Welcome to my blog…………..http://cookie-nim.bloggang.com
Be my guest I baked I churned I cooked I quilted I made I traveled

สุดท้ายของการเดินทาง








30 กค.54. วันนี้พวกเราไม่ได้ตื่นเช้ากันมากนัก เพราะจะกลับลงไปที่ GovidGhat แล้ว เรานัด Porter คนเดิมมาแบกเป้ แล้วก็ไปรวมตัวกันกินอาหารเช้า เช้านี้อากาศสดใสมาก แดดออกแต่เช้าตรู่จนทำให้พวกเราหมั่นไส้ว่า ทีเมื่อวานล่ะฝนตกได้ทั้งวัน พอจะกลับแล้วแดดออก จนปลาเปรยขึ้นว่าแดดออกพรุ่งนี้ก็ได้นะ
ทำไมต้องมาออกวันนี้ให้เจ็บใจเล่น

สาวงาม 9 นาง เลือกที่จะนั่งม้าลง มีตาล ต่วนและฝน เดินลง พวกนั่งม้าลงกว่าจะออกได้ก็โอ้เอ้กันเพราะไม่ต้องรีบมาก ให้พวกเดินลงล่วงหน้าเดินไปก่อน คนที่ขึ้นม้าก็พยายามเตรียมตัวให้พร้อมที่จะรับแรงกระแทกและสะเทือน แต่เมื่อเริ่มออกเดินทางได้ยังไม่ถึง 100 เมตร เราก็เริ่มรู้แล้วว่า การเตรียมพร้อมนั้นช่วยได้น้อยมาก ขาลงนี้กระแทกรุนแรงกว่าขาขึ้นอีกหลาย 10 เท่า แม้บางช่วงม้าจะค่อยๆหย่อนขาลงแล้วก็ตาม กระดูกทุกส่วนในร่างกายดูเหมือนจะหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ แล้วโชคร้ายของเรากับเปิ้ล เจอเจ้าของม้าที่แย่มากๆ เร่งม้ามาตลอด ยิ่งม้าเดินเร็วมากก็กระแทกมาก จนแขนปวดไปหมดเพราะต้องยึดที่จับไว้แน่น ข้อมือก็เริ่มเจ็บ มือจับกับเหล็กที่ยึดอานม้าไว้ เวลาม้าก้าวลงก็กระแทกข้อมือไปด้วย และที่เป็นห่วงที่สุดก็คือหลัง คิดๆกลับไปหลังจะยังอยู่ดีมั้ยน๊า ทั้งเราและเปิ้ลร้องบอกคนจูงม้าไปตลอดว่าให้ช้าๆ แต่ฮีก็ทำหูทวนลมมาก จนตอนหลังขู่ว่า No Tip ฮีก็ยังไม่ยอมช้าให้ บอกให้หยุดเพื่อจะัพักก็ไม่ยอมหยุดให้อีก ตอนนั้นรู้สึกแย่มากๆ ทั้งเหนื่อยทั้งปวดไปหมดทั้งตัว แย่ยิ่งกว่าเดินเท้าเข้า VoF ซะอีก กว่าจะยอมหยุดพักม้าให้ก็ปาเข้าไปเกือบครึ่งทางแล้ว ที่จุดพักม้าเราเกือบทุกคนมาพักที่เดียวกัน ทุกคนโอดครวญเรื่องกระแทก จนบางคนขอถอนตัวเดินลงดีกว่า มีเปิ้ล นก แหม่ม ทนไม่ไหวขอเดินลง ส่วนเราไม้เท้าก็ไม่มีแล้วจะเดินลงโดยไม่มีไม้เท้าก็กลัวเข่าไม่ไหว พอดีแหม่มบอกว่า ม้าของแหม่มไม่เร็ว ก็เลยย้ายไปนั่งม้าของแหม่มแทน
แต่ก็ยังกระแทกเหมือนกัน ดีกว่าตัวแรกนิดนึง











เราถึง GovidGhat กันเร็วมาก เมื่อไปถึงก็หาร้านนั่งรอคนที่เดินลง ที่ GovidGhat นี่แมลงวันเยอะมากกกก ตอมทุกสิ่งอย่าง เราเห็นรถที่จอดไว้คันนึงมีแมลงวันตอมจนดำไปหมด เห็นแล้วขนลุก เราเลือกร้านอาหารที่ดูดีที่สุดเป็นห้องกระจก แต่ก็หนีแมลงวันไม่พ้น พวกเราสั่งอาหารมากินสำหรับมื้อกลางวัน ไม่นานนักทุกคนก็ลงมาพร้อมกัน

หลังจากนั้นก็ออกเดินทางไปเมือง Badrinath เพื่อพักค้างคืน ขึ้นรถนึกว่าจะสบายแล้ว ที่ไหนได้ ถนนสู่เมือง Badrinathไม่ดีเอามากๆ เป็นหลุมเป็นบ่อ ทางก็เลาะเขาโค้งไปมาตลอด ทำร้ายบั้นท้ายที่ระบมมากจากการนั่งม้าให้ยิ่งอาการหนักเข้าไปอีก




















เราถึงเมือง Badrinath กันประมาณบ่าย 4 โมง ทุกคนลุ้นที่พักสำหรับคืนนี้กันมาตลอดทาง เนื่องจากเจ้าตาลเปิด Lonely Planet จอง โดยที่ไม่เห็นหน้าตามาก่อน (อันที่จริงที่พักทุกที่ที่เราพักก็ไม่เคยได้เห็นมาก่อน แต่ไม่รู้ว่าทำไมที่นี่ถึงลุ้นมากที่สุด) รถเราต้องจอดไว้ที่ลานจอดรถแล้วเดินตามตรอกซอกซอยเล็กๆ ระหว่างทางก็มีร้านรวงขายของเยอะแยะ จนพวกเราตื่นตาตื่นใจ และหมายมาดว่าเมื่อเก็บของเรียบร้อยแล้ว จะออกมาช็อปปิ้งกัน เราลัดเลาะไปตามถนนเล็กๆ ข้ามแม่น้ำไปอีกฟากของเมือง ผ่านวัดซิกส์ที่สวยงาม สองข้างทางมีของที่ระลึกและของสำหรับบูชาที่วัดขาย แต่เมื่อเดินต่อไปเรื่อยๆ ถนนก็แคบเข้าเรื่อยๆ และเริ่มเป็นบ้านคนที่ดูแล้วก็คล้ายๆชุมชนแออัดบ้านเรา ตอนนี้พวกเราเริ่มบ่นเจ้าตาลกันแล้ว ชักจะหวั่นใจกับที่พักที่จองไว้ พวกเรายังคงเดินต่อเลี้ยวขวาเข้าซอยเล็กๆซึ่งเป็นทางที่ต้องขึ้นบันไดขั้นโตๆไปอีก เดินกันจนเหนื่อยหอบก็ยังไม่ถึง ใจก็ยังประหวั่นพรั่นพึงกับที่พักที่จะได้เจอ แต่พอเราเดินขึ้นจนสุดบันได เริ่มพบกอดอกไม้น่ารักๆไปตามทางเดิน มองไปเห็นบ้านชั้นเดียวขนาดกระทัดรัด หน้าบ้านเป็นสนามหญ้าเขียวๆ มองลงไปจากหน้าบ้านเห็นวิวแม่น้ำข้างล่างที่ไหลแรง มองเลยข้ามแม่น้ำไกลออกไป ผ่านเมืองเป็นภูเขา หลังบ้านก็เป็นภูเขา อากาศเย็นสบาย ตอนนี้จากการบ่นเจ้าตาลก็กลายเป็นชม เพราะทุกคนถูกใจมากๆ หลังจากเก็บของแบ่งห้องกันเรียบร้อย ปลา ตาล น้อย ม่าน ก็ออกไปเดินเล่นกัน พี่น้อยเข้าครัวทำกับข้าวง่ายๆแจมกับกับข้าวที่สั่งกับเกสท์เฮาส์ ส่วนพวกที่เหลือ นั่งเล่นชมวิว พร้อมจิบชา กาแฟหอมๆ โอ๊ยเป็นสุขจริงๆ ที่นี่สวยจนพวกเราอยากอยู่ต่อกันอีกสักคืน










อาหารค่ำวันนั้นก็อิ่มอร่อยกันอีก 1 มื้อ เพราะได้ต้มจืดดอกกระหล่ำกับผัดฝักกระเจี๊ยบฝีมือพี่น้อยมาแจม

น่าเสียดายที่ว่าพรุ่งนี้เราจะต้องออกกันแต่เช้ามืด เพราะจะต้องวิ่งรถทางไกลกันอีกแล้ว พวกเรายังเสียดายเกสท์เฮาส์น่ารักๆแห่งนี้กันอยู่ หลายๆคนออกปากว่าถ้ามีโอกาสจะต้องมาที่นี่อีก







31 กค. 54 วันนี้เราออกกันแต่เช้ามืด เพราะต้องวิ่งรถไกลมาก ลุงโชเฟอร์แกกลัวว่าจะถึงปลายทางดึก ก็เลยกำชับว่าควรจะออกตั้งแต่ 6 โมงเช้า พวกเราพร้อมเพรียงกันประมาณตี 5 กว่าจัดแจงเรื่องขนกระเป๋า ค่าที่พัก
เดินกลับไปถึงรถก็ 6 โมงพอดี

เราจะออกเดินทางไปเมือง Rishikesh เพื่อหยุดพักค้างคืน วันที่ออกจากเมือง Haridawar วันนั้น พวกเราก็คุยกันแล้วว่า ท่าทางเราจะเจอแก๊งค์เสื้อส้มอีกที่เมืองฤาษีเกศนี้ เพราะวันที่เราจะมาพักตรงกับวันที่ 31 ซึ่งเป็นวันศิวะราตรีพอดี แล้วที่พักที่จองไว้อยู่ตรงหัวสะพานด้านใดด้านหนึ่งของแม่น้ำคงคาพอดี ซึ่งจะรอดพ้นแก๊งค์เสื้อส้มได้ยากมาก







วันนี้เรานั่งรถกันด้วยความอกสั่นขวัญแขวน เพราะตาลุงขับรถแบบซิ่งตลอด ถนนก็เลาะไต่ไปตามเขา ถนนก็แคบทางโค้งก็เยอะ แต่ตาลุงแกไม่มีชะลอรถเลย หวิดจะจูบกับรถที่สวนมาก็หลายครั้ง ถนนเส้นทางนี้ เป็นเส้นที่ดินสไลด์ หินถล่มแทบตลอดทาง บางทีเห็นหินหล่นลงมาต่อหน้าต่อตา ดีที่รถเรายังไปไม่ถึง บางช่วงก็ต้องขับผ่านถนที่หินกำลังค่อยๆกลิ่งหล่นลงมา แต่ว่าเป็นหินก้อนเล็กๆและไหลแบบค่อยๆ ตาลุงก็ขับชลอๆดูท่าที
แล้วก็รีบบึ่งผ่านไป








ปรากฏว่าวันนี้เราถึงเมือง ฤาษีเกศเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ คือประมาณ 6 โมงเย็น และอีกเช่นเคย เราต้องจอดรถไว้ที่ลานจอดรถ แล้วเดินฝ่าฝูงชนข้ามสะพานแคบๆที่มีอยู่สะพานเดียว(ใช้กันทั้งเมือง) ผิดคาดที่ว่าไม่มีแก๊งค์เสื้อส้มมากอย่างที่คิดไว้ ก็เลยโล่งอกไปตามๆกัน ตามสะพานก็จะมีเจ้าจ๋อนั่งมองพวกเราแบบไม่รู้ไม่ชี้ แต่คนที่เคยโดนเจ้าจ๋อขโมยแว่นตามาแล้วอย่างปลา ก็กลายเป็นคนเข็ดขยาดกับลิงจนไม่อยากเดินผ่าน ถึง รร.ที่พัก เก็บของเรียบร้อยแล้ว ก็รีบออกมาเดินชมเมืองกันโดยมีจุดหมายอยู่ที่ร้านกาแฟตรงหัวสะพานซึ่งเราต้องเดินข้ามกลับมา ร้านนี้มีแนะนำใน Lonely Planet โดยฝรั่ง พวกเราก็เลยอยากจะลองดูสักหน่อย ปรากฏว่ามีกาแฟแค่ 2 รายการคือร้อนและเย็น แต่ตั้งชื่อร้านเป็นกาแฟ พวกเราก็เลยสั่งเครื่องดื่มอื่นๆ และกินอาหารเย็นที่นี่ อาหารรสชาติดี เครื่องดื่มอื่นๆก็ใช้ได้ทีเดียว ไม่ทำให้ผิดหวังเท่าไหร่ยกเว้นเรื่องกาแฟ กินเสร็จก็เลยพากันออกเดินเล่น นกตาไวไปเจอร้านที่ขายเครื่องสำอางค์ยี่ห้อหิมาลายา ซึ่งพวกเราบางคนก็เคยใช้และเคยได้ยินมาแล้วว่าดี ก็เลยพากันเข้าไปเหมาซะจนเจ้าของร้านงง จากนั้นก็เดินต่อ คราวนี้ไปเจอร้านกาแฟน่านั่งจริงๆ มีของที่ระลึกขายด้วย เป็นห้องแอร์มีที่นั่งสบาย พวกเราก็เลยเข้าไปยึดร้าน บางคนก็นั่งเมาท์และสั่งขนมมากิน บางคนก็เดินช็อปปิ้งซื้อของที่ระลึก เลือกกันซะจนแขกงง กว่าจะกลับเข้า รร.ก็ 4 ทุ่ม ได้เวลา รร.ปิดประตูพอดี (รร.นี้มีเวลาเปิดปิดประตูด้วย)









1 สค.54 เช้านี้เรานัดแนะกัน 8 โมงเช้า เก็บของออกจากรร.แล้ว ก็มุ่งไปยังร้านกาแฟที่เราเจอเมื่อคืนเพื่อกินอาหารเช้ากัน ขนมและกาแฟร้านนี้อร่อยทีเดียว ทั้งขนมและกาแฟจะใช้น้ำผึ้งเป็นส่วนผสม
กินกันไปบางคนก็ยังช็อปปิ้งไม่เลิก กว่าจะหลุดออกมาจากร้านกันได้ต้องดึงกัน

วันนี้เราจะขึ้นเครื่องบินในประเทศบินกลับเดลลีกัน กว่าจะถึงเดลลีก็เที่ยงแล้ว พวกเราขนสำภาระฝากไว้ในสนามบิน แล้วปลาก็พาขึ้นแอร์พอร์ตลิงค์เข้าเมือง แอร์พอร์ทลิงค์เมืองอินเดีย สวยงามทันสมัย ดูดีกว่าบ้านเราเยอะเลย หุหุ แต่กว่าจะผ่านเข้าไปได้ ก็ต้องตรวจ ต้องแสกนกัน จากแอร์พอร์ทลิงค์ก็ไปต่อด้วยรถไฟฟ้า ที่สถานีรถไฟฟ้าเราเจอสารพัดกลิ่นแขก จนต้องรีบควักยาดมขึ้นมาดม คนเยอะมากกกกกก เจ้าตาลกัปลาไปซื้อตั๋วมาแจก แล้วนัดแนะพวกเราว่า 3 ตู้แรก สำหรับผู้หญิงเท่านั้น ฉะนั้นเมื่อรถไฟจอดสนิทประตูเปิด ให้รีบวิ่งเข้าไปโดยที่ไม่ต้องรอคนออกมาก่อน เพราะถ้ารอเราจะไม่ได้ขึ้นแน่นอน พอถึงเวลากว่าจะเบียดเข้าไปได้ก็เล่นเอาเหงื่อตก
ขนาดว่าตู้หญิงล้วนก็ยังมีกลิ่นแขกรัญจวนเหมือนกัน

กว่าจะได้กินอาหารกลางวันวันนั้นก็เข้าไปบ่าย 2 โมง อาหารมื้อแรกที่เดลลีที่ดีที่สุดก็คือ KFC พวกเราสั่งมาแบบแขกเห็นแล้วตกใจ คงนึกว่ายัยพวกนี้มาจากประเทศที่ไม่มี KFC แน่ๆ ทุกคนใช้มือหยิบกินแบบไม่สนใจใคร ก็มันเป็นอาหารเนื้อสัตว์มื้อแรกในรอบ 6 วัน ของพวกเรา ใช้เวลาไม่นานโต๊ะของพวกเราก็เต็มไปด้วยกระดูกไก่







เมื่ออิ่มแล้วก็เริ่มการช็อปปิ้ง ที่นี่เราเคยมาแล้ว ก็เลยไม่ค่อยตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่ เรากับเปิ้ลเดินดูไปเรื่อยๆก็ยังไม่เจออะไรถูกใจเท่าไหร่ เปิ้ลได้กระเป๋าหนังน่ารักๆมาใบ ต่อราคาได้ลดเกือบครึ่ง จนจะสุดถนนเราเจอกระเป๋าผ้าถูกใจเข้าใบนึง ต่อราคาแล้วไม่ให้แถมไม่ง้อ(ผิดคาดวุ้ย) ไม่เอาก็ได้ฟระ จากนั้นก็ไปเจอต่วน ฝน แหม่ม ก็เลยเข้าไปรอคนอื่นๆในร้านแมคโดนัล คุยกันว่าขากลับขอขึ้นแทกซี่กลับเข้าแอร์พอร์ทดีกว่า ขึ้นรถไฟฟ้าให้รู้หนเดียวพอ เมื่อทุกคนมาพร้อมกัน ยังมีเวลาเหลือ พวกหนึ่งจะกลับไปรอที่แอร์พอร์ท อีกพวกจะไปช็อปปิ้งต่อ ก็เลยแยกทางกัน เราอยู่ช็อปปิ้งกับพี่น้อย น้อย ม่าน ปลา ตาล สุดท้ายได้กระเป๋าใบที่หมายตาไว้ ที่ยอมลดราคาให้นิดเดียว
รอน้อยกว่าจะช็อปเสร็จก็เหนื่อยเพลีย เพราะอากาศร้อนมากๆ

จากนั้นก็นั่งแทกซี่กลับไปที่แอร์พอร์ท รับของที่ฝากไว้ เตรียมขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ
ปลา นุ้ย ตาล ต้องอยู่ปฏิบัติภารกิจให้พระอาจารย์ที่วัดไทย มาส่งพวกเราขึ้นเครื่องกลับ
ขึ้นเครื่องได้ทุกคนก็สลบไสลไปตามๆกัน


ติดตามการเดินทางสู่ The Valley of Flowers ได้ตามนี้

เกริ่นนำ นับถอยหลังสู่ Valley of Flowers ดินแดนในฝัน

ตอนที่ 1 จาก Delhi ถึง Haridwar เส้นทางเริ่มต้นสู่ The Valley of Flowers

ตอนที่ 2 Joshimath ถึง Ghangaria เมืองสุดท้ายก่อนถึง Valley of Flowers

ตอนที่ 3 เดินชมทุ่งดอกไม้ สายธาร ท่ามกลางหุบเขาน้ำแข็ง

ตอนที่ 4 Hemkund Sahib : The Paradise on Earth

ตอนที่ 5 (จบ) สุดท้ายของการเดินทาง


ใครที่ไม่เห็นรูป ลองรีเฟรชหลายๆครั้งนะคะ




 

Create Date : 14 สิงหาคม 2554
15 comments
Last Update : 1 กันยายน 2554 8:28:06 น.
Counter : 3059 Pageviews.

 

สงสัยอยู่ว่าทำไมไม่มีใครเมนท์ ที่แท้ไปติกให้เมนท์ได้เฉพาะสมาชิก อิอิ

 

โดย: Cookie Nim 22 สิงหาคม 2554 13:10:28 น.  

 

นั่นน่ะสินะ
ดีนะไม่เดี้ยงกลับมา

 

โดย: พี่อ๋อย IP: 182.52.157.247 23 สิงหาคม 2554 21:30:05 น.  

 

Happy birthday ka



ขอให้มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยๆ และได้เป็นที่รักของทุกๆคนนะคะ

 

โดย: Sugar lip 26 สิงหาคม 2554 3:37:45 น.  

 

สุขสันต์ในวันเกิด

ให้บรรเจิดสุขสว่างดั่งฟ้าใส

ให้ผ่านพ้นอุปสรรคปราศจากภัย

ให้สุขกายสุขใจไปทั้งมวล...........emo

 

โดย: iamorange 26 สิงหาคม 2554 5:17:26 น.  

 

การเดินทางครั้งนี้ ดูตื่นเต้นมาก ๆ ค่ะ

เห็นสะพานแล้วตะลึ่งเลยค่ะ

ยังไงก็ สุขสันต์วันเกิดนะค่ะ
เพิ่ง..แวะมาวันนี้พอดี

Photobucket 


สุขสันต์วันเกิดค่ะ ขอให้มีความสุข สดชื่น


สมหวังในสิ่งดี ๆ ที่ปรารถนา


และสุขภาพกาย - ใจ แข็งแรง สมบูรณ์ นะค่ะ




 

โดย: Gunpung 26 สิงหาคม 2554 5:30:42 น.  

 

 

โดย: ดอยสะเก็ด 26 สิงหาคม 2554 7:50:28 น.  

 

ขอให้มีความสุขดั่งใจหวัง
ขอให้มีพลังก้าวมั่นอย่าหวั่นไหว
ขอให้คนรอบข้างจงรักมั่นฤทัย
ขอให้สุขภาพกายสุขภาพใจแข็งแรงเทอญ

สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดนะค่ะ

 

โดย: KeRiDa 26 สิงหาคม 2554 8:03:06 น.  

 

สุขสันต์วันเกิด อายุ วรรณะ สุขะ พละ นะคะ^_^ <3

 

โดย: แม่อ้วนคนสวย 26 สิงหาคม 2554 9:40:00 น.  

 

มีความสุขมาก ๆ นะคะ

 

โดย: ลูกตาลโตนดน้อย 26 สิงหาคม 2554 10:13:56 น.  

 

สุขสันต์วันเกิดครับ มีความสุขมากๆ

 

โดย: Don't try this at home. 26 สิงหาคม 2554 10:39:45 น.  

 

สุขสันต์วันเกิดจ้า

ขอให้มีความสุขมากๆน่ะคะ

^_______________________^

 

โดย: ข้าวเหนียวกะลูกแมว@พันทิป IP: 202.29.4.130 26 สิงหาคม 2554 11:49:47 น.  

 

สุขสันต์วันเกิดค่ะ

สวยๆ รวยๆ และแข็งแรง นะคะ

 

โดย: BabyGreace 26 สิงหาคม 2554 11:51:04 น.  

 

สุขสันต์วันเกิดค่ะ มีความสุขมาก ๆ นะคะ เพราะคุณคุ้กกี้ให้ความสุขในการทำบล็อกกับคนอื่นมามากแล้ว


เจ๊หลีคิดถึงรูปสวย ๆ อาหารอร่อยๆ ค่ะ

 

โดย: กิน ๆ เที่ยว ๆ 26 สิงหาคม 2554 20:13:30 น.  

 


Thank : sbo ผ้าม่าน
สุขสันต์วันเกิด ขอให้มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บนะครับ

 

โดย: MaLenZa 26 สิงหาคม 2554 22:21:50 น.  

 

Photobucket

 

โดย: pinkyrose 27 สิงหาคม 2554 0:25:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Cookie Nim
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]




ขอสงวนสิทธิ์ภาพถ่ายทุกภาพในบล็อคนี้

มีหลายๆคนสงสัยว่าทำไมต้อง Cookie Nim (คุกกี้นิ่ม)
ที่มาของชื่อนี้มาจากชอบกิน soft cookie มาก หัดทำขนมใหม่ๆก็เริ่มจากเจ้านี่แหละ พอมาเล่นเนทนึกชื่อไม่ออก ก็เลยใช้ คุกกี้นิ่ม ตั้งแต่นั้น

หลุดพ้นจากการเป็นมนุษย์เงินเดือน ทำให้มีเวลาว่างทำอะไรๆที่ชอบมากขึ้น ทำขนม ทำสบู่ และทำงานฝีมือ ถึงแม้ว่าสิ่งที่ชอบนั้นจะไม่ก่อให้เกิดรายได้เท่ากับเงินเดือนที่เคยได้ แต่ก็มีความสุขที่ได้ทำ
ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณผู้มีอุปการะคุณคนเดียวของเรา ซึ่งก็คือ"คุณพ่อบ้าน" นั่นเอง

สำหรับเพื่อนๆที่อยากได้ภาพ หรือบทความในบล็อกนี้ไปใช้ในทางบริสุทธิ์ใจ เช่น อยากนำไปตกแต่งบล็อคของคุณ หรือสูตรขนมไปทำแล้วเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้หาผลประโยชน์ส่วนตน จขบ.ยินดีค่ะ รบกวนแค่อ้างอิงแหล่งที่มาสักหน่อยเท่านั้น
Good Resolution For This Blog 1280*1024
By hand 'n heart

Promote Your Page Too
ShoutMix chat widget
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2554
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
14 สิงหาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Cookie Nim's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.