 |
|
<<2550 : การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก >>
ใครบางคนเคยบอกว่า ชีวิตผมมีอะไรไม่มากนัก แม้แต่หนังสือที่อ่านก็ไปไม่พ้นนักเขียนไม่กี่คน ถ้ามีคำถามว่าชอบงานของใคร คงโดนดูถูกว่า รู้จักแต่ฮารุกิ มุราคามิ ( ความจริง ผมก็รู้จักคนอื่นๆนะ แต่ไม่ค่อยยึดติดตัวผู้ประพันธ์ ดังนั้นจึงจำชื่อนักเขียนไม่ค่อยได้ จำได้แต่ชื่อหนังสือมากกว่า แต่ มุราคามิ เป็นข้อยกเว้น เช่นเดียวกับ นิค ฮอร์นบี้ และ วรพจน์ พันธุ์พงศ์ ) ผมอ่านงานของมุราคามิ ซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ ทุกครั้ง ความรู้สึกหรือแนวคิดที่มีต่องานแต่ละชิ้นล้วนแตกต่างกันออกไป ที่ผมอ่านบ่อยที่สุดคือเรื่อง การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก South of the Border,West of the Sun ( แปลในสำนวนไทย โดย คุณโตมร สุขปรีชา ) ลำดับถัดมาคือ Pinball 1973 และ Sputnik Sweetheart ... หากลองค้นหาด้วยกูเกิล ด้วยชื่อภาษาอังกฤษ จะพบหัวข้อเกือบหนึ่งล้านแปดแสนหัวข้อ
จู่ๆ ผมก็นึกถึงหนังสือเรื่องนี้ขึ้นมา ในวันเวลาของการงานประจำวันที่เร่งด่วนและซ้ำซาก
เวลาประมาณ 13.00 น. ของวันเดียวกัน ผมคิดถึง ชิมาโมโตะ อิซูมิ ยูกิโกะ และ ผม..( ตัวละครเอกของเรื่อง ซึ่งจนบัดนี้ ผมก็ไม่แน่ใจว่าเป็นตัวมุราคามิเอง หรือเป็นตัวละครในหนังสือเล่มอื่นของเขา หรือ ใครบางคนบนโลกใบนี้ ) ไม่เล่าว่าใครมีบทบาทอย่างไรในชีวิตของตัวเอก เพราะอาจเป็นการชี้นำ ต้องลองหามาอ่านเอง
บางคนว่า หนังสือเล่มนี้ มุราคามิบอกเล่าอัตชีวประวัติของตนเอง ตั้งแต่เด็ก จนถึง ช่วงที่เขาเป็นเจ้าของกิจการบาร์ บางคนว่าเป็นเรื่องของผู้ชายทุกคนที่ต้องเผชิญกับความรักในอุดมคติ( เช่น รักแท้ รักครั้งแรก ) บาดแผลของความทรงแห่งความใคร่หลง และ ความรักในความเป็นจริงที่จับต้องได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมก็เคยเห็นพ้องกับทั้งสองความเห็นแต่ต่างช่วงต่างเวลา บางครั้งผมก็รู้สึกว่า มันก็แค่เรื่องของผู้ชายที่ขาดความมั่นใจและไร้เป้าหมายในชีวิต มีชีวิตลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ บางครั้งผมก็รู้สึกว่า เป็นเรื่องของการต่อสู้กับความรู้สึกในอดีตและความทรงจำอันเจ็บปวดที่ไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขได้ และในบางช่วง ผมคิดว่าตัวละครเอกน่าจะพบจุดจบที่เจ็บปวดแทนที่จะจบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
..คุณเป็นชาวนาอาศัยอยู่ตามลำพังในทุ่งหญ้าทุนดรา วันแล้ววันเล่าคุณได้แต่ไถพรวนที่ดินของคุณ ไกลออกไปเท่าที่มองเห็นได้ ไม่มีอะไรเลย ทางเหนือมีแต่เส้นขอบฟ้า ทางตะวันออกมีแต่เส้นขอบฟ้า ทางใต้มีแต่เส้นขอบฟ้า ทางตะวันตกก็เหมือนกัน ทุกๆเช้าเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก คุณจะออกไปทำงานในทุ่ง เมื่อดวงอาทิตย์อยู่ตรงศีรษะคุณหยุดพักกินอาหารกลางวัน เมื่อดวงอาทิตย์ตกทางทิศตะวันตกคุณกลับบ้านไปนอน วันแล้ววันเล่าที่คุณเฝ้ามองดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก ลอยข้ามผ่านท้องฟ้าแล้วตกลงทางทิศตะวันตก แล้วบางอย่างในตัวคุณก็แตกสลายตายจากไป คุณโยนพลั่วทิ้งไว้ข้างๆ ความคิดของคุณว่างเปล่า คุณเริ่มเดินไปทางทิศตะวันตก มุ่งหน้าไปยังดินแดนที่วางตัวอยู่ทางทิศตะวันตกของดวงอาทิตย์ เหมือนถูกผีสิงร่าง คุณเดินต่อไป วันแล้ววันเล่า ไม่กินไม่ดื่ม กระทั่งคุณล้มลงบนพื้นแล้วก็ตาย...
บางบทตอนในหนังสือเล่มเดียวกัน บอกกล่าวไว้อย่างนั้น และบ่งชี้ว่านั่นคืออาการของโรคไซบีเรียนฮิสทีเรียนน่า ซึ่งอาจเป็นภาวะทางจิต ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของคนทุกคนที่ใช้ชีวิตในโลกใบนี้อย่างปราศจากจุดหมาย ไม่อาจประนีประนอมความว่างเปล่ากับอารมณ์โหยหา คนที่มีจิตใจเข้มแข็งอย่างแท้จริงจะไม่รู้สึกแบบนั้น แต่ก็อีกครั้งที่จะถามว่า มีมนุษย์สักกี่ชีวิตบนโลกที่มีจิตใจเข้มแข้งอย่างแท้จริง ... นั่นเป็นคำถามสุดท้ายที่ผมคิดหลังจากอ่านการปรากฎตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2549
ต้นเดือนมกราคม 2550 ผมอ่านการปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตกในคืนวันที่มีการวางระเบิดกรุงเทพมหานคร ขณะนั้น ผมอ่านเพื่อจุดไอเดียการเขียนหนังสือ
13.00 น. วันอังคารที่ 9 มกราคม 2550 ผมอยากอ่านการปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตกอีกจนได้ การอ่านหนังสือเล่มที่เคยอ่านแล้วก็เหมือนการได้พบเพื่อนเก่า ที่มักจะมีความหลังขุดคุ้ยขึ้นมาให้พร่ำรำพันกันไม่รู้หน่าย ไม่ค่อยได้คุยเรื่องราวใหม่ๆ เพราะเราต่างไม่ได้มีส่วนร่วมในชีวิตของกันและกัน แล้วพอจากไปก็อย่างที่ผมว่าไว้ จะมีบางอย่างเหลือค้างไว้ในมุมมองที่แตกต่างหรือคงเดิม จนกว่าจะคิดถึงขึ้นมาอีกครั้ง
ข้อความใน SMS ทีเพิ่งเข้ามาในโทรศํพท์ แจ้งว่าคืนนี้อาร์เซนอลจะเตะกับลิเวอร์พูลอีกครั้งในคาร์ลิ่งคัพ หลังจากเพิ่งพบกันในศึกเอฟเอคัพ อาจมีผลการแข่งไม่เหมือนเดิมหรืออาจจะคงเดิม
ระหว่างนั่งประชุมเครียดๆ ผมนึกถึงบางบทตอนในหนังสือเล่มนี้ เท่าที่พอจะจำได้ เช่นช่วงที่ ตัวละครเอกได้พบกับอิซูมิอีกครั้ง แล้วพบว่าเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หนังสือบางเล่มก็อันตราย เพราะ มันดูดเราเข้าไปในอารมณ์บางอย่างจนยากจะถอนตัวออกมา สะกิดแผลทีเราเก็บซ่อนไว้ในความทรงจำจนแทบจะหลงลืมความเจ็บปวดไปแล้ว เคยบ้างไหมที่จู่ก็เศร้า เหงา ขุ่นเคือง สุข หลังอ่านหนังสือบางเล่ม แต่ไม่ว่าจะสุขเราก็ชอบหนังสือเล่มนั้น จะทุกข์เราก็ชอบหนังสือเล่มนั้น ตามภาวะเวลาที่แตกต่างกัน แต่เราก็ยังอ่านหนังสือเล่มนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งๆที่ตัวอักษรแต่ละตัวไม่ได้เปลี่ยนแปลง หากจะมีบางอย่างเปลี่ยนไป ก็คงเป็น กระดาษที่เก่าลง ยับขึ้น และ คนอ่านที่สายตาเริ่มมีปัญหาจนบางอย่างพร่าเลือน เหมือนในการประชุมวันนี้ ที่ผมเพิ่งรู้ว่าหากปล่อยให้ระบบประสาทของตนเองผ่อนคลายเกินไปผมจะมองไม่ค่อยชัด
"ข้อเท็จจริงอันน่าเศร้าก็คือ มีบางสิ่งที่ไม่อาจหวนคืนกลับได้ เมื่อมันเริ่มต้นเดินไปข้างหน้า ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม มันก็ไม่อาจกลับไปเป็นสิ่งที่เคยเป็นอีก ถ้ามีอะไรผิดพลาดเล็กน้อย มันก็จะเป็นอย่างนั้นไปตลอดกาล "
นั่นเป็นอีกบางประโยคที่ในหนังสือ ที่ใครหลายคนชื่นชอบและคิดว่าเป็นพล็อตของหนังสือเล่มนี้
แต่ผมกลับคิดว่า
ข้อเท็จจริงของบางสิ่งอาจเป็นอย่างนั้นตลอดกาล แต่ข้อเท็จจริงในความทรงจำของมนุษย์อาจไม่เป็นอย่างนั้นตลอดกาลเสมอไป ผมชอบชื่อการปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก มากกว่า South of the Border,West of the Sun ทั้งๆที่ๆก็เป็นเรื่องเดียวกัน
ดวงอาทิตย์ ขึ้นทางตะวันออกแล้วตกทางทิศตะวันตก มาหลายร้อยล้านปี
ฝน...มีตกแล้วก็หยุด
|
|
|
โดย: ดารา (Dararika ) วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:19:54:27 น. |
|
|
|
|
โดย: Link_conner55 (Link_conner55 ) วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:21:23:14 น. |
|
|
|
|
โดย: เจ้ากอล์ฟ (ChronoCross ) วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:18:13:06 น. |
|
|
|
|
โดย: ดารา (Dararika ) วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:19:33:49 น. |
|
|
|
|
| โดย: boyone IP: 58.136.18.155 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:42:43 น. |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|

|
| | |
ชอบจังเลย...ประโยคนี้
มันคงติดไปจนกว่า ร่างกลายเป็นเถ้าถ่าน