Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2548
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
12 พฤษภาคม 2548
 
All Blogs
 
. . . ปาย . . .



"ปาย" ... มันอยู่ไหนวะ ?
"ปาย" ... อยู่ลาวหรือพม่าวะ ?
"ปาย" ... มีอะไรเที่ยววะ ?

สารพัดคำถาม ของคนอีกหลายๆ คน
กับชื่อที่ไม่ค่อยคุ้นหูของ "เมืองปาย"

แต่ในที่สุด หกโมงเย็นของคืนวันศุกร์
ล้อรถก็เริ่มหมุนวิ่งออกจากกรุงเทพฯ
ไปตามเส้นทางสายเหนือ มุ่งสู่ เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน
"เมืองปาย" เป้าหมายของ พวกเรา 6 คน




เรากะกันเล่นๆ ว่า แวะกินมื้อเย็นที่ แม่ลาปลาเผาสิงห์บุรี
แล้วสามทุ่มคงถึง นครสวรรค์
เที่ยงคืนคงเขต ตาก..แล้วมาพักหาไรกินตอน ตีสองแถวเชียงใหม่
ต่อจากนั้น ก็กะว่า จะเข้าไปให้ทันเช้าที่ "ห้วยน้ำดัง"
ตั้งใจเก็บภาพทะเลหมอกกันเต็มที่

มาร์คเวลาเป็นไปด้วยดี
นี่ถ้าแข่งแรลลี่ มีหวังชนะขาด




แต่แล้ว... ความเสร่อก็เกิดขึ้นกับจอมวางแผน
ปั้มน้ำมัน.. ปิดเที่ยงคืน หุหุ
นี่ขนาด อีตาคนที่ไปด้วยมันทำงานโรงกลั่นนะนั่น
มันจะบอกล่วงหน้า จะเตือนกันหน่อยละไม่มีเลย เห้อ..เวรกรรม

จริงๆ ผมก็นึกว่า เค้าปิดเที่ยงคืนกันเฉพาะในเขตตัวเมือง
แต่ไฮเวย์สายเหนือแบบนี้ ไม่น่าจะปิด

ที่ไหนได้...ผมคิดผิด !!

เติมน้ำมันรอบสุดท้าย ห้าทุ่มครึ่งที่กำแพงเพชร
มาถึงเชียงใหม่ ตีสอง... ตลอดทางไม่มีปั้มสักกะอัน
เวรกรรมแล้วไง...

น้ำมันเหลืออีกครึ่งถัง
จากเชียงใหม่ไปปาย ผ่านแม่ริม แม่แตง แค่ร้อยห้าสิบโล
เอาวะ... ลองเสี่ยง ลุยดู
ไหนๆ จะให้นอนค้างในรถที่เชียงใหม่นี่
รอจนฟ้าสางหกโมงปั้มเปิดคงไม่ไหว

หกหนุ่ม เลยลุยต่อด้วยน้ำมันครึ่งถัง
กับ ระยะทาง เชียงใหม่ไป 150 กม. เอิ๊กๆ



แค่ร้อยห้าสิบโล... แต่กิโลแม้ว มันมีอยู่จริง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่
ถนนจากแม่แตงเข้าปาย ทั้งคด ทั้งโค้ง ทั้งเขา
หมอกก็ลงจัดจนมองทาง มองเหว มองโค้งไม่เห็นกันละ
ขึ้นเขาชันโคตรๆๆๆ.... หักศอกแล้วศอกอีก
จนคนขับแทบจะเมารถตาย 555
ส่วนคนนั่งอีก 5 คนอะเหรอ.... คร่อกๆ กรนกันลั่นรถแล้ว
ไอ้ที่บอกจะนั่งคุยเป็นเพื่อนนะเหรอ ... ไว๋ใจ๋ (บ่) ได้กา

น้ำมันโดนซดเข้าไปฮวบๆ ยังกะถังรั่ว
ขับไปลุ้นไป.. ลุ้นแหกโค้ง ลุ้นตกเขา ลุ้นรถสวนทาง
ลุ้นน้ำมันหมด ... เอ๊กๆ ...

ในที่สุดน้ำมันขีดสุดท้าย กับระยะทาง 50 โลสุดท้าย
ไม่ไหวเสี่ยงแล้ว ... ตีสี่เอง

เอาวะ... จอดนอนหมู่บ้านหน้านี่แหละ พักรถ พักคนก่อน
ยังไง รอสว่างค่อยหาทาง หาน้ำมันเติมเอาอีกทีแล้วกัน





ตีสี่..ที่หมู่บ้านแม่แสะ กลางหุบเขา
อากาศข้างนอกหนาวจนปากสั่น ฟ้าก็ยังมืดสนิท
ดีที่ ชาวบ้านเริ่มออกมาเปิดร้าน จัดข้าวจัดของกันแล้ว
เราเลยได้ไปอาศัยนั่งคุยกับ เจ้าของร้านกาแฟริมทาง

คุณน้าเธอก็แสนจะใจดี..
เอากาแฟให้กิน เอาเตาถ่านมาให้ผิงพอได้อุ่นหน่อย
แถมให้ตาเจมส์เข้ามานอนในห้องเค้าอีก
นังสองตัวนี่ก็นะ.. ไม่ได้เกรงใจเจ้าของบ้านเค้าเร้ย
ส่วนตาริวคุงกับตามะขวิด ก็ขดตัวซุกอยู่ในรถนั่นละ

รอจนฟ้าเปิด เราเลยได้ไปซื้อน้ำมันแบ่งขายจากลุงในหมู่บ้าน
เห้อ.. สงสารรถตัวเองจับใจ
อยู่บางกอกเคยกินดีอยู่ดี เข้าปั้มน้ำมันหรูๆ สวยๆ
มาเที่ยงคราวนี้.. เจอน้ำมันใส่ขวดโค้กแบ่งขาย ฮือๆๆ
ปลอมอะป่าวก็ไม่รู้.. ขับไปจะน๊อคกลางทางมั้ยเนี๊ยะ... เสียววววว

ก็ไม่มีทางเลือกแล้วนินา เห้อ
แต่พอได้น้ำมัน เทสท์รอเครื่อง วอร์มเครื่องหน่อย
เห็นว่ารอดตายแน่แล้ว .. เลยได้ลุยกันต่อ


โชคดียังเป็นของเรา
เรามาทันเก็บภาพ "ทะเลหมอก"
แสงแดดยามเช้าสีทองส่องกระทบปุยเมฆเบื้องล่าง
ดูเหมือนกับเกลียวคลื่นทะเลน้ำนมสีขาวขยับเคลื่อนโลดแล่น
กับยอดเขาสีเขียวที่เหมือนเกาะแก่งโขดหินอันกว้างใหญ่สุดสายตา





ในที่สุด เราก็ผ่านเขา ผ่านโค้ง ผ่านหมอก
จนมาถึง "เมืองปาย" จุดหมายปลายทางของพวกเรา

ปาย.. เป็น อำเภอเล็กๆ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน
เมืองที่ซ่อนตัวอย่างเงียบๆ ท่ามกลางหุบเขาสูงและป่าใหญ่
มีลำน้ำปายไหลหล่อเลี้ยงผู้คนชาวบ้านชาวเขา
ให้ปลูกข้าว ทำนา ทำไร่กระเทียม
จนกลายเป็นเหมือน สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองปาย

ปาย .. เป็นที่รู้จักกันดีของฝรั่งชาวแบ็กแพ็กเกอร์มานาน
ชื่อเสียงที่ว่า ปาย เป็นเมืองสงบเงียบ เป็นธรรมชาติ
และมีความบริสุทธิ์ ท่ามกลางป่าเขา ทุ่งนา ไร่กระเทียม
และ... สายน้ำปาย



ทันทีที่เราเข้าเมืองปาย
เราก็ถูกต้อนรับด้วยป้ายชื่อ เกส์ทเฮ้าส์
ที่บอกทางชี้วนไปทุกทิศทุกทาง

ทุกวันนี้ เกส์ทเฮ้าส์ผุดขึ้นยิ่งกว่าดอกเห็ดหน้าฝน
กระท่อมเกส์ทเฮ้าส์เรียงรายตลอดสองข้างลำน้ำปาย
ห้องพักตั้งแต่ราคาคืนละ ร้อยสองร้อยบาท ยันคืนละหลายพัน
สวรรค์ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจริงๆ

มีเงินไม่กี่ดอล ก็อยู่ที่ ปาย นี่ได้อย่างสบายๆ ไปเป็นเดือนๆ


พวกเราก็เหมือนกัน ..มาแบบประหยัด
เลยเลือกพักที่ "Golden Hut" เกส์ทเฮ้าส์เล็กๆ ริมน้ำปาย
สนนราคาห้องอย่างหรู แต่ไม่ติดน้ำ คืนละ 300 บาท อิอิ






จัดการเรื่องที่พักเรียบร้อย ก็ได้เวลาออกสำรวจเมืองปาย
นอกจาก เสน่ห์ของธรรมชาติแล้ว
เมืองปาย ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ของ ร้านกาแฟเก๋ๆ
ร้านโปสการ์ดน่ารัก น่ารัก ร้านอาหารมีสไตล์
ดูเหมือนเมืองทั้งเมือง กระจุ๋มกระจิ๋มน่ารักไปซะหมด

ร้านกาแฟ ที่ขึ้นชื่อที่สุดในเรื่องความเก๋ไก๋ สไตล์การแต่งร้าน
จนถึงรสชาดของกาแฟ และ เบเกอรี่ แล้ว..ไม่มีใครเกิน
All About Coffee..... แน่นอน... ร้านแรกของพวกเราในเมืองปายเลยละ
จะได้พูดได้เต็มปากว่า มาถึงปาย แล้วจริงๆ





คาปูชิโน่ แม็กซิกาโน่ อาราบิกา ชาหอม ชาสมุนไพร
ไข่กระทะ ชีสเค้ก เค้กแครอท..เอ่อ..เหมาหมดเมนูนั่นละ
โอ๊ยย สั่งกันจน เจ้าของร้านงง ว่าตายอดตายอยากกันมาจากไหน
กรุงเทพไม่มีเค้ก ไม่มีกาแฟกินกันเลยหรือยังไง เอิ๊กๆ











ปาย.. ไม่ได้มีเสน่ห์ที่สิ่งก่อสร้างใหญ่โตสวยหรู
แต่มีเสน่ห์ที่ความน่ารักของบ้านเรือน ร้านค้า
และธรรมชาติรอบๆ เมือง

ที่ปาย..เลยมี จักรยาน ให้เช่ากันเยอะแยะ
ว่ากันว่า ที่ปายนี่ มีจักรยานให้เช่าอยู่เกือบ 5 พันคัน
ททท. เคยบอกว่าที่นี่มีมากที่สุดในเมืองไทยเลยละ

เพราะฉะนั้น มาเที่ยวปายให้สนุก
ก็ต้องหาจักรยานของขี่ลัดเลาะไปตามบ้านเรือน
ตัดข้ามสะพานไม้ไผ่ข้ามน้ำปายไปอีกฝาก
ที่เป็นไร่กระเทียมและนาข้าวสุดสายตา



เสียดายที่ช่วงที่เราไป ต้นเดือนธันวาแบบนี้
นาข้าวเพิ่งจะเกี่ยวเสร็ข เลยเหลือแต่ซังตอแห้ง ๆ
ส่วนไร่กระเทียม ก็เพิ่งจะเริ่มลง
มียอดโผล่มานิดเดียว ไม่ทันได้เขียวสวยไปทั้งทุ่ง



ตาริวคุง ปั่นจักรยานหายไปฉายเดียวทำตัวเป็นพระเอกมิวสิคอีกตามเคย
พี่หมอผี หามุมสวยๆ จุดธูปอัญเชิญวิญญาณศิลปินเข้าประทับทรง
ก่อนเริ่มจับพู่กันมาละเลงสีน้ำ ปาดปายบนกระดาษขาว เก็บทัศนีย์ภาพเมืองปาย
ตาเจมส์ ก็เดินหายเข้าไปในเมือง เดาว่าคงตะล่อนหาของกิน

ส่วนผมกับตามะขวิด ..ก็เดินเก็บภาพ ทุ่งนา ฟ้ากว้างไปเรื่อยเปื่อย
จนมาถึงปลายนาอีกฟากของสายน้ำปาย
พอดีเห็นชาวบ้าน เค้ากำลังนวดข้าวกันอย่างสนุกสนาน
เราเลยเดินเข้าไปถ่ายรูปใกล้ๆ



พอชาวบ้านเค้าเห็นเราเดินเข้าไปใกล้... เค้าก็หยุด
เค้าหยุด .. เราก็หยุด
แหะๆ.. กลัวโดนเค้าไล่ตะเพิดออกมานั่นละ

แต่ที่ไหนได้ ... คุณลุงหัวหน้า กลับยิ้มแย้มเดินเข้ามาทักทาย
นั่งคุย เล่าเรื่องการทำนา เก็บเกี่ยวข้าว ปลูกกระเทียม ถั่วเหลือง
แกเล่าไปหัวเราะไป อย่างสนุกสนาน

สักพัก.. ก็ตักเอา เหล้าขาวป่า (เถื่อน...นั่นละ อิอิ) ส่งมาให้เรา
ใส ซะยิ่งกว่าตาตั๊กแตน ซะอีก เอิ๊กๆ
แค่จอกเล็กๆ ผ่านริมฝีปากลงไปนี่นะ
โห.. ไหลไปถึงไหน ถึงไหนนี่รู้หมดเลย
ร้อนวาบบบบบบ ไปตั้งแต่ริมฝรปาก ปลายลิ้น
ลิ้นไก่ คอหอย ตับไต ไส้พุง .. ร้อนวาบกันไปหมด

ลุงแกเห็นสีหน้าพวกเรา ก็หัวเราะชอบใจ
อ้าว .. นี่เลยเป็น หน้าหยีๆ แหยๆ นี่กลายเป็นคำชมให้แกไปซะอีกนะนั่น
ถามแกว่า กี่ดีกรี ละเนี๊ยะแรงมั่กมาก
แกบอกอย่าไปวัดเลย ต้มเอง กินเอง เมาเอง..ใช้ได้พอแล้ว เอิ๊กๆ



จริงๆ ลุงแกก็แสนจะใจดี ชวนกินข้าวเย็นด้วยกันอีกนะ
น้ำใจของคนแถวนี้นี่ยอมรับนับถือเลย
ทั้งคุณน้าที่แม่แสะ ที่ให้ที่นอนแก้หนาว
ทั้งคุณลุงที่ชวนกินข้าวเย็นที่นี่
ต่างกับสังคมเมืองอย่างสิ้นเชิง

เสียดายที่นัดกับเพื่อนๆ ไว้ว่าจะไปหาอะไรกินกันที่ตลาด
นี่แถมยังมีเพื่อน มาแจมจากเชียงใหม่อีกสองคน














ปาย นี่...ไม่ใช่หลังเขากันดารซะทีเดียวนะ
อย่างน้อย ปาย .. ก็ยังมีสนามบินเป็นของตัวเอง

แต่เหอเหอ... เห็นแล้ว อึ้ง ทึ่ง เสียว
ลานดินลูกรังเทลาดไปยาว
ปักป้าย ข้างหน้าว่า .."ท่าอากาศยานปาย"

จึ๋ยยย... อยากรู้จัง
จะมีเครื่องบิน มาแวะลงจอด
แล้วรอดตายกลับไปบ้างมั้ยเนี๊ยะ เหอเหอ





ที่ข้างๆ สนามบิน เดินมาไม่กี่ก้าว
พอดีเห็น โรงบ่มใบยาสูบร้างๆ
เลยเข้าไปเก็บรูป เก็บบรรยากาศ
มาฝากกันหน่อย ...

ลึกลับ ดูวังเวง แต่คลาสสิคดีอ่ะ ชอบๆๆ






วันที่สองนี่ แพลนกันว่า
จะตื่นมาใส่บาตรตอนเช้า
แล้วก็จะข้ามเขา(อีกแล้ว)
ไปเที่ยว "ถ้ำธารลอด" ที่ปางมะผ้า
...ก็อีก 50 กว่าโล(แม้ว)...เอง...เอิ๊กๆ


ทีแรกก่อนมา ถ้ำลอด นี่ก็ไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่
คือ ... ไงล่ะ ..ไกลอ่ะขี้เกียจขับ
นี่ถ้ามันสวยไม่คุ้มเหนื่อย คงบ่นกันหูแฉะไปตามๆ กัน





แต่พอเข้ามาถึง...ก็ถึงกับลืมเหนื่อยไปเลย
โพรงถ้ำใหญ่โต.. ใหญ่มากมากๆๆๆๆๆ มากถึงมากที่สุด

มีลำธารไหลเชี่ยวเลย ตัดผ่านเข้าไปในถ้ำที่มืดสนิท
ต้องนั่งแพไม้ไผ่ ล่องเข้าไปตามลำธารผ่านเข้าไป
แถมมีตะเกียงไฟ คอยส่องนำทางให้อยู่อันเดียว

โอ๊ยยย กิ๋บเก๋ถูกใจโจ๋แอดเวนเจอร์สุดๆ




น้ำในลำธารเย็นเจี๊ยยบบบบ
ไหลเชี่ยวแรงจากปากถ้ำเข้าไปข้างในที่มิดสนิท
แต่ในน้ำ มีปลาพลวง ตัวเบ้อเร่อ ตัวใหญ่มากๆ
พวกเราเอาอาหารปลาที่ขายก่อนขึ้นแพ โยนให้กินกันสนุกสนาน

แพไม้ไผ่ จะพาเข้าไปจอดแวะตามจุดสำคัญๆ
จะเป็น โพรงถ้ำ 3 ถ้ำ
ทั้งหินงอก หินย้อย หินกากเพชร สวยจริงๆ
ถ้ำแรกใหญ่มากๆ ยังกะถ่กพระยานคร
คือ สร้างบ้าน สร้างวังได้สักหลังเลยละ เอิ๊กๆ



ส่วนถ้ำที่สาม ... เป็นถ้ำผีแมน
คำว่า "ผีแมน" ... ก็คือ ศพคนตาย นั่นละ
ถ้ำผีแมนแปลตรงๆ ก็ ถ้ำสำหรับเก็บศพ
เพราะข้างในจะมี โลงศพมนุษย์โบราณ เยอะแยะเต็มไปหมด
แต่ไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่
สงสัย คงไปผุดไปเกิดกันหมดแล้วละ อิอิ





กว่าจะกลับเข้าปายอีกทีก็บ่ายแล้ว
อาบน้ำอาบท่า เตรียมตัวออกไปหาข้าวเย็นกินกัน
แล้วก็เตรียมตัว เก็บข้าวเก็บของ
พรุ่งนี้เช้า จะออกเดินทางกลับมาเชียงใหม่แต่เช้า

เห้อ.. สองวันสองคืนที่เมืองปาย
ทำไม ดูมันไวจังเลย
ยังอยากเที่ยว อยากอยู่สะที่นี่เลย
เสียด้วยซ้ำ เหอเหอ








Create Date : 12 พฤษภาคม 2548
Last Update : 7 มิถุนายน 2548 11:59:39 น. 11 comments
Counter : 201 Pageviews.

 
เล่าได้สนุกมาก ถ่ายรูปได้อารมณ์ดีอ่ะ.....พึ่งรู้ว่าปายก็มีสนามบินหน้าตาดีกว่าสนามบินคยาที่อินเดียอีก.....ไม่อยากให้ปายเปลี่ยนไปเพราะถ้าไม่ใช่ปายที่มีลำน้ำทุ่งนาไร่กระเทียมและชาวบ้าน..มันจะมีอะไรดึงดูด....ไปปายพักผ่อนขี่จักรยาน วาดรูป แช่บ่อโคลน กลางคืนเดินมากินข้าว ฟังแจส เลือกโปสการ์ด กินกาแฟ หรือน้ำสมุนไพรในกระบอกไผ่...นั้นคือปาย.......ขอจงเป็นปายไปชั่วนิรันดร์นะจ๊ะ.........เสียวไปด้วยนะตอนลุ้นน้ำมันหมดน่ะ


โดย: คนรักปาย IP: 210.1.12.237 วันที่: 12 พฤษภาคม 2548 เวลา:11:53:06 น.  

 
บล๊อกสวยดีครับ background ก็สวย สมเป็น creative
ปายในความทรงจำของผมเมื่อตค.สองปีก่อน ไปโดยไม่มีข้อมูลอะไร ขับรถวกวนจากเชียงใหม่ เข้าโค้งจนเมื้อยมือ ไปถึงแล้วหลงเสน่ห์เมืองปาย เมืองมันน่ารักมาก แล้วก็ไปต่อถึงเมืองแม่ฮ่องสอนและกลับมาปาย
ที่เสียวก็ตอนกลับมาเชียงใหม่ตอนเช้า ฝนตก ถนนลื่น และจังหวะหักศอกลงเขา ล้อหน้าก็ได้ล๊อกและได้ไถลรถเกือบถึงขอบรั้วเหล็กกั้นตกเหว.. เดชะบุญรถมันไม่ชน..
ยังไงปายก็ยังมีเสน่ห์ น่าอยู่เสมอ...


โดย: biggg วันที่: 12 พฤษภาคม 2548 เวลา:13:53:55 น.  

 
เล่าเรื่องดี .. ภาพสวย .. น่าไปมากกกกกกกกกกกกกกกกก


แต่ตัวหนังสือตัวเล็กไปหน่อยอ่านลำบากกับลาย bg แบบนี้ (หรือ
เราแก่แล้วตามองไม่ค่อยดี .. ขออภัยที่วิจารณ์)


ดำกะเขียว .. เปลี่ยนตัวหนังสือสีตัดกะ bg เลิศเลยนะซิบอกให้ !!




โดย: สวยสะพรึง วันที่: 12 พฤษภาคม 2548 เวลา:14:46:13 น.  

 
เห็นแล้วอยากไปอีกครั้งครับ


RockYou slideshow | View | Add Favorite


โดย: Dr.Manta (Dr.Manta ) วันที่: 25 กรกฎาคม 2549 เวลา:14:14:04 น.  

 
เคยไปพัก Belle Villa Pai แล้วหรือยัง สวยม๊ากมาก ไม่เชื่อติดต่อไปที่ 02-6932895 Head Office ดูสิ


โดย: คนเคยพัก IP: 202.57.139.226 วันที่: 23 สิงหาคม 2549 เวลา:14:53:52 น.  

 
จะไป อิ อิ ต้องไปให้ได้
อยาก ไปอยู่เลยอะ ทำงัยดี อยากไปนอนลืมเวลา และนาที ให้โลกเดินช้าๆผ่านสายหมอก มีเพลง bossa ฟังเพลินๆ แล้วโลกนี้เราจะต้องการอะไรอีก


โดย: ไม่ได้ตั้งใจโสด (ไม่ได้เขียนบล๊อกเลย) IP: 125.24.207.177 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2549 เวลา:12:00:08 น.  

 
ดีค่ะ แบบว่าแอบเข้ามาอ่าน อยากได้ข้อมูลการไปเที่ยวปายมากเลยค่ะ ยังไงถ้ามีเวลา
รบกวนติดต่อที่ dang_noi@hotmail.com จะขอบคุณมากๆเลยค่ะ มีโปรแกรมจะ
ไปตอนกลางเดือนธันวาคมนี้อ่ะค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ


โดย: dang_noi IP: 124.120.221.142 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2549 เวลา:23:22:38 น.  

 

จะไปปายพอดีเลยดีจัง


โดย: Jeab Punnee IP: 210.4.148.102 วันที่: 30 มกราคม 2550 เวลา:12:56:10 น.  

 
เคยไปแม่ฮ่องสอนแล้วสวยมาก เสียดายมีเวลาน้อยไปหน่อย เลยเที่ยวไม่ทั่วถึง
อยากไปอีก และขอบคุณที่มาเล่าบรรยาศ สบายๆ และธรรมชาติที่สวยๆ ของเมืองไทยให้ได้รับทราบ

เที่ยวเมืองไทย ไม่ไป ไม่รู้


โดย: ben IP: 203.147.40.9 วันที่: 2 สิงหาคม 2550 เวลา:9:16:33 น.  

 
ครีเอถีบไปเที่ยวกะเพื่อน หรือ ไปเที่ยวกะเทพ & ดารา คะ?ทั้งตาริวคุง พี่หมอผี ตาเจมส์ เห่อ เห่อ เห่อ

ขอบคุณที่ถ่ายรูปกระถางดอกไม้บนพื้นมา บริโภคได้เพลิน เพลิน ค่ะ


โดย: ละไม La maii วันที่: 24 ตุลาคม 2550 เวลา:21:07:35 น.  

 
กว่าจะถึง - ปาย*<br>เกือบตายที่กลางทาง!


โดย: ensim วันที่: 28 ธันวาคม 2550 เวลา:10:47:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ครีเอถีบ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ถีบฟรี!!!!

Friends' blogs
[Add ครีเอถีบ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.