Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2548
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
24 ตุลาคม 2548
 
All Blogs
 
ภูกระดึง ปฐมบทของนักเดินทาง 23-27 Feb, 05

ภูกระดึง ปฐมบทของนักเดินทาง

ว่ากันว่าใครคิดจะเป็นนักเดินทางต้องเริ่มต้นจากที่นี่ค่ะ “ ภูกระดึง “ ภูกระดึง ภูเขาหินทรายที่มียอดตัดราบ สัณฐานเป็นรูปใบบอน ( หรือรูปหัวใจ ) ในเขตจังหวัดเลย มีสิ่งใดให้ค้นหา จึงมีนักท่องเที่ยวเต็มใจที่จะไปจับจองความประทับใจกันครั้งแล้วครั้งเล่า ต้องการเพียงให้ตนเองได้เป็นผู้พิชิตความสูงของยอดภูหรือความยากลำบากตามคำร่ำลือ หรือเพราะสิ่งใดล่ะ

การเดินทางครั้งนี้เริ่มขึ้น เพราะต้องการหาคำตอบให้กับสิ่งที่ยังค้างคาใจ สิ่งใดจะดียิ่งกว่าการค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง

การจัดการเรื่องวันเวลาในการไปเยือนครั้งนี้จึงเกิดขึ้น เราเริ่มต้นเดินทางจากสถานีขนส่งหมอชิต ในเวลาสี่ทุ่มครึ่ง ผู้คนมากมาย เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาวนั่นเอง นั่งรถไปหลับๆ ตื่นๆ เราก็ได้ไปรับอรุณกันที่ผานกเค้า อากาศสดชื่น ต่างกับเมืองหลวงที่เราอยู่มากมาย ลมเย็นๆ พัดโชยตลอดเวลา เราจัดการเรื่องอาหารเช้า จัดเตรียมเป้ที่จะติดตัว แยกจากเป้ที่จะฝากลูกหาบให้เรียบร้อยแล้วจึงออกเดินทางไปบ้านศรีฐานโดยรถสองแถว

ที่บ้านศรีฐานมีบอร์ดจัดนิทรรศการไว้ให้ความรู้ก่อนเดินทางขึ้นสู่ยอดภูตั้งแต่ประวัติการค้นพบ สภาพทางภูมิศาสตร์ ลักษณะป่าประเภทต่างๆ ต้นไม้และดอกไม้ที่ควรศึกษา รวมถึงการเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ บนยอดภู ที่มีทั้งหน้าผาและน้ำตก

เรารีบจัดการเรื่องสัมภาระโดยการซื้อบัตรสัมภาระที่ด้านหลังของศูนย์บริการนักท่องเที่ยวโดยราคาอยู่ที่กิโลกรัมละสิบบาท เราควรแยกสิ่งของที่จำเป็นที่ควรนำติดตัวไปด้วยเช่นกล้องถ่ายรูป น้ำดื่ม ที่สำคัญกระเป๋าตังค์หนะ ห้ามลืม เพราะระหว่างทางมีร้านค้าไว้บริการตลอดทาง

ประมาณแปดโมงเช้าเราจึงเริ่มเดินทางขึ้นสู่ยอดภู การเดินทางช่วงแรกที่จำได้คือ กว่าเราจะถึง
ซำแฮกได้ ก็ แฮก แฮก สมคำร่ำลือจริง ๆ
ตลอดเส้นทางขึ้นสู่ยอดภูมีพันธุ์ไม้และไม้ดอกให้เราศึกษามากมาย




เราควรเดินเรื่อยๆ เพื่อจะได้ไม่เหนื่อยมากนักและออมแรงไว้เดินบนยอดภูรวมถึงจะได้มีเวลาศึกษาสิ่งรอบตัวโดยไม่เสียเวลา สภาพป่ารอบตัวเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามความสูงของพื้นที่


ตลอดทางเดินมีต้นไม้ให้ความร่มรื่น รวมถึงมีนกพันธุ์ต่าง ๆ ให้ผู้ที่สนใจแวะศึกษาตลอดทาง เราแวะพักเหนื่อยและทานอาหารกลางวันระหว่างทาง
เส้นทางเดินมีความชันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะช่วงซำกกโดนถึงซำแคร่ และช่วงสุดท้ายก่อนถึงหลังแป ที่ต้องปีนป่ายก้อนหิน

ประมาณสามชั่วโมงเราก็ถึง หลังแป มีป้ายบอก เราคือผู้พิชิตภูกระดึงที่ความสูง 1,288 เมตร พักเหนื่อยกันนิดหน่อย เราก็ต้องเดินทางสู่ศูนย์ฯ วังกวาง ตลอดทางเดินประมาณสามกิโล เราเหมือนอยู่ในอีกมิติ กับป่าสนและทุ่งหญ้ากว้างไกล หายเหนื่อยค่ะ ต้องพูดคำนี้


ครึ่งชั่วโมง เราได้มาถึงศูนย์ฯ วังกวาง ติดต่อเรื่องสัมภาระและที่กางเต็นท์เรียบร้อย เราเลือกกางเต็นท์ บริเวณที่มีคนจับจองไม่มากนัก เพราะไม่ชอบเสียงดังค่ะ เรื่องที่นอนเรียบร้อย ต่อไปก็ต้องเรื่องที่กิน หาอะไรเติมพลังให้ตัวเองเสียหน่อย ถามข่าวคราวจากร้านค้า ได้ความว่าช่วงนี้มีพี่ช้างแวะมาเยี่ยมเยียน ค่อนข้างบ่อยต้องระวังเวลาเดินเที่ยวด้วย และวันนี้ป้าที่ร้านข้าวจะไปเวียนเทียนที่พระพุทธค่ะ เพราะวันนี้ตรงกับวันมาฆบูชาค่ะ ลืมเสียสนิท เราจึงนัดแนะกับป้าว่าเราขอตามไปด้วย .....
ค่ำ ๆ เดินไปเวียนเทียน เป็นอีกบรรยากาศที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เวียนเทียนท่ามกลางแสงจันทร์ พร้อมลมอ่อนๆ พัดเย็นสบาย เราเห็นขอบฟ้ากว้างท่ามกลางทิวสน พระจันทร์ดวงกลมโต ออกมาต้อนรับเราด้วย เฮ้อ หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง



คืนแรกบรรยากาศเงียบ มีนักท่องเที่ยวไม่มากนัก ระหว่างที่นั่งกินกาแฟกลางแสงจันทร์ มีแขกมาเยือนเราค่ะ ทางเดินหน้าเต็นท์หากจากเราประมาณไม่เกินสามเมตร แขกตาวาวมาพร้อมกับหางเป็นพวง วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน เรานั่งนิ่ง เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ สังเกตความเคลื่อนไหวได้ซักพัก เค้าคงรู้ว่าเราอยู่ใกล้ๆ จึงเลี่ยงไปวิ่งทางอื่นแทน หากเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเยอะๆ อย่าหวังเลยว่าจะได้เห็นตัวเค้า นี่แหละนะใครว่าสัตว์ป่าดุร้าย อย่างไรมนุษย์อย่างเราก็ยังคงน่ากลัวกว่าอยู่ดี

คืนนี้อยากนอนดูดาวค่ะ แต่คงต้องรีบนอนเพราะวันนี้ใช้พลังไปค่อนข้างเยอะ คืนนี้หลับสบายสุดๆ บรรยากาศเงียบสงบ อากาศเย็นสบาย สวรรค์ของคนเดินทางจริงๆ ค่ะ

ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ที่ตีห้า เพื่อไปดูพระอาทิตย์ยามเช้าที่ผานกแอ่น แต่บรรยากาศน่านอนจริงๆ ค่ะ กว่าจะได้ออกไปจริงๆ ใช้เวลาอีกนานโขค่ะ ตลอดทางไปผานกแอ่นเราพบร่องรอยของพี่ใหญ่ หรือพี่ช้างของเรา คงเพิ่งจะผ่านไปไม่นานค่ะ ช่วงนี้เค้าออกมาหาอาหารนอกป่าค่ะ เนื่องจากในป่าค่อนข้างแล้ง อาหารไม่เพียงพอ น่าสงสาร เฮ้อ นี่แหละหนาป่าเมืองไทย
ไปถึงผานกแอ่น เราต้องจับจองหาพื้นที่ที่ให้มุมมองที่แปลกตา แต่เดินไปเดินมา ขาตั้งกล้องทุกคนก็อยู่ใกล้ๆ กันนั่นแหละ ไม่พ้นต้นสนที่เป็นไฮไลท์ วันนี้ฟ้าไม่ใสค่ะ เรารอจนอาทิตย์ขึ้นแล้ว จึงตัดใจเดินกลับ ไม่เป็นไรใกล้ๆ แค่นี้ ยังมีเวลามาแก้มือได้อีกหลายวัน


กลับมาจัดการเรื่องอาหารเช้าและข้าวห่อสำหรับมื้อกลางวัน วันนี้เราเลือกเดินเส้นทางน้ำตกค่ะ ตลอดทางเดินจากที่ทำการฯ เราพบร่องรอยของต้นไม้หักเนื่องจากพี่ช้างมากมาย ยังหวั่นๆ ว่าถ้าพี่เค้าโผล่มาตอนนี้เราจะทำยังงัยดีนะ
เส้นทางน้ำที่เราพบที่แรกคือ น้ำตกวังกวาง น้ำน้อยมากค่ะตามที่เราคาดไว้จริงๆ เดินไปเรื่อยๆ จะเป็นทางน้ำตกตลอดเส้นทางนี้เลยค่ะ น้ำตกเพ็ญพบใหม่ น้ำตกโผนพบ น้ำตกเพ็ญพบ ตบท้ายด้วย
น้ำตกถ้ำใหญ่ น้ำน้อยจริงๆ ค่ะ แบบนี้นี่เองพี่ใหญ่ของเราจึงต้องออกมาหากินนอกป่า แต่ตลอดเส้นทางน้ำตกเราก็พบไม้ดอกที่น่าสนใจหลายอย่าง เราจึงเสียเวลาไม่น้อยกับการเก็บภาพดอกไม้เล็กๆ ที่อยู่ข้างธารน้ำ


ทางเดินบรรจบลงที่พระพุทธ แวะไหว้พระอีกครั้ง แล้วจึงกลับที่พัก

วันนี้ยังมีแรงเหลือค่ะ เดินไปดูพระอาทิตย์ตกที่ผาหมากดูก ระยะทางประมาณสองกิโลเองค่ะ แต่อย่าลืมพกไฟฉายสำหรับขากลับด้วยนะ





คืนนี้ฟ้าโปร่งมากค่ะ นอนนับดาวพร้อมๆ กับลมหนาวที่โชยมาไม่ขาดสาย

เช้าวันใหม่ช่างสดใสจริงๆ ค่ะ อากาศปลอดโปร่งมาก วันนี้เราจะไปเดินเล่นริมหน้าผากันค่ะ เริ่มต้นที่
ลานพระพุทธ อีกครั้ง แวะทักทาย น้ำตกธารสวรรค์ ต่อด้วย น้ำตกพระองค์ น้ำตกถ้ำสอเหนือ และ
ถ้ำสอใต้ หลังจากนี้ทางเดินเป็นทุ่งหญ้าค่ะ ร้อนดีจริงๆ อาจเป็นเพราะมีการทำแนวกันไฟตลอดทางเดินที่เราผ่านก็ได้ วันนี้ฟ้าใสมากๆ ภาวนาขอให้เป็นแบบนี้ทั้งวันนะ เราจะได้เก็บภาพสวยๆที่
ผาหล่มสัก ระหว่างทางเราก็เจอทั้งกุหลาบแดงและกุหลาบขาวออกดอกอยู่ประปราย



ถึงแล้วค่ะ ผาหล่มสัก ยังไม่ได้ไปแวะทักทายหน้าผาเลย เราก็จัดการหวานเย็นน้ำแดงคนละถ้วย เพื่อดับร้อน วันนี้แทบจะไม่มีนักท่องเที่ยวเลยค่ะ สอบถามจากร้านค้าได้ความว่า ช่วงนี้พระอาทิตย์ตกทำมุมห่างจากหน้าผามาก คงได้ภาพที่ไม่สวยมากนัก เราก็เริ่มทำใจแล้ว ไหนๆ ก็มาแล้วขอมานอนรับลมเย็นๆ ริมหน้าผาซักพัก และที่สำคัญทางเดินกลับที่พักมีน้องหมาป่ามาแวะทักทายทุกวัน ฝูงละสิบยี่สิบตัว เท่านั้นเอง ...บรื้อ .... ผาหล่มสักวันนี้ช่างต่างจากที่เราพบในภาพมากนัก ทุกซอกทุกมุมเต็มไปด้วยขยะ นี่แหละหนา รุ่นลูกรุ่นหลานของเรา สภาพธรรมชาติจะเป็นอย่างไรนะ ถ้าคนยังเห็นแก่ตัวกันแบบนี้ นอนรับลมสักพักเราจึงเดินต่อไปยัง ผาแดง ตลอดเส้นทางเราพบพืชที่น่าสนใจหลายอย่าง แดดแรงแต่ก็มีลมจากหน้าผาพัดผ่านตลอดเวลา ช่วยคลายร้อนได้ดีทีเดียว



ต่อด้วย ผาเหยียบเมฆ และสุดท้ายของวันนี้ที่ ผานาน้อย พระอาทิตย์กำลังจะตกแล้ว


เรามาส่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่นี่ค่ะ ฟ้าโปร่ง อากาศดีมากๆ ค่ะ จากที่นี่เดินกลับอุทยานใช้เวลาไม่มากนักและไม่ต้องเสี่ยงกับน้องๆ ที่มากันเป็นฝูงด้วยค่ะ เพราะเจอกับนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มนึงก็เลยถือโอกาสเดินกลับพร้อมกันซะเลย

รุ่งเช้า.....เราต้องรีบตื่นเพื่อไปแก้มือที่ผานกแอ่นค่ะ
วันนี้ไม่ผิดหวัง ฟ้าโปร่ง ท้องฟ้าสีสวย แต่ไม่มีทะเลหมอกนะคะ เพราะตอนนี้กำลังจะเข้าหน้าร้อนค่ะ



ระหว่างเดินกลับที่พัก แวะไหว้พระอีกครั้ง เพราะวันนี้จะกลับแล้วค่ะ จัดการกับอาหารเช้าเรียบร้อยก็เตรียมตัวเก็บของ ระหว่างนั้นก็เก็บภาพใกล้ ๆ กับเต้นท์ที่พักไปเรื่อยๆ อยากซึมซับบรรยากาศสงบ ๆ แบบนี้ อากาศสดชื่นแบบนี้ไว้ให้นานที่สุด เพื่อรอวันกลับมาใหม่อีกครั้ง...

เมื่อถึงที่ทำการ ฯ เราต่อรถไปขอนแก่น ... คืนนี้เราจะไปนอนขอนแก่นค่ะ

คืนนี้ดาวบนฟ้าก็คงมีจำนวนเท่ากับเมื่อสามวันก่อน แต่บรรยากาศช่างต่างกันลิบลับ ฟ้ากว้างเท่าเดิม ดาวบนฟ้าก็จำนวนเท่าเดิม เราก็อยู่กับคนเดิม แต่การดูดาววันนี้ช่างไม่เหมือนเดิม

บ่ายๆ เดินทางกลับกรุงเทพด้วย TG ค่ะ ทริปนี้จบลงด้วยความสุขที่ไม่มีวันลืม ยังไม่รู้ว่าอีกเมื่อไรจะมีโอกาสกลับไปยืนที่เดิมอีกครั้ง แต่รับรองว่าคงไม่ใช่แค่เพียงอีกครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น

ขอบคุณเพื่อนร่วมทางที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้มีแต่ความสุขค่ะ










Create Date : 24 ตุลาคม 2548
Last Update : 4 มกราคม 2549 2:10:05 น. 7 comments
Counter : 1600 Pageviews.

 
ฟ้าสวยดีครับ


โดย: Paphmania วันที่: 20 มกราคม 2549 เวลา:22:54:15 น.  

 
ภูกระดิงนี่ ที่จำได้ ผมไปมา 3 ครั้งแล้วครับ ถ้ามีโอกาส คงได้ไปอีกครับ รูปสวยมากเลยครับ ว่างก็แวะเข้าไปทักทายบ้างนะครับ


โดย: นายเคนชิโร่ (นายเคนชิโร่ ) วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:22:03 น.  

 
สวยกว่าของน้าแอ้บอีก


โดย: สำเภางาม วันที่: 5 มิถุนายน 2549 เวลา:14:51:15 น.  

 
นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ไม่ได้ไปเยือนที่แห่งนี้ แต่สิ่งที่ยังคงอยู่ในความทรงจำ คือ ความทรงจำ


โดย: เกดจัง วันที่: 29 พฤศจิกายน 2549 เวลา:0:25:55 น.  

 

สวัสดีปีใหม่ 2550 ค่ะป้าคอป ไว้เอารูปที่อินทนนท์มาให้ดูด้วยนะค่ะ




โดย: เกดจัง วันที่: 6 มกราคม 2550 เวลา:23:40:58 น.  

 
สวยจัง พี่ยังไม่เคยไปเลยอ่ะ


โดย: SmileOrchid วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:47:48 น.  

 
แนะนำเว็บท่องเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงาม


โดย: attractions (loveyoupantip ) วันที่: 7 สิงหาคม 2554 เวลา:11:55:25 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

:::copter:::
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add :::copter:::'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.