~ สองพี่น้อง ~



ฉันเกิดในหมู่บ้านบนภูเขา ที่ห่างไกลผู้คน แต่ละวันพ่อแม่ของ ฉันต้องพรวนดินในไร่ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุ ฉันมีน้องชายอยู่ หนึ่งคน อายุน้อยกว่าฉัน 3 ปี วันหนึ่งฉันขโมยเงินของพ่อเพื่อไปซื้อผ้าเช็ดหน้าที่เพื่อน ๆ ของฉันมีกัน

จากนั้นพ่อก็รู้เรื่อง พ่อให้ฉันกับน้องคุกเข่าหันหน้าเข้าหากำแพง โดยที่ในมือพ่อมีก้านไม่ไผ่อยู่หนึ่งก้าน "ใครขโมยเงินไป" พ่อตวาด ฉันกลัวมาก ไม่กล้าพูดอะไรออกไป น้องชายฉันก็เช่นกัน พ่อจึงเอ่ยขึ้นว่า "ก็ได้ ในเมื่อไม่มีคนรับสารภาพ ก็ต้องโดนลงโทษทั้งคู่นั่นล่ะ" พ่อชูก้านไม้ไผ่ในมือขึ้น ทันใดนั้น น้องชายของฉันก็ลุกขึ้นคว้าข้อมือของพ่อไว้แล้วพูดว่า "ผมขโมยเอง ครับ"

ก้านไม้ไผ่ก้านนั้นได้กระหน่ำลงบนหลังของน้องของฉัน อย่างต่อเนื่อง พ่อโกรธมาก พ่อตีน้องของฉันไม่หยุด จนพ่อหอบด้วยความเหนื่อย พ่อนั่งลงบนเก้าอี้ และด่าว่าน้องชายของฉัน "ของคนในบ้านแก เอง แกยังขโมยได้ต่อไป แกจะทำชั่วอะไรอีก แกน่าจะโดนตีให้ตาย ไอ้หัวขโมย"

คืนนั้น ฉันกับแม่กอดน้องชายของฉันไว้ หลังของน้องมีแผลเต็มไปหมด แต่เขาไม่ได้ร้องไห้แม้แต่น้อย

กลางดึกคืนนั้น ฉันนอนร้องไห้เสียงดัง และนานมาก น้องเอามือเล็กๆ ของเขามาปิดปากฉันไว้ แล้วพูดว่า "พี่ครับ ไม่ต้องร้องไห้นะมันผ่านไปแล้ว" ยังไงฉันก็อดที่จะเกลียดตัวเองไม่ได้ที่ไม่มีความกล้า จะบอกความจริงกับพ่อ หลายปีผ่านไปแต่เหมือนกับว่า เหตุการณ์มันเพิ่งเกิดเมื่อวานนี้เอง

ฉันไม่อาจลืมคำพูดของน้องชายตอนที่เขาปกป้องฉันได้เลย ตอนนั้น น้องของฉัน อายุ 8 ปี ส่วนฉัน อายุ 11 ปี... เมื่อตอนที่น้องชายของฉันใกล้จบ ม. ต้น เขาได้รับการตอบรับจากโรงเรียนม.ปลาย ว่าเขาสอบได้ ในขณะที่ฉันซึ่งใกล้จบ ม.ปลาย ก็ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยของจังหวัดเช่นกัน

คืนนั้น พ่อได้นั่งสูบบุหรี่อยู่ที่สวนหลังบ้าน ฉันแอบได้ยินพ่อพูดว่า "ลูกเราทั้งคู่เรียนดี เรียนดีมากนะ" แม่ซึ่งนั่งเช็ดน้ำตาอยู่ข้างๆพ่อ ได้พูดว่า "แล้วเราจะส่งเสีย ลูกทั้งคู่ได้อย่างไร ในเมื่อเราก็ไม่ค่อยมีเงิน"

ทันใดนั้น น้องชายของฉันได้เดินเข้าไปหาพ่อ แล้วพูดว่า "ผมไม่ต้องการเรียน ต่อผมอ่านหนังสือมามากพอแล้ว" พ่อเหวี่ยงมือตบลงที่แก้มของน้องของฉันฉาดใหญ่ "ทำไมถึงคิดโง่ๆ อย่างนี้ ต่อให้พ่อต้องไปเป็นขอทานข้างถนน พ่อก็จะส่งแกทั้ง คู่เรียนจนจบให้ได้"

คืนนั้นทั้งคืน พ่อได้เดินไปตามบ้านต่างๆ ทั่วทั้งหมู่บ้านเพื่อขอยืมเงิน ฉันค่อยๆ เอามือประคบแก้มบวมๆ ของน้องชายเบาๆ และคิดว่า "ต้องให้น้องได้เรียนต่อ ไม่เช่นนั้น เขาคง ไม่อาจหลุดพ้นชีวิตลำบากเช่นนี้ไปได้"

แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็ไม่อาจล้มเลิกความคิดอยากจะเรียนต่อไปได้ ใครจะรู้ได้ ... วันต่อมาในตอนเช้ามืด น้องชายของฉันได้ ออกจากบ้านไป พร้อมทั้งเสื้อผ้าติดตัวเพียงไม่กี่ชิ้นและถั่วเพียงเล็กน้อยเพื่อประทังความหิว

ก่อนไป เขาได้ทิ้งข้อความไว้ใต้หมอนของฉัน ขณะฉันกำลังหลับ "พี่ครับ การจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ ไม่ใช่ง่ายๆ นะ ... ผมจะไปหางานทำ แล้วจะส่งเงินมาให้พี่"

ฉันนั่งอยู่บนเตียง อ่านข้อความของน้องชายด้วยน้ำตานองหน้า ... ฉันร้องไห้จนเสียงแหบแห้งไป ตอนนั้น น้องของฉันอายุ 17 ปี ส่วนฉัน อายุ 20 ปี ด้วยเงินที่พ่อยืมมาจากคนในหมู่บ้าน รวมกับเงินที่น้องชายของฉันได้รับเป็นค่าจ้างมาจากการทำงานเป็นกรรมกรแบกหามที่ไซท์ก่อสร้าง ฉันจึงสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้จนถึง ปี 3

วันหนึ่งขณะที่ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องพัก เพื่อนร่วมห้องของฉันได้เข้ามาบอก ว่า "มีชาวบ้านมาหาเธออยู่ข้างนอกแน่ะ ..."

ทำไมชาวบ้านถึงมาหาฉันล่ะ ??? ฉันเดินออกไป แล้วมองเห็นน้องชายของฉันยืนอยู่ ตัวของเขาเปรอะ เปื้อนไปด้วยฝุ่นปูนและทรายจากงานก่อสร้าง

ฉันถามเขาว่า "ทำไมไม่บอกเพื่อน พี่ไปว่าเป็นน้องชายพี่ล่ะ"

น้องชายของฉันตอบยิ้มๆ ว่า "ก็ดูผมสิสกปรกมอมแมม ออกอย่างนี้ ขืนบอกว่าเป็นน้องพี่ เพื่อนๆ ก้อได้หัวเราะเยาะพี่กันพอดี"

ฉันค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปปัดฝุ่นให้ น้องและพยายามพูดด้วย เสียงเครือๆในลำคอ "พี่ไม่สนใจว่าใคร จะพูดยังไง เธอเป็นน้องของพี่ ไม่ว่าเธอจะดูเป็นอย่างไรก็ตาม"

จากนั้น น้องของฉันได้ล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงเป็นกิ๊บหนีบผมรูปผีเสื้อ เขาติดกิ๊บให้ฉันแล้วพูด ว่า "ผมเห็นสาวๆ ในเมืองเค้าติดกัน ผมเลยอยากให้พี่ติดบ้าง"

ฉันหมดเรี่ยวแรงลงในทันใด ดึงน้องชายเข้ามาสวมกอดและร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลานาน ตอนนั้น น้องของฉัน อายุ 20 ปี ส่วนฉัน อายุ 23 ปี

วันที่ฉันพาแฟนหนุ่มของฉันมาที่บ้านเป็นครั้ง แรกฉันสังเกตเห็นว่า หน้าต่างบ้านที่เคยแตกไป ได้ถูกซ่อมเรียบร้อยแล้ว เมื่อเข้าไปในบ้านก็เห็นว่าบ้านสะอาดขึ้นมาก

หลังจากที่แฟนของฉันกลับไป ฉันพูดกับแม่ว่า "แม่ไม่ต้องเสียเงินเพื่อทำความสะอาดบ้านกับซ่อมกระจก เพียงเพราะหนูจะพาแฟนมาที่บ้านหรอกนะคะ"

แม่ยิ้ม แล้วพูดว่า "แม่ไม่ได้จ้างหรอก น้องชายลูกต่าง หาก วันนี้เค้าขอเลิกงานเร็ว เพื่อกลับมาทำความสะอาดบ้าน ลูกยังไม่เห็นมือน้องหรอกเหรอ น้องโดนกระจกบาด ตอนกำลังเปลี่ยนกระจกบานใหม่น่ะ"

ฉันรีบเข้าไปหาน้องที่ห้องนอนของเขา ฉันรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับร้อยเล่มทิ่มลงกลางใจ เมื่อได้เห็นบาดแผลบนมือ ฉันจับมือน้องเอาไว้อย่างเบามือที่สุด "เจ็บมากไหม" ฉันถาม

"ไม่เจ็บสักหน่อย พี่ก็รู้นี่ผมทำงานก่อสร้างนะ วันๆ มีหินตกมาใส่เท้าผมเต็มไปหมด แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมคิดเลิกทำงานหรอก นะและ..."

น้องชายของฉันยังพูดไม่จบประโยค แต่ก็ต้องหยุดพูด เพราะฉันหันหน้าหนีเขา น้ำตาไหลอาบหน้าของฉันอีกครั้ง ตอนนั้น น้องของฉัน อายุ 23 ปี ส่วนฉัน อายุ 26 ปี...

หลังจากนั้น ฉันก็ได้แต่งงานและย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองหลายครั้งที่สามี ของฉันชักชวนให้พ่อแม่ของฉันย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองด้วยกัน แต่ท่านทั้งสองก็ปฏิเสธ ท่านบอกว่า ท่านเคยย้ายออกจากหมู่บ้านครั้งหนึ่ง แต่เมื่อออกไปแล้วท่านไม่รู้จะทำอะไรดี จึงได้ย้ายกลับ เข้ามาใช้ชีวิตในหมู่บ้านตามเดิม

น้องชายของฉัน ก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้เขาและพ่อแม่ย้ายออกไป เขาบอกกับฉันว่า "พี่คอยอยู่ดูแลพ่อและแม่ของสามีพี่ทางนั้นเถอะ ผมจะดูแลพ่อและแม่ ทางนี้เอง"

สามีฉัน ได้ขึ้นเป็นประธานของบริษัทของครอบครัว เราทั้งคู่อยากให้ น้องชายของฉันเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการบริษัท แต่น้องชายของฉันก็ไม่รับตำแหน่งนี้ เขาขอเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานธรรมดา

วันหนึ่ง น้องชายของฉันต้องปีนบันไดขึ้นไปซ่อมสายเคเบิลและตกลงมาเพราะโดนไฟดูด เขาถูกรีบหามส่งโรงพยาบาล ฉันและสามีรีบไปเยี่ยมเขาที่โรง พยาบาล น้องชายของฉันขาหักต้องเข้าเฝือกที่ขา ฉันโกรธมาก จึง ตวาดน้องไปว่า

"ทำไมถึงไม่ยอมรับตำแหน่งผู้จัดการ หา!!! ถ้าเป็นผู้จัดการก็จะได้ไม่ต้องมาทำงานเสี่ยงๆ อย่างนี้ดูตัวเอง ซิเจ็บเจียนตายอยู่ แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมฟังพี่บ้าง"

คำตอบจากปากน้องของฉันรวมถึงสีหน้าเคร่งเครียดยังยืนยันความคิดเดิมของเขา "พี่ลองคิดถึงพี่เขยสิครับ พี่เขยเพิ่งจะได้เป็นประธาน ส่วนผมมันการศึกษาต่ำ ถ้าผมได้เป็นผู้จัดการ คงจะมีเสียงนินทาว่าร้ายเต็มไปหมด"

น้ำตาปริ่มดวงตาของฉันรวมทั้งสามีของฉันด้วย ฉันบอกกับน้องว่า "แต่ที่เธอไม่ได้ เรียนต่อก็เพราะพี่..."

"ทำไมต้องพูดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้วด้วยล่ะ ครับ" น้องชายของฉันจับมือฉันไว้ ตอนนั้น น้องของฉันอายุ 26 ปี ส่วนฉัน อายุ 29 ปี...

เมื่อน้องชายของฉันอายุได้ 30 ปี เขาได้แต่งงานกับสาวชาวนาในหมู่บ้านเดียวกัน ในงานแต่งงาน ประธานในงานได้ถามน้องชายของฉันว่า "ใครคือคนที่คุณรักที่สุด ในชีวิตนี้" น้องชายของฉันตอบอย่างไม่ลังเล "พี่สาวของผมครับ"

และเขาก็เล่าเรื่องราวที่แม้แต่ฉันยังจำไม่ได้ "ตอนผมอยู่โรงเรียนประถม โรงเรียนอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง เราสองคนพี่น้อง ต้องใช้เวลาถึง 2 ชม. เพื่อเดินไปเรียนและเดินกลับบ้าน วันหนึ่งผมทำถุงมือหายไปข้างหนึ่ง พี่สาวผมจึงได้ให้ ถุงมือของเธอข้างหนึ่ง และเธอก็ใส่ถุงมือเพียงข้างเดียวเดินเป็นระยะทางไกล เมื่อเรากลับถึง บ้านมือเธอบวมแดงเพราะอากาศหนาว เธอไม่สามารถจับช้อนทานข้าวได้ด้วยซ้ำ ...

นับจากวันนั้น ผมสาบานกับตัวเองว่า ตลอดชีวิตของผม ผมจะดูแลพี่สาวของผมให้ดีและจะทำดีกับเธอ" เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วสายตาทุกคู่ของแขกเหรื่อหันมาจับจ้องที่ฉัน คำพูดจากปากฉันออกมาอย่างยากลำบาก ... "ในโลกใบนี้คนเดียวที่ฉัน รู้สึกขอบคุณที่สุด คือน้องชายของฉันค่ะ"

ในวาระที่มีความสุขที่สุดเช่นนี้ น้ำตาได้รินไหลออก มาจากสองตาของฉันอีกครั้ง...

จงรัก และห่วงใยคนที่คุณรักในทุกๆวัน ในชีวิตของคุณและเขา คุณอาจจะคิดว่า สิ่งที่คุณทำให้ใครสักคนเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่สำหรับคนคนนั้น อาจจะมีความหมายมากอย่างคาดไม่ถึง ไม่ว่าเขาคนนั้นจะ คือ พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ คนรัก เพื่อน หรือแม้คนที่คุณไม่รู้จักก็ตาม ...


ได้รับมาจาก FORWARD MAIL ครับ ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง แต่อ่านแล้วน้ำตาคลอเลย ซาบซึ้งมากครับกับเรื่องนี้ ... ขอบคุณโลกนี้ ที่มอบความรักมาให้พวกเราทุกคน แต่ความสำคัญอยู่ที่ว่า เราจะมอบความรักให้กับใครอย่างบริสุทธิ์ใจต่างหากนะครับ

สุขสันต์วันอังคาร บ๊าย บาย ครับ ...




Create Date : 29 สิงหาคม 2549
Last Update : 29 สิงหาคม 2549 11:07:33 น. 29 comments
Counter : 275 Pageviews.

 
อ่านแล้วซึ้งไปด้วยเลยค่ะ...


โดย: ทูน่าค่ะ วันที่: 29 สิงหาคม 2549 เวลา:10:46:55 น.  

 
เคยได้ forward mail อันนี้มาแล้ว
มาอ่านวันนี้อีกครั้งนึง ก็ยังทำให้ ... น้ำตาซึม ได้เช่นเดิมครับ

ขอบคุณที่นำเรื่องดีๆ มาแบ่งปัน


โดย: สะเทื้อน วันที่: 29 สิงหาคม 2549 เวลา:11:11:53 น.  

 
เรื่องดี ๆ.. อ่านแล้วก็พลอยรู้สึกดีไปด้วยครับ


โดย: กุมภีน วันที่: 29 สิงหาคม 2549 เวลา:11:43:56 น.  

 
สวัสดีค่ะ ทานข้าวเที่ยงหรือค่ะ รู้สึกดีจังเลย


โดย: 304 คอนแวนต์ (304 คอนแวนต์ ) วันที่: 29 สิงหาคม 2549 เวลา:12:30:25 น.  

 

อ่านแล้วหิวข้าวเลย เพราะมันเที่ยงกว่าเข้าไปแว้ววว


โดย: merf1970 วันที่: 29 สิงหาคม 2549 เวลา:12:44:57 น.  

 
อ่านแล้วเห็นด้วยกับทุกความเห็นด้านบน
รวมทั้งเรื่องปากเรื่องท้องด้วยค่ะ

แล้วขอถามต่อเลยนะ
หนังท้องตึงแล้วหนังตาหย่อนหรือยังคะ

คำตอบเดี๋ยวค่อยกลับมาเอาแล้วกัน
เราไปนอนพักกลางวันก่อนนะ หาววววววว


โดย: Xenosaga วันที่: 29 สิงหาคม 2549 เวลา:13:33:59 น.  

 
ชีวิต...บางครั้งคิดมากๆๆเราก็ท้อนะ.......

ปล่อยวางก่อนดีกว่าแล้วค่อยคิด.....

สบายดีนะค่ะ...ลิเวอร์พูลเข้ารอบ..ดีใจด้วยนะค่ะ.



โดย: catt.&.cattleya.. (catt.&.cattleya.. ) วันที่: 29 สิงหาคม 2549 เวลา:13:45:22 น.  

 
เป็นเรื่องที่น่ารักมากๆ เรื่องนึงเลยนะคะ
ครั้งแรกที่อ่านก็ร้องไห้เหมือนกัน สงสารมากๆ
แล้วก็ย้อนกลับมามองตัวเองกะเจ้าน้องชาย
ที่ตีกันได้ทุกวัน 55+
แต่มันก็บอกว่าเราก็รักกันในแบบของเราไงพี่
แบบโหดๆ นี่หละ

ปล. วันนี้บีจีสวยจังเลยค่ะ


โดย: immuno วันที่: 29 สิงหาคม 2549 เวลา:14:24:41 น.  

 





แวะมาทักทายวันสีชมพูนะค้า

วันนี้เน็ทเอื่อยมากๆ เลย


โดย: อย่ามาทำหน้าเขียวใส่นะยะ วันที่: 29 สิงหาคม 2549 เวลา:14:50:54 น.  

 
เห็นด้วยนะค่ะ ว่าการที่เราทำอะไรให้ใครสักคน หรือว่าใครทำอะไรให้เราถึงจะเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่คุณค่ามันใหญ่กว่าที่คิดมากค่ะ...

เรื่องดีๆ อ่านแล้วประทับใจมากเลยค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 29 สิงหาคม 2549 เวลา:15:54:38 น.  

 


แอบน้ำตาซึมอะ



โดย: jengly วันที่: 29 สิงหาคม 2549 เวลา:21:50:41 น.  

 
เคยอ่านเหมือนกันครับ ...แต่ก็ขอบคุณเจ้าของบล็อกนะครับที่ทำให้คิดถึงเรื่องราวดีดีแบบนี้อีกที

ราตรีสวัสดิ์คืนวันอังคารครับ


โดย: T_Ang วันที่: 29 สิงหาคม 2549 เวลา:22:29:14 น.  

 




สวัสดีตอนเย็นของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า


ตอนนี้ที่เมืองไทยก็ดึกแล้วนะ
คิดว่า...ถึงเวลานอนแล้วน๊า
จอมแก่นมากล่อมให้นอนจ้า


** นอนหลับฝันดีนนะจ้า **


น่าประทัยจัยจังเลยอะ..


โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 29 สิงหาคม 2549 เวลา:23:56:29 น.  

 
ซึ้งมากก


โดย: prncess วันที่: 30 สิงหาคม 2549 เวลา:9:32:16 น.  

 




Happy Day นะจ๊ะ




โดย: อย่ามาทำหน้าเขียวใส่นะยะ วันที่: 30 สิงหาคม 2549 เวลา:9:39:33 น.  

 
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ ของชีวิตคนเรา
บางทีมีความหมายมากกว่าวันเวลาที่ไร้ความหมายที่อยู่ไปวันๆ.. บางทีเราก็อดที่จะดึงมันขึ้นมานึกถึงเสมอๆ...


โดย: biggg วันที่: 30 สิงหาคม 2549 เวลา:11:21:29 น.  

 
อ่านกี่ทีก็ซึ้ง


โดย: คุณย่า วันที่: 30 สิงหาคม 2549 เวลา:11:22:13 น.  

 


โดย: buo วันที่: 30 สิงหาคม 2549 เวลา:13:15:16 น.  

 
ความรักนั้นยิ่งใหญ่เสมอนะครับ อ่านแล้วซึ้งใจมากครับ ทั้งความรักและความเสียสละอันยิ่งใหญ่ระหว่างพี่น้อง ขอบคุณนะครับสำหรับสิ่งดีๆ ที่นำมาฝากกันครับ


โดย: ลุงกล้วย วันที่: 30 สิงหาคม 2549 เวลา:14:13:24 น.  

 
แวะมาทักทายน้องบัวค่ะ


โดย: ทูน่าค่ะ วันที่: 30 สิงหาคม 2549 เวลา:15:59:45 น.  

 
ว้าว...รูปในกล่องคอมเม้นท์ เห็นแล้วชอบมาก
น้องนับชอบเรื่องก้านกล้วยมาก ๆ วันก่อนไปเดินตลาดกัน นับเห็นรูปสติ๊กเกอร์ที่เค้ามาขาย เป็นรูปก้านกล้วย
นับหยุดยืนมอง นิ่ง ๆ ไม่ได้รบเร้าเอา ยายก็เลยจัดการซื้อให้ นับชอบใจใหญ่ ติดไว้ตรงหัวนอน ก่อนนอนนับจะกู๊ดไนท์ คิส ก้านกล้ายกับชบาแก้ว ก่อนนอนทุกคืน ยังคิดว่า อยากได้โปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่ไม่รู้จะไปหาที่ไหน

พ่อน้องบัวสบายดีนะ

งานแม่หนิงลงตัวแล้ว...พรุ่งนี้เช้า...ไปหาแม่หนิงนะ

คืนนี้คงได้ลงจอซะที...5555

กึ๊ดเติ้งหาเน้อ...นัก นัก เลยเจ้า

ปล.อ่านไรที่มันซึ้ง ๆ แล้วน้ำตาไม่ค่อยจะไหล นอกจากเรื่องของตัวเอง ไหล พรั่กๆๆๆๆๆๆๆๆ



โดย: run to me วันที่: 30 สิงหาคม 2549 เวลา:16:16:27 น.  

 
group block หายอะ mentตะเองหายด้วย ( เรื่องboxว่าง) ขอโทษด้วยค่ะ สร้างใหม่แล้ว


โดย: buo วันที่: 30 สิงหาคม 2549 เวลา:17:02:46 น.  

 
สวัสดีค่ะฝนเองก็ได้รับเมล์นี้ค่ะ

แวะมาเยี่ยม จขบ ค่ะ ว่างๆ แวะไปดูรูปนะคะ




โดย: Malee30 วันที่: 30 สิงหาคม 2549 เวลา:18:00:24 น.  

 
ซึ้งค่ะ


อ่านเม้นต์คุณ cymry แล้วนึกถึงคุณพ่อนะคะ
ที่เราขยันอ่านหนังสืออยู่ทุกวันนี้ เพราะว่าพ่อขยันอ่านหนังสือให้ฟังตอนเด็กๆ


โดย: rebel วันที่: 30 สิงหาคม 2549 เวลา:19:12:34 น.  

 
สวัสดีค่ะนอนหรือยังเอ่ยเรื่องนี้ได้อ่านทีไรเป็นน้ำตาไหลทุกทีค่ะซึ้งมากๆค่ะแวะมาเยี่ยมค่ะหลับฝันดีนะคะคิดถึงน้องบัวค่ะ


โดย: oryzaja วันที่: 30 สิงหาคม 2549 เวลา:23:40:09 น.  

 





สวัสดีตอนเที่ยงคืนของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า


ถ้าความผูกพันระหว่างเรา
มีความมืดมิดปิดกั้น
ฉันก็จะจุดไฟฝัน
ด้วย** มิตรภาพ **ทุกวันคืน


** มีความสุขและสุขภาพเสมอนะจ้า **



โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 31 สิงหาคม 2549 เวลา:4:56:59 น.  

 
ซาบซึ้งใจเนอะเรื่องนี้


โดย: Bluejade วันที่: 31 สิงหาคม 2549 เวลา:6:39:35 น.  

 
เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่มาก ๆ ค่ะ


โดย: Lauderdale By The Sea วันที่: 31 สิงหาคม 2549 เวลา:7:20:15 น.  

 
แวะมาเยี่ยมคุณพ่อน้องบัวค่ะ ดีใจที่ได้อ่านเรื่องราวดี ๆอย่างนี้ ขอบคุณมากค่ะ



โดย: Petit Patty วันที่: 31 สิงหาคม 2549 เวลา:8:14:46 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เลโอนิดาส
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ดั่งแก้วตา ดั่งดวงใจ
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2549
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
29 สิงหาคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เลโอนิดาส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.