย์รบกับทิอามัตเนิ่นนานและเหนื่อยยากยิ่ง แต่ในที่สุดก็ได้ชัยชนะ มาร์ดุ๊กแบ่งร่างของทิอามัตเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งคือโค้งฟ้า อีกส่วนหนึ่งคือโลกและมนุษย์ จากนั้นมาร์ดุ๊กก็สถาปนาบาบิลอนขึ้นเป็นศูนย์กลางของโลกและสร้างหอคอยเพื่อบูชาพระองค์ที่นั่น พิธีกรรมจักต้องดำเนินไป มนุษย์จักต้องเชื่อฟังกฏเกณฑ์แห่งพระองค์


ภาพของมาร์ดุ๊กที่ราชาเนบูคัดเนสซาร์ผู้ยิ่งยงแห่งบาบิลอนสร้างขึ้น



ตำนานเรื่องนี้ถูกส่งผ่านไปยังดินแดนคะนาอัน (ปัจจุบันก็ราว ๆประเทศอิสราเอลควบปาเลสไตน์) การรบระหว่างมาร์ดุ๊กกับทิอามัตนั้นกลายเป็นการรบระหว่างบาอัล-ฮาบัด เทพแห่งลมพายุและความอุดมสมบูรณ์ กับ แยม-นาฮาร์ เทพแห่งทะเลและแม่น้ำ ตำนานนี้น่าจะมีอายุประมาณ 1,400 ก่อนคริสตกาล
http://personal.rhul.ac.uk/umys/038/Old%20Testament/baal.jpg
บาอัล เทพสูงสุดในดินแดนคะนาอัน


โดย: ดาหาชาดา วันที่: 22 มกราคม 2549 เวลา:22:47:50 น.  

 
จ๊ากกกกกกกส์ รูปใหญ่มั่กมั่ก

เล่าต่อเลยแล้วกัน
มาร์ดุ๊กได้สร้างมนุษย์ขึ้นมาโดยเอาเลือดของเทพนั้นผสมกับธุลีดิน สารที่ส่งออกมาก็คือ มนุษย์นั้นมีส่วนประกอบของเทพแม้ว่าจะมีในคุณภาพต่ำ แต่เราคือสายเลือดอันเดียวกัน แนวความคิดอันนี้ก็ได้ส่งผ่านไปทั่วดินแดนในบริเวณใกล้เคียงไม่ว่าจะเป็นคะนาอันหรือกรีก

ที่คะนาอัน แนวคิดเรื่องมหาสงครามระหว่างสองเทพจากแถบลุ่มน้ำไทกริส-ยูเฟรติสได้ส่งผลต่อความคิดอย่างลึกซึ้ง บาอัล-ฮาบัดและแยม-นาฮาร์ เทพของคะนาอันก็รบกันด้วยลักษณะการคล้ายคลึงกัน ทั้งสองต่างเป็นลูกของเอล เทพสูงสุดของพวกคะนาอัน บาอัลและแยมรบกันในที่สุดบาอัลก็เป็นฝ่ายชนะ เพราะมนุษย์อยากให้เป็นเช่นนั้น

บาอัลเป็นเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์และพายุฝนที่นำมาความอุดมสมบูรณ์มาสู่ ในขณะที่แยมคือเทพแห่งทะเลร้ายและแม่น้ำยามคลุ้มคลั่งที่กลืนกินทุกสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นในพริบตายามที่แยมพิโรธ


ในอีกตำนานหนึ่งนั้นว่าบาอัลรบชนะมังกรเจ็ดหัว อันเป็นสัญญลักษณ์ของความไร้ระเบียบ การที่บาอัลรบชนะก็หมายถึงการที่พระองค์รักษาโลกเอาไว้มิให้ถอยหลังเข้าสู่สภาวะดังกล่าวอีกครั้ง หรือ เราอาจเรียกในปัจจุบันนี้ได้ว่าเป็น การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ในโลกโบราณนั้นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆขึ้นมาของมนุษย์มักจะถูกมองว่าเป็นฝีมือของเทพเสมอที่สร้างแรงดลใจขึ้น ดังนั้นแม้ในปัจจุบัน เราก็ยังคงคำว่าแรงดลใจ inspiration เอาไว้ นับเนื่องจากความหมายทางศาสนานี้เอง ….

หลังจากได้รับชัยชนะไม่เท่าไร บาอัลก็สิ้นพระชนม์ทิ้งโลกไว้ในการปกครองของม็อท เทพแห่งความตายและsterility แปลว่าอะไรวุ้ยนึกศัพท์ไม่ทัน ความเฉื่อยเนือยหรือเปล่า ดูไม่น่าใช่เลยนิ ใครก็ได้ช่วยที…. ผู้ที่มาทำให้บาอัลฟื้นคืนชีพอีกครั้งก็คืออานัต ผู้เป็นทั้งน้องสาวและคู่รัก


ภาพจารึกของอานัต


อานัตพบร่างบาอัลและจัดงานศพให้ทางพิธีทางศาสนา และพระนางก็รบกับม็อต เมื่อชนะก็สับม้อตเป็นชิ้นเล็ก เผาและโปรยลงทั่วแผ่นดิน ตำนานที่คล้ายคลึงกันนี้มีอยู่ในแทบทุกศาสนาในโลกเก่าในแถบเอเชียกลาง ไอซิส อิชตาร์หรืออินนานาล้วนแล้วมีประสบการณ์เช่นนี้ทั้งสิ้น

ในที่สุดอานัตก็ทำให้บาอัลฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง และสองพระองค์ก็ปกครองโลกร่วมกัน แนวคิดนี้บ่งบอกถึงเชื่อถือที่ว่าโลกนั้นต้องดำรงอยู่ด้วยสิ่งที่ตรงกันข้ามกันคือชายกับหญิง การร่วมเพศ การก่อกำเนิดบุตรได้ถูกยกย่องให้เป็นพฤติกรรมในครรลองของพระเจ้า ดังนั้นมีเทพหลายองค์ที่ได้รับเครื่องบัดพลีเป็นการร่วมเพศระหว่างชายหญิงในโลกแห่งศาสนาโบราณ

*นี้เองกระมังที่เป็นบ่อเกิดของหญิงงามเมือง เพราะในโลกโบราณที่รังสรรค์เทพขึ้นมานั้น เป็นโลกที่ชายเป็นใหญ่ ชายผู้มีหญิงเป็นทรัพย์สมบัติ ย่อมไม่ค่อยอยากให้ใครมาหยิบยืมหญิงของตนไปร่วมมือถวายสักการต่อเทพ หรือมีอำนาจสั่งว่าหญิงใดควรค่าเป็นแก่การสิ่งสาธารณะ หญิงใดควรอยู่แต่เพียงในบ้านเป็นแรงงาน ดังนั้นจึงมีผู้หญิงพิเศษจำพวกหนึ่งขึ้นเพื่อทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ และก็สืบทอดต่อ ๆกันมาโดยส่วนที่เกี่ยวกับเทพถูกละทิ้งไป

ในช่วงเวลาไล่ ๆกับตำนานเหล่านี้เอง ไบเบิ้ลก็ได้กล่าวอ้างถึงอับราฮัม นักประวัติศาสตร์ศาสนาเชื่อว่าช่วงเวลาที่อับราฮัมทิ้งเออร์ในเมโสโปเตเมียมาอยู่ยังดินแดนแห่งพันธสัญญานั้นอยู่ในช่วงระหว่าง 2000 –1900 ปีก่อนคริสตกาล



โดย: ดาหาชาดา วันที่: 22 มกราคม 2549 เวลา:23:01:01 น.  

 
อับราฮัมเป็นหัวหน้าชนเผ่าหนึ่งที่เร่ร่อนอยู่ในดินแดนแถบนั้น ภาษาพูดที่ใช้คือเซเมติค ตะวันตก(บางทีการแบ่งดินแดนในเมโสโปเตเมียระหว่างชนเผ่าต่าง ๆค่อนข้างลำบากมาก วิธีการแบ่งอย่างหนึ่งที่ปรากฏในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ก็คือการเรียกตามภาษาที่พูด) แต่ชนเผ่านี้มีลักษณะพิเศษคือมีอารยธรรมที่ซับซ้อนกว่าพวกร่อนเร่ทั่วไป พวกนี้มีฐานะทางเศรษฐกิจดี มักเกี่ยวข้องกับการค้าขาย หรือเป็นทหารรับจ้าง บางทีเมื่อกลุ่มของตัวเองเข้มแข็งขึ้นก็เข้ายึดเมืองตั้งหลักแหล่งเสียเลย แต่ก็มักมีเรื่องกระทบกระทั่งกับพวกเจ้าเมืองข้างเคียงที่ตั้งหลักแหล่งอยู่ก่อนแล้วบ่อยครั้ง

อับราฮัมได้เห็นนิมิตแล้วก็ย้ายตัวเองมาอยู่ในคะนาอัน อันเป็นประเทศอิสราเอลในปัจจุบัน จนกระทั่งชั้นหลานของเขา เจคอบ จึงได้เปลี่ยนชื่อดินแดนแถบนี้ว่า Israel ซึ่งแปลว่า May God show his strength …..อับราฮัมนี้แลที่เป็นต้นกำเนิดของยิวทั้งปวง เป็นคนแรกที่เห็นนิมิตแห่งพระผู้เป็นเจ้า ผู้ซึ่งเป็นเทพองค์เดียวเท่านั้นที่มนุษย์ควรจะภักดี ซึ่งอีกหลายร้อยปีต่อมาโมเสสได้เรียกพระนามพระองค์ว่า ยาเวห์

คำถามสำคัญที่ควรพิจารณาก็คือ พระเจ้าแห่งอับราฮัมนั้นแน่แท้แล้วหรือว่าคือพระเจ้าที่ประทานบัญญัติสิบประการแห่งโมเสส ความต่อเนื่องมาจากที่ใด

ประการที่สอง ท่ามกลางโลกแห่งเทพซึ่งอยู่กันเป็นญาติวงศ์นั้น ศาสนาที่นับถือเทพเพียงองค์เดียวเริ่มขึ้นจากที่ใด ก่อนหน้าที่พระองค์จะมาเป็นยาเวห์ พระองค์เป็นอะไรมาก่อน


สาแหรกการสืบเชื้อสายของอับราฮัมแห่งอิสราเอล


โดย: ดาหาชาดา วันที่: 22 มกราคม 2549 เวลา:23:06:25 น.  

 
ว้ากกกกก ทำไมใหญ่อย่างนี้แล้ว เฮ้อ เวงกรัมแท้ ๆ
ทน ๆเอาหน่อยนะผู้อ่านที่รักของคนเล่า



โดย: ดาหาชาดา วันที่: 22 มกราคม 2549 เวลา:23:07:38 น.  

 
ตอนหน้า ความเป็นมาของยาห์เวห์

ตอนโน้นจึงจะเป็นเทพของกรีก

ถ้าค้นเจอภายหลังจะมีเทพโรมัน, แหล่งอารยธรรมแห่งชมพูทวีป ดินแดนแห่งคัมภีร์พระเวท


โดย: ดาหาชาดา วันที่: 22 มกราคม 2549 เวลา:23:13:25 น.  

 
มาลงชื่อว่าอ่านแล้วครับ


โดย: dinkun (กริชครับผม ) วันที่: 23 มกราคม 2549 เวลา:20:58:45 น.  

 
อ่านแล้ว น่าสนใจดี ช่วยลงประวัติของอียิปต์ด้วยคะ


โดย: แอ้นท์เด็กเซนต์โย ม.1/6 IP: 203.118.64.156 วันที่: 26 สิงหาคม 2549 เวลา:15:55:16 น.  

 


โดย: ไสว IP: 203.188.0.249 วันที่: 8 กันยายน 2549 เวลา:9:52:31 น.  

 
อ่านแล้วครับ...มันดีมากเลย


โดย: Razor IP: 203.172.51.43 วันที่: 26 ตุลาคม 2549 เวลา:20:07:40 น.  

 
อยากได้ ประวัติอักษรคูนิฟอร์มอะคะ
อยากรู้ ปัญหา เทคโนโลยี ที่ใช้ในการประดิษฐ์
และอะไรคือวิวัฒนาการของอักษร คูนิฟอร์ม คะ

ถ้าใครทราบช่วยลงไว้ด้วย หรือถ้าให้ดี ส่งมาทางอีเมลล์ให้หน่อย คะ
dogtown_queen_2@hotmail.com

จะเป็นพระคุณอย่างสูงค่ะ ขอบคุณค่ะ


โดย: ส้มค่ะ IP: 210.4.139.129 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2549 เวลา:18:45:17 น.  

 
อยากอ่านอักษรคูนิฟอร์มออกจังไครอ่านออกช่วยaddมาที่untrapon@hotmail.comหน่อยนะครับ
อยากเรียนรู้มากเลย


โดย: พลครับ อนาคตนักประวัติศาสตร์ IP: 125.24.142.33 วันที่: 6 ธันวาคม 2549 เวลา:19:18:42 น.  

 
สาระดีค่ะ น่าสนใจมากเลย


โดย: ฝนค่ะ IP: 203.113.77.68 วันที่: 14 ธันวาคม 2549 เวลา:20:02:48 น.  

 
มีสาระจังเลยครับ ผมชอบมากเลย
ยังไงก็ขอยืมไปให้คนอื่นๆอ่านด้วยนะ แปะ Credite ให้ด้วย ^^


โดย: Alan Eric Smith IP: 124.121.160.225 วันที่: 12 เมษายน 2550 เวลา:17:06:27 น.  

 
ยากได้ประวัติอักษรคูนิฟอร์ม ใครพอมีข้อมูลบ้างค่ะ


โดย: hairde-sy IP: 124.120.131.37 วันที่: 17 มิถุนายน 2550 เวลา:22:44:15 น.  

 
เเ


โดย: แพ็ท IP: 58.136.158.118 วันที่: 29 มิถุนายน 2550 เวลา:15:31:51 น.  

 
ขอบคุณค่ะ


โดย: serise IP: 125.25.180.157 วันที่: 30 กรกฎาคม 2550 เวลา:11:29:13 น.  

 
อยากได้ลักษณะความแตกต่างทางวัฒนธรรมอิยิปต์กับอารยธรรมเมโสโปเตเมียด้านการบันทึกทึกเรื่องราวต่างๆและด้านสถาปัตยกรรม


โดย: พลอย IP: 125.26.27.159 วันที่: 2 สิงหาคม 2550 เวลา:20:58:30 น.  

 
อยากดูจังเลย


โดย: อำ IP: 117.47.1.138 วันที่: 15 กันยายน 2550 เวลา:20:19:51 น.  

 
อ่านดู


โดย: wonate_@hotmail.com IP: 124.120.148.130 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2550 เวลา:10:21:37 น.  

 
อารยธรรมจริงปะ


โดย: woot IP: 124.120.141.158 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2550 เวลา:19:56:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดาหาชาดา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ดาหาชาดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.