Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
21 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 
ย่าดา ที่เกาหลี ตอนที่ 5 รักนิรันดร์ที่ N Seoul Tower,ชมโซลมุมกว้าง






การมาชมN Seoul Tower นั้นสามารถมาได้ทางรถบัสที่คันนี้ ลูกๆของย่าตัดสินใจเรียกรถแทกซี่ มา

เพราะถ้าจะใช้บริการรถคันนี้เราก็ต้องเดินทางไปยังจุดบริการของรถคันนี้อยู่ดี เรามาลงที่เชิงเขาจุดที่ใกล้ที่สุดที่

เขาอนุญาตให้รถแทกซี่ขึ้นไปได้





เกาหลีก็มีพวกมือบอนนะ พวกคนไทยมือบอนก็มีไปเขียนเรื่องการเมืองบ้านตัวเองเหมือนกันแหละแต่ไม่เอารูป

มาลงจ๊ะเดี๋ยวจะกลายเป็นประเด็น





หออยู่ตรงนี้ ห่างจากจุด P(Park) เป็นระยะทางไกลพอควรทีเดียว ต้องเดินขึ้นไปบนทางเดินลาดชันเล็กน้อย

แต่ก็ไม่หนักหนาอะไรนักเพราะย่าได้เพลินชมวิวมุมสูง และชมดอกไม้ข้างทางไปด้วย





อาร์ดเวิร์คข้างรถบัสสวยดี ถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึก





ลีดเดอร์ทริปเรารอนำทางอยู่แล้ว ส่งสัญญานให้ตามไปจ๊ะ





เนื่องจากยังเช้าอยู่ อากาศออกจะทึมๆ แถมต้นไม้ใหญ่พร้อมใจกันสลัดใบทิ้งหมด ยิ่งดูเหงาๆเข้าไปใหญ่





เดินต้านแรงโน้มถ่วงของโลกก็เหนื่อยหน่อย เห็นกองหินเรียงกันไว้เหมือนรูปเจดีย์

ดูแปลกตาจึงเก็บภาพไว้เผื่อเพื่อนๆที่อยู่ที่เกาหลีจะให้รายละเอียดได้





เดินมาสักระยะหนึ่งพอเห็นบ้างแล้ว N Seoul Tower





กำแพงหินสวยดี





ประวัติ SEOUL TOWERไม่มีภาษาอังกฤษ จึงขอเอาบทความที่มีคนเขียนถึงมาให้อ่านค่ะ

ขอบคุณเจ้าของบทความมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ


---

หอคอยเอ็นโซล ( N Seoul Tower) หรือ หอคอยกรุงโซล (Seoul Tower)หรือบางครั้งเรียก

“นัมซันทาวเวอร์” ( Namsan Tower ) เพราะตั้งอยู่บนภูเขานัมซาน มีทางขึ้นอยู่ตรงสวนนัมซาน

( Namsan Park ) ซึ่งเป็นหอคอยที่มีความสูงจากฐานประมาณ 236.7 เมตร มีความสูงถึง 480

เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ถูกสร้างขึ้นในปี 1969 และเปิดให้เข้าชมเมื่อ ปี 1980 ซึ่ง SEOUL TOWER

เป็นหอคอย 1 ใน 18 หอคอยเมืองที่สูงที่สุดในโลก มีทั้งหอคอยดูดาว มีภัตตาคาร ซึ่งแยกเป็น 3 โซน Tower,

Plaza, และ Lobby


หอคอย N Seoul Tower ถือได้ว่าเป็น Landmark หรือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของกรุงโซลก็ว่าได้

มึความสวยงามมากในตอนกลางคืน ทำให้เป็นที่สนใจ ของทั้งผู้คนในประเทศเกาหลี และนักท่องเที่ยวต่างชาติ มาชม

ทัศนียภาพอันงดงามของกรุงโซลยามค่ำคืน พร้อมยังมีลิฟต์ความเร็วสูงถึงสี่เมตรต่อวินาที เพื่อขึ้นไปยังบนหอคอย ข้าง

บนมีหน้าต่างกระจก ซึ่งจะจารึกไว้ด้วยชื่อของเมืองใหญ่ทั่วโลกที่อยู่ห่างจากจุดของหน้าต่างนั้น Ex. " Paris

is 8,908.51 km away, Rome is 8,982.44 km far, and New

York is 11,061.86 km away from Seoul's tower. " ซึ่งท่านสามารถ

ห็นสถานที่ท่องเที่ยวจากหอคอยกรุงโซลได้ 360 องศา ( ชมวิวแบบพาโนรามา ) บางสามารถดูแม่น้ำ Han

ซึ่งไหลผ่านใจกลางกรุงโซล บางสามารถดูภูเขา Bukhan ที่ล้อมรอบกรุงโซลและเทือกเขาของ Inwangsan

ได้เลยทีเดียว


การขึ้นหอคอยกรุงโซล มีอยู่ 3 แบบ คือ

1. นั่งกระเช้าไฟฟ้าจากสถานีเนินเขา ตรงสวนนัมซาน

2. เดินขึ้น

เขาจากด้านล่าง ( นิยมมากสำหรับคนเกาหลี ตอนนั่งรถบัสขึ้น ถ้าได้ไปช่วงเย็นๆ ก็จะเห็นคนเกาหลีเดินไปเป็นคู่หนุ่มสาว

บ้าง วิ่งออกกำลังกายบ้าง )

3. นั่งรถบัส แล้วเดินขึ้นเขาอีกหน่อย เพราะว่าทางรัฐบาลเกาหลี อนุญาตให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สามารถนำรถบัสไป

จอดตรงลานจอดรถข้างบนได้ แต่ก็เดินต่อขึ้นอีกนิดหน่อย แต่ก็เหนื่อยเหมือนกัน ซึ่ง N Seoul Tower นั้น

สามารถเที่ยวได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ถ้ากลางวันก็จะเห็นวิวชัดเจน เห็นแม่น้ำฮัน เห็นภูเขาหัวมังกร ที่อยู่ด้านหลัง

Blue House ได้ด้วย แต่ถ้าไปตอนเย็นๆหรือตอนกลางคืน ก็อาจมีการโชว์เล็กๆน้อยๆ ของคนเกาหลี และก็จะเห็น

เขาเล่นไฟที่ตรงตัวของหอคอย ดั่งรูปข้างบน และเห็นแสง สี ยามค่ำคืนของกรุงโซล ฯลฯ

อ่านต่อที่ลิงค์ด้านล่างค่ะ


www.iamvacation.comคลิ๊กค่ะ





ถ่ายกับ HAECHI SEOUL





ใกล้ถึงเวลาเปิดแล้ว





หุ่นเทดดี้แบร์ที่ร้านขายของที่ระลึก ที่นี่จะมีพิพิธภัณฑ์หมีเทดดี้แบร์ด้วยค่ะ

แต่ไม่ได้เข้าไปดูเพราะ โรงเรียนพาเด็กๆมาเที่ยวกันหลายค้นรถเชียวค่ะ

ซึ่งเขาจองคิวกันมาก่อนแล้ว หากจะเข้าไปรอชมคงต้องรอคิวกันอีกนาน จึง

ขอผ่านค่ะ





Tak กับ Key lock trees

นับเป็นไฮไลท์ของที่นี่ก็ว่าได้ ในอดีตจะมีคู่รักนำกุญแจมาคล้องล๊อกและนำกุญแจไปโยทิ้งด้วยมีความชื่อว่าความรักของ

ทั้งสองจะไม่มีวันพรากจากกัน ความเชื่อนั้นได้ยืนยาวผ่านเวลากันยาวนานจนทำให้ ณ ที่แห่งนี้มีกุญแจที่หลากหลายเพิ่ม

ทับทวีจนกระทั่งล้นไปทั่วทั้งบริเวณนั้น





แต่ก่อนก็ไม่เยอะขนาดนี้ และล๊อกไว้ตามราวทางเดิน พอมีมากเข้าๆที่ไม่พอให้ล๊อกได้เขาจึงต้องย้ายมาทำเป็นทรงต้นไม้

ให้คล้องกันตัวกุญแจก็มีหลากหลายรูปแบบ ย่าถ่ายมาให้ชมกันบางส่วนค่ะ





มากมายหลายรูปแบบจริงๆ เรียกว่าใครจะออกแบบกุญแจไม่ต้องคิดมากเลยมาที่นี่แบบมีให้ดูเพียบ





แต่ละคู่มีเขียนข้อความสัญญาใจที่มีไว้ให้แก่กัน (ย่าคิดเอาเองนะเพราะอ่านภาษาเกาหลีไม่ออก อิอิ)





ความรักที่บึกบึนแต่ก็หวานแหว๋วนะจ๊ะ





รักเรามันเก่าไปขึ้นสนิมแล้วจ๊ะ





ต้นไม้กุญแจเรียงราย ไม่ใช่มีแค่นี้นะเดี๋ยวจะพาไปชมอีกด้าน





รหัสลับกุุญแจใจ ตั้งเลขเสร็จแล้วก็ไม่ต้องจำลืมๆไปได้เลยจ๊ะ





รักนิรันดร์ที่ Seoul Tower





กุญแจรักสะท้านโลกันต์





จากจุดหอคอยชั้นล่างมองลงไปยังทางเดินที่เราเดินขึ้นมา





หอคอย N โซล

เมื่อเราขึ้นไปบนหอคอยแห่งกรุงโซล เราจะเห็นทัศนียภาพทั้งหมดของกรุงโซล และที่บนสุดของหอคอยก็จะมีหอดูดาว

และภัตตาคารหมุนได้รอบ 360 องศา นอกจากนี้ยังมีบริเวณดูหนังฟังเพลงส่วนตัวที่คุณสามารถดูตัวอย่างภาพยนตร์

ล่าสุดและชมมิวสิควิดีโอเยี่ยมชมหอจัดนิทรรศการที่มีนิทรรศการด้านวัฒนธรรมจัดแสดงอยู่ และขึ้นไปบนเฉลียง

บริเวณหลังคาซึ่งคุณจะเห็นทิวทัศน์ของกรุงโซลจากด้านบนนี้ได้ พิพิธภัณฑ์ เทดดี้แบร์ตั้งอยู่ที่ชั้น B1 เป็นที่แสดง

เรื่องราวประวัติศาสตร์ของกรุงโซลและเกาหลี


(อันนี้ต้องขอชมเชยว่าเขาเข้าใจคิด เอาตุ๊กตาหมีมาแต่งตัวแบบโบราณ ทำเป็นจำลองเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ของเขา

ทำให้เด็กของเขาได้ซึมซับประวิติศาสตร์ผ่านตัวตุ๊กตาหมีที่เขาชื่นชอบ : ย่าดา)





นึกว่ามีกุญแจเฉพาะที่คล้องกุญแจรูปต้นไม้มาตรงระเบียงชมวิว อุ๊..แม่จ้าว นี่แค่มุมหนึ่งของระเบียงเท่านั้นนะ





กุญแจคล้องซ้อนๆกันแน่นไม่มีพื้นที่ว่างเลยจริงๆ





ขนาดเก้าอี้นั่งยังดีไซน์ให้เทเข้าหากัน





ดูกันชัดๆ





แลลอดชมเมือง





รักทรหด





หอคอยด้านข้าง N tower สงสัยจะเป็นที่ส่งกระจายเสียง





กล้องส่องทางไกลขี้เหร่ไปด้วยลายเซ็นต์ของวัยรุ่น(มั้ง)





วิวมุมสูงจาก N Seoul Tower





เอาประวัติศาสตร์ ของเกาหลีมาอ่านระหว่างชมวิวมุมสูง


มนุษย์เริ่มเข้าไปตั้งรกรากในบริเวณที่เป็นประเทศเกาหลีในปัจจุบันเมื่อประมาณ 500,000 ปีก่อนราช

อาณาจักรแรกได้แก่ โกโจซอน (โซซอนโบราณ) อยู่ในช่วงปี 2333-108 ปีก่อนคริสกาล หลังจาก

ราชอาณาจักรโบราณสามแห่งของโคกูเรียว แพ็กเจและชิลลา นับเป็นอาณาจักรที่มีอำนาจสูงสุดในแถบนั้น เป็น

ที่รู้จักกกันว่า ยุคแห่งสามอาณาจักรระหว่าง 57 ปีก่อนคริสศักราช ถึงปี ค.ศ. 668 ในปี ค.ศ. 668

และ 660 ตามลำดับ อาณาจักรโคกูเรียว และแพ็กเจ ได้พ่ายแพ้ต่ออาณาจักรชิลลา จึงเป็นการรวมเอาดินแดน

ในคาบสมุทรเข้าด้วยกันในปี ค.ศ. 676 ยุคชิลลารวมอาณาจักร (ปี ค.ศ. 6736-935) นับเป็น

ยุคทองของวัฒนธรรมเกาหลี โดยเฉพาะทางด้านพุทธศิลป์ ต่อมาในยุคอาณาจักรโคเรียว


หลังจากการล่มสลายของอณาจักรโคเรียว นายพลแทโจยอง แม่ทัพแห่งโคกูเรียวก็ได้สถาปนาราชอาณาจักรบัลแฮ

ขึ้นพร้อมกับเหล่าทหารลีภัยไปราชอาณาจักรบัลแซอยู่ในช่วงปี 698 ถึง 926 และช่วงเวลาแห่งความสมบูรณ์

พูนสุขก็มาถึงจุดสูงสุดในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 9





เมื่อราชวงศ์โคเรียวขึ้นครอง (ปี ค.ศ. 918 -1392) มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชนชั้นปกครองขึ้น

พุทธศาสนาได้กลายเป็นศาสนาประจำชาติ และมีอิทธิพลต่อระบบการเมืองการปกครองเป็นอย่างมาก ชื่อประเทศ

เกาหลีมาจากคำว่า โคเรียว นั่นเอง


ปี ค.ศ. 1392-1910 อยู่ในสมัยราชวงศ์ โชซอน อันเป็นราชวงศ์สุดท้ายของประเทศเกาหลี มีการ

ปฏิรูปการเมืองการปกครองอย่างเอาจริงเอาจัง ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือ การยกย่องให้ลัทธิขงจื้อกลาย

เป็นคติธรรมประจำชาติ การสร้างสรรค์งานด้านวรรณศิลป์ และการประดิษฐ์ตัวอักษร ฮันกึล ในปี ค.ศ. 1443

ทำให้ยุคนี้มีความสำค้ญอย่างยิ่งต่อวัฒนธรรมเกาหลี มีเมืองอันยาง ซึ่งปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ โซล เป็นเมืองหลวงในปี

ค.ศ. 1394 ปราสาทและกำแพงเมืองจากในยุคนี้ยังคงมีให้เห็น จนกระทั่งปัจจุบัน





ราชวงศ์โชซอนได้สิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1910 ภายหลังการรุกรานของกองทัพญี่ปุ่น และประเทศเกาหลีได้ตก

เป็นของอาณานิคมของประเ้ทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 35 ปี จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่สองได้สิ้นสุดลงในวันที่ 15

สิงหาคม ค.ศ. 1945 กองทัพญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามและถอนกำลังออกจากประเทศเกาหลีซึ่งถูกแบ่งออกเป็น

สองประเทศ คือประเทศเสรีทางใต้ และประเทศคอมมิวนิสต์ทางเหนือ สามปีต่อมาประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งอยู่

ทางใต้ จึงจัดตั้งรัฐบาลอิสระได้สำเร็จ


สงครามได้ระเบิดขึ้นเมื่อ วันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 1950 เมื่อเกาหลีเหนือ บุกเกาหลีใต้ และในที่สุดก็มี

การลงนามในสัญญาสงบศึกในปี ค.ศ. 1953 หลังสงครามดังกล่าว เกาหลีใต้ได้ประสบความสำเร็จอย่างมาก

ในการฟื้นฟูประเทศให้มั่นคงและมั่งคั่งอีกครั้งหนึ่ง





ในปี ค.ศ. 1988 กรุงโซลเมืองหลวงของเกาหลีใต้ได้เป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิก ในเดือนกันยายน

ปี ค.ศ. 1991 ทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในองค์การสหประชาชาติพร้อมกัน

จากนั้นในเดือนมิถุนายนปี ค.ศ. 2000 การประชมสุดยอดครั้งประวิติศาสตร์ได้จัดขึ้นที่กรุงเปียงยาง

เหมืองหลวงของเกาหลีเหนือ ต่อมาในปี 2002 ได้จัดการแข่งขันฟีฟ่าเวิลด์คัพครั้งที่ 17 ซึ่งเป็นความ

ร่วมมือกันระหว่างเกาหลีและญี่ปุ่น ในงานนี้เองที่ทีมชาติเกาหลีใต้ได้ก้าวขึ้นสู่การเป็นยอดฝีมือระดับตำนาน

โดยการเป็นทีมชาติของทวีปเอเซียทีมแรกที่ได้เข้าสู่รอบรองชนะเลิศในประวัติศาสตร์ของการแข่งขันเวิลด์คัพ


ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ คู่มือท่องเที่ยวเกาหลี Korea Be Inspired

ขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี





ประกาศรักให้ก้องโลก





วิวมุมสูงเหล่านี้ย่าถ่ายจากชั้นล่าง ไม่ได้ขึ้นไปบนสูงเพราะคนเยอะมากต้องเสียเวลาคอยคิว

เก็บจากชั้น base นี่ก็คงพอแล้ว





แค่นี้ก็เป็น bird eye view ได้แล้วนะคะ





เก็บภาพวิวมุมสูงแล้วก็หันมาชมกุญแจกันต่อ นอกจากกุญแจแล้วเห็นมีช้อนซ่อมปลูกต้นไม้

แขวนรวมกับกุญแจอยู่ด้วย คงจะประมาณว่าปลูกรักให้เจริญงอกงามมั้ง อิอิ





N Tower มีความสูงถึง 480 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ถูกสร้างขึ้นในปี 1969 และเปิดให้เข้าชมเมื่อ ปี 1980





เราจะไปที่ไหนก่อนดี เข้าห้องน้ำ หรือ Pavilion หรือRoofterrace





ชิวชิว หามุมถ่ายของหอ เพราะยังมีเวลา เวลาทำอะไรหน่ะหรอยังไม่บอกหรอก อิือิ





N SEOUL KOREA 236 M. TOWERS OF THE WORLD





ป่านนี้เด็กๆเกาหลีกลุ่มใหญ่กลุ่มนั้นคงเพลิดเพลินชมพิพิธภัณฑ์เทดดี้แบร์กันอย่างสนุกสนานภายในหลังประตูบานนี้

มีโอกาสคราวหน้าคงได้มาเยือน





พวกเราแวะเข้าห้องน้ำกัน และถ่ายรูปกับหุ่นที่เหมือนตัวต่อเลโก้ที่โชว์ไว้ข้างห้องน้า





ตัวต่อกระดาษเป็นหอคอยที่ต่างๆในร้านขายของที่ระลึกถ่ายผ่านกระจกหน้าร้าน





ใกล้เวลาการแสดงแล้วรีบรุดไปยัง Namsan Bongsooda(Beacon Tower)

(ซ้ายศาลาแปดเหลี่ยมปาลกั๊กจอง)





ศาลาศาลาแปดเหลี่ยมปาลกั๊กจองข้างๆ SEOUL TOWER มีคนออกกำลังกาย มองออกไหมคะ





ถัดจากศาลามีเบคอนเทาวเว่อร์





ตรงนี้แหละค่ะที่เราจะมาชม การแสดง


ชมป้าย Namsan Bongsooda (Beacon Tower) มี Lighting Ceremony




ไปก่อนนะคะ จะมาเล่าต่อ ตอนที่ 6 ค่ะ
ตอนที่แล้วมาหากยังไม่ได้ชมคลิ๊กค่ะ

ย่าดา ที่เกาหลี ตอนที่ 1

ย่าดา ที่เกาหลี ตอนที่2

ย่าดา ที่เกาหลี ตอนที่3

ย่าดา ที่เกาหลี ตอนที่4 สวนนัมซาน Namsan Park and ถนนฮองเด Hongdae area


Create Date : 21 กรกฎาคม 2554
Last Update : 21 กรกฎาคม 2554 17:13:01 น. 12 comments
Counter : 2430 Pageviews.

 
ภาพสวยมากเลยค่ะ


โดย: ลำตะคอง วันที่: 21 กรกฎาคม 2554 เวลา:18:04:55 น.  

 
ตามมาเที่ยวเกาหลีด้วยค่ะ.....


โดย: Calla Lily วันที่: 21 กรกฎาคม 2554 เวลา:19:22:58 น.  

 


โดย: esyab วันที่: 21 กรกฎาคม 2554 เวลา:20:23:59 น.  

 
ภาพถ่ายสวยงามค่ะ
ขอตามมารำลึกความหล้งด้วยคนนะคะ


โดย: hellojaae (hellojaae ) วันที่: 21 กรกฎาคม 2554 เวลา:20:40:23 น.  

 
นั่งไล่ชมตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนปัจจุบันเหมือนไปเกาหลีด้วยเลยค่ะ


โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 21 กรกฎาคม 2554 เวลา:22:09:21 น.  

 
ภาพสวยงามมากเลยครับ แวะมาเยี่ยมครับบผม


โดย: bugmik วันที่: 22 กรกฎาคม 2554 เวลา:22:05:13 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับย่าดา

ธรรมเนียมแขวนแม่กุญแจนี้
คงทำให้เจ้าของร้านขายกุญแจยิ้มเลยนะครับ 555











โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 กรกฎาคม 2554 เวลา:5:52:10 น.  

 
รูปสวย glitter emoticon comment glitter.mthai.com

แวะมาทักทายเหมือนเช่นเคย มีความสุขกับวันหยุดสุดสัปดาห์นะคะคุณดา


โดย: เกศสุริยง วันที่: 23 กรกฎาคม 2554 เวลา:10:09:32 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
แวะมาทักทายค่ะคุณดา


โดย: เกศสุริยง วันที่: 26 กรกฎาคม 2554 เวลา:23:57:17 น.  

 
ดูรูปแล้วคึดถึงรายการรันนิ่งแมน ep.07 จังเลย

ปล.ย่าดาถ่ายรูปสวยสุดยอด


โดย: 1326Family วันที่: 27 กรกฎาคม 2554 เวลา:13:13:21 น.  

 

ซุปหูหลามสุดหรูเชิญชิมค่า


โดย: โสมรัศมี วันที่: 27 กรกฎาคม 2554 เวลา:15:02:30 น.  

 
ขอบคุณทุกท่านสำหรับเม้นท์ค่ะ


โดย: ดา ดา วันที่: 9 มกราคม 2555 เวลา:15:04:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดา ดา
Location :
1 Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




หัวใจติดปีก สัญจรผ่านมุมมองของกล้อง ทดลองสิ่งใหม่...
เวบดอกไม้ของย่าดา
โค๊ดแบนเน่อร์เวบดอกไม้,เวบบล๊อกแกงค์ของย่าดา ...คลิ๊กหน้านี้ค่ะ
.
ผลงาน1สมุดมด
ผลงาน2สมุดสร้างสุข
online
กลับไปหน้าเมนคลิ๊กค่ะ
โปรดทราบ มือถือย่ากลับมาใช้ได้อีกครั้งแล้วโปรดติดต่อผ่านทางมือถือได้ดังเดิมแต่หากติดต่อแล้วปราศจากคนรับสายก็ติดต่อทางออฟฟิตได้อีกทางที่เบอร์ออฟฟิต 02-7120222 (ย่าดา (ดา ดา) สุดา) http://dada.bloggang.com

Friends' blogs
[Add ดา ดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.