ให้ธรรมะนำชีวิต แล้วจะเดินไม่หลงทาง
Group Blog
 
 
มีนาคม 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
27 มีนาคม 2550
 
All Blogs
 
ธรรมะนิยาย - ไดอารี่ความฝัน

ไดอารี่ความฝัน

เมื่อคืนฉันฝันด้วยล่ะ..... ฉันฝันว่า ฉันเป็นนางฟ้าร่างกายสวยงาม สดใส กายเนียน กายงาม เหาะอยู่บนท้องฟ้า อยากไปไหนก็ได้ แค่คิดก็ไปถึงแล้ว ยามหิวก็ไม่ต้องกระวนกระวายแค่คิดก็อิ่มแล้ว ชีวิตช่างอิสรเสรี ผ่านวันผ่านคืนไปอย่างมีความสุข จนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่ง ฉันก็ได้ไปพบกับมวลหมู่เทวดา นางฟ้า เป็นกลุ่มๆ หลายกลุ่ม หลายฝ่ายเหาะลงจากท้องฟ้าไป ด้วยความสงสัยฉันจึงได้เหาะตามเขาไปเพื่อดูว่าพวกเขาจะไปที่แห่งไหนกัน แล้วฉันก็เห็นว่าพวกเขาลงไปหยิบวัตถุที่ลอยเกลื่อนอยู่บนผิวน้ำขึ้นรับประทาน ฉันจึงเกิดความสงสัยขึ้น เพราะมวลหมู่เทวดาและนางฟ้าทั้งหลายนั้น เพียงแค่คิดก็อิ่มแล้วยังจะต้องรับประทานสิ่งใดอีกหรือ ฉันจึงเข้าไปถามหมู่เทวดาและนางฟ้าเหล่านั้นว่า
“พวกท่านมวลหมู่เทวดาและนางฟ้าทั้งหลาย พวกเราทั้งหลายนี้ หากมีความหิวกระหาย เพียงแค่ใจคิด เราก็อิ่มแล้ว เหตุใดต้องรับประทานด้วยเล่า”
เหล่าเทวดาและนางฟ้าทั้งหลายเหล่านั้นพอได้ยินคำถามของฉันแล้วก็หัวเราะเสียงดังพลางกล่าวว่า
“ท่านนางฟ้าประจำแดนสุขาวดีที่งดงาม เห็นทีท่านจะยังไม่เคยได้ทดลองรับประทานง้วนดินนี้ดู หากท่านได้ทดลองรับประทานดูแล้วสักครั้งท่านก็จะได้รู้เองว่าเพราะเหตุใดพวกเราจึงต้องลงมารับประทานง้วนดิน มาสิ ยังมีบรรดาง้วนดินอยู่มากมายท่านจงมาลองรับประทานดูสิ”
ด้วยความสงสัยในคำพูดของมวลหมู่เทวดาและนางฟ้าเหล่านั้นฉันจึงลงไปรับประทานง้วนดิน พอง้วนดินกระทบถูกลิ้น ฉันก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใด หมู่เทวดาและนางฟ้าทั้งหลายถึงมารับประทานง้วนดินกัน ทั้งๆที่แค่คิดก็สามารถอิ่มทิพย์ได้แล้ว ฉันรู้สึกถึงรสชาติของง้วนดิน ง้วนดินนั้นมันช่างหอมหวนยิ่งนักพอเข้าปากแล้วรสชาติก็แผ่ซาบซ่านไปทั่วสรรพางค์กายฉันยังไม่เคยได้รับประทานอาหารใดๆในโลกนี้แล้วมีรสชาติ มีความซาบซ่าน ได้เทียบเท่าง้วนดินนี้เลย
หลังจากนั้นทุกๆวันฉันจะต้องเหาะลงไปเบื้องล่างเพื่อรับประทานง้วนดินนั้นเป็นประจำๆ จนกระทั่งร่างกายที่สดใสของฉันเริ่มจับต้องได้ เริ่มมีสี เริ่มมีริ้วรอย เริ่มมีความหยาบ แล้วฉันก็ตื่นขึ้นมา

เมื่อคืนนี้ฉันฝันล่ะ..... ฉันฝันว่า ฉันเป็นมนุษย์เดินดินที่มีความสุขมากที่สุด หมู่เพื่อนฝูงและญาติมิตรล้วนแล้วแต่มีศีลธรรม ล้วนแล้วแต่เป็นคนดี ตื่นเช้า พวกเราก็เข้าป่าเก็บข้าวสาลีรับประทาน ตกเย็นพวกเราก็เข้าป่าเก็บข้าวสาลีรับประทาน รับประทานไปก็หยอกล้อกันไปอย่างสนุกสนาน ชีวิตผ่านไปอย่างสุขสันต์ จนกระทั่งเย็นวันหนึ่งฉันก็ต้องแปลกใจเมื่อไม่พบเพื่อนบ้านที่ดงข้าวสาลีในป่าใหญ่ หลังจากกลับมาฉันไปสอบถามจึงได้ความว่าเมื่อตอนเช้าเขาได้เก็บข้าวสาลีกลับมาเผื่อตอนเย็นไว้แล้วจึงไม่ต้องออกไปที่ดงข้าวสาลีอีก
หลังจากวันนั้นฉันก็พบว่าผู้คนที่ไปรับประทานข้าวสาลีในป่านับวันจะน้อยลงทุกทีๆ และแต่ละคนก็จะเก็บข้าวสาลีกลับไปเป็นจำนวนมากขึ้นๆ รวมทั้งระยะทางที่มาถึงดงข้าวสาลีนับวันจะยิ่งไกลขึ้นๆ และแล้วในวันหนึ่งฉันก็พบว่าทุ่งข้าวสาลีไม่มีอีกแล้ว ไม่ว่าฉันจะเดินไปทางไหนก็ไม่มีข้าวสาลีอีกแล้ว ฉันหิว ฉันเหนื่อย ยิ่งเดินก็ยิ่งไกลขึ้นทุกทีๆ ยิ่งไกลก็ยิ่งหิวเข้าทุกทีๆ ยิ่งหิวก็ยิ่งเหนื่อยเข้าทุกทีๆ ฉันรู้สึกว่าฉันล้มลง แล้วฉันก็ตื่นขึ้น

เมื่อคืนฉันฝัน..... ฉันฝันว่าฉันเป็นเปรต เดินไปเดินมาเที่ยวหาอาหาร มันช่างหิวกระหายทรมานเหลือเกิน ฉันยังไม่เคยรู้สึกหิวมากมายเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิตนี้ ฉันฝันเช่นนี้หลายคืน ทุกคืนพอตื่นขึ้นมาก็จะต้องหยิบขวดน้ำที่ข้างกายขึ้นมาดื่มทุกครั้งไป ฉันดื่มน้ำจนหมดไปหลายๆขวดในแต่ละครั้ง จนกระทั่งมีอยู่ครั้งหนึ่ง ฉันได้ยินเสียงเสียงหนึ่งซึ่งไพเราะมาก กังวานมาก เสียงดังมาจากแดนไกล แต่ก็ชัดเจนเหมือนกับดังอยู่ที่ข้างหู เสียงนั้นดังว่า “สรรพสัตว์ทั้งหลายที่ยังหลับใหลอยู่ บัดนี้เราขอบอกว่า เราเป็นผู้ตื่นแล้ว พวกท่านเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายก็จงตื่นขึ้นเถิด อย่าได้หลับใหลต่อไปอีกเลย”
ด้วยความตื้นตันและด้วยความเคารพเลื่อมใส และฉันรู้สึกว่าคำพูดประโยคนั้นมันช่างซาบซึ้งใจยิ่งนัก ฉันจึงยกมือขึ้นท่วมศีรษะ ปากฉันพูดไม่ออกเพราะหิวจนไม่มีแรง แต่ฉันคิดในใจว่า “ฉันเป็นผู้อยากตื่น ท่านช่วยบอกหนทางแห่งการตื่นนี้ด้วยเถิด” แล้ววันนั้นฉันก็ตื่นขึ้น โดยที่ไม่หิวและกระหายเหมือนคืนก่อนๆนี้อีกเลย

เมื่อคืนฉันฝันด้วยล่ะ.... ฉันฝันว่าฉันเป็นเทวดามีหน้าที่ดูแลสวรรค์ซึ่งเป็นวิมานทิพย์ ฉันมีความสุขอย่างยิ่ง ฉันยังคิดถึงเสียงของเมื่อคืนก่อนนั้น แต่ว่าหลังจากเวลาผ่านไปๆ เสียงนั้นก็ได้เบาลงทุกทีๆ เสียงที่ดังขึ้นมาแทนที่กลับเป็นเสียงมโหรีอันเพราะพริ้งเพลิดเพลินใจ ฉันเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงมโหรีนั้นอย่างมาก แต่ละคืนมันช่างผ่านไปรวดเร็วยิ่งนัก ยามเมื่อฉันตื่นขึ้น แสงแดดก็สาดส่องแล้ว แต่ฉันยังคิดไปว่าพึ่งจะผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงเองไป

เมื่อคืนฉันฝันล่ะ.... ฉันฝันว่าฉันเป็นสาวงาม มีชายหนุ่มมากมายล้อมหน้าล้อมหลัง บางคนก็รูปงาม บางคนก็เสียงเพราะ บางคนก็รวยทรัพย์ บางคนก็บึกบึน ทำไมในฝันฉันถึงได้หลายใจมากนัก ฉันไปเที่ยวกับคนนั้นที ฉันไปเที่ยวกับคนนี้ที แม้กระทั่งหลังจากแต่งงานไปแล้วฉันก็ยังไปเที่ยวกับชายอื่นมากหน้าหลายตา ฉันสนุกสนานเพลินเพลินมาก บางคราฉันก็ใช้ความงามปั่นหัวชายคนนั้น บางคราฉันก็ใช้ความงามปั่นหัวชายคนนี้ ยามใดฉันเบื่อสามีฉันก็หลอกล่อชายคนนั้นคนนี้ไปทำให้สามีฉันหายไป แล้วฉันก็แต่งงานใหม่ แม้ในยามชรา รูปร่างหน้าตาฉันก็ยังสวยงาม แล้วฉันก็ยังทำตัวสนุกสนานเช่นเดิม ก่อนที่ฉันจะตื่นฉันก็ได้ยินเสียงชายหนุ่มดังว่า “อีแก่ แกคิดว่าฉันหลงรักแกนักหรือไง เหี่ยวจะแย่อยู่แล้วยังชอบเด็กๆ ฉันรักเงินแกเท่านั้นแหละ ไปสู่ที่ชอบๆซะเถิดนะ” แล้วฉันก็ตื่นขึ้นด้วยอาการเหมือนหายใจไม่ออก

เมื่อคืนฉันฝันอีกแล้ว..... ฉันฝันว่าฉันอยู่ในนรกมองไปทางไหนก็มีแต่ภาพน่าสยดสยอง ฟังไปทางไหนก็ได้ยินแต่เสียงโอดครวญ เสียงร้องด้วยความทรมาน มีคนบังคับฉันให้ปีนต้นไม้ ต้นอะไรกันช่างมีแต่หนามแหลมพอฉันไม่ยอมขึ้นก็มีคนคอยทิ่มแทงสามง่ามใส่ฉันตลอดจนฉันจำใจต้องปีนขึ้นไปบนต้นไม้ มันทั้งเจ็บทั้งทรมานสุดที่จะพรรณนาได้ หนามแหลมแต่ละเส้นที่ทิ่มแทงมันบาดลึกมันเจ็บปวดจนเหมือนกับจะฉีกเนื้อฉันออกมาเป็นชิ้นๆ แม้มีดบาดมีดแทงฉันยังไม่เคยรู้สึกเจ็บปวดทรมานถึงเพียงนี้มาก่อนเลย มันเจ็บมากฉันพยายามจะไต่ลงจากต้นไม้ แต่ก็ต้องโดนสามง่ามจากคนที่ยืนด้านล่างคอยทิ่มแทงอยู่อีก ฉันเจ็บปวดทรมานมาก แต่ฉันก็ต้องอดทนค่อยๆไต่ขึ้นๆ เพื่อให้รอดพ้นจากสามง่ามฉันจนมองขึ้นไปด้านบนแทนเพื่อจะหายอดของต้นไม้ต้นนี้เพื่อจะหลบขึ้นไปนั่งพัก แต่มันก็สูงมากสูงจนสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียว แต่ฉันก็ไม่ยอมแพ้พยายามปีนขึ้นไปๆ พอฉันปีนขึ้นมาได้สักพักฉันก็เห็นว่ามีอีกาบินว่อนเลยทีเดียว แถมอีกาเหล่านั้นก็เที่ยวไล่ตามจิกฉันไม่เลิกซะอีก และมันก็ช่างเป็นอีกาที่มีปากแข็งเสียนี่กระไร เวลาโดนมันจิกทีความเจ็บปวดไม่ได้น้อยไปกว่าสามง่ามหรือหนามแหลมของต้นไม้บ้านี่เลยทีเดียว แต่ละครั้งที่ฉันโดนจิกฉันต้องเผลอปล่อยมือทุกครั้งไป และพอฉันเผลอปล่อยมือร่างกายก็ตกลงครูดกับหนามแหลมเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส แล้วถ้าครั้งใดที่ฉันคว้าจับต้นไม้ไว้ไม่ทันก็ต้องตกลงไปพบกับสามง่ามทางด้านล่างอีก มันเป็นฝันร้ายที่ฉันอยากตื่นกอยู่ทุกขณะจิต แต่ก็ตื่นไม่ได้.....และขณะที่ฉันตื่นขึ้นมาในแต่ละครั้งฟ้าก็ยังมืดครึ้มอยู่ แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปแล้วหลายเดือนหลายปีเลยทีเดียว ฉันฝันเช่นนี้อยู่นับหลายเดือน มันเป็นช่วงที่ฉันทรมานมากทุกครั้งที่ตกกลางคืน ฉันไม่อยากจะนอนหลับตาลงเลย ฉันพึ่งรู้ว่ากลางวันมีค่า มีความสุขมากแค่ไหน

เมื่อคืนฉันฝัน..... ฉันฝันว่าฉันเป็นเสือ ฉันลำบากมากในการต้องตระเวนหาสัตว์ที่อ่อนแอ สัตว์ที่ไม่ระวัง สัตว์ที่ประมาท กว่าที่ฉันจะหาสัตว์เช่นนี้ได้สักตัวหนึ่งนั้นบางทีก็หลายชั่วโมง บางทีก็หลายคืน บางทีก็หลายวัน บางครั้งก็หิวจนแสบท้องไปหมดร่างกายผอมแห้ง และหากพอฉันล่าสัตว์ได้สักตัวหนึ่งก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง บางคราโชคดีได้ตัวใหญ่ก็ไม่ต้องทรมานกับความหิวไปได้หลายวัน บางคราโชคไม่ดีได้ตัวเล็กทานหมดก็ยังไม่อิ่ม บางครั้งโชคร้ายมากล่ามาได้ก็โดนฝูงหมาใน หรือไฮยีน่า มาแย่งเอาไปเสียอีก
กระทั่งมีอยู่ครั้งหนึ่งซึ่งเป็นขณะที่ฉันหิวโหยเต็มที่อยู่นั้นฉันได้พบกับบุรุษซึ่งเดินเข้ามาในป่าเพียงลำพัง ตอนนั้นฉันคิดอย่างเดียวคือต้องล่าบุรุษนั้นมาเป็นอาหารให้ได้ แต่พอได้เห็นตรงหน้าเข้าจริงๆแล้ว บุรุษผู้นั้นช่างงดงามยิ่งนักทำให้ฉันหลงลืมความคิดที่ต้องล่าไปเสียหมดสิ้น ฉันนั่งหมอบราบลงกับพื้นที่เบื้องหน้าบุรุษผู้นั้น บุรุษผู้นั้นก็กล่าวกับฉันว่า “ท่านจงเป็นสุขๆเถิด อย่าได้เบียดเบียนแก่กันและกันเลย จงมีแต่ความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นเถิด” พอได้ฟังประโยคนั้นจบลงฉันก็คิดถึงสัตว์ที่ฉันเคยล่ามาทั้งหมด ตอนนั้นฉันจึงตั้งใจว่าจะไม่เบียดเบียนสัตว์อื่นอีกต่อไปแล้ว ครั้นแล้วฉันก็ก้มหน้าลงเล็มหญ้า แต่ด้วยความหิวทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกับเป็นลมวูบไปและก่อนที่สติจะเลือนลางหายไปหมดนั้นฉันก็ได้ยินเสียงบุรุษผู้นั้นกล่าวว่า “ท่านได้ทำสิ่งที่ดีแล้วขอผลบุญกุศลนั้นจงนำทางท่านสู่แดนสุขาวดีเถิด” แล้วฉันก็ตื่นขึ้น พร้อมกับเผลอพูดออกไปว่า “สาธุ”

เมื่อคืนฉันฝันด้วยล่ะ..... ฉันฝันว่าฉันเป็นรุกข์เทวดาดูแลต้นไม้ใหญ่ ผู้คนกราบไหว้บูชามากมาย ฉันมีความสุขมากทีเดียว เดี๋ยวคนนั้นก็เอาเป็ดมาไหว้ เดี๋ยวคนนี้ก็เอาไก่มาไหว้ บางทีฉันก็ปรากฏตัวออกพูดคุยกับผู้มาไหว้ที่นำอาหารมาถวายให้ฉันบ่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งกิ่งไม้ของต้นไม้ที่ฉันดูแลอยู่นั้นเกิดหักลงมาแล้วไปทับหลานของผู้มาไหว้นั้นตาย เขาแค้นฉันมากจนกระทั่งสั่งคนมาตัดต้นไม้ที่ฉันอาศัยอยู่ แต่ก่อนที่ฉันจะได้คิดหรือทำอะไรลงไปนั้น ฉันก็ได้ยินเสียงว่า “เจ้าหมดเวลาแล้ว” ฉันจึงถามเสียงนั้นไปว่า “หมดเวลาอะไรหรือ” แต่ก็ไม่มีเสียงตอบใดๆ แล้วฉันก็ตื่นขึ้นมา

เมื่อคืนฉันฝันล่ะ..... ฉันฝันว่าฉันเป็นชายกลางคน เป็นเจ้าลัทธิอะไรสักอย่าง มีผู้เคารพนับถือฉันมากมาย ไม่ว่าฉันจะไปที่ไหนก็มีแต่คนคอยแห่แหนต้อนรับฉันเป็นอันดี จนกระทั่งวันหนึ่งฉันก็รู้สักว่าผู้ที่มากราบไหว้ มาถวายลาภสักการะฉันนับวันมีแต่จะยิ่งน้อยลงๆ ฉันจึงออกสืบข่าวว่าเป็นเพราะเหตุใด ก็ได้พบว่าเป็นเพราะมีผู้ประกาศตนว่าเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ฉันจึงคลั่งแค้นใจเป็นอันมาก ฉันเที่ยวกล่าวร้ายกล่าวโทษต่อคนผู้นั้นเป็นอย่างมาก แต่ไม่ว่าฉันจะทำอย่างไร ก็ไม่ทำให้ผู้คนละจากศรัทธาต่อคนผู้นั้นไปได้ ในทางกลับกันคนรอบกายฉัน กระทั่งลูกศิษย์ทั้งหลายของฉันก็ค่อยๆหายไปทีละคนสองคนเพื่อไปหาคนผู้นั้น จนในที่สุดก็เหลือฉันเพียงคนเดียว มิใยที่เหล่าลูกศิษย์จะมาชักชวนให้ไปกราบเคารพคนผู้นั้น ฉันก็ยังไม่ยินยอมเนื่องเพราะ ฉันก็เป็นเจ้าลัทธิเหมือนกันจะไปเข้าลัทธิอื่นได้อย่างไร แล้วฉันก็ตื่นขึ้นมา

เมื่อคืนฉันฝันอีกแล้ว..... ฉันฝันว่าฉันอยู่ในสถานที่ๆมืดมิดมืดจนมองไม่เห็นแม้กระทั่งมือของตัวเอง อากาศก็เย็นยะเยือกแม้นกระทั่งขั้วโลกใต้ที่ฉันเคยไปมายังหนาวไม่ได้เศษเสี้ยวของสถานที่นี้เลย พื้นดินก็ลาดชันเหมือนหน้าผาและก็ลื่นยิ่งนัก และหากพลาดลื่นตกลงไปก็จะพบกับแหล่งต้นกำเนิดของความหนาวซึ่งหนาวเย็นนั้นราวกับจะฉีกร่างกายฉันออกเป็นส่วนๆ และทางเดียวที่ฉันเห็นว่าจะบรรเทาความเหน็บหนาวของฉันไปได้บ้างนั้นก็คือการไต่ขึ้นไปให้สูงๆเท่านั้น และมิใช่จะมีเพียงความหนาวเย็นอย่างเดียวเท่านั้นที่ฉันต้องทน ฉันยังต้องทนทรมานกับความหิวโหย ความกระหายอีกด้วย บางคราที่ฉันไต่หน้าผาไปมือบังเอิญไปกระทบเข้ากับชิ้นเนื้อฉันก็ตะครุบจะกินแต่มันก็ดิ้นจนหลุดมือฉันไปได้ทุกที บางทีก็มีตัวอะไรไม่ทราบมาจับตัวฉันเพื่อจะกินอีกต่างหาก ฉันก็ต้องสะบัดดิ้นรนอย่างสุดแรง ความทรมานเช่นนี้ผ่านไปคืนแล้วคืนเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า ทุกครั้งที่ฉันตื่นขึ้นมา ฉันจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับความหวาดกลัว เหงื่อเย็นออกจนชุ่มโชกเสื้อผ้า ถึงยังไงมันก็เป็นแค่ฝัน ฉันคิดได้แค่นั้น เป็นอีกครั้งที่ฉันฝันติดต่อกันอย่างยาวนาน เป็นอีกครั้งที่ฉันเห็นคุณค่าแห่งกลางวัน เป็นอีกครั้งที่ฉันรู้สึกว่าการนอนเป็นสิ่งทรมาน จนกระทั่งวันหนึ่งก็มีเสียงดังก้องที่ข้างหูฉันว่าถึงเวลาแล้ว หลังจากวันนั้นฉันจึงไม่ต้องฝันเช่นนั้นอีก .....ฉันดีใจมากจริงๆ

เมื่อคืนฉันฝัน..... ฉันฝันว่าฉันเป็นเดรัจฉาน บางทีก็เป็นแมว บางทีก็เป็นหนู บางทีก็เป็นนก บางทีก็เป็นสุนัข บางทีก็ได้อยู่ในบ้านคนรวยได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี บางทีก็ต้องเร่ร่อน หิวโหย แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ฉันจำได้ ฉันฝันว่าฉันเป็นสุนัข ฉันอาศัยอยู่ในวัด ฉันไปนั่งฟังพระเทศน์เป็นประจำ บางครั้งก็ช่วยเห่าไล่โจร บางครั้งก็เดินตามคอยคุ้มครองให้พระ สุดท้ายฉันรู้สึกร่างกายอ่อนล้ามาก แล้วฉันก็ตื่นขึ้น

เมื่อคืนฉันฝันล่ะ..... ฉันฝันว่าฉันเป็นเด็กน้อย ฉันมักจะวิ่งไล่เหยียบรังมดแดงเป็นที่สนุกสนาน ฉันชอบจับยุงมาหักปีกมันแล้วก็ดูมันกระโดดเหยงๆแล้วก็หัวเราะชอบใจ ฉันชอบโกหกผู้อื่นเวลาที่ฉันทำผิดฉันจะได้ไม่ต้องโดนลงโทษ ฉันชอบหยิบของเพื่อนไปโดยไม่บอกกล่าวถ้าฉันชอบของสิ่งนั้น ฉันมักจะโกรธแค้นพ่อแม่เวลาที่ดุด่าฉันหรือขัดใจฉัน บางครั้งฉันก็เถียงหรือพูดคำไม่สุภาพกับพ่อแม่ยามฉันโมโห ตอนท้ายของความฝัน ฉันได้อ่านหนังสือ ในหนังสือบอกวิธีที่จะตื่นจากฝัน เขาบอกฉันว่าไม่ว่าฝันดี หรือฝันร้าย ก็เป็นแค่ความฝัน และทำให้ฉันได้เข้าใจว่าสิ่งที่ฉันเคยทำ เคยชอบใจนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี และไม่มีแก่นสารสาระใดๆฉันจึงได้เริ่มรู้ตัวว่าฉันหลงมัวเมา ฉันหลับอยู่ ฉันฝันอยู่ เขาบอกให้ฉันตื่นเสียที เขาบอกว่าความตื่นเป็นสุข ความฝันเป็นสิ่งหลอกลวง ฉันรู้แล้ว ฉันเบื่อแล้ว แต่ว่า

ฉันจะต้องฝันไปอีกกี่ครั้ง ฉันจะต้องดีใจ เสียใจกับความฝันไปอีกกี่ครั้ง!!!
แล้วฉันจะต้องทำอย่างไรล่ะถึงจะไม่ต้องฝัน!!!
แล้วเมื่อไหร่ฉันจึงจะไม่ต้องฝันอีกต่อไป!!!




Create Date : 27 มีนาคม 2550
Last Update : 27 มีนาคม 2550 13:25:48 น. 0 comments
Counter : 260 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ศาลาลอยน้ำ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ศาลาลอยน้ำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.