เมื่อฉันกำลังจะตาย 2
คืนวันนั้น
ฉันนอนคุยโทรศัพท์อยู่ที่ห้องโถงรูปทรงสีเหลี่ยมเวลาประมาณตีหนึ่งกว่า
ฉันเงยหน้าขึ้นไปด้านบนพบหญิงชราคนหนึ่งอยู่บนหัวฉัน
ผมของเธอสีดำเกล้าเป็นมวยเรียบร้อย ใบหน้าขาวซีด
ฉันหันไปเรียกแม่เสียงดัง แต่เธอกลับทำเหมือนไม่ได้ยินฉัน
ฉันจึงเรียกคนในโทรศัพท์แทน แต่แล้วกลับไม่มีเสียงตอบรับ
หญิงชราคนนั้นก้มตัวลงมาหาฉัน เธอใช้มือเย็นๆเอื้อมเข้ามาใกล้ๆ
แตะที่แก้มฉันสองนิ้ว ฉันยังจำสัมผัสนั้นได้ดีมือของเธอเย็นเฉียบราวกับก้อนน้ำแข็ง
เป็นสีขาวซีด เหี่ยวย่น ทันทีที่มือนั้นสัมผัสถึงแก้มฉัน เธอก็หายไป
ตอนแรกฉันไม่กล้าเล่าให้ใครฟังเพลงแต่ถามว่า "มีผู้หญิงในบ้านของเรามั๊ยพ่อ"
พ่อคุณตอบว่า "ไม่มี" ฉันจึงอธิบายลักษณะให้พ่อฟัง
เช้านั้นฉ้นจึงตื่นขึ้นมาทำบุญในทันที
แม่ฉันว่าเขามาดี เพราะครั้งหนึ่งตอนที่ฉันไข้ขึ้น แม่รู้สึกเหมือนมีคนมาสะกิดขา
แม่จึงตื่นขึ้นมาดูฉัน แม่จึงสามรถเช็ดตัวให้ฉันได้
แต่หลังจากนั้นสองวัน เช้าวันจันทร์ฉันถูกพาเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง
เนื่องจากฉันไม่สามารถเดินเองได้อีกแล้ว...
ฉันสูดหายใจเข้าได้เพียงน้อยนิด เหมือนกับจะขาดหายใจ
ฉันเวิ้งว้างอย่างบอกไม่ถูก... บุรุษพยาบาลเข็นฉันขึ้นไปยังห้องตรวจ
สอบประวัติ ฉันนั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็น คุณหมอถามฉันอยู่หลายคำแต่ฉันก็จนใจจะตอบ
เพราะเหนื่อยเกินกว่าที่่จะพูดได้ แม่จึงเป็นคนตอบแทน
หมอสั่งฉันแอดมิททันที... เขาตรวจเลือด และพาฉันไปเอ็กซเรย์ปอด
ระหว่างนั้นบุรุษพยาบาลให้ฉันถือซองเอกสารสีเหลืออันหนี่ง
บนสุดมีรายละเอียดของฉันอยู่ ทั้งชื่อ และอายุ วันนั้นเป็นวันที่ฉันอายุ
17ปี 7เดือน และ 7วันพอดี สร้างคามประหลาดในให้ฉันมา
ฉันจึงเรียกแม่มาดู กระทั่งเย็นวันนั้นฉันได้เข้าไปนอนในห้องรวมด้วยอาการเหนื่อยล้า
และหายใจไม่ออก เตียงที่ฉันนอน เป็นเตียงที่ 7 พอดิบพอดี
ฉันคิดว่า อะไรจะช่างเหมาะเจาะปานนี้ หมอสังให้ฉันใส่เครื่องช่วยหายใจ
และเจาะน้ำเกลือในทันที "นี่ฉันเป็นอะไร" ฉันหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้
ในที่สุดแม่ฉันก็ไปทำงาน แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มใครมาดูแลอีกเลยกระทั่งหมด
จนเย็นลุกเดินไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ห่างไป ไม่ถึงเมตรฉันรู้สึกเหมือนจะตายเสียให้ได้
เสียตรงนั้น เหมือนคนขาดอากาศหายใจ น้าที่มาเยี่ยมแบบไปดังหวะบอกให้ฉันเดินช้าๆ
แต่ในใจฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศ
ฉันฉวยเครื่องช่วยหายใจในทันที เย็นวันนั้นแม่กลับมาพร้อม
มังคุุดผลไม้ที่ฉันชอบเพราะฉันกินข้าวได้เพียงคำเดียวเท่านั้น
ฉันเห็นแววตาทรมานของแม่ ที่เห็นฉันกินข้าวได้น้อยเหลือเกิน
ฉันจึงพยายามกินมังคุดเข้าไปอีก แต่ก็ไม่เป็นผล
ฉันรับรู้ว่าร่างกายฉันเหนื่อยเดินกว่าจะกินแล้ว จึงนอน
แม่ฉันยิ่งทรมานใจหนัก เย็นวันนั้นไม่ีมีหมอมาดูฉัน
ฉันจำต้องหอบหายใจทางปากเพื่อช่วยหายใจ เพราะรู้สึกว่า
แค่จมูกเหมือนจะไม่พอ "คืนนี้คงเป็นคืนสุดท้ายแน่"
ฉันนึกในใจน้ำตาปริ่ม ฉันอยากจะเห็นหน้าทุกคน...
มันพร่ามันมัวไปหมดทั้งเหนื่อยหอบ หมดแรงเพดานห้องเป็นสีขาวเวิ้งว้าง
คืนนี้แม่อยู่เฝ้าฉัน แม่ก็คงคิดเช่นเดียวกับฉัน
เธอโทรหาทุกคนที่รู้จัก คนใหญ่คนโตที่จะต้องช่วยได้
จนดึกดื่น "หรือจะย้ายฉันเข้ากรุงเทพดี" เธอถามฉันแบบนั้น
ฉันไม่ได้ตอบอะไรกลับได้แต่ยิ้ม
โชคดีที่หมอเด็กคนนั้นมาดูฉันตอนประมาณสี่ทุ่ม
เธอบอกให้ฉันสวดมนต์ให้ผ่านคืนนี้ไปให้ได้
แล้วในที่สุดหมอเด็กก็รับเป็นเจ้าของไข้ฉัน
เธอเปลี่ยนยาให้ฉันทั้งหมด แล้วสั่งวัดออกซิเจนตลอดเวลา
ออกซิเจนที่ควรจะมีเก้าสิบอัพ ฉันมีเพียง เจ็ดสิบกว่าเท่านั้น
หมอถามฉันว่ามีไข้มั๊ย ฉันบอกเปล่า
ขณะที่แม่ฉันตอบว่าน่าจะมีไข้นะ แม่เอามือมาแตะแขนฉันมือเธอเย็นเฉียบ
เธอคงรู้ว่าบางทีฉันอาจจะไม่พ้น เธอนั่งสวดมนต์แทนฉัน...
ประมาณห้าทุ่ม พ่อฉันก็เดินทางมาถึงที่โรงพยาบาล
"ฉันต้องตายแน่" แม่ไม่ค่อยอยาให้ฉันหลับตาในช่วงนั้น
เธอคงกลัวว่าฉันอาจจะไม่ลืมตาขึ้นมาอีก




Create Date : 31 ธันวาคม 2554
Last Update : 31 ธันวาคม 2554 16:50:19 น.
Counter : 303 Pageviews.

2 comments
  
อ่านต่อๆ
โดย: Don't try this at home. วันที่: 31 ธันวาคม 2554 เวลา:15:59:33 น.
  



ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่
ขออวยชัยให้เพื่อนจงสุขสันต์
และโชคดีมีทรัพย์นับอนันต์
ทุกคืนวันพบสุข..สิ้นทุกข์เทอญ...

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๕ ค่ะ คุณ lustig ปีใหม่แล้วขอให้มีความสุข สดชื่น ทุกวัน ทุกคืนนะค่ะ

โดย: KeRiDa วันที่: 31 ธันวาคม 2554 เวลา:19:48:37 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

lustig
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



New Comments
ธันวาคม 2554

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
All Blog