Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
14 พฤศจิกายน 2554
 
All Blogs
 
ไปสถานเสาวภา สวนงู ศึกษาทำความรู้จักงูมีพิษและไม่มีพิษ(แหล่งความรู้ที่ควรไปชมอย่างยิ่ง)







จากกระแสข่าวของงู "กรีน แมมบ้า" งูพิษนำเข้าจากต่างประเทศ หลุดเข้ามากับข่าวน้ำท่วมกรุงขั้น

อภิมหาอมตะนิรันดรกาล เป็นแรงกระตุ้นให้ย่าอยากรู้เกี่ยวกับงูมากขึ้น เพราะตั้งแต่สมัยนักเรียน

มาแล้วเคยตั้งใจว่าอยากไปดูการรีดพิษงูสักครั้งหนึ่งในชีวิต และอาจจะได้เจอะตัวเป็นๆของเจ้า

กรีน แมมบ้า บ้าง พอสบช่องมีคนชวนไปดูก็เลยตอบตกลงไป (ทริบเดียวกับที่แวะดูการบริจาค

ช่วยเหลือน้ำท่วมที่สภากาชาดไทยนั่นแหละค่ะ


พวกเราเดินทางไปถึงสถานเสาวภา และเข้าทางด้านสวนงู

เวลาทำการตามป้ายนี้เลยค่ะ





เดินเข้าไปด้านในกันเลยค่ะ

วันที่พวกเราไปกันเป็นวันอาทิตย์ จึงการแสดงแค่รอบเดียว





โดมเวทีการแสดง ภายในมีงูอยู่ในกรงบ้างในบ่อบ้างโซนตรงกลาง


----------


สวนงู สถานเสาวภา สภากาชาดไทย ได้จัดงานบริการสำหรับประชาชน นักท่องเที่ยว หน่วยงาน

ต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงสถาบันการศึกษาต่างๆ โดยมุ่งเน้นการบริการทางด้านวิชา

การเกี่ยวกับงู เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสัตว์ชนิดนี้ และสามารถนำความรู้ไป

ประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้นั่นเอง


• งานบริการประชาชน และนักท่องเที่ยว


ในแต่ละปีมีประชาชนและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศให้ความสนใจเข้าชมสวนงูของสถานเสาวภา

สภากาชาดไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเห็นได้ว่า ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมามีผู้เข้าชมสวนงูของสถานเสาวภา

ทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศ นักเรียน นักศึกษา และคณะบุคคลต่าง ๆ เข้าเยี่ยมชมเพิ่มขึ้น


สถานที่แห่งนี้ให้ทั้งความเพลิดเพลินและความรู้เรื่องงูแก่ผู้เข้าชม นอกเหนือไปจากนิทรรศการและตู้จัดแสดงงู

ยังมีการแสดงการจับงู และการรีดพิษงูอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ให้ประชาชนได้ชม ทั้งยังสอดแทรกสาระ

เกี่ยวกับบทบาทของงูต่อระบบนิเวศวิทยา สวนงู สถานเสาวภาจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ

ไทยแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักดีในระดับนานาชาติ ชาวต่างประเทศจำนวนไม่น้อยได้เข้าชมสวนงูแล้วกลับมาชม

ซ้ำอีกหลายครั้ง จากความพึงพอใจที่ได้รับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยให้การส่งเสริมสวนงูของสถานเสาวภา

เป็นจุดท่องเที่ยวแห่งหนึ่งทั้งระดับชาติและนานาชาติ ผลงานของสวนงูแห่งนี้ได้ปรากฏใน National geographic

magazine ในนิตยสารการท่องเที่ยวต่างประเทศ และได้รับการนำเสนอในสารคดีความรู้ รวมทั้งการแนะนำเป็น

สถานที่ท่องเที่ยวทางโทรทัศน์อยู่เสมอ ในปีหนึ่งๆ มีผู้เข้าชมสวนงูประมาณ 40,000 คน 60% เป็นชาวต่างประเทศ

และ 20% เป็นนักเรียนและนักศึกษา


http://www.saovabha.com/th/snakefarm_service.asp





สำหรับราคาคนไทยก็คนละ 40 บาท





รอบการแสดง คือ 11.00น พวกเราจึงเดินสำรวจรอบๆก่อน ดูงูในบ่อ ซึ่งมีดูหลากหลายชนิด

ซึ่งที่จัดแสดงนี้ส่วนใหญ่เป็นงูไม่มีพิษ หรือมีพิษก็ไม่มาก ซึ่งก็แน่ละไม่มีเจ้ากรีนแมมบ้ารวม

อยู่ด้วย ดูยังไม่ได้ครบบ่อดี คนเริ่มทะยอยมามากขึ้น จึงรีบไปจองที่นั่งด้านหน้าสุด ส่วนตัว

อื่นๆไว้มาดูภายหลังเอาก็ได้ ตามบ่อและในกรงภายใต้โดม ย่าถ่ายรูปมาบ้างแต่เนื่องจากพวก

เรามาในเวลาที่งูส่วนใหญ่พักผ่อน มันจึงหลยเข้าไปอยู่ในโพรง หรือภายในกระถางคว่ำ สงสัย

ต้องลองมาเวลาเย็นดูบ้าง เผื่อเขาจะโชว์ตัว





ได้เวลาวิทยากร แนะนำสวนงูให้กับท่านผู้ชม ผู้ชมส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติที่รู้จักสวนงูแห่งนี้เป็นอย่างดี

และสนใจในมาชมกัน คนไทยส่วนใหญ่จะมาชมกันวัน เสาร์ อาทิตย์ แต่ก็มีจำนวนน้อยกว่าคนต่างชาติ

การกล่าวต้อนรับจึงเริ่มด้วยภาษาอังกฤษ เสร็จแล้วจึงตามด้วยภาษาไทย

แนะนำและบอกเล่าความเป็นมาของสวนแห่งนี้


-----


สภากาชาดไทยนั้น เป็นสวนงูแห่งที่สองของโลก (สวนงูแห่งแรกตั้งอยู่ในประเทศบราซิล อเมริกาใต้) มีวัตถุ

ประสงค์สร้างเพื่อใช้เลี้ยงงูพิษ สำหรับการเก็บพิษงูไว้ใช้ในการผลิตเซรุ่ม แก้พิษงู โดย นายแพทย์ เลโอโปลด์

โรแบรต์ ผู้อำนวยการคนแรกของกองวิทยาศาสตร์ ระดมทุนเรี่ยไรจากชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

ในปี 2466 ดูเวบไซด์ได้จากลิงค์ด้านล่างค่ะ


http://www.saovabha.com/th/default.asp





งูที่เอามาโชว์นี้เป็นงูที่ มีพิษ และไม่มีพิษ ส่วนงูที่สามารถพ่นพิษได้ หรือที่มีพิษร้ายแรงเราจะไม่นำมาแสดง

เพราะอันตรายเกินไป


----


งูจงอาง : King Cobra [Ophiophagus hannah (Cantor, 1836)


ขนาด : 200 – 540 เซนติเมตร ความยาวเฉลี่ย 400 เซนติเมตร ขนาดยาวที่สุดที่เคยบันทึกไว้คือ 585 เซนติเมตร


ลักษณะ : ตัวโตเต็มวัยมีความผันแปรของขนาดและสีสันลำตัวที่เด่นชัด ซึ่งเกี่ยวข้องกับขอบเขตทางภูมิศาสตร์


งูจงอางภาคใต้มีขนาดใหญ่ที่สุด สีน้ำตาลอมเขียวหรือสีเขียวอมเทา ลวดลายตามลำตัวไม่ชัดเจน งูจงอางภาค

เหนือมีสีเข้มเกือบดำ นิสัยดุ งูจงอางภาคกลางและภาคอีสานมีลายขวางเป็นบั้งๆตลอดลำตัว เมื่อถูกรบกวนงู

จงอางจะแผ่แม่เบี้ยได้เช่นเดียวกับงูเห่า โดยยกตัวตั้งได้สูงถึง 1 ใน 3 ของความยาวลำตัว แต่แม่เบี้ยของงูจงอาง

จะแคบกว่าของงูเห่า ลักษณะเด่นอีกอย่างคือ งูจงอางมีเกล็ดท้ายทอยขนาดใหญ่ 1 คู่ (occipital scales)บนศีรษะ

ค่อนไปทางด้านหลังของเกล็ดกระหม่อม ลูกงูเกิดใหม่มีสีลำตัวที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด กล่าวคือมีลายขวางเป็น

วงรอบตัวสีเหลืองอ่อนตั้งแต่ปลายจมูกไปจนตลอดความยาวของลำตัวที่มีพื้นเป็นสีดำ ลวดลายขวางสีเหลืองนี้จะ

หายไปเมื่องูมีอายูมากกว่า 6 เดือนหรือมีความยาว 1 เมตรขึ้นไป


การสืบพันธุ์ : ผสมพันธุ์ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม วางไข่ครั้งละ 12-51 ฟองช่วงเดือนมกราคมถึงเดือน

พฤษภาคม ในธรรมชาติ:-)ูจะใช้ลำตัวกวาดเศษใบไม้มากองสุมทำเป็นรังแล้ววางไข่ไว้ใต้กองใบไม้ :-)ูอยู่เฝ้ารังและ

กกไข่จนกระทั่งลูกฟักเป็นตัวภายในเวลา 60-70 วันระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนกรกฎาคม ลูกงูจงอางแรกเกิด

มีน้ำหนัก 12.2 – 24.0 กรัม และความยาว 48 - 65 เซนติเมตร


อาหาร : งูชนิดอื่นๆ และ กิ้งก่า


แหล่งที่พบ : พบในป่าทึบโดยชอบอยู่ใกล้แหล่งน้ำลำธาร อาศัยอยู่ในระดับสูงกว่าน้ำทะเลได้ถึง 2,135 เมตร


การแพร่กระจาย : พบทั่วทุกภาคของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีรายงานพบในพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย

สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ภูฏาน เนปาล อินเดีย บังคลาเทศ ปากีสถาน เกาะมาเก๊า และจีนตอนใต้




ตัวยาวไม่ใช่เล่น





วิธีจับ งูจงอาง King Cobra [Ophiophagus hannah (Cantor, 1836)





โชว์ให้เห็นใกล้ๆ





ต่อไปเป็นงูเห่าตัวนี้เป็นงูเห่าไทย


งูเห่า : Siamese / Monocellate Cobra [Naja kaouthia (Lesson, 1831)

ขนาด : 100 – 180 เซนติเมตร ขนาดยาวที่สุดที่วัดได้ของสถานเสาวภาคือ 225 เซนติเมตร

ลักษณะ : เป็นงูที่แผ่แม่เบี้ยได้โดยการตั้งส่วนหัวและคอขึ้น แล้วแผ่กางส่วนคอให้ขยายกว้างออกไป

มีลายตรงกลางแม่เบี้ยบนด้านหลังของส่วนคอเรียกว่า “ลายดอกจัน” ลักษณะส่วนใหญ่เป็นรูปวง

แหวนเดี่ยว สีลำตัวมีสีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม สีดำ หรือ สีเหลืองนวล


การสืบพันธุ์ : ผสมพันธุ์ช่วงเดือนสิงหาคมถึงมกราคม วางไข่ครั้งละ 15-37 ฟอง ช่วงเดือนตุลาคมถึง

มีนาคม ระยะฟักไข่นาน 51-69 วัน (เฉลี่ย 60 วัน) ลูกงูเห่าแรกเกิดมีน้ำหนัก 13.2 -18.8 กรัม และ

ความยาว 31.5 – 35.5 เซนติเมตร


อาหาร : สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก หนู นก กบ เขียด และบางครั้งกินงูชนิดอื่นเป็นอาหาร


แหล่งที่พบ : บริเวณที่ลุ่มค่อนข้างชื้น อาศัยอยู่ในจอมปลวก ทุ่งนา หรือพบบนภูเขาที่ระดับความสูง

900 เมตร ออกหากินในเวลาพลบค่ำโดยหากินตามพื้นดิน


การแพร่กระจาย : พบทั่วทุกภาคของประเทศไทย นอกจากนี้ยังพบในพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม

มาเลเซีย อินเดีย บังคลาเทศ เนปาล และจีน





มีลายตรงกลางแม่เบี้ยบนด้านหลังของส่วนคอเรียกว่า “ลายดอกจัน” ลักษณะส่วนใหญ่เป็นรูปวงแหวนเดี่ยว

สีลำตัวมีสีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม สีดำ หรือ สีเหลืองนวล





งูเห่า เป็นงูที่สายตาไม่ดี มันจะหันหาเข้าหาเสียงที่เคลื่อนไหว และโจมตี หากเราค่อยๆเคลื่อนตัวอย่างเงีบบๆ

แบบนี้ก็สามารถเข้าใกล้เขาได้ แบบนี้ ตัวนี้ดูน่ากลัวมากขู่ฟ่อๆตลอดเวลา แค่วางลงกระเดี๋ยวนี้ก็แผ่แม่เบี้ยแล้ว





ส่วนเจ้าหน้าที่(เสื้อลายทางสีฟ้า) เคลื่อนไหวแบบธรรมดา มันก็จะรู้สึกได้ถึงความเคลื่อนไหวจะห้นหน้าเข้าหาและขู่




งูสามเหลี่ยม : Banded Krait [Bungarus fasciatus (Schneider, 1801)


ขนาด : 100 -180 เซนติเมตร อาจยาวได้ถึง 200 เซนติเมตร เพศเมียมีขนาดใหญ่กว่าเพศผู้


ลักษณะ : ลำตัวมีสีดำสลับเหลืองเป็นปล้องขนาดใกล้เคียงกันตลอดตัวทั้งส่วนบนและส่วนท้อง โดยส่วนท้องมี

สีจางกว่า ลักษณะเด่นคือ แนวของกระดูกสันหลังยกตัวสูงเด่น ทำให้เห็นเป็นรูปสามเหลี่ยมชัดเจน ปลายหางทู่มน

การสืบพันธุ์ : ผสมพันธุ์ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม วางไข่ครั้งละ 8-12 ฟองช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือน

พฤษภาคม และฟักเป็นตัวช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ลูกงูแรกเกิดมีน้ำหนัก 14.0 – 19.6 กรัม และความยาว

26.5 – 33.5 เซนติเมตร


อาหาร : งูชนิดอื่น กิ้งก่า ปลา เป็นงูที่ออกหากินกลางคืน และเชื่องช้าในตอนกลางวัน


แหล่งที่พบ : พบทั่วไปตามที่ราบลุ่ม ป่าชายเลน ทุ่งนา และอาจพบได้ที่ระดับความสูงถึง 2,300 เมตร

การแพร่กระจาย : พบได้ทุกภาคของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีรายงานพบในพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม

มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย (เกาะชวา กาลิมันตัน และสุมาตรา) เนปาล บรูไน อินเดีย บังคลาเทศ

เกาะมาเก๊า และจีนตอนใต้





ลำตัวจะเห็นเป็นสันสามเหลี่ยมชัดเจน เป็นงูที่ออกหากินกลางคืน จึงเชื่องช้าในเวลากลางวัน

สามารถจับมาแสดงให้ดูได้ด้วยมือเปล่า





ส่วนหัวลักษณะเป็นสามเหลี่ยม เป็นงูมีพิษ





ซึ่งผิดจากงูปล้องทอง ดูภายนอกจะเห็นเป็นสีเหลืองสลับดำเหมือนกัน แต่แกบสีดำจะกว้างกว่าสีเหลือง

ตัวนี้มีไม่พิษค่ะ เราจึงต้องเรียนรู้ในการดูลักษณะงู อย่างน้อยก็ขั้นพื้นฐาน





งูปล้องทอง


จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

งูปล้องทอง

Boiga dendrophila (Boie, 1827)

การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์

อันดับ Squamata

อันดับย่อย Serpentes

วงศ์ Colubridae

วงศ์ย่อย Colubrinae

งูปล้องทอง (อังกฤษ: mangrove snake, gold-ringed cat snake) เป็นงูขนาดกลางมีความยาวประมาณ 170

เซนติเมตร ลำตัวมีสีดำเป็นมันและมีสีเหลืองเป็นวงเล็ก ๆ เป็นระยะ แต่ไม่รอบตัว หัวดำ ปากลายเสือและท้อง

มีเขี้ยวพิษใต้ตา เมื่อถูกฉกกัดบริเวณปลายปากจะไม่เป็นอันตราย นอกเสียจากถูกฉกติดและงับไปจนถึงเขี้ยวพิษ

ผู้ถูกกัดไม่มีอันตรายมากนัก หากแต่เพียงมีอาการปวดบวม แต่ไม่ปรากฏเป็นรอยแผลเป็น งูปล้องทองมีนิสัยดุ

เมื่อเข้าใกล้จะงอพับตัวเตรียมฉก สามารถแผ่หนังคอทางตั้งแล้วอ้าปากเพื่อให้อีกฝ่ายกลัว งูปล้องทองชอบอาศัย

อยู่ตามป่าริมแม่น้ำและริมทะเลทางภาคใต้ ในเวลากลางวันจะขดตัวนอนตามพุ่มไม้ และออกหากินในเวลากลางคืน

งูปล้องทองกินอาหารได้หลายอย่างเช่น หนู นก ตุ๊กแก กิ้งก่า ปลา พบมากในจังหวัดระนอง ชุมพร สตูล ยะลา

ปัตตานี ตรัง และนราธิวาส นอกจากประเทศไทยแล้วยังพบในมาเลเซียจนถึงฟิลิปปินส์


ขอขอบคุณข้อมูลจากwikipediaคลิ๊กค่ะ





อีกภาพค่ะ





งูปล้องทอง นำมาให้ชมแบบชัดๆ ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างงูสามเหลี่ยมกับปล้องทอง





งูสิงหางลาย


งูสิง : Indochinese Rat Snake [Ptyas korros (Schlegel, 1837)


ขนาด : 100 – 256 เซนติเมตร


ลักษณะ : ลำตัวส่วนต้นมีสีเขียวมะกอกแล้วค่อยเป็นสีน้ำตาลไปทางส่วนท้ายจนถึงหาง เกล็ดลำตัวเรียบมีขอบสีดำ

ส่วนหัวเรียวยาวมีสีน้ำตาลอมเทา ตากลมโต


การสืบพันธุ์ : ออกลูกเป็นไข่ครั้งละ 4 – 12 ฟอง


อาหาร : หนู กบ กิ้งก่า จิ้งเหลน เป็นงูที่ออกหากินทั้งกลางวันและกลางคืน


แหล่งที่พบ : ในพื้นที่เกษตรกรรมหรือในป่าที่ระดับความสูงถึง 3,000 เมตร


การแพร่กระจาย : พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย รวมถึงมาเลเซีย สิงคโปร์ เกาะบาหลีของอินโดนีเซีย ไต้หวัน

และแคว้นอัสสัมของอินเดีย





งูทางมะพร้าว เจ้าตัวนี้ก็ใช่เล่นปล่อยลงพื้ปั้ป ขู่ทันที





งูทางมะพร้าว : Copperhead Rat Snake [Coelognathus radiatus (Boie, 1827)


ขนาด : 180 – 230 เซนติเมตร


ลักษณะ : ลำตัวมีสีน้ำตาลอมเหลืองหรือสีน้ำตาลอมเทา มีลายเป็นทางยาวสีดำ 4 เส้นพาดจากส่วนคอแล้วค่อยๆ

จางไปทางกึ่งกลางลำตัว ส่วนหัวมีสีน้ำตาลแดง มีเส้นสีดำ 3 เส้นพาดแผ่เป็นรัศมีออกจากมุมตาด้านหลัง ลักษณะ

เด่นคือมักแกล้งทำเป็นตายเพื่อหลีกเลี่ยงศัตรูเมื่อสู้ไม่ไหว หรือขู่ศัตรูโดยการทำคอแบนเข้าทางด้านข้างและขยาย

กว้างเป็นทางยาว พร้อมกับยกหัวและส่วนต้นประมาณหนึ่งในสี่ของความยาวลำตัวให้สูงขึ้นเป็นวงโค้งเหมือนสปริง

และพุ่งเข้าใส่ศัตรูอย่างว่องไวเพื่อฉกกัด


การสืบพันธุ์ : ผสมพันธุ์ช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนมกราคม หรือตลอดทั้งปี ออกลูกเป็นไข่ครั้งละ 5 – 12 ฟอง

ช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนกรกฎาคม และฟักเป็นตัวช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกันยายน ลูกงูแรกเกิดมีน้ำหนัก

11.0 – 12.4 กรัม และความยาว 44 – 46 เซนติเมตร


อาหาร : หนู นก ออกหากินทั้งกลางวันและกลางคืน


แหล่งที่พบ : เป็นงูที่ชอบอาศัยอยู่ตามพื้นดินแต่ขึ้นต้นไม้ได้สูง


การแพร่กระจาย : พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย และประเทศในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์

http://www.saovabha.com/th/snakefarm_nonvenom.asp




วิธีจับ

วิธีขู่ของมันตลกมาก ก๊อปมาให้อ่านกันชัดๆ


ขู่ศัตรูโดยการทำคอแบนเข้าทางด้านข้างและขยายกว้างเป็นทางยาว พร้อมกับยกหัวและส่วนต้น

ประมาณหนึ่งในสี่ของความยาวลำตัวให้สูงขึ้นเป็นวงโค้งเหมือนสปริง และพุ่งเข้าใส่ศัตรูอย่างว่องไว

เพื่อฉกกัด





ต่อไปเป็นงูแสงอาทิตย์ ซึ่งได้รับการเล่าขานมาว่า หากถูกงูแสงอาทิตย์กัด เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นผู้ถูกกัดจะตาย

ซึ่งไม่เป็นความจริง งูแสงอาทิตย์เป็นงูที่ไม่มีพิษ เมื่อนำตัวมาส่องกับแดดจะเห็นเกล็ดมันเลื่อยลายเป็นสีรุ้ง

----------


งูแสงอาทิตย์ : Sunbeam Snake [Xenopeltis unicolor (Boie, 1827)]


ขนาด : ความยาวประมาณ 120 เซนติเมตร

ลักษณะ : ลำตัวมีสีดำถึงสีน้ำตาลเข้ม ส่วนท้องสีขาว ส่วนหัวแบนเรียว ตาเล็ก ลักษณะเด่นคือ เกล็ดลำตัวเรียบ

เป็นเงาแวววาวสะดุดตาเมื่อสะท้อนแสงแดด และในลูกงูแรกเกิดมีรอบคอเป็นสีขาวแตกต่างจากงูโตเต็มวัย


การสืบพันธุ์ : ออกลูกเป็นไข่ครั้งละ 3 – 17 ฟอง :-)ูตั้งท้องนำมาเลี้ยงไว้ในงานเพาะเลี้ยงงูของสถานเสาวภา

วางไข่จำนวน 19 ฟอง ในเดือนมีนาคม และฟักเป็นตัวในเดือนพฤษภาคม รวมระยะฟักไข่ในห้องทดลอง 65

วัน ลูกงูแรกเกิดมีน้ำหนัก 8.2 – 8.6 กรัม และความยาว 25.0 – 29.5 เซนติเมตร

อาหาร : งูชนิดอื่น หนู กบเขียด และจิ้งเหลน เป็นงูที่ออกหากินกลางคืน

แหล่งที่พบ : เป็นงูที่ชอบอาศัยอยู่ใต้ดินตามพื้นที่ชุ่มชื้น


การแพร่กระจาย : พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย รวมถึงประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินเดีย

http://www.saovabha.com/th/snakefarm_nonvenom.asp




งูเขียวหางไหมท้องเหลือง ย่าจับสอบภาพมารวมกันเพื่อให้เห็นรายละเอียดของตัวมันชัดๆ ตัวนี้เป็นงูมีพิษ

เจ้าหน้าที่จำเอามานำเสนอโดยเกาะไว้กับกิ่งไผ่


----


งูเขียวหางไหม้ท้องเหลือง : White-lipped Pitviper [Cryptelytrops albolabris (Gray, 1842)

ขนาด : ความยาวโดยเฉลี่ย 70 เซนติเมตรในเพศผู้ และ 90 เซนติเมตรในเพศเมีย อาจยาวได้ถึง 100 เซนติเมตร

เพศเมียมักมีขนาดใหญ่กว่าเพศผู้


ลักษณะ : รูปร่างค่อนข้างอ้วนใหญ่ปกคลุมด้วยเกล็ดมีสันชัดเจน ลำตัวและหัวเป็นสีเขียวอ่อนส่วนหัวเป็นรูปสามเหลี่ยม

หลิมยาวปกคลุมด้วยเกล็ดขนาดเล็กๆผิวเรียบ และมีขนาดใหญ่กว่าลำคออย่างเด่นชัด ส่วนท้อง ริมฝีปาก และคางมีสีเหลือง

ขาว หรือสีเขียวอ่อนกว่าสีของลำตัว ในเพศผู้มักมีเส้นข้างตัวสีขาวพาดผ่านเกล็ดลำตัวแถวนอกสุดตั้งแต่คอถึงหาง

ซึ่งไม่พบในเพศเมีย หางสีน้ำตาลแดง


การสืบพันธุ์ : ผสมพันธุ์ช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน ออกลูกเป็นตัวครั้งละ 7-30 ตัวช่วงเดือนกุมภาพันธ์

ถึงเดือนพฤษภาคม ลูกงูแรกเกิดมีน้ำหนัก 3.6 – 5.2 กรัม และความยาวเฉลี่ย 20 เซนติเมตร


อาหาร : หนู นก กิ้งก่า กบ เขียด หรือ ปาด โดยออกหากินตอนกลางคืนตามพื้นดิน พุ่มไม้ หรือต้นไม้


แหล่งที่พบ : มักพบอยู่ในสวนใกล้บ้านคน หรือในพื้นที่ระดับความสูงต่ำกว่า 400 เมตร


การแพร่กระจาย : พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย และมีการแพร่กระจายใน พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม


เกาะมาเก๊า ไต้หวัน จีนตอนใต้ บังคลาเทศ และอินเดีย




เมื่อจบโชว์ก็จะมีการถ่ายรูปกับงู งูที่เอามาถ่ายรูปด้วยเป็นงูหลามพม่า ตัวนี้ทางสวนงูเพาะเลี้ยงขึ้นมาจากไข่

และตลอดชีวิตของมันไม่เคยมีประวัติว่ากัดคนแต่อย่างใด แต่เห็นขนาดมันแล้วออกจะแหยงๆนะคะ ก็ตัวใหญ่ซะปานนั้น


----------


งูหลาม : Burmese Python or Javanese Python [Python molurus bivittatus (Kuhl, 1820)]


ขนาด : 600 – 700 เซนติเมตร


ลักษณะ : ลำตัวอ้วนหนามีสีน้ำตาลเหลืองถึงสีน้ำตาลอ่อนเป็นสีพื้น มีลวดลายเป็นวงแต้มขนาดใหญ่สีน้ำตาลเข้มขอบด้านนอก

สีดำตลอดทั้งตัว ส่วนหัวมีลักษณะเป็นทรงสามเหลี่ยมมีลวดลายทางด้านบนเป็นรูปหัวลูกศรสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลเหลือง

ส่วนท้องสีขาว


การสืบพันธุ์ : ออกลูกเป็นไข่ครั้งละ 30 – 50 ฟอง


อาหาร : สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เป็นงูที่ออกหากินกลางคืน


แหล่งที่พบ : อาศัยอยู่ตามที่ราบลุ่มหรือในป่าที่ระดับความสูงถึง 900 เมตร


การแพร่กระจาย : พบทั่วทุกภาคของประเทศไทย ยกเว้นภาคใต้ นอกจากนี้ยังพบในประเทศอินโดนีเซีย

(เกาะกาลิมันตัน ชวา ซัมบาวา และสุลาเวสี)





เชิญครับใครจะถ่ายรูปก็ลงมาได้เลยครับ





เด็กสองคนนี้ลงไปก่อนเลยกล้ามาก คนเสื้อขาวชอบงูเป็นอย่างยิ่งเล่าให้ลูกกสาวย่าฟังว่ามาชมการแสดง

ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 แล้ว หนูว่างูมันน่ารักดี แล้วเธอก็สาธยายถึงงูตัวนั้นตัวนี้บอกหนูชอบมากลายมันสวยดี

เหอะๆเจอแควนงูตัวจริงรุ่นจิ๋วเข้าให้แล้ว





ไฮไลท์แบบนี้ I จะพลาดได้ยังไง ขอหน่อยเหอะ ว่าแล้วเธอก็ยื่นกล้องให้เจ้าหน้าที่ถ่ายให้

ย่าร่วมเนียนแจมถ่ายด้วย





ตอนหน้าเราจะไปดูที่ตึก ๔ มะเส็งกันค่ะ ทำไมถึงชื่อตึก ๔ มะเส็ง ตอนหน้าเรามาหาคำตอบกันค่ะ

สรุปว่าจะได้เห็นกรีนแมมบ้ากันเหรือไม่นั้น โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ





ขอขอบคุณข้อมูลเกี่ยวกับงูจากเวบสถานเสาวภา ย่านำมาประกอบภาพเพื่อให้ท่านได้ศึกษา

หากสนใจคลิ๊กเข้าไปชมได้ยังมีรายละเอียดอีกมากค่ะ

--------

งูพิษในประเทศไทยที่มีความสำคัญทางสาธารณสุข

http://www.saovabha.com/th/snakefarm.asp

งูไม่มีพิษในประเทศไทยที่สามารถพบได้บ่อยครั้ง

http://www.saovabha.com/th/snakefarm_nonvenom.asp


Create Date : 14 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2554 21:53:58 น. 8 comments
Counter : 3521 Pageviews.

 

งูสีสวยแต่พิษภัยน่ากลัวนะคะ
น้ำท่วมนี่นอกจากจะกลัวงูที่มากับน้ำแล้ว
ยังกลัวจระเข้อีก
แวะมาทักทายย่าดาด้วยความคิดถึงค่ะ
อุ้มแวะมาเจิมบอกค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 15 พฤศจิกายน 2554 เวลา:21:16:56 น.  

 


โดย: ao (javakhao ) วันที่: 16 พฤศจิกายน 2554 เวลา:10:04:56 น.  

 
สวัสดีครับแวะมาเยี่ยมครับผม


โดย: บูรพากรณ์ วันที่: 16 พฤศจิกายน 2554 เวลา:14:04:23 น.  

 
I am constantly invstigating online for ideas that can benefit me. Thx!
louis vuitton outlet online http://www.hotelconsulting.it/


โดย: louis vuitton outlet online IP: 94.23.252.21 วันที่: 2 สิงหาคม 2557 เวลา:17:43:12 น.  

 
I do accept as true with all the ideas you've offered for your post. They are really convincing and can definitely work. Still, the posts are very brief for starters. May you please extend them a bit from subsequent time? Thank you for the post.
Louis Vuitton Handbags On Sale outlet http://www.strategis.co.uk/footer.cfm


โดย: Louis Vuitton Handbags On Sale outlet IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 สิงหาคม 2557 เวลา:18:24:56 น.  

 
You have supplied the missing link. THANK YOU! Walter A.
Wholesale Football Jerseys http://www.bhl-uk.com/products/Wholesale-NFL-Jerseys.html


โดย: Wholesale Football Jerseys IP: 157.7.205.214 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2557 เวลา:21:02:08 น.  

 
I wanted to thank you for the terrific job you did. The bottom line is that I really appreciate sincerity diligence and effort you put into giving us a quality program. Tim H.
Boston Bruins Hockey Jersey http://www.abcindustrial.co.uk/News/Boston-Bruins-Jersey.asp


โดย: Boston Bruins Hockey Jersey IP: 157.7.205.214 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2557 เวลา:11:45:45 น.  

 
Im obliged for the blog.Really looking forward to read more. Really Great.
love bracelet pink gold replica http://www.beauty-jewelry.org/fake-love-bracelet-transfer-eternal-love.html


โดย: love bracelet pink gold replica IP: 192.99.14.34 วันที่: 28 สิงหาคม 2558 เวลา:9:19:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดา ดา
Location :
1 Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




หัวใจติดปีก สัญจรผ่านมุมมองของกล้อง ทดลองสิ่งใหม่...
เวบดอกไม้ของย่าดา
โค๊ดแบนเน่อร์เวบดอกไม้,เวบบล๊อกแกงค์ของย่าดา ...คลิ๊กหน้านี้ค่ะ
.
ผลงาน1สมุดมด
ผลงาน2สมุดสร้างสุข
online
กลับไปหน้าเมนคลิ๊กค่ะ
โปรดทราบ มือถือย่ากลับมาใช้ได้อีกครั้งแล้วโปรดติดต่อผ่านทางมือถือได้ดังเดิมแต่หากติดต่อแล้วปราศจากคนรับสายก็ติดต่อทางออฟฟิตได้อีกทางที่เบอร์ออฟฟิต 02-7120222 (ย่าดา (ดา ดา) สุดา) http://dada.bloggang.com

Friends' blogs
[Add ดา ดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.