Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
12 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง)






เป็นโบราณสถานเก่าแก่คู่เมืองเพชรบุรี ตั้งอยู่บนยอดเขาใหญ่ 3 ยอด

ยอดที่สูงที่สุดสูง 95 เมตร แต่เดิมชาวบ้านเรียกภูเขานี้ว่า “เขาสมน”


พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพอพระราชหฤทัย

ที่จะสร้างพระราชวังสำหรับเสด็จแปรพระราชฐานขึ้นบนยอดเขาแห่งนี้


จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ซึ่งในขณะนั้นเป็น

พระสมุหกลาโหมเป็นแม่กองก่อสร้าง จนสำเร็จเรียบร้อยเมื่อปี พ.ศ. 2403

ทรงพระราชทานนามว่าพระนครคีรี


แต่ชาวเมืองเพชรเรียกกันติดปากว่าเขาวัง สืบมาจนบัดนี้ พระนครคีรีมี

พระที่นั่ง พระตำหนัก วัด และกลุ่มอาคารต่าง ๆ มากมาย


ส่วนใหญ่เป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบนิโอคลาสสิคผสมสถาปัตย

กรรมจีน ตั้งอยู่บนยอดเขาใหญ่ๆ 3 ยอดด้วยกัน ดังนี้


ยอดเขาด้านทิศตะวันออก บริเวณไหล่เขาเป็นที่ตั้งของวัดมหาสมณาราม

ภายในพระอุโบสถมีภาพเขียนฝีมือขรัวอินโข่งบนผนังทั้งสี่ด้าน เป็นวัด

เก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ส่วนบนยอดเขาเป็นที่ตั้งของวัดพระแก้ว เป็นวัด

ประจำพระราชวังพระนครคีรี เช่นเดียวกับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งเป็น

วัดประจำพระบรมมหาราชวังในกรุงเทพฯ


ภายในวัดพระแก้วประกอบด้วยพระอุโบสถขนาดเล็ก ประดับด้วยหินอ่อน

ด้านหลังเป็นพระพุทธเจดีย์ ด้านหน้าพระอุโบสถเป็นหอระฆังรูปสี่เหลี่ยม

ย่อมุมขนาดเล็ก


เขายอดกลาง เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุจอมเพชร มีความสูง 40 เมตร

บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน จากจุดนี้สามารถมองเห็นพระที่นั่งต่าง ๆ

บนยอดเขาอีก 2 ยอด รวมทั้งทิวทัศน์ของตัวเมืองเพชรบุรีได้อีกด้วย


ยอดเขาด้านทิศตะวันตก เป็นที่ตั้งของพระราชวังที่ประทับอันได้แก่ พระที่นั่ง

เพชรภูมิไพโรจน์ พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียร

ปราสาท พระที่นั่งราชธรรมสภา หอชัชวาลเวียงชัย หอพิมานเพชรมเหศวร์

พระที่นั่งสันถาคารสถาน หอจตุเวทปริตพัจน์ ศาลาทัศนานักขัตฤกษ์

นอกจากนี้แล้วยังมีโรงรถ โรงม้า ศาลามหาดเล็ก ศาลาลูกขุน ศาลาด่าน

ศาลาเย็นใจ ทิมดาบองครักษ์ โรงครัว ตามแบบพระราชวังทั่วไป


รอบพระราชวังมีป้อมล้อมอยู่ทั้ง 4 ทิศ คือ

ป้อมธตรฐป้องปกทางทิศตะวันออก ป้อมวิรุฬหกบริรักษ์ทางทิศใต้

ป้อมวิรูปักษ์ป้องกันทางทิศตะวันตก และป้อมเวสสุวรรณรักษาทาง

ทิศเหนือ


กรมศิลปากรได้ใช้บางส่วนของพระราชวังบนยอดเขาด้านทิศตะวันตก

นี้จัดตั้งเป็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี ภายในเก็บรักษาโบราณ

วัตถุต่าง ๆ ได้แก่


เครื่องราชูปโภคของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาท

สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รูปหล่อโลหะสำริดและทองเหลืองที่ใช้

สำหรับตกแต่งห้องต่าง ๆ ในพระที่นั่ง และเครื่องกระเบื้องของจีน ญี่ปุ่น

และยุโรป เฉพาะส่วนของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินี้


เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. ทุกวัน


อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30–

16.30 น. ค่าเข้าชม (รวมค่าเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี) ชาว

ไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 40 บาท


นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นชมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง)ได้โดย

การเดินขึ้นหรือโดยสารรถรางไฟฟ้า (ตั๋วไป-กลับ) เสียค่าบริการ

ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท สอบถามรายละเอียด


เพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3242 5600


http://www.tat.or.th/travelplacedet.asp?prov_id=76&id=1565


ต่อจากบล๊อกก่อน


ถ้ำเขาหลวง ตอน 2

ถ้ำเขาหลวง ตอน 1

วัดมหาธาตุวรวิหาร,เพชรบุรี

กัลปพฤกษ์ ไม้แห่งการอธิฐาน


----------------


จากนั้นกรุ๊บของเราก็นั่งรถรางไฟฟ้าขึ้น ชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี

ซึ่งก็คือเขาวังนั่นเองด้านหน้าทางขึ้นทำเป็นอาร์เขต ดูสมัยใหม่เชียว





หลังจากซื้อตั๋วคนละ30 บาท หากเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ก็เพิ่มอีกคนละ 20 บาท

ต้องมารอตรงจุดนี้ เพื่อรอขึ้นไปข้างบนด้วย เคเบิลคาร์





ลวดลายปูนปั้นอันสวยงามตรงโดมจุดยืนคอย เคเบิลคาร์





ระหว่างทางขึ้นเขา จะเห็นดอกลั่นทมกำลังออกดอกบานสะพรั่ง

ดอกลั่นทมยามออกดอกจะทิ้งใบเหลือเพียงกิ่งก้าน และดอก





เมื่อขึ้นไปถึงทางแยกระหว่างพิพิธภัณฑ์ กับทางแยกไปยอดเขาอีกแห่ง

เห็นแล้วไม่น่าชื่อว่าจะเป็นเมืองไทย สวยงามมาก





กระถางสวยๆสองข้างบันไดระหว่างทางขึ้นชมพิพิธภัณฑ์





ตรงลานกว้างหน้าพิพิธภัณฑ์ นักท่องเที่ยวถ่ายรูปกันไว้เป็นที่ระลึก





หน้าพิพิธภัณฑ์ เก็บท้องฟ้าสวยๆกับดอกเฟื่องฟ้ามาฝาก





ท้องฟ้ายามเย็นกับวังด้านบน





บันใดโค้งๆ ศิลปอันสวยงาม





วันหยุดคนไปเที่ยวชมค่อนข้างเยอะ

จับจังหวะที่คนไม่พลุกล่านมากนัก





กว่าจะได้ภาพที่ปราศจากผู้คน เล็งอยู่นานเชียว





ตรงเชิงบันไดมีอ่างบัว มีลั่นทมดอกร่วงลอยน้ำ

ได้กิ่งก้านไร้ใบของลั่นทมสะท้อนในน้ำ แปลกตาดี





บันไดที่มีคนเดินขึ้นชมอยู่ไม่ขาด





อินทรีย์ปูนปั้นตกแต่งด้วยเศษกระเบื้องหลากหลายสี

บางส่วนชำรุดไปบ้าง แต่ก็ยังสวยงามอยู่มาก





close up ปีกอินทรี ให้เห็นลายกระเบื้องชัดๆ





เฟื่องฟ้าสาวิตรี กับยอดเจดีย์บนภูเขาอีกลูก





หอดูดาว ชาวกล้องเต็มไปหมด อิอิ





ชาวต่างชาติก็มาชม ทางซ้ายมือนะคะ


อีตาคนอยู่ทางขวานี่ เดินผ่านหน้ากล้องย่าเฉยเลย





ขึ้นมาถึงยอดเขาแล้ว ชมเมืองกันหน่อย





จะเห็นดงลั่นทมทั่วไปหมด





ณ ยอดเขา





อาคารบ้านเรือนอีกมุม





มุมใครมุมมัน ต่างมุมมอง





***





วงเวียนชีวิต





ซูมหมดแมกซ์บนยอดเขาอีกลูก





อีกยอดเขา ไม่ได้เดินไปค่ะ เผอิญขาเดี้ยง หลังเดี้ยง





เห็นทั้งสองยอดเขา





ดอกเฟิ่องฟ้าสีชมพูอมเขียว





ปุยนุ่นกับอาคารเก่า





โดมกับไม้ดอก





ขออภัยหากต้องโหลดนานไม่อยากแยกเป็นสองบล๊อกค่ะ


ทางลงเห็นลิงป้วนเปี้ยนอยู่ ใส่เลนส์คิดจึงต้องไปถ่ายใกล้ๆ

เจ้านี่เห็นเข้าวิ่งแยกเขี้ยวเข้าใส่ ต้องรีบถอยออกมาแทบไม่ทัน





ส่วนเจ้านี่ใช้กล้องซูม ค่อยถ่ายสบายหน่อย





บล๊อกหน้าเชิญชมกล้วยไม้จากงานประกวดกล้วยไม้

ที่พุทธมณฑล51 นะคะ




Create Date : 12 มีนาคม 2551
Last Update : 14 มีนาคม 2551 10:38:17 น. 18 comments
Counter : 1429 Pageviews.

 
วิ่งตามเคเบิ้ลคาร์มาทะเลลั่นทมด้วยคนค่ะ
เคยไปสมัยที่ยังไม่ใช้กล้องดิจิตัล
แถมฝีมือถ่ายภาพก็อนุบาล
แต่ภาพที่สวย อยู่ในความทรงจำ แล้วค่ะ

มาเตือนความทรงจำอันสวยงาม
และความรู้สึกอีกอย่างเมื่อไปเห็นตัวอาคารพระราชฐานคือ
ฝีมือช่างก่อสร้างที่ทำถวายเจ้านายนั้น สุดชีวิตจริงๆ
ตึกเดี๋ยวนี้ อย่าไปพูดถึง หยาบซะไม่มี


โดย: นางไม้หน้า3 วันที่: 12 มีนาคม 2551 เวลา:10:17:30 น.  

 
รูปสวยมากเลยค่ะย่าดา..


โดย: thattron วันที่: 12 มีนาคม 2551 เวลา:10:39:30 น.  

 
หวัดดีค่ะย่าดา แวะมาชมค่ะ ...

ท้องฟ้าสวยจังเลย.. ดงลีลาวดีก็สวย..ยังไม่เคยไปเลยค่ะ

สถาปัตยกรรมสวยมากเลยนะคะ ไว้มีโอกาสจะไปเที่ยวชมค่ะ...^^


โดย: im virgo วันที่: 12 มีนาคม 2551 เวลา:10:50:30 น.  

 
ภาพถ่าย สวยงามมาก ครับ


โดย: wildbirds วันที่: 12 มีนาคม 2551 เวลา:10:55:26 น.  

 
ภาพสวยค่ะ


โดย: อินทรีทองคำ วันที่: 12 มีนาคม 2551 เวลา:10:55:41 น.  

 
ภาพดูขลังมากเลยค่ะย่า สวยงาม ดูตระการตายังไงก็ไม่รู้
คิดว่าถ้าได้ไปเดินคงเก็บได้หลายมุมเลยเพราะสวยมากค่ะ

ชอบภาพทางแยกทางไปพิพิธภัณฑ์จังเลยค่ะ สวยงาม
ดูเป็นมิติยังไงก็ไม่รู้คะ แต่บอกก่อนว่าคงบอกได้ว่าสวยเฉพาะช่วง
กลางวันมั้งค่ะ ถ้าเป็นกลางคืนคงได้อีกอารมณ์


โดย: JewNid (JewNid ) วันที่: 12 มีนาคม 2551 เวลา:13:10:18 น.  

 
ตามย่าดาไปเที่ยวด้วยครับ
ตรงนี้สภาพยังคงเหมือนเดิมที่ผมเคยไปมาเลย โดยเฉพาะ เคเบิ้ลคาร์อาร์เขต จำได้ดี


โดย: ลุงแอ๊ด วันที่: 12 มีนาคม 2551 เวลา:14:31:14 น.  

 
$$$$$$_______________________________$$$$$
__$$$$$$$$*_____________________,,$$$$$$$$*
___$$$$$$$$$$,,_______________,,$$$$$$$$$$*
____$$$$$$$$$$$$___ ._____.___$$$$$$$$$$$$
____$$$$$$$$$$$$$,_'.____.'_,,$$$$$$$$$$$$$
____$$$$$$$$$$$$$$,, '.__,'_$$$$$$$$$$$$$$$
____$$$$$$$$$$$$$$$$.@:.$$$$$$$$$$$$$$$$
______***$$$$$$$$$$$@@$$$$$$$$$$$****
__________,,,__*$$$$$$@.$$$$$$,,,,,,
_____,,$$$$$$$$$$$$$* @ *$$$$$$$$$$$$,,,
____*$$$$$$$$$$$$$*_@@_*$$$$$$$$$$$$$
___,,*$$$$$$$$$$$$$__.@.__*$$$$$$$$$$$$$,,
_,,*___*$$$$$$$$$$$___*___*$$$$$$$$$$*__ *',,
*____,,*$$$$$$$$$$_________$$$$$$$$$$*,,____*
______,;$*$,$$**'____________**'$$***,,
____,;'*___'_.*__________________*___ '*,,
,,,,.;*____________---____________ _ ____ '**,,,,
*.°
º
...°
....O
.......°o O ° O
.................°
.............. °
............. O
.............o....o°o
.................O....°
............o°°O.....o
...........O..........O
............° o o o O
......................★
...................★
...............★
...........★
........★
....★
.★
*♥´¨)
¸.-´¸.-♥´¨) ¸.-♥¨)
(¸.-´ (¸.-` ♥♥´¨) ♥.-´¯`-.- MiSS & Take CarE na ka ^^


โดย: weraj วันที่: 12 มีนาคม 2551 เวลา:16:36:36 น.  

 
สวัสดีคะย่าดา... ไปเที่ยวเขาวังมาซื้อขนมหมือแกงมาฝากหนูด้วยหรือเปล่าค่ะ
ไม่ได้เข้ามาซะนานคิดถึงย่าจังเลยค่ะ
สถานที่นี้หนูไปบ่อย ชอบขึ้นไปดูลิงแล้วหาซื้อของฝากเมืองเพชรนะค่ะ ลูกตาลก็อร่อย สรุปว่าของที่กินแล้วอ้วนหนูชอบทุกอย่างเลยค่ะ
แล้วย่าขึ้นกระเช้าหรือว่าเดินขึ้นบันไดไปค่ะขึ้นทีหนึ่งเหนื่อยมากๆ


โดย: มดทิพย์ วันที่: 12 มีนาคม 2551 เวลา:19:11:31 น.  

 
zwani.com myspace graphic comments
Hello Graphic Comments

ตามมาเที่ยวติดๆเลยครับ
สวยจัง..ใกล้นิดเดียว..แต่ตั้งแต่โตมายังไม่เคยได้แวะเวียนไปเลยครับ...ดูรูปให้อิ่มตาไปก่อน..ขอบคุณนะครับที่เอามาฝากกัน..


โดย: katoy วันที่: 12 มีนาคม 2551 เวลา:21:29:55 น.  

 
เหมือนเคยไปสมัยเด็กๆ อ่ะค่ะ คุ้นๆ แค่บางที่ ภาพสวยซะจนอยากกลับไปเที่ยวใหม่เลยค่ะ เพิ่งทราบด้วยอ่ะค่ะว่ามีเคเบิลคาร์ด้วย


โดย: แมวจอมกวน วันที่: 13 มีนาคม 2551 เวลา:3:15:49 น.  

 
ชมภาพเพลินเลยค่ะ...


โดย: cera (เหมือนดอกไม้ ) วันที่: 13 มีนาคม 2551 เวลา:11:30:42 น.  

 
เมื่อวันเสาร์ก็ขับนถผ่านก่อนจะถึงหัวหินยังชี้รถรางให้สาวน้อยในรถดูเลย
วันหน้าคงต้องกลับไปขึ้นรถรางบ้าง น่าสนใจ


โดย: B/W วันที่: 13 มีนาคม 2551 เวลา:17:47:56 น.  

 
สวยจังครับ ชอบภาพลิงแยกเขี้ยวอ่ะ ได้อารมณ์ดี นี่แหละทริปผมไปเที่ยวปราณบุรีขากลับแวะเที่ยวเขาหลวงผมไปได้แค่ด้านล่างเพราะพาเด็กๆไปด้วยกลัวลิงกัดอ่ะครับ


โดย: ดอกกรรณิการ์ วันที่: 14 มีนาคม 2551 เวลา:21:34:40 น.  

 
ค่ะ คือดิฉันอยากทราบว่า รถรางไฟฟ้า ที่เขาวังนะค่ะ มีกี่ขบวนค่ะ แล้วถ้ามีหลายขบวนจะเคลื่อนรถยังไงค่ะ (กี่นาทีต่อขบวนค่ะ) แล้วถ้าฤดูฝนหรือฝนตกจะสามารถวิ่งได้ไหมค่ะ คือดิฉันต้องการทำเป็นรายงานส่งอาจารย์นะค่ะ

ขอบคุณล่วงหน้านะค่ะ


โดย: วิลาวรรณ IP: 125.26.126.44 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:45:03 น.  

 
รถรางไฟฟ้ามี 2 คันครับ วิ่งอยู่บนรางเดียวกัน แต่ตรงกลางมีทางแยกเพื่อให้ขบวนรถหลีกกันได้ นั่งได้คันละ 20 คนครับ ซื้อบัตรแล้วนั่งรอในรถไม่เกิน 5 นาทีครับ หากเต็มออกก่อนเลยครับ ในฤดูฝนสามารถเดินรถได้ครับ แต่จะเปียกฝนน่ะครับต้องเตรียมร่มไปด้วยเพราะลงจากรถต้องเดินไปอีกหน่อยจึงจะถึงตัวอาคาร ปัจจุบันเสียคาบริการ คนไทย 50 บาท เด็ก 10 บาท เด็กความสูงไม่เกิน 90 ซม. ฟรี สำหรับชาวต่างชาติ ราคา 180 บาท เด็กราคาเท่าคนไทยครับ เป็นราคาขึ้น-ลง รวมค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์และโบราณสถานแล้วน่ะครับ หากเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษาในเครื่องแบบไม่เสียค่าเข้าชมครับ ประหยัดไป 20 บาท หากไม่อยู่ในเครื่องแบบต้องทำหนังสือขออนุญาตเข้าชมเป็นหมู่คณะกับกรมศิลปากรก่อนครับ ติดต่อโทร. 032-401006, 032-425600 ทำหนังสือขออนุญาตส่งก่อนสัก 7 วันน่ะครับ ส่วนผู้สูงอายุ ที่มีอายุเกิน 60 ปี สามารถยแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่ทางราชการออกให้ ก็จะไม่เสียค่าเข้าชม 20 บาท เหมือนกันครับ เปิดบริการทุกวันครับ ตั้งแต่ 8.30-16.30 น. ภิกษุสามาเณรไม่เสียค่าเข้าชมครับ เสียค่ารถรางขึ้น-ลง เพียง 10 บาทครับ


โดย: ฉัตรชัย IP: 222.123.92.98 วันที่: 16 มีนาคม 2552 เวลา:18:41:43 น.  

 
ขอบคุณคุณฉัตรชัย สำหรับข้อมูลค่ะ


โดย: ดา ดา วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:20:27:09 น.  

 
รูปสวยจัง


โดย: ICONbook วันที่: 20 มิถุนายน 2553 เวลา:19:56:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดา ดา
Location :
1 Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




หัวใจติดปีก สัญจรผ่านมุมมองของกล้อง ทดลองสิ่งใหม่...
เวบดอกไม้ของย่าดา
โค๊ดแบนเน่อร์เวบดอกไม้,เวบบล๊อกแกงค์ของย่าดา ...คลิ๊กหน้านี้ค่ะ
.
ผลงาน1สมุดมด
ผลงาน2สมุดสร้างสุข
online
กลับไปหน้าเมนคลิ๊กค่ะ
โปรดทราบ มือถือย่ากลับมาใช้ได้อีกครั้งแล้วโปรดติดต่อผ่านทางมือถือได้ดังเดิมแต่หากติดต่อแล้วปราศจากคนรับสายก็ติดต่อทางออฟฟิตได้อีกทางที่เบอร์ออฟฟิต 02-7120222 (ย่าดา (ดา ดา) สุดา) http://dada.bloggang.com

Friends' blogs
[Add ดา ดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.