Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
12 ตุลาคม 2554
 
All Blogs
 
เที่ยวหัวใจใหม่เมืองไทยยั่งยืน เรียนรู้ประวัติและความเป็นมาของงานถือศีลกินผักจ.ตรัง ตอนที่ 7








หลังจากที่พวกเราได้ไปชมพิพิธภัณฑ์ของพระยารัษฎาฯ แล้ว เราก็ได้มีโอกาสไปชม

ยางพาราต้นแรกของประเทศไทย(THE FIRST PARA RUBBER TREE OF THAILAND)

ตั้งอยู่ริมถนนก่อนเข้าสู่ตัวเมืองอำเภอกันตัง เขาเล่าว่านี่คือหนึ่งในต้นยางชุดแรกที่ ท่าน

พระยารัษฎาฯ นำมาปลูก


ประวัติความเป็นมาของยางพาราน่าสนใจมากค่ะย่าจึงขอนำมาให้อ่าน

ยางพาราเป็นพืชที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน เริ่มจากการเดินทางไปพบทวีป

อเมริกาของโคลัมบัส ในราวปี พ.ศ.2036 หรือเป็นเวลาประมาณ 510 ปีมาแล้ว ต่อมา

ได้มีการสำรวจหลายคณะเดินทางไปภายหลัง พบเห็นชาวอินเดียแดงซึ่งเป็นคนพื้นเมือง

ในอเมริกาใต้ นำลูกบอลล์ยางเล็กๆ มาเล่นเกมส์และเห็นเป็นของแปลกที่มีวัตถุกระดอน

เต้นขึ้นลงได้ ชาวอินเดียแดงเรียกต้นยางว่า "คาอุห์ชุค" (Caoutchoue) แปลว่า "ต้นไม้

ที่ร้องไห้" เพราะเมื่อต้นยางถูกของมีคมจะมีน้ำยางหยดไหลคล้ายหลั่งน้ำตา ชาวอินเดีย

แดงนำยางมาทำของใช้ต่างๆ เช่น ขวดหรือภาชนะที่ทำจากยาง และรองเท้ายางที่ทำ

ง่ายๆ โดยใช้เท้าจุ่มลงในน้ำยางแล้วยกมาปล่อยให้แห้ง ทำหลายๆ ครั้งจะได้รองเท้ายาง

ที่แนบสนิทเหมือนสวมถุงเท้า คณะนักสำรวจจากยุโรปเดินทางกลับได้มีผู้นำยางจากเมือง

พารา (PARA) ซึ่งเป็นเมืองท่าแถบลุ่มน้ำอะเมซอนอเมริกาใต้ และเมื่อถึงยุโรปแล้วได้พบ

โดยบังเอิญว่า ถ้านำยางมาถูรอยดินสอจะลบรอยดินสอได้ (Rubber) ชื่อ "ยางพารา" หรือ

PARA RUBBER จึงเป็นชื่อที่ติดปากคนทั่วโลกตั้งแต่นั้นมา


การค้นคว้าพัฒนายางทางอุตสาหกรรมในยุโรปขยายตัวอย่างรวดเร็ว เริ่มจากนำน้ำยางสด

ไปเคลือบผ้าทำผ้ายางกันฝนได้ นำไปผลิตทำที่รองรับความยืดหยุ่นของเครื่องยนต์ ใช้ทาง

การแพทย์ ทำอุปกรณ์กีฬาและของเล่นต่างๆ แต่ที่สำคัญแล้วใช้เป็นปริมาณมากที่สุด คือ

ใช้ในอุตสาหกรรมทำยางรถยนต์ และใช้เทคโนโลยีสูดสุด ได้แก่ การทำล้อเครื่องบิน นอก

จากนี้ยังใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ พวกโซฟา ที่นอนฟองน้ำ ทำให้เราได้นั่งได้นอนที่นุ่มๆ แสนสบาย

ยางพาราจึงเป็นต้นไม้ที่สวรรค์ประทานมา เพื่อความผาสุขของมวลมนุษย์ชาติ


ยางพาราเข้าสู่ไทย


ประมาณปี พ.ศ.2442 พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองตรัง

ได้นำยางพาราจากมาเลเซียเข้ามาปลูกที่อำเภอกันตัง จังหวัดตรังเป็นแห่งแรก และต้นยาง

ต้นดังกล่าวปัจจุบันก็ยังอยู่ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนก่อนเข้าสู่ตัวเมืองอำเภอกันตัง นับจากเริ่มปลูก

ครั้งแรกถึง พ.ศ.2548 ยางพาราไทย อายุครบ 106 ปี


เหตุใดต้องมีสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.)

ต้นยางแก่ที่ปลูกมา 20-25 ปี หน้ากรีดจะเสียหายและให้ผลผลิตน้อยไม่คุ้มค่า และไม่

สามารถจะยึดถือเป็นอาชีพต่อไปได้ เจ้าของสวนยางส่วนใหญ่ 80-90 เปอร์เซ็นต์ เป็นเจ้า

ของสวนยางขนาดเล็ก ซึ่งไม่มีทุนรอนที่จะไปทำการโค่นปลูกใหม่ได้ ในขณะที่ประเทศเพื่อน

บ้าน คือ มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย ได้จัดตั้งกองทุนสงเคราะห์ช่วยเหลือเจ้าของสวนยางใน

ประเทศของเขา ในการแก้ปัญหาดังกล่าว จากแนวคิดนี้รัฐบาลสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

จึงได้ออกพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางขึ้นในปี พ.ศ.2503 ให้ สกย

.เป็นองค์กรของรัฐประเภทไม่แสวงหาผลกำไรเชิงธุระกิจ โดยให้ทำการเก็บเงินสงเคราะห์

(Cess) จากผู้ส่งยางออกนอกราชอาณาจักรแล้วนำเงินทุนดังกล่าวมาบริหารงาน 10 เปอร์

เซ็นต์ ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ จ่ายให้กรมวิชาการเกษตร เพื่อค้นคว้าทดลองเกี่ยวกับยาง และ

85 เปอร์เซ็นต์ ต้องนำมาเพื่อให้การสงเคราะห์ปลูกแทน การให้ทุนสงเคราะห์ปลูกแทนนั้น

นอกจากให้ปลูกยางพันธุ์ดีแล้ว สกย.ยังให้ทำการปลูกแทนด้วยไม้ผลและพืชเศรษฐกิจอื่นๆ

ได้อีกประมาณ 30 ชนิด และที่นิยมขอทุนปลูกแทนกันกว้างขวางขณะนี้ คือ ขอปลูกแทน

ด้วยปาล์มน้ำมัน ปาล์มน้ำมันจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่มาแรง มีการขอทุนกันมากขึ้นทุกปี


ปัจจุบันประเทศไทยผลิตยางพาราธรรมชาติได้มากที่สุดในโลก เนื้อที่ปลูกประมาณ

12.3 ล้านไร่ มีผลผลิตส่งออกปีละประมาณ 2.4 ล้านตัน มูลค่า 100,000 ล้านบาท/ปี ส่งออก

ไปในรูปน้ำยางข้น (Concentrate Latex) ยางแผ่นรมควัน (Ribbed Smoke Sheet : RSS)

ยางอบแห้ง (Air Dried Sheet : ADS) และยางแท่ง (Standard Thai Rubber : STR) และที่

ตลาดต้องการมากที่สุดคือยางแผ่นรมควันชั้น 3 (RSS 3) และยางแท่งเบอร์ 20 (STR 20)

เพราะยางทั้งสองชนิดนี้นำไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมทำยางรถยนต์


(ชมต่อ)ภาพกรรมวิธีการผลิตยางพารา คลิ๊กลิงค์ด้านล่าง ขอบคุณผู้จัดทำข้อมูลเป็นอย่างยิ่งค่ะ


http://www.trangzone.com/travel_detail.php?ID=10




หลังจากนั้นพวกเราก็กลับไปพักผ่อนกันที่โรงแรม โดยน้องสาวคิตตี้ให้พวกเราอาบน้ำพักผ่อนกันตาม

อัธยาศัย เราจะทานข้าวกันประมาณทุ่มหนึ่ง ระหว่างนี้กลางคืนมีตลาดมืดข้างโรงแรมให้ได้ซื้อของกัน

ตอนแรกย่างง อ้าวตลาดมืดแล้วไม่โดนจับหรอ อิอิ ปรากฎว่าเป็นคำเรียกขานของชาวบ้านค่ะ

ที่จริงมันคือถนนคนเดินช่วงเข้าใต้เข้าไฟนั่นเอง





ตลาดนัดถนนคนเดิน อยู่หน้าสถานีรถไฟตรัง ติดกับโรงแรมศรีตรังที่เราพักอยู่นั่นเอง เปิดขายทุก

วันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00 น.ถึงประมาณ 22.00 น.





ทางพาณิชย์จังหวัดควบคุม ไม่ให้ขายสินค้าแปลกถิ่น

ควรจะเป็นผลิตภัณฑ์หรืออาหารของทางใต้ล้วนๆให้สมกับเป็นตลาดถนนคนเดินของชาวใต้จึงไม่

ควรมีเสื้อชาวเขา กระเป๋าชาวเขาจากทางเหนือ แต่ก็ยังมีหลงมาจนได้





อ้าวแล้วนี่ก็ไม่ใช่อาหารใต้นิ





อยู่ถนนสถานีเดินจากโรงแรมศรีตรังมาแค่ไม่กี่ก้าว ฟ้ากำลังงามเพื่อนเดินไปถึงไหนกันแล้วก็ไม่รู้

เดินเก็บภาพเล่นตามประสาย่าดีกว่า เหอๆ





ไม่ต้องมีไฟฉกไฟแฉกกันแล้ว เพราะขาตั้งกล้องย่าติดไปกับคุณโจนผู้มีน้ำใจช่วยถือขาตั้งกล้องให้ย่าจ๊ะ อิอิ





เพิ่มไอเอสโอเอาแล้วกัน คุณน้อยส์จะมาเยือนบ้างก็ต้องแลกกันจ๊ะ ดีกว่าไม่ได้ภาพ


ส่วนใหญ่จะเป็นของกินนะ ที่นี่เรื่องอาหารการกินนี่เป็นจุดเด่นเลยทีเดียว





มุมนี้จะเห็นป้ายโรงแรมศรีตรัง





ปลาย่าซีอิ้วน่าทาน แต่เดี๋ยวก่อนเก็บท้องไว้มื้อเย็น(ที่นี่ทานมื้อเย็นกันดึกค่ะ)จะดีกว่า





เก็บแต่ภาพเอาไว้เป็นที่ระลึกก็แล้วกัน ว่าแล้วก็ขอช๊อต close up ซะหน่อย





สะดุดตาร้านโกปี้ร้านนี้ ตรงที่มีรูปในหลวง และพระราชินี ติดไว้ที่หน้าร้านแต่เนื่องจาก

สถานที่ตั้งร้านนี้ไม่ค่อยมีแสงไฟเท่าไหร่ภาพเลยออกมาไม่งามนัก และมาทราบเอาทีหลังว่า

จุดเด่นร้านนี้คือเขาจะนำถ้วยโกปี้นึ่งไว้ในรังถึง เวลานำออกมาชงจึงได้รสชาดที่กลมกล่อมกว่า

ร้านทั่วๆไป ฝากไว้ก่อนค่ะหากมีโอกาสมาอีกครั้งคงขอมาลองนั่งซดโกปี้ที่ร้านนี้บ้าง





ปลาหมึกปิ้งน่าทาน แต่เขาพึ่งย่างนะ





อาหารหลากหลาย





ขายกันคึกคักกันเลยทีเดียว





อาหารเมนูยำสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ





ชมกันเพลินค่ะ ไม่ได้ซื้อเพราะไม่มีปัญญาหอบ





ผลไม้เชื่อม





หรือจะแวะใช้บริการการวาดรูป





ลูกอมหลากสีหลายสไตล์





ฟิซซ่ามั้ง





ชมกันเพลินจนหนูอุ้มมาตาม ย่าๆเขารวมพลกันแล้วนะไปเร้ว





หลากหลายจริงค่ะ ตลาดนี้ ย่าไม่ได้เดินทั่วหรอกค่ะเพราะห่วงกลัวจะเลยเวลานัด





ร้านที่ทาง ททท.สนง.ตรัง พาพวกเราไปทานอาหารเย็น คือร้านเลตรัง 2

ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนไทรงามซอย 1 ตำบลทับเที่ยง และอยู่ข้างโรงพยาบาลราชดำเนิน





ร้านเลตรัง 2 สวยงามหรูหรา





กำนันพรศักดิ์ เกลี้ยงช่วย เจ้าของร้านมาต้อนรับคณะของเรา





ช่วงนั้นได้เวลาถ่ายทอดบอลพอดี





คุณจรัล ชื่นในธรรม ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จ.ตรังเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหาร

พวกเราค่ะ ขอบพระคุณอย่างยิ่งค่ะ





ขนมจีบกุ้งลูกโต โรยหน้าด้วยไข่กุ้ง,ฮ่อยจ๊อ เนื้อปูล้วนๆไม่มีมันหมู ผสมเนื้อไก่ เพิ่มความ

กรอบด้วยแห้วสด ลูกโตสนนราคาอยู่ที่ลูกละ 35 บาท อร่อยเลิศทั้งสองอย่าง





สามอย่างด้านหน้าคือเมนูที่ทานด้วยกัน เรียกว่า ปูนิ่มผัดผงกะหรี่จิ้มหมั่นโถวทอด

ที่ทางร้านแยกไว้เพราะกลัวว่าผู้รับประทานจะเพลิดเพลินกับการสังสรรจนลืมทาน

กว่าจะทานก็ทำให้ปูนิ่มไม่กรอบ


วิธีทาน บิหมั่นโถวมาพอคำ ตักผัดผงกะหรี่ใส่ลงไป และตามด้วยปูนิ่มทอดกรอบ

อร่อยล้ำเชียวแหล่ะค่ะ




กุ้งทะเลผัดสะตอกับกะปิ กุ้งมาเป็นตัวใหญ่ๆ น่าทานมากค่ะ เมนูนี้ถูกใจย่าเป็นที่สุดเพราะ

เป็นคนที่ชอบผัดสะตอค่ะ





ผักเหลียงหรือผักเหมียงผัดไข่ผักเฉพาะถิ่นที่หาทานได้จากทางใต้เท่านั้น




แกงเหลืองปลากะพงใส่ออดิบ(คูณ)และยอดมะพร้าว เมนูโปรดของย่าอีกเมนูหนึ่งปรกติทาน

แกงเหลืองรสชาดจะเผ็ดจัด ทำให้ย่าทานไม่ได้มาก เพราะสู้ความเผ็ดไม่ไหว แต่ที่นี่เผ็ดแต่

พอดีกลมกล่อมจนทำให้ย่าทานเพลินจนลืมอิ่มกันเลยทีเดียว





ปลาทอด เมนูที่เป็นมิตรกับเหล่าส.ว.(สูงวัย)





เผือกเกล็ดหิมะ เป็นเมนูที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอเป็นพิเศษ ได้รับการเตือนว่าให้เป่าเสีย

ก่อนนะ อย่ารีบนำเข้าปาก ชื่อเกล็ดหิมะนี่มันไม่ได้เย็นนะคะ ร้อนปากพองเลยทีเดียว

เพราะเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ


ขออนุญาตนำเอาคำอธิบายเมนูนี้จากหนูพลอย ลูกสาวกำนันพรศักดิ์ เกลี้ยงช่วย เพื่อ

เป็นความรู้แด่ท่านผู้อ่านค่ะ ขอบคุณหนูพลอยมาณที่นี้ด้วยค่ะ

------------


เผือกหิมะนี่ ที่โรยเป็นน้ำตาลที่ได้จากการเคี่ยว น้ำ น้ำตาล กะทิ พอจับตัวเหนียวๆ ใส่

เผือกที่ทอดแล้วลงไป ต่อมา น้ำตาลเคลือบเผือกดีแล้ว ก็ตักเผือกวางไว้ในจาน ส่วนน้ำตาล

ที่เหลือในกระทะ ใช้หลังตะหลิว ขยี้จนเป็นสีขาวคล้ายเกล็ดหิมะค่ะ ^^

ploybabe

----------

อ่านแล้วรู้สึกว่าทำไม่ง่ายเลย อร่อยค่ะหวานเค็มกำลังดี





มะม่วงน้ำปลาหวาน สูตรน้ำปลาหวานนี่เป็นสูตรเฉพาะของที่นี่ ทานกับมะม่วงเบา

เข้ากั้นเข้ากัน อร่อยจนลืมเกรงใจน้ำหนักตัวไปชั่ววูบ





กำนันพรศักดิ์และคุณอุษา เกลี้ยงช่วย,น้องพลอย(ploybabe)ลูกสาวคนสวยถ่ายกับคุณ

จรัล ชื่นในธรรม ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตรัง


กำนันพรศักดิ์เล่าถึงที่มาของร้านอาหารเลตรัง เริ่มจากการทำรีสอร์ทชื่อ ‘เลตรังรีสอร์ท

& ทราเวล’ ซึ่งต้องมีอาหารให้กับลูกค้า จึงเปิดร้านอาหาร เลตรัง ที่ปากเมง เรียกว่า

เลตรัง 1 ต่อมาก็เปิด เลตรัง 2 คือที่นี่ เพื่อลูกค้าจะได้สะดวกไม่ต้องเดินทางไปทานถึง

ปากเมง และเมื่อเร็วๆนี้ก็เปิดขายติ่มซำเพราะลูกสาวคนสวยน้องพลอยไปเรียนภาษา

ที่เซี่ยงไฮ้ พร้อมทั้งเรียนเกี่ยววิชาติ่มซำกลับมาด้วย เรียกได้ว่าเป็นครอบครัวมือโปร

ในเรื่องอาหารเลยทีเดียว





หนูสาวคิตตี้กระซิบบอกย่าว่า ย่าต้องไปชมห้องน้ำของที่นี่เขานะ เพราะสวยมาก

ย่าเกิดความสงสัยว่าสวยจริงฤ ต้องไปพิสูจน์





สวยหวานทีเดียว แถมหอมกลิ่นดอกจำปา,กลีบดอกกุหลาบ ที่นำมาประดับ

ตรงทางเดินห้องน้ำ ส่วนในห้องน้ำมีช่อกุหลาบใบเตย (ใบเตยที่ขดเป็นดอกกุหลาบ)

อวลกลิ่นหอมฟุ้งเชียว





หวานกว่านี้มีอีกไหมคะ





พวกเราอำลากำนันพรศักดิ์ และครอบครัว ครั้งหน้าย่าขอราดหน้ามหาสมุทร ของขึ้น

ชื่อนะคะ อิอิ

ผอ.นัดไปทานโรตีกรอบ ที่ตลาดถนนคนเดินแต่ย่าไม่ได้ไปเพราะ อิ่มจนเดินแทบไม่ไหว

และก็อยากจะพักผ่อนเอาแรงในวันถัดไปค่ะ


ลากันด้วยภาพริ้วแสงยามเช้าที่โรงแรมศรีตรังค่ะ





Create Date : 12 ตุลาคม 2554
Last Update : 12 ตุลาคม 2554 15:01:49 น. 8 comments
Counter : 1722 Pageviews.

 
ขอบคุณครับ เขียนดีนะครับ
ติดตามอยู่นะครับ เดี๋ยววันหลังจะตามมาอ่านใหม่ bookmark ไว้ละ :D
วันนี้พอก่อน วันละนิด จิตแจ่มใส่ :D




_________________________________________________________________________________


cheap halloween costumes | homemade halloween costumes | adult halloween costumes





โดย: lafaellcross วันที่: 13 ตุลาคม 2554 เวลา:4:20:45 น.  

 
โห ย่าดาขา .. ตามไปเที่ยวกับย่าดาบล็อกนี้
ต้องเรียกว่าได้ครบรสชาติมากเลยค่ะ

เมื่อไหร่จะได้มีโอกาสไปเยือนตรังเหมือนย่าดา
กับชาวคณะมั่งก็ไม่รู้นะค่ะ ของกินเน้นๆ ความรู้แน่นๆ
เพียบเลยค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 13 ตุลาคม 2554 เวลา:10:13:55 น.  

 
ตามมาอ่านอีกรอบ ขอบคุณมากงับ วันหลังเดี๋ยวเวะมาเจิมอีก




____________________________________________________________________________________

if you find a new laptop but don't know where to buy visit us where to buy a laptop we can help you choose laptops.



โดย: lafaellcross วันที่: 14 ตุลาคม 2554 เวลา:20:44:17 น.  

 
สวัสดียามค่ำๆค่ะ ช่วงนี้ครูเกศต้องขอโทษที่หายไปบ่อยๆในช่วงนี้ เพราะว่าน้ำเริ่มเอ่อหน้าบ้านแล้ว เลยแว๊ปไปแว๊ปมาห่วงที่ไม่ได้เข้ามาทักทายเพื่อนๆและก็ห่วงน้ำเช่นกันค่ะ เฮ้อ!ชีวิตช่วงนี้วุ่นวายดีจริง คุณดา สบายดีนะคะ
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: เกศสุริยง วันที่: 14 ตุลาคม 2554 เวลา:21:31:46 น.  

 
ขอบคุณครับ สำหรับข้อมูล
เดี๋ยวว่างๆ จะมาเจิมอีก


______________________________________________
wellcome to halloween day if you need halloween costumes visit us halloween costume ideas


โดย: lafaellcross วันที่: 15 ตุลาคม 2554 เวลา:4:00:18 น.  

 
เทพ สุดๆ

นับถือ นับถือ



สวัสดีครับ ย่าดา


โดย: อสูรกายไทฟอน วันที่: 16 ตุลาคม 2554 เวลา:23:57:35 น.  

 
สวัสดีค่ะทุกท่าน


โดย: ดา ดา วันที่: 17 ตุลาคม 2554 เวลา:11:39:16 น.  

 
ขอบคุณคร้าบที่มีน้ำใจเขียนให้อ่าน
ไปละครับ


__________________________________________
halloween costume ideas | discount halloween costumes | cheap halloween costumes | cheap halloween costumes | halloween costumes for girls | girl halloween costumes | kids halloween costumes | black friday gps | black friday laptop | black friday lcd tv





โดย: lafaellcross วันที่: 22 ตุลาคม 2554 เวลา:7:22:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดา ดา
Location :
1 Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




หัวใจติดปีก สัญจรผ่านมุมมองของกล้อง ทดลองสิ่งใหม่...
เวบดอกไม้ของย่าดา
โค๊ดแบนเน่อร์เวบดอกไม้,เวบบล๊อกแกงค์ของย่าดา ...คลิ๊กหน้านี้ค่ะ
.
ผลงาน1สมุดมด
ผลงาน2สมุดสร้างสุข
online
กลับไปหน้าเมนคลิ๊กค่ะ
โปรดทราบ มือถือย่ากลับมาใช้ได้อีกครั้งแล้วโปรดติดต่อผ่านทางมือถือได้ดังเดิมแต่หากติดต่อแล้วปราศจากคนรับสายก็ติดต่อทางออฟฟิตได้อีกทางที่เบอร์ออฟฟิต 02-7120222 (ย่าดา (ดา ดา) สุดา) http://dada.bloggang.com

Friends' blogs
[Add ดา ดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.