เปลวไฟ .. ในสายน้ำ (จบ)

               “อร่อยมาก  ฝีมือไม่เคยตกเลยนะน้ำ”

               คำชมอย่างจริงใจเอ่ยขึ้นขณะเอื้อมมือไปรับแก้วพั้นช์ผลไม้ที่ศิรายื่นให้  ก่อนจิบเวหาได้กลิ่นความหอมของผลไม้สองสามชนิด จึงค่อยๆละเลียดดื่มทีละน้อย นี่คงเป็นเสน่ห์ในหลายๆอย่างของศิราสินะ ที่ดึงดูดใครต่อใครไว้ได้โดยไม่จำเป็นต้อง ‘หว่าน’ อย่างที่หลายคนพยายามจะทำ

                “อะไรที่เรารัก เราชอบ เราก็จะให้ความสำคัญใส่ใจในรายละเอียดทั้งนั้นล่ะฟ้า”

               ถ้าไม่สังเกตก็จะไม่รู้ว่า เวหาเกิดอาการสะดุดเล็กน้อยจากคำพูดของศิรา หวังว่าในเสี้ยววินาที เพื่อนของเธอคงจะไม่รู้สึกถึงปฏิกิริยานั้น

               “นั่นสินะ”

               เวหายังคงอ้อยอิ่งอยู่กับพั้นช์แก้วนั้น แม้ว่ามันใกล้จะหมดแล้วก็ตาม ก่อนเป็นฝ่ายเปิดประเด็นขึ้นมา

               “พี่ไฟ ...”

               เท่านั้นเอง ศิราที่กำลังผ่อนคลายกลับรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที

                “น้ำรู้ และน้ำก็ไม่ได้โกรธคุณเพลิงกัลป์ แต่เขาไม่ควรทำอย่างนั้นกับน้ำ เพราะอะไรคงไม่ต้องบอก”

                “ฮื่อ ฟ้าเข้าใจ”

                “น้ำนับถือเขา เพราะเขาเป็นพี่ชายของฟ้า เพื่อนที่น้ำรัก แต่เขากลับทำลายสิ่งนั้นลง แม้ว่าเขาจะมีความรู้สึกดีๆให้น้ำ แต่น้ำไม่สามารถรับไว้ได้ ถ้ามันมากกว่านั้น”

                 ถึงตอนนี้ เวหามองศิราราวกับต้องการค้นหาบางสิ่งบางอย่าง และแม้จะพบมันก็คงไม่ช่วยอะไรเลย

                 “น้ำคงไม่มีที่เหลือสำหรับใครแล้วสินะ แม้จะต้องเจ็บปวดอย่างทุกวันนี้”

                 คราวนี้ศิราเองที่เป็นฝ่ายสบตาเวหา เธอไม่อยากทำให้ใครต้องเสียใจ ผิดหวังกับเธอ แต่บางเรื่องที่สำคัญที่สุด เธอก็ได้เลือก ได้ตัดสินใจไปแล้ว ไม่มีวันย้อนเวลากลับไปเริ่มใหม่ได้

                  “ไม่มีใครต้องการความเจ็บปวดหรอกฟ้า แต่ถ้าเราก้าวเข้าไปแล้ว มันยากเหลือเกินที่จะดึงสิ่งที่เรายอมแลกกับความเจ็บปวดนั้นออกมาได้”

                   ก่อนที่ความรู้สึกทั้งหลายของศิราจะทะลักทลายมากไปกว่านี้ เวหาก็จับมือศิรามากุมไว้ มันมากกว่าคำปลอบใจใดๆในความรู้สึกของทั้งสองฝ่าย

                   “ถ้าน้ำทนแบกรับต่อไปไม่ไหว ฟ้าจะช่วยน้ำนะ .. ถ้าถึงวันนั้น”

                   ศิรามองเวหาทั้งน้ำตาที่เอ่อท้นและพยายามบังคับไม่ให้มันไหลร่วงลงมา คำขอบคุณทั้งหลายในความรู้สึกของเธอยังน้อยไปด้วยซ้ำ สำหรับความปรารถนาดีที่ได้รับจากเพื่อนคนนี้



                     เมื่อกลับมาถึงบ้านเวหาพบเพลิงกัลป์กำลังจะเปิดประตูรถของเขา จึงรีบเดินเข้าไปหา

                     “พี่ไฟจะไปไหนคะ”

                    เพลิงกัลป์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นโดยไม่หันกลับมามองเจ้าของคำถาม ก่อนผ่อนลมหายใจ สายตาของเขา ท่าทางของเขา คือคำตอบที่เวหาก็พอจะเดาได้  เธอจึงกล่าวเสียเองว่า

                   “น้ำคงยังไม่พร้อมจะพบพี่ไฟหรอกค่ะ”

                   และไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไรแล้ว ที่เขาต้องแทนคำถามด้วยสายตา นับวันเพลิงกัลป์ก็ยิ่งไม่เข้าใจน้องสาวของเขามากขึ้น

                   “ฟ้าเพิ่งไปคุยกับน้ำมาค่ะ  เขาขอเวลาหน่อย ตอนนี้อย่าเพิ่งไปพบเขาเลยค่ะ”

                   “ทำไม”

                  ห้วน สั้น แต่ครอบคลุม ปฏิกิริยาแบบนี้ทำไมเวหาจะไม่รู้ว่า บทเพลิงกัลป์จะดื้อดึงขึ้นมา ใครก็ขวางไม่ได้

                   “ความนับถือที่มันขาดวิ่น พี่ไฟว่ามันจะกลับมาเหมือนเดิมในทันทีทันใด ได้ไหมล่ะคะ"

                   หลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเพลิงกัลป์เท่านั้น เวหาคิดว่าเธอไม่จำเป็นต้องเตือนอะไรมากไปกว่านี้  แต่ก่อนจะผละจากพี่ชายของเธอมา ยังมีอีกเรื่อง ที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันที่เวหาจะเตือนเป็นครั้งสุดท้าย ในเมื่อห้ามไม่ฟัง เวหาก็ไม่เสียเวลาที่จะยื้อแล้วเหมือนกัน

                   "ออ .. แล้วอีกอย่าง อย่าไปตัดสิน 'คนๆนั้น' แทนใครเพราะเราก็แค่ 'คนอื่น' ”

                   ได้ยินแบบนั้น มือของเพลิงกัลป์ที่กำลังจับคาอยู่ตรงที่เปิดประตูรถ ก็ปล่อยมือทันทีแล้วเปลี่ยนเป็นกำหมัดแน่น อย่างต้องการสะกดอารมณ์พลุ่งพล่านในใจ  

                    เพลิงกัลป์นิ่งเสียจนเวหาหวั่นใจ รับรู้อารมณ์ของเขาได้เป็นอย่างดี


                    ภายในห้องนอนซึ่งบัดนี้ ไม่เหลือสภาพพร้อมใช้งานตามลักษณะห้องอีกแล้ว  คงมีเพียงเตียงขนาดหกฟุตกลางห้องเท่านั้นที่จะบอกว่า มันคือห้องชนิดใด  ทุกอย่างระเนระนาดยิ่งกว่าถูกพายุกระหน่ำ แต่มันคือไฟบรรลัยกัลป์ คือเพลิงโทสะที่ถูกระบายออกมา จากผู้ชายคนหนึ่งที่ใครๆต่างก็ชื่นชมว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษผู้อบอุ่นและอ่อนโยน

                    แม้ไฟจะให้ความอบอุ่นในยามเหน็บหนาว แต่ถ้าหากปะทุขึ้นเมื่อใดทุกอย่างก็มอดไหม้ได้ ไม่มีข้อยกเว้น

                    เพลิงกัลป์ยืนนิ่ง มองห้องอันมีสภาพยับเยินด้วยมือของเขาอยู่กลางห้อง หลังจากเผาผลาญอารมณ์ตัวเองกับข้าวของที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลย



วันนั้น ...

                   ศิรามาที่บ้าน เพราะเวหาต้องการรูปแบบของอาหารแต่ละประเภท เป็นงานนำเสนอลูกค้าที่เป็นเจ้าของร้านอาหารมีชื่อ เนื่องจากต้องการทำโบรชัวร์แนะนำพร้อมทั้งเมนูรายการอาหาร จึงให้เพื่อนมาช่วยเสนอแนะเกี่ยวกับอาหารและการจัดวาง

                   เมื่อตกลงกันในส่วนของงานแล้วจึงแยกย้ายกัน เวหาไปทำข้อมูลในห้องทำงาน ส่วนศิราเตรียมอาหารอยู่ในครัว

                   “อ้าว คุณไฟสวัสดีค่ะ น้ำนึกว่าไม่อยู่เสียอีก ...  มาดูสิคะ น่าทานไหม”

                  ศิรายกมือไหว้ทักทายเมื่อเห็นเจ้าของบ้านเบอร์หนึ่ง ซึ่งก็คือเพลิงกัลป์นั่นเอง

                  “สวัสดีน้ำ  ทำอะไรน่ะ เห็นวุ่นๆกันอยู่แต่ในครัวหลายชั่วโมงแล้ว เลยไม่กล้าเข้ามา”

                  เพราะรู้ว่าวันนี้ใครจะมาน่ะสิ ถึงไม่ไปไหน

                 ความคิดของเขาคงจะแสดงออกมาทางสีหน้าเกินไปหน่อย หญิงสาวที่เขารู้จักมาหลายปีจึงเอ่ยล้อว่า

                  “น่าทานขนาดนั้นเลยหรือคะ ดูสิยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลย”

                   พร้อมด้วยเสียงหัวเราะคิกคัก อย่างอารมณ์ดีของเธอ


                   ในความคิดของเพลิงกัลป์ ศิราเป็นผู้หญิงที่น่ารัก อ่อนโยน  มีเสน่ห์โดยที่ไม่ต้องพยายามแสดงออกมา เขาเชื่อว่า ไม่ว่าใครที่ได้รู้จักเธอ ย่อมต้องอยากผูกมิตรด้วยแน่ๆ ... แต่ทำไม

                    ใช่ .. เพลิงกัลป์รับรู้ในอีกมุมชีวิตของศิราด้วยเหมือนกัน เขาไม่เข้าใจว่า ผู้หญิงที่ดีพร้อมแบบนี้ ทำไมถึงยอมทำอะไรแบบนั้นได้ โดยไม่หวั่นเกรงต่อคำครหา หรือการถูกตราหน้าว่าไร้ศีลธรรม นั่นคือ สิ่งที่เขาไม่เข้าใจ

                    และแม้ว่าเพลิงกัลป์จะไม่เข้าใจศิรา แต่ยิ่งไปกว่านั้น เขากลับไม่เข้าใจตัวเองหนักขึ้นไปอีก ว่าเพราะอะไร เขาจึงรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่ได้รับรู้ รับฟังเรื่องราวของเธอ จากน้องสาวของเขา

                    มีหลายครั้งที่เวหาก็ระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่เหมือนกันเมื่อได้รับฟังความทุกข์ใจ ไม่สบายใจจากปัญหาของเพื่อน  และด้วยความเป็นพี่เป็นน้อง การไต่ถามสารทุกข์สุขดิบซึ่งกันและกัน มันก็เป็นธรรมดาของคนในครอบครัว ยิ่งพวกเขามีกันเพียงสองคน ก็ย่อมห่วงใยผูกพันกันมากขึ้นไปอีก เรื่องนี้จึงถูกถ่ายทอดมายังเขาเสมอ ถึงจะไม่ทั้งหมดก็ตาม

                    จะแปลกอะไรที่เขาจะรับรู้เรื่องราวต่างๆของศิราผ่านทางเวหา นานเท่าไรแล้วนะ ที่ผู้หญิงคนนี้ยอมเจ็บปวด ทำร้ายตัวเอง เพียงเพราะคำๆเดียว จากคนๆเดียว .. ‘คนนั้น’

                    สี่ปีสินะ ... แม้ว่าเพลิงกัลป์จะรู้จักศิราจริงๆเพียงไม่นาน แต่ก็เหมือนเขาได้เข้าไปมีส่วนร่วมรับรู้ในเรื่องราวต่างๆตลอดมา แรกๆก็คิดประสาผู้ชายว่า เธอคงเป็นผู้หญิงรักสนุกเท่านั้น จนเขาโดนเวหาต่อว่าอย่างหนักที่คิดไม่ดีกับเพื่อนของเธอ

                   แล้ววันหนึ่งเมื่อได้มีโอกาสรู้จักตัวตนจริงๆของศิรา มันทำให้เขาเปลี่ยนความคิดแต่แรกเริ่มในทันที  ผู้หญิงที่เห็นตรงหน้ากับเรื่องราวที่ได้รับรู้ ก่อให้เกิดความรู้สึกบางอย่างกับเพลิงกัลป์ ชนิดที่ว่าหาคำจำกัดความไม่ได้ เขาพยายามหาคำตอบให้ตัวเอง ว่ามันคือความสงสาร เห็นใจ ในชะตากรรมของผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ที่เขาได้รับรู้และเกิดความรู้สึกร่วมมากมาย  เพราะเธอมาเป็นเพื่อนของน้องสาว ถ้าเวหาต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น  เขาจะทำอย่างไรนะ ในฐานะพี่ชาย

                ... ใช่ ในเมื่อเธอเป็นเพื่อนของน้อง เขาจึงสรุปว่า ความรู้สึกเหล่านี้คือความห่วงใยในฐานะ ‘น้องสาว’ เช่นกัน

                 แต่มาวันนี้ เขาแน่ใจแล้วว่า ทุกความรู้สึกมันมากกว่านั้น แต่มันจะใช่หรือ ที่สำคัญ เธอก็มีเจ้าของ แม้ว่าจะไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมทั่วไปก็ตาม

                 แล้วทำไม .. เขาจึงหยุดความรู้สึกของตัวเองที่มันเพิ่มขึ้นในใจ .. ไม่ได้สักที



                 “คุณไฟคะ ...”

                 “คุณไฟคะ ..”

                 ศิราส่งเสียงเรียกเพลิงกัลป์หลายครั้ง เขาก็ยังยืนนิ่ง แถมมองหน้าเธออยู่อย่างนี้ ทำให้เธอรู้สึกแปลกๆอยู่เหมือนกัน  จนที่สุด เธอตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ แล้วเอื้อมมือไปเขย่าแขนเบาๆ

                  “คุณไฟคะ”

                 เพลิงกัลป์รับรู้ถึงความเย็นจากปลายนิ้วสัมผัสของเธอ วินาทีนั้นทุกอย่างก็พังทลายลง

                  เกินกว่าจะยับยั้ง เกินกว่าจะต้านทาน ...

                  ความปรารถนาล้ำลึกที่สะสมอยู่ภายใน  และบัดนี้เธอก็อยู่ตรงหน้า เหตุผลทั้งหมดทั้งมวลที่เคยมี มันได้ปลาสนาการไปจนสิ้นแล้ว

                  รวดเร็วเท่าความต้องการของหัวใจ ที่แม้จะยังหาคำตอบแน่ชัดไม่ได้

                 ปฏิกิริยาของร่างกายกลับตอบสนองเร็วเสียยิ่งกว่า

                  ทันทีที่ถูกสัมผัส เพลิงกัลป์ต้องการสัมผัสที่มากกว่านั้น

                  โดยไม่ทันรู้ตัว ศิราถูกจู่โจมทันทีที่แตะแขนของเพลิงกัลป์  ร่างของเธอถูกรวบไว้ในอ้อมแขนด้วยแขนแข็งแรงเพียงข้างเดียว ยังไม่ทันจะได้อุทธรณ์ใดๆ มือของเขาอีกข้างก็แนบมาที่แก้มของเธอ พร้อมๆกับริมฝีปากที่ก้มลงมาประชิด ทุกอย่างดูรวดเร็วไปเสียหมด หากแต่กลับกลายเป็นว่า เสี้ยววินาทีที่ได้รับการประทับนั้น ช่างดูเนิบช้าและเนิ่นนานเหลือเกิน

                 หอมหวานกว่าที่เขาจินตนาการไว้มากมายนัก ไฟบรรลัยกัลป์กำลังลุกโพลง แผดเผาตัวเองเสียแล้ว ต่อให้ต้องมอดไหม้ไปต่อหน้า  ณ  ขณะนี้ เขาก็ยอม ..

                 ฉาดดดดดดดดด!!!!!!

                 เพลิงกัลป์รับรู้ได้ถึงความชาที่ซีกแก้ม พร้อมทั้งสติที่ถูกเรียกกลับมา

                 ศิรายืนหอบหายใจ รู้สึกเจ็บมือข้างที่สะบัดไปบนใบหน้าของเขา

                  “......”

                 เพลิงกัลป์ยังหาคำพูดไม่พบ เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี จึงได้แต่ยืนนิ่งค่อยๆหันไปมองเธอ

                 “ฉันจะถือว่า สิ่งที่คุณทำไม่เคยเกิดขึ้น”

                 น้ำเสียงตระหนกสั่นเครือที่ถูกเค้นออกมาโดยพยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด หากคลอหยาดน้ำตาที่เจ้าของบังคับมันไว้ไม่ให้รินไหล  ผสมปนเปไปด้วยชนิดอารมณ์ความรู้สึกของศิรา ทำลายความเงียบขึ้น

                  “และอย่าขอโทษ เพราะมันต้องไม่เคยเกิดขึ้น!”

                  เพลิงกัลป์ได้ยินดังนั้น จากความเสียใจและสำนึกผิดในสิ่งที่เขาทำโดยไม่อาจห้ามเสียงเรียกร้องของหัวใจ กระทำในสิ่งที่ เขาเองก็ไม่เชื่อว่า เขาจะควบคุมตัวเองไว้ไม่ได้

                   “.........”

                   กองไฟเล็กๆที่ใกล้จะมอดดับหลังจากถูกเรียกสติให้กลับคืนมาจนหน้าชา เริ่มประทุคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง

                   แต่คราวนี้ไม่ใช่ด้วยไฟเสน่หา หากแต่เป็นเปลวไฟอันโกรธเกรี้ยว

                   “คนที่เขามีเจ้าของแล้วคุณยังยอมได้ แต่ผมไม่มีใครคุณรับไม่ได้หรือไง”

                   ฉาดดดดดดดดดดด!!!!

                  เพลิงกัลป์หันไปตามแรงสะบัดของฝ่ามือนั้นอีกครั้ง ไม่น่าเชื่อผู้หญิงตัวเล็กๆ บทจะแกร่งขึ้นมาก็ไม่ใช่เล่นๆเลย

                  “อย่าดูถูกฉัน ถ้าคุณไม่เคยรักใคร”

                   ศิราเค้นเสียงตอบโต้พยายามอย่างที่สุดในการสะกดกลั้นอารมณ์เดือดของตัวเอง ตอนนี้เธอลืมไปแล้วว่าใครอยู่ในสภาวะที่ได้เปรียบกว่าใคร

                   แม้ใจจริงของเพลิงกัลป์ไม่ได้ตั้งใจพูดจาดูถูกศิรา แต่ความน้อยใจในสิ่งที่เธอพูดนั้น มันตอกย้ำให้รู้ว่า เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะคิดเกินเลยไปมากกว่านี้  เพราะความหมายของมันคือ  เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาเลย  มันจึงแปรเป็นความโกรธ

                   แต่ในเมื่อสถานการณ์มันเปลี่ยนไป เขาก็ไม่คิดจะเก็บมันเอาไว้ให้ทรมานใจตัวเองอีกแล้ว เขาจะลองเสี่ยงในครั้งนี้

                  เพื่อที่จะได้รู้ว่า ถ้าเขาเดินหน้าต่อไป เขาจะมีความหวังในสนามความรักนี้หรือไม่  

                 “ผมไม่เชื่อหรอกว่าสิ่งที่คุณทำอยู่นี้มันคือความรัก ก็แค่ผู้ชายเห็นแก่ตัว กับผู้หญิงโง่ๆไม่รู้จักคิด มาเจอกัน”

                  เพลิงกัลป์ระเบิดอารมณ์และคำพูดไม่ยั้งใส่ศิรา ความโกรธ ความผิดหวัง ความเสียใจประเดประดังเข้ามา ทำไมกัน

                 ในเมื่อเธอคนนี้ก็รู้อยู่เต็มอก ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับผู้ชายคนนั้น มันล้วนแล้วแต่นำมาซึ่งความทรมาน และความทุกข์  

                  เหตุใดเธอจึงยอมทน ยอมเจ็บปวด ซ้ำยังมองข้ามความหวังดีที่เขามีให้

                 “คุณไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ ถ้าคุณยังไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใคร”

                 ทำไมผมจะไม่เข้าใจล่ะ ในเมื่อผมเองก็รักคุณ

                 เพลิงกัลป์แทบจะตะโกนใส่เธอ ให้ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของเขาบ้าง  ว่าที่เขาต้องเป็นแบบนี้ เพราะอะไร และเพราะใคร



                 หลังจากยืนคว้างอยู่กลางห้อง นึกทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพลิงกัลป์ก้มลงมองมือทั้งสองข้างที่แบออกของตัวเอง แล้วกำหมัดแน่นพร้อมกับเปล่งเสียงหัวเราะออกมาลั่นห้อง ..


                  แต่ทว่า ... น้ำตาของลูกผู้ชายทำไมมันจึงได้หลั่งไหลมากมายแบบนี้นะ


  ************************************  

THE  END



Create Date : 27 มีนาคม 2556
Last Update : 28 มีนาคม 2556 0:03:33 น.
Counter : 576 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

โค อัสดง
Location :
สุพรรณบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]



.. ตามนั้น อย่างที่มันควรจะเป็น ..
New Comments
มีนาคม 2556

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30
31