ให้ธรรมะนำชีวิต แล้วจะเดินไม่หลงทาง
Group Blog
 
 
มีนาคม 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
30 มีนาคม 2550
 
All Blogs
 

นู้ด ชาริตี้ (Nude Charity) กามกุศล จะดีจริงหรือ??

ษ : เมื่อเช้าอ่านข่าวมาเรื่องที่นักแสดงแล้วก็ไฮโซ ถ่ายนู้ด เพื่อลงหนังสือแล้วไปประมูลเพื่อเอาเงินเข้าการกุศล
ตกลงเป็นบุญหรือบาป

ฮ : 555+

ษ : หัวเราะทำไม เรื่องจริงนะ

ฮ : เออ ได้ยินอยู่ๆ
ฝรั่งเค้าทำมามากแล้ว คนไทยเพิ่งทำ
บุญบาป กุศล อกุศล ตอบง่ายมาก
ท่านว่าอย่างไรหละ เชิญท่านก่อน

ษ : คิดๆอยู่เหมือนกัน คิดว่าเส้นบุญบาปไม่ได้อยู่เส้นเดียวกัน
เส้นบุญมีด้านซ้ายเป็นไม่ได้บุญ ด้านขวาเป็นได้บุญ
เส้นบาปก็เหมือนกัน ด้านซ้ายเป็นไม่ได้บาป ด้านขวาเป็นได้บาป

ฮ : อ่า จะว่าอย่างนั้นก้อได้มั้ง จริงๆ

ษ : ดังนั้นการกระทำนี้ถ้าเป็นไปโดยกุศลเจตนาก็ได้บุญ

ฮ :ในเรื่องนี้ มีเรื่องที่ต้องว่า สองเรื่อง

ษ :ส่วนถ้าไม่ทำด้วยกุศลเจตนาก็ไม่ได้บุญ

ฮ :เรื่องแรก ก้อที่ท่านว่าไปแล้ว คือ บาป บุญ แยกกัน ไม่เกี่ยวกัน หนึ่ง

ษ : ส่วนบาปได้รับแน่นอนทั้ง 2 กรณี

ฮ : ใช่เลย เรื่องที่ สองคือ เจตนาขณะที่ทำ ทำจริงๆ
อืมมม
จริงๆ เราว่า บุญ กะ บาป แยกกัน หนึ่ง
สอง ทำแล้ว ประกอบด้วย เจตนา ก้อ ได้เต็มๆ

ษ : อืม

ฮ : แต่ที่ท่านว่ามาเหมือนจะบอกว่า ถ้ากุศลกรรม ไม่มีเจตนา ไม่ได้ผลดี อันใด แต่ถ้าเปน ฝ่ายระยำ กุศล ไม่เจตนา ก้อเหมาเอาว่าได้บาป ใช่ไหม

ฮ : ผิดๆ ต้องบอกว่า กระทำระยำ ถึงไม่ตั้งใจ ก้อให้เอาบาป ติดตัวไป

ษ : ไม่ใช่หรอก ตั้งใจหรือไม่ได้รับแน่นอน มากหรือน้อยเท่านั้น
การทำดีที่ไม่ได้ตั้งใจก็มีมากไปที่ได้บุญมาก

ฮ : ก้อนี่ ไง ท่านไม่แยกแยะ สะแล้ว นี่
ก้อนั่นหนะสิ แต่ที่ว่ามาก่อนนี้ เหมือนจะบอกว่า ทำกุศล ไม่มีเจตนา ไม่ได้บุญสะเลย แต่ ทำกรรมได้ ทั้งสองกรณีนี่นะ เลยต้องคุ้ยเล็กน้อย
ก้อเป็นอันว่า บาป บุญ ย่อมแยกกัน
สอง เจตนาขณะที่กระทำ

ษ : อืม

ฮ : กรณี แก้ผ้า เพื่อทำบุญ ก้อตอบง่าย มาก ตอนที่ เปลื้องอยู่ ชัตเตอร์กดอยู่ ตอนนั้น คิดถึงไหน
คิดถึงว่า เออ เราเปลื้องผ้า กายเนื้อนี้เป็น สินค้า มีราคา ภาพนี้ มีราคา
ราคานี้ แลกได้เงินมา เงินที่ได้มานั้น เราจะให้แก่การกุศล อย่างนี้ ได้บุญแน่
ส่วนข้อที่ว่า แก้ผ้า เป็นบาปไหม ก้อคงต้องไปรื้อ ในศีลมาว่ากัน การแก้ผ้า ส่งเสริม กุศลธรรม หรือ อกุศลกรรม

ษ : อืม

ฮ : ถ้าเป็น อกุศลกรรม ก้อเป็น บาปไปตามส่วน เป็น กุศลก้อเป็น บุญไปตามส่วน
ว่างั้นไหม
ฮ : ให้ง่ายกว่า ก้อเหมือนกับ เรา ทุบหัวปลา จะแกงให้ พระกินนั่นเอง
ทุบ ปั้กๆๆ ปลาตาย ศีลข้อหนึ่งกระจุย แน่นอน แต่จิต ขณะนั้นก้อ หวังทำบุญ
กุศล อกุศลก้อแยกไปคนละส่วน เคยอ่านหนังสือที่ท่านเคยให้เราหรือเปล่าไม่แน่จัย ว่า อย่างนี้เรียก อะไรนะ ลืมแล้ว

ษ : ไม่รู้ว่ะ
ฮ : เอ่า อะไร เรียกว่า บุญ หน้าน้ำตา อะไร ทำนองนี้แหละ

ษ : ไม่รู้จริงๆจำบ่ได้

ฮ : เป็นบุญที่นองน้ำตา คือ ต้องไปฆ่าเขามาทำบุญ อย่างนี้ ก้อไม่เหมาะสม ว่าไป

ษ : อืมๆ

ฮ : เขาจะใช้คำว่า อ่า อะไรนะ
ท่านเรียกว่า พระพุทธเจ้าไม่สรรเสริญนั่นเอง
คำว่าไม่สรรเสริญ คือ ทำก้อได้หรอก แต่ไม่ได้ดีที่สุด จะเรียกว่า ดี แต่ไม่เจ๋ง ว่างั้น

ษ : อืมๆ

ฮ : แต่ถามว่า ดีกว่าไม่ทำไหม ตอบยาก

ฮ : ก้อ สรุปว่า ที่โพสท่ากัน ตกลง คิดถึง บุญที่ทำ คิดถึงเงินที่ได้หรือ เปล่า ถ้าคิด ก้อเป็นบุญไป ถ้า ไม่ได้คิดเลย ก้อจบข่าว
เพราะรายการ อกุศลธรรมนี่จองแน่นอน คนดูปุ๊บ อย่างหนุ่มๆ อย่างเราๆ ดูแล้ว มันไม่ได้คิดถึงเงินบริจาค หรือ อยากจะบริจาคเงินเพิ่มเลย

ษ : ใช่ๆอย่างเช่นนักรบที่กู้ชาติ
ฆ่าคนก็บาปแต่ถ้าไม่ลุกขึ้นสู้ประชาชนตาดำๆมากมายก็โดนกดขี่ข่มเหง

ฮ : ต่อให้อยากบริจาคเพิ่มก้อเพื่อให้นางแบบถอดไม่ได้เพื่อเด็กอีก อีหรอกเดิม บุญเจือกาม

ษ : แต่กุศลที่ได้ก็มีนิอย่างที่ท่านกล่าวข้างต้น

ฮ : ใช่เลย เค้าพูดไว้เลย ทหารที่ปกป้องประเทศ จัดว่า ไม่บาป

ษ : ได้เงินเข้ากองกุศลแน่ๆอย่างนี้ก็ได้บุญแน่แต่อาจจะได้น้อยถ้าเจตนาไม่ดี

ฮ : อื้อ ก้อไปๆมาๆ ก้อ ลงไปที่จิต ที่ใจ อีกแล้ว ใครจะตอบได้เล่า ว่า นางแบบเหล่านั้น จะได้บุญ สักกี่ มากน้อย อย่าว่าแต่ พูดไปๆ เดี๋ยวก้อเข้า อจินไตยไปจนได้
ก้ออย่างนั้นแหละ ได้ แต่ก้ออย่างที่ท่านว่า ว่า เกือบจะไม่นับ เพราะมันไม่มีเจตนา มันได้ก้อน้อยกว่า มาก เมื่อเทียบกับ ถ้ามีเจตนา

ษ : อืมแต่บาปกี่มากน้อยนี่อาจจะตอบได้นะ

ฮ : เอางั้นเลย ท่านลองว่าดู

ษ : อันนี้เข้าขั้นยั่วยุกิเลสมากๆเลยทีเดียว
คงมีบาปไม่ได้น้อยกว่าคนที่ถ่ายภาพนู้ดเพื่อเงินเลยทีเดียว

ฮ : ฮืมมมม

ษ : สรุปเป็นบุญที่ไม่น่ายกย่องเลยเพราะมีบาปอกุศลมากมาย เอาเข้าจริงๆนี่แทบสรุปได้ 100% ว่าเส้นบาปวิ่งไปมากกว่าเส้นบุญแล้ว

ฮ :ก้อถ้าโชคไม่ดี มีคนดูแล้วเกิด เอาภาพนั้น ติดไป แล้วไปข่มขืน เขาเข้าอย่างมีรูปนั้นเป็นเหตุ ก้อคงเต็มๆ อย่าไปเรียกว่า ไม่น่ายกย่อง เรียกว่า ไม่ฉลาด จะถูกกว่า
ษ : คิดดูแค่เป็นนักแสดงสมัยก่อนนะ
ย้ำว่าสมัยก่อนคือมันไม่เกินเลยในการแสดงเหมือนสมัยนี้
ตายไปยังไปนรกเลย

ฮ : แต่ถ้ามันน้อย จัด สนิท ขนาดที่ไม่มีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับบาป ก้อคงต้องบอกว่า จะยกมาเป็น งานบุญ ไม่ได้เลย งั้นสินะ สงสัย จุดจบ มันจะอยู่ตรงนี้นี่เอง

ษ : แล้วนับภาษาอะไรกับถ่ายนู้ด

ฮ : อืมม เป็นนักแสดง สมัยก่อน

ษ : การทำบุญที่ไม่ประกอบด้วยปัญญา

ฮ : ฟังดูเหมือนมีเรื่องมาแล้ว ไปทราบมาจากไหนเหรอ

ษ : พระไตรปิฎก
พระพุทธเจ้าตรัสไว้กับนักแสดงคนหนึ่ง

ฮ : ไม่ใช้ ปัญญาตั้งแต่แรกเลือก การทำบุญ เลย ไม่ต้องพูดถึง ขณะทำบุญเนอะ
หุหุ
อ้อ ท่านลองแสดงให้ฟัง

ษ : ก็มีนักแสดงคนหนึ่งถามพระพุทธเจ้าว่า อาจารย์ของนักแสดงนั้นได้บอกเขาไว้ว่า
การแสดงนี้เป็นการทำให้ผู้คนบันเทิงซึ่งเป็นบุญ นักแสดงเมื่อตายไปแล้วจะได้ขึ้นสวรรค์
จึงถามพระพุทธเจ้าว่าจริงไหม

ฮ : ฮืมๆๆ ยังไม่เคยได้ยินได้ฟัง เชิญท่านแสดงต่อไป

ษ : พระพุทธเจ้าตรัสว่า อย่าให้เราบอกเลย
นักแสดงนั้นก็รบเร้าท่านอีก
พระพุทธเจ้าปฏิเสธถึง 3 ครั้ง
นักแสดงยังไม่ละความพยายาม
พระพุทธเจ้าเลยตอบว่า

ฮ : โอ

ษ : การแสดงนั้นเป็นการทำให้ผู้คนหลง ตายไปต้องไปนรก

ฮ : มีเหตุผล เพราะ แสดง ดี คนเพลิดเพลิน หลงติดในเรื่อง
เช่นถ้าเป็น เรื่อง มีความสุขในโลก ก้อจะติดโลก อยากเปน เช่นเรื่องนั้นๆ
หรือ แสดงความเสียใจ ก้อทำให้คนหลงตาม หรือที่เรียกว่า อินนั่นเอง
ซึ่งเหล่านี้ ตรงข้ามกับการหลุดพ้น สิ้นเชิงจริงๆ
อย่างนี้ จึงไม่ทรงปรารถนาพยากรณ์

ษ : ใช่แล้วอย่างที่หลงๆกันดาราคนนั้นหล่อคนนั้นสาวก็ 1 ล่ะ
แล้วยังนับเรื่องการแสดงอารมณ์มีทั้งการตบตีกัน
การมีสัมพันธ์กันในทางไม่ถูกต้อง
การแย่งชิงสิ่งของกัน

ฮ : เห้อ อย่าว่าแต่ว่า แสดงไป ก้อ ติดตามที่แสดงไปอีก
คือ ติดนิสัย ตามตัวละครนั้นๆ เสียเอง

ษ : ใช่คือแม้แต่ตัวเองก็หลง

ฮ : พูดง่ายๆ ทำให้โลกีย์ธรรมเจริญ นั่นเอง

ษ : เท่านั้นไม่พอทำคนอื่นหลงไปด้วย
ก็เป็นเช่นนั้นแล

ฮ : ยังอยากทราบ แล้ว หลังจากท่านพยากรณ์แล้ว นักแสดง คนนั้น ยังมีเรื่องต่อไปหรือไม่
น่ากลัว เรื่องจะจบลงแค่นั้น ?

ษ : เรื่องจบลงที่ความจำเราหมดตะหาก
ถ้าจำไม่ผิดนักแสดงคนนั้นจะขอบวชนะ

ฮ : อืมๆๆ
ยังจัดว่าเป็น Happy ending
ว่ากันไป
เรื่องบุญกรรม จริงๆ คิดง่ายมาก
แต่คนไม่ค่อยเข้าใจ
ปนกันอยู่เรื่อย

ษ : เชิญแสดง

ฮ : ก้ออย่างที่แสดงมาแล้วนั่นแหละ
ที่น่าพูดถึง ก้อเรื่อง ยาจก ถวาย กุงเกงลิง
เชิญท่านแสดง ให้เราฟังจะดีกว่ามั้ง
จริงๆ จะเรียกว่า กุงเกงลิง ยังรูไปเลยมั้ง เนอะ

ษ : เฮอๆๆ
http://www.84000.org/true/409.html

ฮ : แหม่ พุทธพจน์นี่ ยังไง ก้อกินความคำพูด ของเราได้หมด
หุหุ
ส่งลิ้ง นี่ออกแนว ขี้เกียดเล่า หรือยังไง

ษ : เปล่ากลัวเล่าแล้วผิดพลาด
เพราะคำพูดของพระพุทธเจ้าลึกซึ้งเกินกว่าจะตัดคำใดออกแล้วความหมายไม่ผิดได้




 

Create Date : 30 มีนาคม 2550
0 comments
Last Update : 30 มีนาคม 2550 16:45:39 น.
Counter : 384 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


ศาลาลอยน้ำ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ศาลาลอยน้ำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.