Hotline News Today
Group Blog
 
<<
มกราคม 2554
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
2 มกราคม 2554
 
All Blogs
 
เมื่อผมพาหม่าม้าฉลองคริสมาสต์ ฮ่องกง-มาเก๊า-จูไห่-เซิ่นเจิ้น

หลังจากไม่ได้พาหม่าม้าออกนอกประเทศมากว่า 4 ปี ในที่สุดก็ถึงช่วงเวลาแห่งการรอคอย จุดหมายปลายทางในการเดินทางครั้งนี้ก็ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านเราซะเท่าไหร่นัก จากการจุดประกายเริ่มแรกของคุณหม่าม้าที่บ่นอยากจะไปเซิ่นเจิ้นสักครั้งหนึ่งในชีวิต (สงสัยคงอยากจะไปช็อปปิ้ง) แต่ไหนๆก็มาแล้ว ผมเลยจัดพ่วงฮ่องกง มาเก๊า แถมไปให้ทีเดียวเลย เพราะข้ามไปมาหากันได้ จะได้มาครั้งเดียวไม่เสียเที่ยวไม่เสียเวลา

เราเริ่มต้นการเดินทางโดยจุดหมายแรกลงที่สนามบินนานาชาติฮ่องกง (Chek Lap Kok) ซึ่งเป็นสนามบินแห่งใหม่ของฮ่องกง ตั้งอยู่บนเกาะลันเตา ว่ากันว่า รัฐบาลของประเทศต้องถมทะเลเพื่อทำสนามบินแห่งใหม่เลยทีเดียว



กว่าจะเช็คอิน ผ่าน ตม. ออกมาก็เย็นพอดี หัวหน้าทัวร์เลยพาเราไปทานอาหารเย็นที่ภัตตาคาร และเช็คอินเข้าโรงแรม แต่กระนั้น ความกระหายในการเที่ยวยังไม่เลือนหาย มาวันแรกมันต้องมาเห็นอะไรบ้าง เลยขอใช้บริการรถ shuttle bus ของโรงแรมไปลงย่าน "Tsim Sha Tsui" เพื่อไปสัมผัสบรรยากาศฮ่องกงในยามราตรี



ย่าน "Tsim Sha Tsui" นี้ คนไทยอาจไม่ค่อยคุ้นหูมากนัก แต่ถ้าหากบอกว่า "ถนนนาธาน" ก็คงจะรู้จักกันดีอยู่ไม่น้อย เรียกได้ว่าเป็นแหล่งสวรรค์ของคนช็อปปิ้งกันเลยทีเดียว เดินมาไม่ไกลนักจากถนนนาธานจะไปบรรจบกับริมอ่าววิกตอเรียและ "Harbour City" ที่สามารถชมบรรยากาศวิวเกาะฮ่องกงได้อย่างดีทีเดียว



เช้าวันรุ่งขึ้นคณะทัวร์ได้พาเรามาที่ "สถานี Peak Tram" เพื่อขึ้นรถรางขึ้นสู่ "The Peak "จุดชมวิวสูงสุดของยอดเขาวิคตอเรียพีค สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 396 เมตร และขึ้นไปก็ไม่ผิดหวังจริงๆ เรียกได้ว่าอยู่บนนี้สามารถมองเห็นตึกต่างๆได้ทั่วสุดลูกหูลูกตาทั้งบนเกาะฮ่องกงและเกาะเกาลูนกันเลย



หลังจากนั้น ช่วงสายๆ ได้มีโอกาสไปนมัสการเจ้าแม่กวมอิม และเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่อ่าวรีพลัสเบย์ ว่ากันว่าใครได้มาสัมผัสท่านจะได้รับแต่โชคลาภและเงินทองกลับบ้าน








ช่วงบ่าย ละจากฝั่งฮ่องกงเพื่อนั่งเรือเฟอรี่ข้ามทะเลไปฝั่งมาเก๊า จุดหมายแรกแน่นอนพลาดไม่ได้เลย "The Venetian" เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าเมืองมาเก๊าเป็นเมืองแห่งคาสิโน หรือที่ถูกขนานนามว่าเป็นลาสเวกัสแห่งใหม่ของเอเชียนั่นเอง ที่นี่จะมีเรือกอนโดล่าบรรยากาศเวนิสซึ่งจำลองมาจากอิตาลี เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมบรรยากาศสองฝั่งน้ำ พร้อมท้องฟ้าที่สดใสสวยงาม




รุ่งเช้า คณะเราได้แวะเยี่ยมวัดอาม่า (A-Ma Temple) ว่ากันว่า ที่มาของชื่อ "มาเก๊า" ก่อกำเนิดมาจาก "อาม่า" นี่เอง ตามตำนานเล่าว่า อาม่า แท้ที่จริงแล้วคือ "หลิงม่า" หญิงสาวชาวฟูเจี้ยน ซึ่งขอโดยสาวกับเรือชาวประมงเพื่อต้องการข้ามฝั่ง แต่ระหว่างทางเกิดพายุกระหน่ำอย่างรุนแรง ด้วยปาฏิหาริย์ในคำสั่งของหลิงม่า ทำให้เรือมาเทียบฝั่งได้อย่างปลอดภัย ซึ่งหลังจากที่หลิงม่าก้าวขึ้นสู่ฝั่งซึ่งปัจจุบันคือมาเก๊า เธอก็ลอยขึ้นบนฟ้าและหายลับไป ชาวประมงจึงเชื่อว่าเป็นองค์เทพธิดาแห่งท้องทะเล และที่นี่จึงได้รับการขนานนามว่าอ่าวของอาม่า และเพี้ยนมาเป็นมาเก๊า ในปัจจุบัน





และอีกหนึ่งของสัญลักษณ์เมืองมาเก๊าที่จะพลาดไม่ได้ก็คือ "องค์เจ้าแม่กวมอิมองค์หนาจ่าซาไทจื้อ" ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนอ่าวมาเก๊า องค์เจ้าแม่กวมอิมนี้สร้างขึ้นโดยรัฐบาลโปรตุเกส เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้แก่มาเก๊า ในโอกาสที่ส่งมอบมาเก๊าคืนให้กับจึน เมื่อปี 1999 หากสังเกตุพระพักตร์จะพบว่าพระพักตร์ของเจ้าแม่กวมอิมองค์นี้จะละม้ายคล้ายคลึงกับพระแม่มารี เนื่องจากชาวโปรตุเกสเป็นผู้สร้างนี่เอง



นั่งรถมาไม่ไกลมากนัก จะพบ "ซากประตูโบสถ์เซ็นต์พอลล์" อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองมาเก๊า เดิมทีที่นี่เป็นโบสถ์มาแตร์แดอี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิทยาลัยเซนต์พอลล์ แต่โดนไฟไหม้เมือปี 1835 เหลือเพียงแค่บานประตูดั่งในปัจจุบัน



ถัดจากโบสถ์เซ็นต์พอลล์ หากเดินลัดเลาะมาเรื่อยๆก็จะถึง"เซ็นนาโด สแควร์" หรือที่เรียกว่า "เซ็นเตอร์พอยท์" ของมาเก๊า ที่นี่เต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึกและของฝากมากมาย



ตกบ่าย คณะเราก็ได้โบกมือลาเมืองมาเก๊า เพื่อมุ่งหน้าต่อไปยัง "เมืองจูไห่" ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ "เมืองจูไห่" เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งมีพรมแดนติดกับมาเก๊า ระหว่างการเดินทาง เราจะได้ชมวิวทิวทัศน์ของถนนแห่งความรัก (Lover Road) ซึ่งมักจะมีคู่รักมานั่งพักผ่อนและพลอดรักกันที่นี่ และที่แห่งนี้จะมี "รูปปั้นสาวงามหวีหนี่" สาวงามไข่มุกแห่งท้องทะเลสัญลักษณ์ของเมืองจูไห่




และแล้วก็ถึงวันที่หม่าม้ารอคอย เพราะวันนี้เราจะเดินทางไป "เซิ่นเจิ้น" ซึ่งแน่นอน มาเซิ่นเจิ้น ก็คงไม่พลาดกับ "ห้าง Lowu Center" หรือ "ห้างมาบุญครอง เซิ่นเจิ้น" ที่คนไทยชอบเรียกกัน ซึ่งก็คงเป็นอย่างที่ว่าจริงๆ เพราะบรรยากาศก็เหมือนมาบุญครองบ้านเราจริงๆแฮะ มาที่นี่ อย่าลืมต่อของด้วยนะครับ ต่อรองราคาได้มากกว่า 50% เลยทีเดียว



หลังจากช็อปปิ้งกันหนำใจแล้ว ช่วงเย็นได้มีโอกาสไปแวะเยี่ยม "หมู่บ้านวัฒนธรรม" ซึ่งได้จำลองและรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองจีนไว้ที่นี่ที่เดียว ที่แห่งนี้ ยังได้มีโอกาสชมการแสดงแสงสีเสียงอันตระการตาอีกด้วย







วันสุดท้ายเรานั่งรถไฟจากเมือง "เซิ่นเจิ้น" กลับมาที่เมือง "ฮ่องกง" อีกครั้ง แต่วันนี้ จุดหมายของเราที่เป็นไฮไลท์ของทริปนี้อยู่ที่เกาะลันเตา เพื่อไปขึ้น "กระเช้านองปิง" และแวะนมัสการ "พระใหญ่โป่หลิน" ซึ่งประดิษฐานบนเกาะแห่งนี้



"กระเช้านองปิง" จะต้องขึ้นจากฝั่ง "Tung Chung" ข้ามเขาประมาณ 3-4 ลูก ใช้เวลาประมาณ 25 นาที จึงจะถึงฝั่ง "Ngong Ping" แม้จะดูน่ากลัวและดูใช้เวลานาน แต่พอขึ้นไปจริงๆแล้วจะรู้สึกว่าไม่นานเลยครับ เพราะขึ้นไปเราก็จะพบกับความตื่นตาตื่นใจกับธรรมชาติ ที่หาดูไม่ได้ง่ายจริงๆบนนี้







และแล้วก็มาถึง "หมู่บ้านนองปิง" หมู่บ้านนี้สร้างขึ้นตามรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนโบราณ มีร้านค้าและร้านอาหารให้เพลินเพลินอยู่ได้หลายชั่วโมงเลยทีเดียว



และเดินไปไม่ไกล เราก็จะได้พบกับ "วัดโป่หลิน" ว่ากันว่าเป็นวัดศักดิสิทธิ์ ขอพรที่นี่จะสมหวังทุกประการ และแน่นอนต้องไม่ลืมที่จะขอพรจาก "พระใหญ่" สร้างจากทองสัมฤทธิ์หนักกว่า 250 ตัน สูง 34 เมตร ว่ากันว่าเป็นพระพุทธรูปกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่นี่เชื่อกันว่าใครได้มากราบไหว้จะได้รับบุญกุศลมากมายเหนือคำบรรยายจริงๆ



เราสองคนพร้อมคณะทัวร์ใช้เวลาตะลุยฮ่องกง มาเก๊า จูไห่ เซิ่นเจิ้น รวม 5 วัน 4 คืน แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆในช่วงคริสมาสต์ แต่ก็เป็นช่วงเวลาแห่งความประทับใจไม่รู้ลืมเลยทีเดียว อย่างน้อยผมก็ได้ใช้เวลาอันน้อยนิดแต่ก็มีค่ามากมายในการพาหม่าม้าไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน เราสองแม่ลูกจึงจะมีโอกาสไปเที่ยวดีๆอย่างนี้อีกครั้ง แต่อย่างน้อยครั้งนี้ก็คงเป็นหนึ่งในความทรงจำของสองเราไปอีกนานแสนนาน



Create Date : 02 มกราคม 2554
Last Update : 3 มกราคม 2554 12:24:02 น. 5 comments
Counter : 1147 Pageviews.

 
น่าจะเพิ่มรูปอาหารด้วยนะอาตุ๋ย


โดย: Ronny IP: 118.173.89.28 วันที่: 3 มกราคม 2554 เวลา:13:01:41 น.  

 
เป็นทริปที่น่าประทับใจ ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีกระต่าย จริง ๆ
หม่าม้าก็ดูมีความสุขเนอะ


โดย: P'Jeab IP: 124.121.212.223 วันที่: 3 มกราคม 2554 เวลา:14:08:02 น.  

 
น้องตุ๊ย หนีเที่ยวอีกแล้ว รูปน่ารักมากๆค่ะ เห็นแล้วคิดถึงคุณแม่ตัวเอง เห็นด้วยกับคุณ Ronny ว่าอยากเห็นภาพอาหารฮ่องกงด้วยค่ะ


โดย: Perasa IP: 60.241.170.50 วันที่: 3 มกราคม 2554 เวลา:15:08:23 น.  

 
แหะ แหะ พอดีอาหารฮ่องกงที่ทัวร์จัดให้มันน่าทานมั๊กๆเลยครับ มีทั้งเป็ดปักกิ่ง หมูหัน ติ่มซำ ก็เลยรีบสวาปามไม่ทันได้ถ่ายรูปสักรูปเลยอ่ะ แต่เผื่อนึกภาพไม่ออก ก็ดูจากรูปนี้ก็ได้ มันประมาณเนี้ยแหละคร้าบ





โดย: Crackerjack วันที่: 3 มกราคม 2554 เวลา:16:39:12 น.  

 
เป็นลูกที่น่ารักที่สุด อยากให้ลูกชายเราพาเที่ยวแบบนี้มั่งจัง


โดย: pennoom วันที่: 4 มกราคม 2554 เวลา:13:06:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Crackerjack
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Google
Friends' blogs
[Add Crackerjack's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.