ธันวาคม 2554

 
 
 
 
1
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
ชีวิตที่เดินบนความเชื่อ 2
2 DEC 11 [11:48]

ว่าจะพาลูกออกไปเดินเล่นที่ Ross ก็มานั่งอัพบล็อกจนเจ้าตัวแสบหลับไปอีกรอบแล้วเนี่ย แหะๆ


ตั๋วเครื่องบินของแม่กับน้องสาวสามีเราเป็นคนจองให้ค่ะ เพราะเราทำงานสายการบิน และก่อนหน้านี้ก็ทำ Agency มา เราก็เลยรู้มากกว่า ว่าต้องทำยังไงอันไหนถูก เราก็หาๆไป จนไปเจอเว็ปเอเจนซี่เว็ปหนึ่ง (ของเมกา) ซึ่งได้ตั๋วราคาค่อนข้างถูก เมื่อเทียบกับเว็ปอื่น เราจองตั๋วได้ช้า เพราะต้องรอกำหนดวันแต่งให้เรียบร้อยก่อน ดังนั้นตั๋วที่ซื้อเลยจะราคาแพง ที่หามาได้นี่ก็คนละ $1400 ได้ ตีเป็นเงินไทยก็คนละประมาณ 42,000 ไปกลับ.....(แม่เจ้าแพงอ่ะ เพิ่งมานั่งนึกถึงตอนนี้ นี่เสียเงินค่าตั๋วไปเกือบแสนเลยนะ)

แม่เค้าก็ให้เลขบัตรเครดิตเรามา ตัวแม่เค้าไม่ได้มีตังค์เลย เค้าไม่แน่ใจว่าเงินในบัตรมีเท่าไหร่ ตอนเราจองเราก็ทำ booking ไปเรื่อยๆ จนถึงขั้นตัดบัตรก็กรอกข้อมูลลงไป ไอ่เว็ปนั่นก็ตอบรับมาปกติดี คือ โดยทั่วไปแล้ว ถ้าเงินไม่พอมันจะ reject อัตโนมัติใช่มั้ยคะ แต่ไอ่นี้มันดันบอกว่าจะส่ง e-ticket ให้ เราก็วางใจว่าเรียบร้อยแล้ว วันต่อมาพอมันส่งตั๋วมาให้ทางอีเมล์ ปรากฎว่า ชื่อของน้องสามีไม่มีเลข e-ticket....เอาแล้วไง เราส่งอีเมล์ไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมไม่มีเลข มันก็บอกว่ามีปัญหาทางเทคนิค ให้เช็คกับทางบัตรเครดิตเอง แต่นาทีนั้นเรารอไม่ได้แล้ว เราต้องรู้แน่นอนว่าเค้าได้ตั๋วกัน เราถึงจะสบายใจ เราเลยสายตรงไปเมกาเลย โทรไปหามัน

คนรับสายเป็นคนอินเดีย เราก็บอกว่ามันเป็นอย่างนี้ๆนะ ต้องทำยังไง เกิดอะไรขึ้น มันก็บอกว่า เงินในบัตรไม่พอ มันเลยตัดแค่ตั๋วใบเดียว ถ้าอยากซื้ออีกใบให้เพิ่มเงินในบัตร แต่ราคาไม่เท่าเดิมแล้วนะ (อ้าว....ไอ่เลว คนจะซื้อสองใบ ทำ booking พร้อมกัน ถ้ามันตัดไม่ได้ก็ทำไมไม่ reject ไปทั้งหมด มาตัดแค่ใบเดียวแบบนี้ได้ยังไง ใครจะไปรู้ ยังมีหน้าส่ง booking หลอกมาอีก นี่ถ้าคนไม่ได้ทำงานสายการบินมาก่อนก็ไม่รู้หรอกไอ่เรื่อง e-ticket เนี่ย เพราะทำชื่อ ทำเลขไฟลท์มาให้เสร็จสรรพ ถ้าเป็นผู้โดยสารทั่วไปก็คงปรินท์เอาไปเช็คอิน แล้วไปเจอว่าตัวเองไม่มีตั๋วในวันเดินทางนั่นแหละ ไอ่เลวววววววววววว)

เราเลยบอกให้มัน cancel ตั๋วน้องออก เราจะไปจองกับที่อื่น มันบอกว่าถ้าจะให้แคนเซิลออก จะมีค่าทำ $300 นะ.......สาดดดดดดดด บ้านเมิงเรอะ ชั้นทำเอเจนซี่มาชั้นรู้ได้มั้ย ไอ่เลวววววว แค่กด delete มันก็เสร็จแล้ว หน้าเงินๆๆๆๆ เกลียดมานนน สุดท้ายไม่รู้ทำไงเราก็วางไป ไม่ได้ทำอะไรมันเลย

จากนั้นก็ตัดสินใจโทรไปหา Delta airline ในเมืองไทยแทน (บิน delta กันค่ะ) บอกเคสให้เค้าทราบว่า ว่าจะมางานแต่งงานของเรานะ เป็นแบบนี้ ช่วยยังไงได้บ้างคะ เค้าก็ตัด booking น้องออกให้แล้วทำอันใหม่ไป (ฟรี!!!!!) ทีนี้ด้วยความที่ตั๋วมันบินออกมาจากเมกา เค้าตัดบัตรให้เราไม่ได้ เราต้องโทรไปจัดการเอง เราต้องสายตรงไปเมกา (แหงะ...ยากอีกแล้วอ่ะ) เราก็ต้องรอจนถึงเที่ยงคืน เพื่อรอให้บริษัทที่นู่นเปิด เพราะเวลาไม่ตรงกัน ก่อนวางเราก็ขอบคุณแล้วขอบคุณอีก

พอเลิกงาน เราก็โทรสายตรงไปเมกาทันที ปัญหาเกิดอีกแล้วค่ะ (อะไรมันจะขนาดน้าน) เพราะเค้าใช้เครื่องตอบรับอัตโนมัติ ทีนี้ด้วยความไฮเทค เค้าก็ไม่มีให้กด 1 กด 2 เหมือนเมื่อก่อน เค้าให้พูดตาม คือจะเลือกอันไหนก็ repeat อันนั้น แต่ก็นะ สำเนียงเรามันก็ไม่ได้ native ขนาดนั้น เราต้องการจะพูดกับเจ้าหน้าที่มันต้องพูดว่า "Representative" ไอ่เราก็พูดตาม มันก็ตอบกลับมาว่า "Sorry,I didn't get that. Could you say it again.If you want to talk to the representative say "representative" bla bla bla เราต้องพูดอยู่ประมาณ 5 รอบ กว่ามันจะยอมแพ้ แล้วบอกให้เรากดเลือกว่าจะ 1 จะ 2 ( แหม..ให้เลือกแต่แรกก็จบไปแล้ว) ไอ่ขำมันก็ขำ แต่มันเครียดมากกว่าเพราะมันมี deadline ที่จะให้ตัดบัตร ถ้าเราช้ามันจะแคนเซิลไปเลย แล้วเราก็จะไม่ได้ราคาที่เค้าให้มาตอนแรก ซึ่งมันก็พอไหว

ระหว่างรอสายไปก็อธิษฐานไปด้วย พระเจ้าช่วยหนูทีเถอะค่ะ ให้มันสำเร็จด้วยค่ะ พอเจ้าหน้าที่รับสาย แจ้ง Booking เสร็จ จะตัดบัตร เค้าจะเอา billing address ด้วย เพื่อป้องกันตัวปลอมมาใช้บัตร เอาเข้าไป ไม่มีอีก เลยต้องวางแล้วโทรหาสามี สามีก็ให้ที่อยู่มา เราก็โทรกลับไปใหม่ ผ่านกระบวนการเดิม เถียงกับเครื่องตอบรับ พอได้พูดกับเจ้าหน้าที่ ก็แจ้งไป ปรากฎว่าอันนี้ไม่ใช่ ก็ไม่สำเร็จอีก ต้องโทรไปหาแม่สามีที่เมกา ขอที่อยู่ใหม่ พอได้มาก็โทรไป ปรากฎเงินในบัตรไม่พออีก ต้องวาง ต้องโทรไปให้แม่สามีเอาเงินไปเข้าแบงค์อีก เราโทรตั้งแต่อยู่สนามบิน จนกลับมาถึงคอนโด โทรๆวางๆ ต้องไปเติมเงิน เหนื่อยมาก ไหนจะสู้กับเครื่องตอบรับ ไหนจะต้องพูดภาษาอังกฤษ ไหนจะเครียดว่าจะได้ตั๋วหรือไม่ได้

บ่อน้ำตาแตก ร้องไห้อีกตามเคย พอกลับมาถึงคอนโดก็คุกเข่าอธิษฐานอีกแล้ว พระเจ้าขา เหนื่อยแล้ว ช่วยหนูทีเถอะค่ะ จนในที่สุดพอได้รับโทรศัพท์จากแม่สามีว่าเอาเงินเข้าแล้วนะ ก็โทรกลับไปหา delta อีกรอบ คราวนี้ ร้องไห้กับเจ้าหน้าที่ซะงั้น เล่าให้เค้าฟังว่าเกิดอะไรขึ้นตั้งแต่โดนหลอก ขอให้คราวนี้เค้าพยายามหน่อยนะ เงินไม่มีนะ แต่ว่าแม่สามีกับน้องต้องมางานแต่งให้ได้นะ เค้าก็เออออห่อหมก ไปกับเรา จนสุดท้ายเมื่อบอกเลขบัตรตัดไปทุกอย่าง แล้ว ผ่าน!! เราโฮกว่าเดิม ขอบคุณเค้ามากมายๆ วางเสร็จก็ขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณที่ช่วยให้สำเร็จค่ะ เราจะได้วางใจซะที......


คิดว่าจบใช่มั้ยคะ ยังค่ะ มีดราม่ากว่านั้นอีก...

พอถึงคืนที่แม่กะน้องเค้าบิน เราก็คุยโทรศัพท์กันว่า เย้ คืนพรุ่งนี้จะได้เจอแม่เธอกะน้องเธอแล้วนะ เจอกันซะที ยังคุยกันตลกๆว่า คงไม่เดินหลงตอนเปลี่ยนเครื่องนะ เพราะเค้าไม่เคยเดินทางไกลขนาดนี้กัน ดีใจกัน วางโทรศัพท์ นอนหลับไป วันต่อมาสามีโทรมาปลุกแต่เช้า บอกข่าวร้าย....แม่สามีเขียนบน FB ว่าตกเครื่อง! ตกเครื่อง!!!!! อะไรนะ ตกเครื่อง พระเจ้าขา นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่อยากหนูจะให้เกิดขึ้นบนโลกเลยนะ หลังจากที่หนูไปฝ่าฟันมาแทบตายกว่าจะได้ตั๋วมา แล้วคลาสตั๋วที่ซื้อมานั่นก็คลาสต่ำสุดแล้วนะ ตังค์ก็ไม่มีแล้วนะ ตกเครื่องแบบนี้จะเอาเงินที่ไหนมาเป็นค่าเปลี่ยนตั๋ว

ร้องไห้แบบโฮสุดๆๆๆ พระเจ้า พระเจ้า ทำไมเกิดเรื่องอะไรแบบนี้ขึ้นได้คะ ทำไม ทำไม ทำไมคะ??? ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ ยังมีเหตุให้แย่ลงไปได้อีกหรอคะ เราโทรหา Delta ตอนนั้นเลย โทรของเมืองไทย เพราะออฟฟิศที่เมกาปิดแล้ว เพราะมันเป็นตอนกลางคืน ทาง delta เมืองไทยทำให้ไม่ได้ เพราะตั๋วออกจากที่นู่น แล้วถ้าจะรอให้ที่นู่นเปิด ก็อาจจะไม่ได้ตั๋วอีก อะไรมันจะขนาดนี้ เราส่งเมล์ไปให้เอเจนซี่เปลี่ยนตั๋วแม่เค้าให้ มันก็เปลี่ยนให้ แต่เป็น class business จาก ซานฟรานมานาริตะ แล้วจากนาริตะมากรุงเทพ มันทำคลาส Y ซึ่งเป็นคลาสที่แพงสุดของชั้นประหยัด ซึ่งหมายความว่า แม่จะต้องไปจ่ายค่าส่วนต่างที่สนามบิน บ้าไปแล้ว??? ชั้นธุรกิจกับ Y class เนี่ยนะ จะไปเอาเงินจากไหนมาจ่าย??? ถึงมีเรื่องแย่ขนาดนั้นเราก็ยังต้องแต่งตัวออกไปทำงาน ตลอดทางก็คิดตลอด คิดจนหัวแทบแตกว่าจะทำยังได้

ตอนนั้นที่รู้อย่างเดียวคือ ต้องอธิษฐาน พระเจ้า ช่วยด้วยค่ะ หมดหนทางแล้ว ถามใคร ใครก็บอกว่าทำไม่ได้ นั่งทำงานไปก็ร้องไห้ไป พี่ที่ทำงานมาถามว่าเป็นอะไร พอรู้เรื่องเค้าก็โทรไปถามเดลต้าให้อีกรอบ เค้าก็ยืนยันคำเดิมไม่ได้อย่างเดียว หมดหนทางแล้ว หมดหนทางจริงๆ นี่สามีจะต้องเข้าพิธีแบบไม่มีญาติซักคนมาร่วมงานหรอ ไม่นะ ไม่นะ

แล้วเราก็คิดออกอย่างเดียว บอกสามีให้โทรหาแม่ บอกให้กลับไปสนามบินตอนนี้เลย (ตอนนั้นเลยเวลาที่ขึ้นเครื่องมาเกือบสามชั่วโมงแล้ว) ที่รู้มาคือน้องสามีปวดท้อง ต้องพาไปหาหมอด่วน เลยตกเครื่อง ทางออกสุดท้ายแล้ว ไปสนามบิน ไปติดต่อเคาท์เตอร์ตั๋วที่สนามบินนะ "เรา" ทำอะไรไม่ได้ ทุกอย่างเกินความสามารถของเราแล้ว พระเจ้าขา ช่วยทีนะคะ หนูทำเองไม่ได้อีกต่อไปแล้ว พอแม่ไปถึงสนามบิน สามีก็โทรหาเรา อีกมือก็ใช้อีกเครื่องโทรหาแม่ เราบอกให้ไปต่อแถวที่เคาท์เตอร์ตั๋วนะๆ แล้วก็รอสาย ถามเรื่อยๆ เป็นไงบ้าง ถึงไหนแล้ว สามีก็ถามแม่ ก็บอกว่าอยู่ในแถว รออยู่ เราทำงานไปด้วยโทรศัพท์ไปด้วย เกรงใจมาก แต่นาทีนี้คือแบบไม่คิดอะไรแล้ว นี่มันสำคัญมากเลยนะ

จนสุดท้ายพอไปถึงคิวแม่ของเค้าแล้ว แม่บอกว่าตกเครื่อง....เพราะลูกสาวปวดท้อง เลยต้องพาไปหาหมอ ขอเปลี่ยนไฟลท์...เท่านั้นแหละ จบ เจ้าหน้าที่ที่สนามบินเปลี่ยนให้ ไม่เสียตังค์ซักบาท!!! โอ้โห ทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้ เป็นคนบ้าไปเลย ขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณพระเจ้า พระองค์ยิ่งใหญ่ และไม่มีอะไรที่ทรงทำไม่ได้จริงๆ

อ้อ..ที่ช็อคกว่านั้น ที่เพิ่งมารู้ก็คือ ที่บอกว่าน้องสาวปวดท้องอ่ะไม่ใช่...จริงๆแล้วเค้า miss carriage....ค่ะ ช็อค ทั้งเรา ทั้งสามี ทั้งแม่สามีเลยล่ะ เพิ่งมารู้ตอนหลังนี่แหละ

ถามว่าจบหรือยัง? ยังค่ะ เพราะว่า....แม่สามีขายรถไม่ได้!!!! ค่าสินสอดจะมาจากไหนล่ะทีนี้ ที่บินมานี่ก็ไม่ได้เอาค่าสินสอดมาด้วยหรอกนะคะ มาแต่ตัว แค่เอาตัวมายังยากเลย เรื่องต่อจากนี้รอตอนต่อไปนะคะ

พระเจ้าอวยพรนะคะ ขอพาลูกออกไปเดินเล่นก่อนนะคะ :D

อ้อ...ก่อนไป ขอฝากพระธรรมนี้ไว้นะคะ

1 โครินธ์ 13

" ไม่มีการทดลองใดๆ มาถึงท่านนอกจากการทดลองที่เกิดกับมนุษย์ทั่วไป และพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ พระองค์จะไม่ทรงปล่อยให้ท่านถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้ แต่เมื่อท่านถูกทดลองพระองค์จะทรงให้ท่านมีทางออกด้วย เพื่อท่านจะยืนหยัดได้ภายใต้การทดลอง "

เอเมนค่ะ



Create Date : 03 ธันวาคม 2554
Last Update : 5 ธันวาคม 2554 15:42:00 น.
Counter : 1020 Pageviews.

2 comments
  
เพิ่งเข้ามาติดตามนะคะ
แต่รู้สึกชอบทัศนคติ และวิธีคิดของคุณอ้อมากค่ะ
ยังไงจะคอยติดตามตลอดนะคะ
อัพบ่อยๆ แก้คิดถึงเมืองไทยน๊ะ
อย่างน้อยก็ยังมีคนทางนี้รออ่านอยู่
โดย: bird IP: 103.1.164.60 วันที่: 3 ธันวาคม 2554 เวลา:21:09:47 น.
  
ขอบคุณมากค่ะ คุณ Bird
กว่าจะมีความคิดได้แบบนี้ ก็โดนขัดเกลา โดนประสบการณ์ในอดีตสั่งสอนมาไม่รู้กี่รอบ แต่ก็ยังไม่ได้ถึงขั้นดีที่สุดหรอกค่ะ ในบางแง่บางมุมก็มีโกรธในเรื่องที่ไม่ควรโกรธบ้าง

ตอนนี้ก็พยายามปรับปรุงความคิดของตัวเองไปเรื่อย ในอนาคตคงมีเรื่องมาให้ได้ประสบการณ์อีกเยอะ ที่ผ่านมานี่ก็คิดว่าหนัก แต่พอได้ไปอ่านเรื่องของคนที่แย่กว่าเรา ก็ช่วยให้คิดแง่บวกได้มากขึ้นแหละค่ะ


ขอบคุณมากที่แวะมานะคะ

จะคอยอัพเรื่อยๆค่ะ
โดย: I'm in awe วันที่: 5 ธันวาคม 2554 เวลา:14:57:57 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

I'm in awe
Location :
Castro Valley,CA  United States

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]



บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาเป็นคนไกลบ้านแล้ว ก็ยังแต่งบล็อกไม่เป็นเหมือนเดิม อิอิ แวะมาแลกเปลี่ยนเรื่องราวด้วยกันบ่อยๆนะคะ ยินดีอย่างยิ่งหากเรื่องราวในบล็อกนี้เป็นประโยชน์ต่อคุณค่ะ :)
New Comments