Why I Won't Be Apple Watch

นาฬิกายี่ห้อแอปเปิ้ลมาแล้ว หลังจากที่เก็งกันมานานจะออกหรือไม่ออกในที่สุด Tim Cook ก็เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยกับ Watch

Apple Watch แอปเปิ้ลจัดมาในรูปทรงหน้าปัดสี่เหลี่ยม หน้าจอแบบ Retina Display คมชัดแต่ยังไม่ได้บอกว่าความละเอียดของหน้าจอกี่พิกเซล ตัวเรือนนาฬิกาแอปเปิ้ลทำออกมาให้เลือก 3 แบบได้แก่

apple-announce-apple-watch_01

  • Apple Watch – ตัวเรือนสแตนเลสสตีล (สีเงินและสีดำ)
  • Apple Watch Sport – ตัวเรือนอะลูมิเนียมชุบผิว (สีเงินหรือสีเทารมดำ) น้ำหนักเบากว่าเรือนสแตนเลสสตีล 30%
  • Apple Watch Edition – ตัวเรือนทอง 18K (สีทองคำและสีโรสโกลด์)

apple-announce-apple-watch_02

แค่เฉพาะวัสดุตัวเรือนก็เยอะแล้ว ยังไม่นับสายนาฬิกาที่แอปเปิ้ลทำออกมาทั้งสายเหล็ก, สายเหล็กแบบสร้อยข้อมือ, สายแบบยางสำหรับออกกำลังกายสีสดใส, สายหนัง เรียกว่าแค่เลือกเฉพาะตัวเรือนกับสายรัดข้อมือก็คงเลือกกันไม่ถูกแล้วว่าจะเอาตัวเรือนแบบไหนสีอะไรแล้วจะใช้สายแบบไหน

สำหรับตัวเรือนมี 2 ขนาดได้แก่ขนาด 1.5 นิ้ว และ 1.65 นิ้วในรูปทรงสี่เหลี่ยม ขนาดหน้าจอของรุ่น 1.5 นิ้วนึกไม่ออกว่าประมาณไหน ถ้าผู้อ่านเคยเห็น iPod nano (6th Gen) ตัวเครื่องสี่เหลี่ยมจตุรัสมาก่อนก็จะมีขนาดพอ ๆ กัน เพราะ iPod nano รุ่นดังกล่าวมีหน้าขนาด 1.54 นิ้ว

ด้านการใช้งานแน่นอนว่ารองรับระบบการแตะการกดหน้าจอ แต่ Apple Watch สามารถแยกแยะแรงกดได้ด้วยว่าอันไหนคือแตะ และอันไหนคือกด เรียกว่าล้ำพอตัว ส่วนการควบคุมอื่น ๆ แอปเปิ้ลคิดใหม่ทำใหม่ต่างจาก SmartWatch ยี่ห้ออื่นในตลาดที่จะใช้วิธีการกดบนหน้าจอเป็นหลัก โดยแอปเปิ้ลใช้วิธีควบคุมการเลือกต่าง ๆ ผ่าน ‘เม็ดมะยม’ ด้านข้างเครื่อง ซึ่งแอปเปิ้ลในนิยามเป็น ‘เม็ดมะยมดิจิตอล’

apple-announce-apple-watch_03

apple-announce-apple-watch_04

เม็ดมะยมดิจิตอล ให้ตายก็นึกไม่ออกครับว่ามันทำงานยังไงถ้าไม่ได้เห็นวิดีโอ โดยหลักการทำงานคือใช้วิธีหมุนขึ้นหมุนลงและกดเพื่อเลือกไปยังเมนูต่าง ๆ (จำเป็นต้องดูวิดีโอประกอบเพื่อความเข้าใจมากขึ้น) ร่วมกับการใช้นิ้วแตะ, เลื่อนหน้าจอไปมาเพื่อเข้าใช้งานในแอปต่าง ๆ

สิ่งหนึ่งที่ไม่เห็นเลยคือคีย์บอร์ดบนหน้าปัดนาฬิกา จุดนี้การพิมพ์ข้อความจากที่แอปเปิ้ลสาธิตการใช้งานบนเวทีให้ดูถ้าเป็น iMessage หรือ SMS จะมีข้อความสั้น ๆ เตรียมไว้ให้ตอบกลับ เช่น ยังรับสายไม่ได้, เดี๋ยวโทรหา ฯลฯ ส่วนข้อความทั่วไปแอปเปิ้ลเน้นไปให้ใช้ Siri ที่เราพูดเข้าไปแล้วให้ Siri ในนาฬิกาพิมพ์ข้อความให้ เรื่องให้เราพูดแล้วนาฬิกาพิมพ์ข้อความให้ไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะทางกูเกิ้ลก็ใช้ Google Now กับนาฬิกาตัวเองเหมือนกัน

apple-announce-apple-watch_05

ตัวเครื่องมีเซ็นเซอร์อยู่ที่ฝาหลังสามารถใช้วัดการเต้นของหัวใจได้, ตรวจจับความเคลื่อนไหว, มี GPS และ Wi-Fi อยู่ในบริเวณเดียวกัน …มี Wi-Fi สงสัยจะเล่นอินเตอร์เน็ตเบราเว็บผ่าน Safari ได้ซินะ ?

apple-announce-apple-watch_06

เปล่าเลยการมี Wi-Fi, GPS รวมถึง Bluetooth ทั้งหมดจำเป็นต้องใช้งานร่วมกับ iPhone เพื่อให้ iPhone คอยส่งข้อมูลไปยังนาฬิกา เช่นการแจ้งเตือนผ่านแอปต่าง ๆ , เวลามีโทรศัพท์เข้าสามารถดูบนหน้านาฬิกาได้เลย ซึ่งก็รวมถึงการใช้นาฬิกาคุยโทรศัพท์ได้ด้วย (มีไมค์และลำโพงในนาฬิกา) ในอนาคตเราจะพบเห็นคนยกข้อมือกันทั่วบ้านทั่วเมืองมาคุยกับนาฬิกากันแล้ว นอกจากนั้นตัว Apple Watch ยังมี NFC ในตัวที่สามารถใช้งานการจ่ายเงินของ Apple Pay ได้ด้วย

apple-announce-apple-watch_07

apple-announce-apple-watch_08

apple-announce-apple-watch_09

สำหรับกระจกหน้าจอตามที่เราเห็นข่าวว่าน่าจะเป็นกระจกแซฟไฟร์ก็ถูก แต่ถูกเพียงครึ่งเดียวเพราะ Apple Watch ที่ใช้กระจกแซฟไฟร์มีเพียงแค่ 2 รุ่นคือ Apple Watch และ Apple Watch Edition เท่านั้น ส่วน Apple Watch Sport ตามสเป็คเป็นกระจก ION-X Glass เป็นการผสมผสานกันของกระจกอะลูมินา-ซิลิเคตที่มีความแข็งแรงทนรอยขีดข่วนและแรงกระแทกได้ดี นำมาเสริมความแข็งแรงระดับโมเลกุลด้วยขั้นตอนแลกเปลี่ยนไอออนจนออกมาเป็น ION-X Glass (รู้สึกล้ำมากแต่ไม่รู้ของจริงจะทนสักแค่ไหน)

…เรียกว่าแอปเปิ้ลแยกประเภทนาฬิกาตามการใช้งานไว้ให้เราแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเราชอบแบบไหน

สำหรับแอปที่ติดเครื่องมาด้วยแอปเปิ้ลเน้นไปถึงเรื่องการออกกำลังกาย โดยที่ผมได้เห็นหน้าคุณ Jay Blahnik ก็ไม่แปลกใจเลย เพราะเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านออกกำลัง และเคยเป็นที่ปรึกษาให้ Nike+ FuelBand อีกด้วยแถมไม่กี่เดือนที่ผ่านมาก็มีข่าวว่าแอปเปิ้ลจ้างอดีตวิศวกรที่เคยทำ Nike+ Fuelband ให้มาร่วมงานด้วย สิ่งที่ผมเห็นจากวิดีโอนำเสนอในส่วนการออกกำลังกายของ Apple Watch ช่างคุ้นมาก เพราะเหมือนแอปเปิ้ลยกระบบของ Nike+ Fuelband มาทั้งยวงมาปรับปรุงใหม่ให้เป็นรูปแบบของแอปเปิ้ล ถึงตรงนี้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Nike ถึงจะเลิกทำ Nike+ Fuelband

แอปด้านออกกำลังกายของ Apple Watch แบ่งเป็นแอป Activity ที่จะบอกถึงกิจกรรมของเราในแต่ละวันออกมาเป็นกราฟที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน ตั้งแต่การยืน การขยับร่างการ และการออกกำลังกาย โดยในแต่ละสัปดาห์ Apple Watch ก็จะมีการแนะนำเป้าหมายให้เราได้ว่าเราควรทำกิจกรรมมากขึ้นอีกแค่ไหนเพื่อเผาผลาญแคลอรี่จากการคำนวณประวัติที่ผ่านมาของเรา

แอป Workout เน้นสำหรับกลุ่มคนออกกำลังกาย ตัวนาฬิกาจะแสดงสถิติตามจริง เช่นในช่วงเวลา ระยะทาง แคลอรี่ ความเร็ว ซึ่งเรื่องเหล่านี้เราสามารถตั้งเป้าหมาย (Goal) แต่ละอย่างได้ด้วย (คุ้นมากกับ Nike+ Fuelband) นอกจากนั้นเมื่อเราทำได้ตามเป้าหมายตัวแอป Workout ก็จะมีป้าย (Badge) ต่าง ๆ ให้เราเก็บสะสมอีกด้วย

apple-announce-apple-watch_10

การใช้งานทั้ง Activity และ Workout บนนาฬิกาจำเป็นต้องมีการซิงค์ข้อมูลเข้า iPhone ด้วย ในทางกลับกันอนาคตก็จะมีแอปอีกมากมายบน iPhone ออกมารองรับการใช้งานร่วมกับ Apple Watch ด้วย

การใช้งาน Apple Watch ในเรื่องอื่น ๆ แอปเปิ้ลใส่ความสามารถแบบน่ารัก ๆ ระหว่างผู้ใช้งาน Apple Watch ด้วยกันเข้ามาด้วย เช่นเราวาดอะไรก็ได้ลงไปบนหน้าจอในขณะที่เพื่อนที่ฝั่งก็กำลังเห็นเราวาดรูปนั้น ๆ อยู่ด้วยทันที

apple-announce-apple-watch_11

มีฟีเจอร์ Wakie-Talkie ไว้สำหรับคุยแบบสลับไปมา

apple-announce-apple-watch_12

มีฟีเจอร์แตะที่หน้าจอแล้วคุณสามารถส่งการแตะ (สั่น) ให้ไปถึง Apple Watch ของแฟนคุณได้ด้วย จะเป็นการแตะแบบคิดถึง หรือเป็นการแตะแบบสะกิดเรียกก็สุดแท้แต่จะมโนการแตะผ่านหน้าจอกันไป

apple-announce-apple-watch_13

หรือถ้าคุณคิดว่าการแตะข้างต้นจะมโนไปเอง แอปเปิ้ลยังมีฟีเจอร์ที่เราใช้สองนิ้วกดลงบนหน้าจอเพื่อวัดการเต้นของหัวใจ..แล้วสามารถส่งบันทึกการเต้นของหัวใจให้แฟนคุณก็ได้ประหนึ่งว่าฉันใจเต้นแรงมากตอนคิดถึงเธอ~~

apple-announce-apple-watch_14

…นี่ถ้าคุณต้องซื้อ Apple Watch ก็เหมือนโดนแอปเปิ้ลสะกดจิตกลาย ๆ ว่าคุณน่าจะต้องซื้อให้แฟนหรือภรรยาของคุณด้วยนั้นเอง

นาฬิกายุคใหม่เราต้องมาพูดถึงการกันน้ำกันด้วย ซึ่งเรื่องนี้แอปเปิ้ลยังไม่ได้บอกว่านาฬิกาของตนนั้นกันน้ำได้ขนาดนั้น คงต้องรอจนกว่าจะออกมาหรือใกล้ ๆ ออกมาน่าจะมีข้อมูลมากกว่านี้

แบตเตอรี่ของ Apple Watch เป็นอีกสิ่งที่แอปเปิ้ลไม่ได้พูดถึงเลยขณะเปิดตัว จุดนี้เลยไม่รู้ว่าทำได้แย่มากหรือแย่น้อยขนาดไหน เพราะดูจากสารพัดฟีเจอร์ที่ Appel Watch ทำได้แบตเตอรี่ก็ไม่น่าอยู่ได้ทนสักเท่าไหร่ ส่วนการชาร์จแบตเตอรี่จะว่าเป็นแบบไร้สายแท้ ๆ เลยก็ไม่ใช่ เพราะการชาร์จแบตเตอรี่ของ Apple Watch ยังต้องมีแท่นวางเครื่องอยู่ โดยตัวแท่นวางจะเป็นแบบ Magsafe แบบเดียวกับหัวชาร์จของเครื่อง MacBook ที่เป็นแม่เหล็ก และแอปเปิ้ลใช้กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำในการปล่อยไฟจากแท่นวางเข้าสู่นาฬิกา

apple-announce-apple-watch_18

ทั้งหมดทั้งมวลผมขอให้ผู้อ่านเข้าไปอ่านข้อมูลของ Apple Watch กันอีกทีว่าสิ่งทีผมเขียนไม่ได้เว่อไปจากที่แอปเปิ้ลบอกไว้บนหน้าเว็บ โดยเฉพาะฟีเจอร์สะกิดและฟีเจอร์ส่งอัตราการเต้นของหัวใจไปให้แฟน

สำหรับราคาของ Apple Watch แอปเปิ้ลได้เฉลยออกมาว่าแต่ละรุ่นราคาเท่าไหร่ บอกแค่ว่าราคาเริ่มต้นที่ $349 (ประมาณ 11,350 บาท) ซึ่งก็เป็นได้ว่าราคารุ่นตัวเรือนทอง 18K อาจจะไปจบที่ราคา 30,000 บาทได้ไม่ยาก ส่วนกำหนดการวางจำหน่ายบนเวทีบอกแค่ว่าจะเริ่มจำหน่ายภายในไตรมาสที่ 1 ของปี 2015

apple-announce-apple-watch_15

ข้อมูลเพิ่มเติม : apple.com/th/watch




Create Date : 10 กันยายน 2557
Last Update : 10 กันยายน 2557 17:12:47 น.
Counter : 567 Pageviews.

0 comments

อ้วนไม่กลัว กลัวไม่อิ่ม
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



:>>>ผู้แวะมาเยือน คน SAY HELLO Auto Backlinks
กันยายน 2557

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
25
26
27
28
29
30
 
 
10 กันยายน 2557
All Blog